แวะมาทักทายคารวะ สารภาพประสบการ์ณตัวเองหลงวิจิกิจฉาไปพักใหญ่ คิดว่าควรทำบุญหนุนพลังปฎิบัติ

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ ใกล้ปีใหม่แล้ว
ขอสารภาพว่าปีนี้ นั่งสมาธิน้อย รวมทั้งดูจิตระหว่างวันก็ได้แป๊ปๆเหมือนไม่ค่อยมีพลัง

ไม่ค่อยได้ลงนั่งสมาธิ เหลือที่ยังทำคือ เน้นฟังเทศน์ ที่อัดจากยูทูปไว้ในโทรศัพท์
กับวัตรเย็นแบบแปล แทบทุกวัน ฟังไปด้วยทำอย่างอื่นไปด้วย
ท่องไตรสรณคม์ ตลอดทุกครั้งที่นึกได้ ก็คือระลึกได้ว่าเป็นทางรอด โดยเฉพาะเมื่อฟังเทศน์มรณานุสติ

สาเหตุคือความหลง และลังเล เนื่องจากหลังๆได้ปล่อยวางกิเลสหยาบไปบ้าง เหลือแต่กิเลสละเอียด
คือชีวิตเรียบง่าย ไม่วิ่งตามใคร กินอยู่เรียบง่าย ไม่ร้องขอ เสื้อผ้าแต่งตัวง่ายไม่ตามกระแสสังคม ไม่ทะเลาะ ไม่คุยเยอะ ไม่อยากเที่ยวอยากกินนอกบ้าน
เหลือแต่ของที่ยึดมั่นในสัญญาเดิมไม่กี่อย่าง วันๆตื่นมา ทำหน้าที่ไปตามปกติ นิ่งๆ

พอชีวิตโล่ง แทนที่จะปฎิบัติ กับรู้สึกว่าเอ้าจัดการได้ดีแล้วนิ สบายๆไม่ร้อนรน เลยหลงของที่ชอบที่เหลืออยู่ไม่กี่อย่างไป  
ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ฟังเทศนไป ก็รู้สึกว่าเอ๊ยังหลงของที่ชอบนี้ จะใช่รึ แต่เวลาอยู่ด้วยกับของที่ชอบ ก็รู้สึกดีนี่นา
แต่ยังฟังเทศน์ไม่หยุด ภาวนาขอให้พ้นอวิชชา อุปาทาน ปรุงแต่ง

จนถึงจุดหนึ่ง รู้สึกว่า ก็ยังหลงของชอบอยู่ ยังติดสุขอยู่นี่นะ เวทนาสุขเอา
แค่คอยจำกัดมันไว้ไม่ให้เตลิด มันสบายใจแต่ไม่สงบ มันยังมีอัตตา อุปาทาน อยู่
เลยลุกไปนั่งสมาธิ วิตกวิจาร์ณ อัตตา
จึงได้รู้ว่า ความสงบใจมันมากกว่าหลายเท่านัก เพียงแต่เรารู้สึกลังเลสงสัยในไปว่า ชีวิตที่สบายดี ก็ดีแล้วนี่ จะถึงขั้นละอัตตาไปทำไม
จนเมื่อสบายมาเรื่อยๆถึงได้รู้ว่า สบายแค่ไหนมันก็ชั่วคราว เบื่อก็หาชิ้นใหม่ ยิ่งถลำลึกไปในความชอบ
แทนที่จะปลงเวทนา ทุกข์ไม่เอา สุขไม่เอา
เลยกลับมานั่งสมาธิอีกครั้งนึง หลังจากที่ปกติจะเอาเวลาเหล่านี้ไปทำงานอดิเรกสนุกๆ

เลยแวะมาให้ผู้รู้เตือนสติครับผม
ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่