เรามีความอึดอัดใจอยากขอคำแนะนำค่ะ
เราอยู่กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่อยู่ด้วยกันกว่า20ปี (เกินครึ่งหนึ่งของชีวิตตอนนี้แล้ว)
สมัยเรียนก็อยู่หอเดียวกัน จนเรียนจบ เราได้งานทำ ส่วนเพื่อนไปเรียนภาษาเมืองนอก
พอกลับมาไทย เพื่อนก็มาอยู่คอนโดกับเราเพื่อหางานทำ
เพื่อนเราเปลี่ยนงาน 4-5 ครั้ง มีทั้งงานแบบหนักกายไม่หนักใจ และงานแบบสบายกายแต่หนักใจ
ปัจจุบันกว่า 6 ปีแล้ว ที่เพื่อนเรายังไม่ทำงานใดๆอีกเลย…
ตั้งแต่เราทำงานก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนคนไหนอีก นานๆถึงจะมีไปเที่ยวกันบ้าง จึงมีแต่เขาเป็นเพื่อนคู่คิดให้กันมาตลอด เมื่อเขาออกจากงาน เขาทำงานบ้านแทบทุกอย่างให้เรา เขาเป็นห่วงและดูแลเราดีมากๆ จนบางครั้งก็รู้สึกว่ามากเกินไป และเราไม่สบายใจที่ต้องโกหกบางเรื่องกับเพื่อน หรือคนอื่นๆ เช่น เพื่อนเราบอกทางบ้านและคนรอบตัวเราว่าเขาทำงานฟรีแลนซ์ ก็เลยไม่ต้องออกไปทำงานที่ไหน เราก็ได้แต่เงียบๆ ไม่อยากหักหน้าเพื่อน
ปัญหาหลักๆ : เราอึดอัดกับการเป็นอยู่ในปัจจุบัน
1. รู้สึกว่าตัวเองขาดอิสระ - เพื่อนติดเรามาก จะไปไหนกับใครทำอะไร เพื่อนต้องรู้ และต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าเกี่ยวกับงานเขาจะไม่ว่าอะไร แต่หากเป็นการไปเที่ยว เขาจะไปด้วย หรืออาจขอ(แกมบังคับ)ไม่ให้เราไป ทริปล่าสุดไปกับพี่ที่ทำงาน เราพาเขาไปด้วย(เคยไปเที่ยวด้วยกันบ่อยแล้ว) เนื่องจากเป็นทริปปีนเขา อากาศหนาวมีหิมะ เราได้รับบาดเจ็บ กลับมาเพื่อนบอกจะไม่ให้เราไปอีกแล้ว เรารู้ว่าเขาพูดจริง เขาต้องหาทางไม่ให้เราไปอีกแน่นอน ซึ่งเราอยากไปอีก
2. เพื่อนหมดไฟง่าย ท้อแท้ง่าย - เขาคิดจะทำงาน หางานทำ ไปสอบตามหน่วยงานต่างๆ(แต่ไม่ติด) บางครั้งก็ท้อตั้งแต่จะสมัครเพราะรู้ว่ามีคนสมัครเยอะแต่รับน้อย เขาคิดจะอ่านหนังสือ ติวสอบ หรือเรียนภาษาที่3 ก็ตั้งใจได้ไม่ถึงสัปดาห์ พักไปเกือบเดือนถึงมีแรงฮึดใหม่ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ชอบบอกว่าตัวเองไม่เก่งภาษา ตอนที่ไปตปท.ก็มีคนไทยเรียนด้วยเยอะ และชอบบอกว่าตัวเองไม่เก่งคอม
