ควรทำอย่างไรดีคะเมื่อรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่กับครอบครัว

ขอเกริ่นก่อนเลยนะคะ ปัจจุบันเราอายุ20ปี
ครอบครัวเราเป็นครอบครัวใหญ่ มีปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา แล้วเราเป็นลูกหลานที่เป็นผู้หญิงคนที่2ของครอบครัว(มีพี่น้องรวมทั้งหมด6คน) เรารู้สึกว่าเราถูกเลี้ยงอย่างตีกรอบมากกว่าใครในพี่น้องทั้งหมด มันทำให้เราสงสัยในการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนของคนในครอบครัวน่ะค่ะ
   ตอนเราอยู่ประถม เราอยากเลี้ยงแมวมาก เราเคยไปขอพ่อ ตอนนั้นเรานั่งเล่นอยู่บ้านป้าแล้วยังไม่ยอมกลับบ้าน(บ้านติดกัน) พ่อบอกว่าถ้ายอมกลับบ้านจะให้เลี้ยงแมว ตอนนั้นเราดีใจมากจริงๆค่ะ แต่สุดท้ายกลายเป็นพ่อโกหกเพื่อให้เรากลับบ้าน ตั้งแต่นั้นมาทำให้เราไม่ค่อยเชื่อในคำพูดของพ่อสักเท่าไหร่ จนทำให้ทุกวันนี้เราติดนิสัยระแวง เราระแวงคำพูดของคนอื่น ต้องคิดอยู่เสมอว่าเขาพูดแบบนี้มีจุดประสงค์อะไร อยากได้อะไรจากเรา เรากลายเป็นคนที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหาสังคมและแม้แต่ครอบครัวตัวเองก็ด้วย
   ตอนเราอยู่มัธยม เราอิจฉาเพื่อนๆที่ได้ไปดูหนังด้วยกันแต่เราไปไม่ได้เพราะครอบครัวไม่ให้ไป ในชีวิตเราเคยได้ไปดูหนังกับเพื่อนไม่ถึง5ครั้ง และนอกจากนี้ก็ยังมีอะไรอื่นๆอีกเยอะที่เราทำไม่ได้เพราะครอบครัว เช่น
- ตอนเลือกสายเรียนม.ปลาย เราเป็นคนที่ชอบวิชาภาษาไทยค่ะ สายที่เราอยากเรียนคือ ศิลปะ-ภาษาไทย-สังคม แต่ครอบครัวบังคับให้เราเรียนสายวิทย์-คณิต นอกจากนั้นคือตอนม.ต้นเราอยู่ชมรมดนตรีไทยค่ะ ทุกๆวันจะซ้อมดนตรีไทยจนถึง6โมงเย็นแล้วกลับบ้าน แต่พอขึ้นม.ปลายครอบครัวก็ให้เราออกจากชมรมเพราะไม่อยากให้เรากลับบ้านดึกและอยากให้ทุ่มเทกับการเรียนมากกว่า(ม.ปลายซ้อมเลิกประมาณ1ทุ่ม-1ทุ่มครึ่ง) เราต้องจำใจยอมเดินออกมาจากสิ่งที่เราชอบมากเพียงเพราะคำว่า 'ห่วง' ของครอบครัว
- ป้าบอกเราว่าอย่าไปบ้านผู้ชาย ข้อนี้เราเข้าใจค่ะเพราะมันจะดูไม่ดีมากๆ แต่เราไม่เข้าใจตรงที่บอกเราไม่ให้ทำแต่พี่ชาย(ลูกชายของป้า)พาแฟนมาบ้านได้ และป้าก็ไม่เห็นจะพูดหรือห้ามอะไรเลย นอกจากพี่ชายแล้วน้องชาย(ลูกชายของอา)ก็พามาเหมือนกันนะคะ
- ห้ามมีแฟน ครอบครัวไม่ค่อยอยากให้มีแฟนเพราะกลัวเสียการเรียนหรือท้อง ทำเหมือนกับว่าถ้าเรามีแฟนแล้วเราจะต้องท้องก่อนแต่งแน่ๆ เรางงค่ะ คือเราไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้น แต่เหมือนครอบครัวดูข่าวบวกกับลูกของคนรู้จักเป็นแบบนั้น ทำให้ตีกรอบเราเพื่อไม่ให้ทำอะไรแบบนั้นโดยการไม่อยากให้มีแฟน ตัดภาพมาที่ตอนมัธยมของพี่สาวคนโตในครอบครัวที่มีแฟนแต่ครอบครัวไม่เห็นจะอะไรเลย มันทำให้เราได้รู้สึกว่าครอบครัวไม่เคยเชื่อมั่นหรือไว้ใจอะไรในตัวเราเลย
และยังมีอีกหลายๆอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกตีกรอบด้วยการ 'ห้าม' มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นนกน้อยในกรงทอง
   นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการใช้คำพูดในการพูดที่คนในครอบครัวพูดกับเรา
- เวลาป้าเรียกเราไปทานข้าวที่บ้าน(ทานข้าวเย็นกับป้าทุกวันเพราะพ่อทำงานอยู่ตจว.) ป้าเราจะชอบใช้น้ำเสียงกึ่งตะคอกในการเรียกค่ะ ซึ่งเรารู้สึกแย่ทุกครั้งที่ได้ยิน
- เราเคยรู้สึกถึงการพูดดูถูกและพูดเหยียดผู้อื่นด้วยการฟังคำพูดของคนในครอบครัว มันทำให้เราคิดนะคะว่าวันนึงถ้าเราเป็นคนที่ครอบครัวพูดถึงบ้าง เราจะโดนคำพูดรุนแรงขนาดไหน
- ครอบครัวพูดอะไรต้องทำตามเลย ต้องทำเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งหลายครั้งเรารู้สึกเหมือนว่ามันเป็นคำสั่งมากกว่าการบอกให้ทำน่ะค่ะ
หลายครั้งที่เรารู้สึกไม่โอเคกับการใช้คำพูดและน้ำเสียงของคนในครอบครัว มันทำให้เราอยากที่จะเป็นคนที่ใช้คำพูดได้ดีกว่านี้
   และหลายๆอย่างที่เราเจอมาในครอบครัวมันทำให้เราไม่อยากที่จะทำแบบนั้นเลย หลายคนบอกว่าควรเชื่อฟังครอบครัว เอาครอบครัวเป็นแบบอย่าง แต่เรากลับคิดอีกแบบ เราไม่อยากเป็นเหมือนคนในครอบครัวเราเพราะเรารู้ว่าสำหรับคนที่ได้สัมผัสมันรู้สึกยังไง เราเลือกที่จะเก็บทุกๆความรู้สึก ทุกๆคำพูด ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้ในใจ น้อยครั้งที่เราจะแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนในครอบครัว ทุกๆความรู้สึกไม่โอเคของเราผลักดันให้เรามีความฝันในชีวิตอยู่อย่างหนึ่ง คือ ถ้ามีโอกาสได้สอนใคร จะไม่สอนเขาในแบบที่เคยถูกสอนมา ด้วยความฝันนี้ทำให้ตอนสอบเข้ามหาลัย เราเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง เราไม่ไปเรียนต่อในทางที่ครอบครัวต้องการ(ครอบครัวอยากให้เรียนต่อแนวสายสุขภาพ) เราเลือกสิ่งที่เราชอบเพราะบทเรียนตอนขึ้นม.ปลายทำให้เราต้องอดทนเรียนมาตลอด3ปี เราเลยเลือกเรียนครูภาษาไทยและไม่ฟังคำของครอบครัว
   ทุกวันนี้เราอึดอัดเวลาที่ต้องอยู่กับครอบครัว เราไม่อยากสุงสิงกับใคร เราชอบที่จะอยู่เงียบๆคนเดียว เรากลายเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ชอบใส่หูฟังและฟังเพลงเพราะไม่อยากได้ยินคำพูดอะไรจากคนในครอบครัว เราควรจะจัดการกับความรู้สึกอึดอัดนี้ยังไงดีคะ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่