สวัสดีทุกคน อันนี้เป็นเพียงกระทู้ที่ดิฉันเอามาบ่นเฉยๆ ไม่มีสาระอะไรทั้งนั้น แค่กำลังจะมาเล่าสู่กันฟัง เอาแบบที่มัน Real ที่สุด
ตั้งไว้เพื่อจะมาดูพัฒนาการของตัวเองเท่านั้น ถ้าใครอยากจะมาดูก็ตามสบาย คล้ายๆจะเป็นการรีวิวสินค้าไปในตัว
เพราะจะลองทุกอย่าง ทุกวิธี เพื่อจะทำให้ตัวเราเองนั้นดูดีขึ้น อาจจะไม่ถูกหลักการ ถูกโภชนาการ ไม่ได้ให้ทำตาม แค่จะเล่าสู่กันฟังเฉยๆ
เรื่องมันเริ่มจากที่ดิฉันเป็นคนๆหนึ่งที่อ้วนมาก มาก มากกกกกก เกือบเหยียบ 90 กิโล เชียวนะ !!! แต่สูงเพียง 159 เซนติเมตร โอ้วแม่เจ้า !!
เคยพยายามลดละ เกือบจะสำเร็จครั้งหนึ่ง สาเหตุที่ทำได้นะเหรอ เหอะๆ...เพื่อผู้ชายไงหล่ะ ไอ้เราก็คิดว่าถ้าลดได้แล้วจะไปบอกชอบ แต่รู้อะไรไหมคะท่านผู้อ่าน อีกแค่ 5 กิโลก็จะถึงเป้าหมายแล้วแท้ๆ แต่ดั๊นนนน โดนตัดหน้าไปก่อน โน่นค่ะ ดันมีชะนีข้างกาย ไอ้เราเรอะก็เศร้าไง โถ่วววว อุตส่าลดมาได้เกือบ 20 กิโล (ตอนนั้นลดจาก 80 กว่าโล) สุดท้ายโดนงาบไปต่อหน้าต่อตา สะเทือนจิต แต่คิดๆไปเขาก็ไม่ได้ผิดหรอก เพราะดิฉันไม่เคยไปแสดงอาการว่าชอบเขาเลย(แบบชัดเจน) สรุป นกสิคะ !! แต่ก็อย่างว่าหล่ะค่ะ ใครๆเขาก็ว่ากัน ว่าดิฉันเป็นคนหน้าสวย ถ้าลดแล้วจะเป็นผู้หญิงที่ดูดีมากคนหนึ่ง (ไม่รู้พูดเพราะหลอกให้ลดหรือจากใจ 555 ) หลังจากอกหักได้ไม่นาน พอได้สติปุ๊ป ก็นึกขึ้นได้ว่าเรายังมีผู้ชาย(ที่แอบชอบ)อยู่ใน Collection อีกมากมาย ก็แหม !! ไม่มีกฎข้อไหนห้ามนี้คะ ว่าห้ามแอบชอบทีเดียวหลายๆคน (ชู้...ก็เป็นแค่ชู้ทางใจ ศาลอาญาแห่งไหน คงไม่ให้รับโทษเพิ่ม / ชู้ทางใจ-ธานินทร์ อินทรเทพ) จะช้าอยู่ทำไม รุกสิคะ ทั้งลุกขึ้นและรุกจีบ คราวนี้รีบเลย กลัวเป็นแบบคนก่อน บอกชอบเลย โถ่วว ให้มันรู้ว่าเธอไม่เอา แถมอยู่ในช่วงวาเลนไทน์พอดี เป๊ะ !! เข้าทางสิคะ ดอกกุหลาบพร้อมกับจดหมายเขียนความในใจ พร้อมทิ้งข้อมูลติดต่อ ไงละ เย็นวันนั้นการบ้านไม่แตะ หนังสือไม่หยิบ นั่งรอเวลาที่จะถึงคิวตัวเองได้ใช้คอม (พอดีที่บ้านสมัยนั้นมีเด็ก 4 คน แต่มีคอมเครื่องเดียว) ตึ๊งงงง แจ้งเตือนมาแล้ว อุต๊ะ !! เขาแอดมาเหวยยยยย ดิฉันนี้ดีใจแถมจะกรีดร้อง (?) อร๊ายยยย ตอนนั้นยังเล่นตัวอยู่ เดี๋ยวจะหาง่าย ผ่านไป 15 นาที ค่อยกดรับเพื่อน เพื่อ !!? ไหนๆก็รุกแล้ว เอาแบบ Full version เลยละกัน ทักไปสิคะ รอไร มารยาในการเล่นตัวตอนนั้นไม่เหลือแล้ว รู้แค่ว่าอยากคุย ตอนนั้นก็ก็ดีนะคะ คุยกันทุกวันถึงแม้ว่าจะแปปเดี๋ยว แต่ก็มีความสุข
งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกลา หลังจากที่เขาได้พบดิฉันตัวเป็นๆ ทุกอย่างก็พังทลาย บทสนทนาของเราเริ่มสั้นลง สั้นลง จนเหลือแค่ อืม อื้อ 555+ ถ้าจะแสดงอาการขนาดนี้ ไม่ว่าใครก็คงเดาได้แหละค่ะ นกรอบสองไงคะ พี่น้อง โอ๊ยยยยย แต่คนนี้ไม่เสียใจเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะภูมิต้านทานที่มีมันแข็งแกร่งขึ้น เห็นดังนี้ดิฉันจึงตัดสินใจว่าจะพักเรื่องรัก เปลี่ยนไปภักดีต่อเรื่องเรียนแทน...
แต่เหมือนฟ้าจะไม่เป็นใจ อยู่ๆรุ่นน้องที่เรียนพิเศษด้วยกัน ก็มาบอกชอบซะงั้น ไอ้เราก็แอบมีใจ เพราะด้วยความสนิทกัน รวมกับอยากมีผู้จนตัวสั่น ตัดสินใจตอบตกลงไปอย่างทันที บอกแล้วว่าถ้าผอมแล้วจะดูดี เหอะๆๆ ไม่เสียแรงที่ตั้งใจลด ขนาดตอนนั้นขึ้นมาเป็น 65 กิโลแล้วนะ
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด พอได้ลองคบ ความสนิทที่เคยมีก็ลดลง จากพี่น้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรู้ใจ ไม่ใช่เขาที่เปลี่ยน แต่เป็นดิฉันเองที่เปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะดิฉันเป็นคนติดเพื่อน รักอิสระ และไม่เคยมีแฟนมาก่อน ต่างจากเขาที่ผ่านอะไรมาอย่างโชกโชน (เวอร์ไปอีกกู)
ในตอนนั้นที่สัมผัสได้คือเขิน เขินมาก แล้วก็อายเพื่อนด้วย เช่น ดิฉันติดเพื่อนมาก หลังเลิกเรียนก็จะเดินกับกลุ่มเพื่อน แต่เขามารอและเดินถือกระเป๋าตามให้อยู่ห่างๆ ตอนนั้นโดนเพื่อนด่าเลยค่ะ หาว่าปล่อยให้แฟนอยู่คนเดียว อีกหนึ่งเหตุการณ์คือ ดิฉันเป็นคนปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ และความรู้สึกช้า ตอนนั้นเรียนวิชาเกษตร คือ ต้องขุดดินเตรียมทำแปลงผักหลังเลิกเรียน เขาก็มาหานะคะ มาบอกว่าจะไปแข่งบาสอะไรแบบนี้ ดิฉันก็มั่วแต่สนใจกับแปลงผักที่แข็งดุจหิน