3. ความใจอ่อนของเรา - ตั้งแต่เพื่อนออกจากงาน เราเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายให้เพื่อนทั้งหมด รวมถึงบางครั้งส่งเงินให้น้องของเขาตั้งแต่น้องยังเรียนอยู่ และแม่ที่กำลังป่วยอยู่ที่บ้านเกิดของเพื่อนด้วย เมื่อก่อนทางบ้านเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน แต่มีหลังพ่อเขาเสีย เราจึงช่วยเหลือบ้าง 4-5 ปีมาแล้ว ตอนนี้น้องเขาเรียนจบแล้ว เปิดร้านขายของชำที่บ้าน เพราะได้ดูแลแม่ไปด้วย แต่เท่าที่ทราบคือรายได้ไม่ดี เพราะไม่ค่อยได้ขาย และเป็นหนี้จากการกู้เงินมารักษาแม่
4. บางครั้งใช้จ่ายเกินตัว เช่น ซื้อกระเป๋าและรองเท้า(ไม่ใช่ของแฟชั่น แต่อย่างละหลักพัน) โดยบอกว่าที่ซื้อมานั้นใช้งานไม่สะดวกบ้าง พังบ้าง ซึ่งเราก็เห็นว่าพังจริง ทั้งยังชอบซื้อหนังสือนิยายและการ์ตูน ปัจจุบันเราพูดจนเขาซื้อน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังซื้ออยู่ดีแบบเป็นชุดสะสม ซึ่งเราก็อ่านด้วย เลยว่าไม่ได้เต็มปาก ล่าสุดคือโทรศัพท์มือถือของเพื่อนมันเสื่อมและช้ามาก พอไปดูด้วยกันเลยได้รุ่นใหม่มาโดยที่เขาบอกว่าจะใช้ไปอีก5ปี(เครื่องเก่าก็ใช้อยู่3-4ปี) เรื่องพวกนี้ส่วนมากเราจะปรามๆเขา แต่ก็ได้ไม่100% เพราะเขาก็ไปรูดมาเองอยู่ดี ส่วนเราไม่ค่อยซื้ออะไร นานๆครั้งจะซื้อ แต่ซื้อทีก็เป็นของแพงพอควรถือว่าให้รางวัลตัวเอง(เราเล่นกล้อง,โดรน และสะสมฟิกเกอร์) ซึ่งเวลาซื้อมาเรารู้ว่าเขาก็อยากมีของที่อยากได้บ้าง แต่มันแพงและเขาเกรงใจที่จะใช้เงินเราซื้อ
5. เพื่อนเรามีภาวะจิตตกบ่อยครั้ง ตัวสั่นมือสั่น กัดปากกัดเล็บ เวลาที่เราพูดเรื่องเครียดๆ หนักสุดก็ตะโกนด่าทอสิ่งต่างๆ ทึ้งหัวตัวเอง ทำร้ายตัวเอง และเกือบฆ่าตัวตาย แต่บางครั้งไม่ได้มีเรื่องอะไรเขาก็คิดมากจนจิตตกไปเอง จึงเป็นเหตุให้เราพูดเรื่องข้อ 1-4 กับเขาตรงๆไม่ได้
ขอคำแนะนำ : มีวิธีใดที่จะพูดให้เพื่อนเราปรับปรุงตัว หรือหางานทำ หรืออย่างน้อยๆก็ทำอะไรที่เป็นชินเป็นอันบ้างค่ะ พูดแบบไหนที่จะถนอมน้ำใจกัน หรือมันไม่ได้จริงๆจนต้องทำร้ายน้ำใจกันคะ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น คิดว่าถ้าพูดไปแตกหักแน่นอน เราเป็นห่วงความเป็นอยู่ของเขาในอนาคต เราเชื่อว่าถ้าเขาได้ทำงาน ได้เพื่อนใหม่ๆ มันน่าจะทำให้เขาหายจิตตกหรือคิดฟุ้งเฟ้อได้ ทุกวันนี้เขามีแค่เรากับศิลปินเกาหลีที่เขาเรียกว่าลูก ..หรือจริงๆคนที่ควรปรับปรุงคือตัวเราเอง?