ดินที่แตกระแหง กำลังคิดวิธีฟื้นฟูแปลงผักก็กลุ่มตัวเองอยู่ สิ่งที่เขาพูดมาเลยผ่านหูเลยไป (สมัยนั้นรักเรียนหวงเกรดมาก) สุดท้ายพอดิฉันไม่ตอบสนอง เขาจึงตัดสินใจ ลงมือขุดแปลงผักให้ ตอนนั้นรู้สึกเขินมากเพราะตั้งแต่เกิดมาโดนให้ทำหน้าที่ทุกอย่างที่ผู้ชายทำ ไม่เคยมีลิงตัวไหนมาช่วย อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ที่ดูห้าว มาดแมน จนบางคนที่ไม่สนิทก็คิดว่าดิฉันนั้นคือทอมที่ไว้ผมยาว ช่วยขุดจนอีก 10 นาทีจะต้องเริ่มแข่ง เขาก็เดินจากไปด้วยความผิดหวัง เพราะว่าดิฉันก็ยังคงสนใจแปลงผักที่เป็นตัวกำหนดอนาคตของเกรดมากกว่าเขา แต่พอดิฉันรู้ตัวคือเขาก็เดินไปไกลแล้ว เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหาแทน แบบ sms ส่งไปทั้ง 2 เบอร์ (สมัยนั้นฮิต 2 ซิม) แต่สุดท้ายเขาก็ส่ง sms กลับมาแต่มันไม่ใช่เบอร์ที่ส่งไปหาเขา รู้เรื่องเลย เดาออกเลยจ้ะ ว่ามาแนวไหน งอนสิคะ อ่านถึงตอนนี้อย่าเพิ่งด่านะคะ ยังมีที่มากกว่านี้อีก พอเราคบกัน เรากลับคุยกันนอนลง จากที่คุยกันทุกวันบน msn กลับเป็นดิฉันเองที่ไม่คุย เวลาโดนตัวเขาแล้วแบบเขินหน้าแดง จนต้องขยับนี้ อยากจะบอกว่าไม่ได้รังเกียจหรือถือตัวนะ แต่คือเขินอยู่โว้ยยยยย ด้วยความปากแข็งเลยไม่ได้อธิบายไป สุดท้ายไม่ไหว ตัดสินใจบอกเลิก ในช่วงคืนก่อนวันสอบปลายภาค เลวไม่ไหมหล่ะคะ ยัง ยังมีอีก พอเลิกลากันไป ก็เป็นดิฉันเองที่หลบหน้า ในช่วงก่อนวันเกิด พอดีคาบเรียน เรียนห้องใกล้กัน เขาก็มาแซวว่า พรุ่งนี้วันเกิดใครนะ (วันเกิดดิฉันเองค่ะ) ด้วยความปากแข็ง+เล่นตัว เลยตีหน้านิ่งแล้วบอกว่าไม่รู้ สั้นๆ ง่ายๆ เดินเชิดเข้าห้องเรียนตัวเองสวยๆ (ตอนนั้นมั่นหน้ามาก) พอถึงวันเกิด ดิฉันรู้เลยว่าเขาต้องซื้อของขวัญมาให้แน่ๆ เขารอดิฉันอยู่หน้าโรงเรียน รอ รอ และรอ แต่ดิฉันก็ไม่ออกไป เพราะรู้ พอดีก็เป็นช่วงเรียนเสริมช่วงเย็นพอดี ช่วงพักเบรคปกติต้องไปซื้อของกิน แต่ดิฉันเลือกที่จะนั่งเล่นอยู่ที่ห้อง จนสุดท้าย เพื่อนต้องเป็นคนเอาของขวัญมาให้ มันเป็นแมวมารีตัวสูงประมาณ 1 ไม้บรรทัดกว่าๆได้ ห่อด้วยถุงใส่ตุ๊กตาสีชมพู น่ารักสดใส ดิฉันยิ้มนะคะและดีใจมากที่ได้ของขวัญ
เช้าวันต่อมาเขาเจอดิฉันพร้อมกับเดินยิ้มแฉ่งเดินเข้ามา เพื่อถามว่าชอบของขวัญที่ให้ไหม ? ในใจตอบว่า "ชอบมากเลยหล่ะ มันแพงนะ ซื้อมาทำไม เกรงใจ" "กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ" แต่ปากกลับพูดไปว่า "รู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ชอบสีชมพูด แล้วจะซื้อมาทำไม" บึ้มมมมมมม เลวครบรูปแบบ เพราะความปากไม่ตรงกับใจ เพราะความปากแข็ง เพราะความหยิ่ง เพราะความมั่นหน้า จบ อีโก้ในตัวได้พังทลาย ทำร้ายความรู้สึกของคนที่เขาแคร์เรามากที่สุด จากพี่สาวที่แสนดี พัฒนามาสู่คนรู้ใจ สุดท้ายจากไปกลายเป็น คนที่ไม่อยากจะรู้จักกัน
ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ กลับมาได้ไหม อยากที่จะเริ่มอะไรใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นเราก็แต่ยังไม่พร้อมที่จะคบใคร แค่ยังไม่เข้าใจของความรู้สึกของคนที่เขารักกัน เพราะความผิดในครั้งนั้น มันยังคงเป็นตราบาปในใจของเรา ที่ไม่กล้าที่จะเริ่มความสัมพันธ์กับใคร กลับมาเถอะนะ เธอบล็อคเฟสเราเพราะรำคาญที่เราตื้อเธอใช่ไหม เธอเกลียดเราเพราะเราได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บมากใช่ไหม หรือเพราะตอนนี้เราน่าเกลียดกว่าแต่ก่อน ถ้าในตอนนี้เธอยังไม่มีใคร กลับมาได้ใหม่ ยังรออยู่นะ...
ตอนแรกก็กะจะพิมพ์เล่าความนกของตัวเอง ไปๆมาๆ เป็นแบบนี้ไปแล้ว ด่าดิฉันได้นะ
ดิฉันไม่ใช่คนสวย ปัจจุบันก็ 80 กิโลนั้นหล่ะ
ขอบคุณที่อ่านยันจบนะคะ
คราวหลังพอปรับอารมณ์ได้แล้วจะเล่าให้ฟังอีกว่าไปนกอะไรมาอีกบ้าง แล้วท่านผู้อ่านจะพูดเลยว่า นี้มัน "พญานก" ของแท้
ใครๆก็เรียกดิฉันว่า "พญานก"
ตั้งไว้เพื่อจะมาดูพัฒนาการของตัวเองเท่านั้น ถ้าใครอยากจะมาดูก็ตามสบาย คล้ายๆจะเป็นการรีวิวสินค้าไปในตัว
เพราะจะลองทุกอย่าง ทุกวิธี เพื่อจะทำให้ตัวเราเองนั้นดูดีขึ้น อาจจะไม่ถูกหลักการ ถูกโภชนาการ ไม่ได้ให้ทำตาม แค่จะเล่าสู่กันฟังเฉยๆ
เรื่องมันเริ่มจากที่ดิฉันเป็นคนๆหนึ่งที่อ้วนมาก มาก มากกกกกก เกือบเหยียบ 90 กิโล เชียวนะ !!! แต่สูงเพียง 159 เซนติเมตร โอ้วแม่เจ้า !!