ขอคำแนะนำในการทำให้เพื่อนปรับปรุงชีวิตตัวเอง
เราอยู่กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่อยู่ด้วยกันกว่า20ปี (เกินครึ่งหนึ่งของชีวิตตอนนี้แล้ว)
สมัยเรียนก็อยู่หอเดียวกัน จนเรียนจบ เราได้งานทำ ส่วนเพื่อนไปเรียนภาษาเมืองนอก
พอกลับมาไทย เพื่อนก็มาอยู่คอนโดกับเราเพื่อหางานทำ
เพื่อนเราเปลี่ยนงาน 4-5 ครั้ง มีทั้งงานแบบหนักกายไม่หนักใจ และงานแบบสบายกายแต่หนักใจ
ปัจจุบันกว่า 6 ปีแล้ว ที่เพื่อนเรายังไม่ทำงานใดๆอีกเลย…
ตั้งแต่เราทำงานก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนคนไหนอีก นานๆถึงจะมีไปเที่ยวกันบ้าง จึงมีแต่เขาเป็นเพื่อนคู่คิดให้กันมาตลอด เมื่อเขาออกจากงาน เขาทำงานบ้านแทบทุกอย่างให้เรา เขาเป็นห่วงและดูแลเราดีมากๆ จนบางครั้งก็รู้สึกว่ามากเกินไป และเราไม่สบายใจที่ต้องโกหกบางเรื่องกับเพื่อน หรือคนอื่นๆ เช่น เพื่อนเราบอกทางบ้านและคนรอบตัวเราว่าเขาทำงานฟรีแลนซ์ ก็เลยไม่ต้องออกไปทำงานที่ไหน เราก็ได้แต่เงียบๆ ไม่อยากหักหน้าเพื่อน
ปัญหาหลักๆ : เราอึดอัดกับการเป็นอยู่ในปัจจุบัน
1. รู้สึกว่าตัวเองขาดอิสระ - เพื่อนติดเรามาก จะไปไหนกับใครทำอะไร เพื่อนต้องรู้ และต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าเกี่ยวกับงานเขาจะไม่ว่าอะไร แต่หากเป็นการไปเที่ยว เขาจะไปด้วย หรืออาจขอ(แกมบังคับ)ไม่ให้เราไป ทริปล่าสุดไปกับพี่ที่ทำงาน เราพาเขาไปด้วย(เคยไปเที่ยวด้วยกันบ่อยแล้ว) เนื่องจากเป็นทริปปีนเขา อากาศหนาวมีหิมะ เราได้รับบาดเจ็บ กลับมาเพื่อนบอกจะไม่ให้เราไปอีกแล้ว เรารู้ว่าเขาพูดจริง เขาต้องหาทางไม่ให้เราไปอีกแน่นอน ซึ่งเราอยากไปอีก
2. เพื่อนหมดไฟง่าย ท้อแท้ง่าย - เขาคิดจะทำงาน หางานทำ ไปสอบตามหน่วยงานต่างๆ(แต่ไม่ติด) บางครั้งก็ท้อตั้งแต่จะสมัครเพราะรู้ว่ามีคนสมัครเยอะแต่รับน้อย เขาคิดจะอ่านหนังสือ ติวสอบ หรือเรียนภาษาที่3 ก็ตั้งใจได้ไม่ถึงสัปดาห์ พักไปเกือบเดือนถึงมีแรงฮึดใหม่ แล้วก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ชอบบอกว่าตัวเองไม่เก่งภาษา ตอนที่ไปตปท.ก็มีคนไทยเรียนด้วยเยอะ และชอบบอกว่าตัวเองไม่เก่งคอม
3. ความใจอ่อนของเรา - ตั้งแต่เพื่อนออกจากงาน เราเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายให้เพื่อนทั้งหมด รวมถึงบางครั้งส่งเงินให้น้องของเขาตั้งแต่น้องยังเรียนอยู่ และแม่ที่กำลังป่วยอยู่ที่บ้านเกิดของเพื่อนด้วย เมื่อก่อนทางบ้านเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน แต่มีหลังพ่อเขาเสีย เราจึงช่วยเหลือบ้าง 4-5 ปีมาแล้ว ตอนนี้น้องเขาเรียนจบแล้ว เปิดร้านขายของชำที่บ้าน เพราะได้ดูแลแม่ไปด้วย แต่เท่าที่ทราบคือรายได้ไม่ดี เพราะไม่ค่อยได้ขาย และเป็นหนี้จากการกู้เงินมารักษาแม่
4. บางครั้งใช้จ่ายเกินตัว เช่น ซื้อกระเป๋าและรองเท้า(ไม่ใช่ของแฟชั่น แต่อย่างละหลักพัน) โดยบอกว่าที่ซื้อมานั้นใช้งานไม่สะดวกบ้าง พังบ้าง ซึ่งเราก็เห็นว่าพังจริง ทั้งยังชอบซื้อหนังสือนิยายและการ์ตูน ปัจจุบันเราพูดจนเขาซื้อน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังซื้ออยู่ดีแบบเป็นชุดสะสม ซึ่งเราก็อ่านด้วย เลยว่าไม่ได้เต็มปาก ล่าสุดคือโทรศัพท์มือถือของเพื่อนมันเสื่อมและช้ามาก พอไปดูด้วยกันเลยได้รุ่นใหม่มาโดยที่เขาบอกว่าจะใช้ไปอีก5ปี(เครื่องเก่าก็ใช้อยู่3-4ปี) เรื่องพวกนี้ส่วนมากเราจะปรามๆเขา แต่ก็ได้ไม่100% เพราะเขาก็ไปรูดมาเองอยู่ดี ส่วนเราไม่ค่อยซื้ออะไร นานๆครั้งจะซื้อ แต่ซื้อทีก็เป็นของแพงพอควรถือว่าให้รางวัลตัวเอง(เราเล่นกล้อง,โดรน และสะสมฟิกเกอร์) ซึ่งเวลาซื้อมาเรารู้ว่าเขาก็อยากมีของที่อยากได้บ้าง แต่มันแพงและเขาเกรงใจที่จะใช้เงินเราซื้อ
5. เพื่อนเรามีภาวะจิตตกบ่อยครั้ง ตัวสั่นมือสั่น กัดปากกัดเล็บ เวลาที่เราพูดเรื่องเครียดๆ หนักสุดก็ตะโกนด่าทอสิ่งต่างๆ ทึ้งหัวตัวเอง ทำร้ายตัวเอง และเกือบฆ่าตัวตาย แต่บางครั้งไม่ได้มีเรื่องอะไรเขาก็คิดมากจนจิตตกไปเอง จึงเป็นเหตุให้เราพูดเรื่องข้อ 1-4 กับเขาตรงๆไม่ได้
ขอคำแนะนำ : มีวิธีใดที่จะพูดให้เพื่อนเราปรับปรุงตัว หรือหางานทำ หรืออย่างน้อยๆก็ทำอะไรที่เป็นชินเป็นอันบ้างค่ะ พูดแบบไหนที่จะถนอมน้ำใจกัน หรือมันไม่ได้จริงๆจนต้องทำร้ายน้ำใจกันคะ ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น คิดว่าถ้าพูดไปแตกหักแน่นอน เราเป็นห่วงความเป็นอยู่ของเขาในอนาคต เราเชื่อว่าถ้าเขาได้ทำงาน ได้เพื่อนใหม่ๆ มันน่าจะทำให้เขาหายจิตตกหรือคิดฟุ้งเฟ้อได้ ทุกวันนี้เขามีแค่เรากับศิลปินเกาหลีที่เขาเรียกว่าลูก ..หรือจริงๆคนที่ควรปรับปรุงคือตัวเราเอง?