เคยพยายามลดละ เกือบจะสำเร็จครั้งหนึ่ง สาเหตุที่ทำได้นะเหรอ เหอะๆ...เพื่อผู้ชายไงหล่ะ ไอ้เราก็คิดว่าถ้าลดได้แล้วจะไปบอกชอบ แต่รู้อะไรไหมคะท่านผู้อ่าน อีกแค่ 5 กิโลก็จะถึงเป้าหมายแล้วแท้ๆ แต่ดั๊นนนน โดนตัดหน้าไปก่อน โน่นค่ะ ดันมีชะนีข้างกาย ไอ้เราเรอะก็เศร้าไง โถ่วววว อุตส่าลดมาได้เกือบ 20 กิโล (ตอนนั้นลดจาก 80 กว่าโล) สุดท้ายโดนงาบไปต่อหน้าต่อตา สะเทือนจิต แต่คิดๆไปเขาก็ไม่ได้ผิดหรอก เพราะดิฉันไม่เคยไปแสดงอาการว่าชอบเขาเลย(แบบชัดเจน) สรุป นกสิคะ !! แต่ก็อย่างว่าหล่ะค่ะ ใครๆเขาก็ว่ากัน ว่าดิฉันเป็นคนหน้าสวย ถ้าลดแล้วจะเป็นผู้หญิงที่ดูดีมากคนหนึ่ง (ไม่รู้พูดเพราะหลอกให้ลดหรือจากใจ 555 ) หลังจากอกหักได้ไม่นาน พอได้สติปุ๊ป ก็นึกขึ้นได้ว่าเรายังมีผู้ชาย(ที่แอบชอบ)อยู่ใน Collection อีกมากมาย ก็แหม !! ไม่มีกฎข้อไหนห้ามนี้คะ ว่าห้ามแอบชอบทีเดียวหลายๆคน (ชู้...ก็เป็นแค่ชู้ทางใจ ศาลอาญาแห่งไหน คงไม่ให้รับโทษเพิ่ม / ชู้ทางใจ-ธานินทร์ อินทรเทพ) จะช้าอยู่ทำไม รุกสิคะ ทั้งลุกขึ้นและรุกจีบ คราวนี้รีบเลย กลัวเป็นแบบคนก่อน บอกชอบเลย โถ่วว ให้มันรู้ว่าเธอไม่เอา แถมอยู่ในช่วงวาเลนไทน์พอดี เป๊ะ !! เข้าทางสิคะ ดอกกุหลาบพร้อมกับจดหมายเขียนความในใจ พร้อมทิ้งข้อมูลติดต่อ ไงละ เย็นวันนั้นการบ้านไม่แตะ หนังสือไม่หยิบ นั่งรอเวลาที่จะถึงคิวตัวเองได้ใช้คอม (พอดีที่บ้านสมัยนั้นมีเด็ก 4 คน แต่มีคอมเครื่องเดียว) ตึ๊งงงง แจ้งเตือนมาแล้ว อุต๊ะ !! เขาแอดมาเหวยยยยย ดิฉันนี้ดีใจแถมจะกรีดร้อง (?) อร๊ายยยย ตอนนั้นยังเล่นตัวอยู่ เดี๋ยวจะหาง่าย ผ่านไป 15 นาที ค่อยกดรับเพื่อน เพื่อ !!? ไหนๆก็รุกแล้ว เอาแบบ Full version เลยละกัน ทักไปสิคะ รอไร มารยาในการเล่นตัวตอนนั้นไม่เหลือแล้ว รู้แค่ว่าอยากคุย ตอนนั้นก็ก็ดีนะคะ คุยกันทุกวันถึงแม้ว่าจะแปปเดี๋ยว แต่ก็มีความสุข
งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกลา หลังจากที่เขาได้พบดิฉันตัวเป็นๆ ทุกอย่างก็พังทลาย บทสนทนาของเราเริ่มสั้นลง สั้นลง จนเหลือแค่ อืม อื้อ 555+ ถ้าจะแสดงอาการขนาดนี้ ไม่ว่าใครก็คงเดาได้แหละค่ะ นกรอบสองไงคะ พี่น้อง โอ๊ยยยยย แต่คนนี้ไม่เสียใจเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะภูมิต้านทานที่มีมันแข็งแกร่งขึ้น เห็นดังนี้ดิฉันจึงตัดสินใจว่าจะพักเรื่องรัก เปลี่ยนไปภักดีต่อเรื่องเรียนแทน...
แต่เหมือนฟ้าจะไม่เป็นใจ อยู่ๆรุ่นน้องที่เรียนพิเศษด้วยกัน ก็มาบอกชอบซะงั้น ไอ้เราก็แอบมีใจ เพราะด้วยความสนิทกัน รวมกับอยากมีผู้จนตัวสั่น ตัดสินใจตอบตกลงไปอย่างทันที บอกแล้วว่าถ้าผอมแล้วจะดูดี เหอะๆๆ ไม่เสียแรงที่ตั้งใจลด ขนาดตอนนั้นขึ้นมาเป็น 65 กิโลแล้วนะ
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด พอได้ลองคบ ความสนิทที่เคยมีก็ลดลง จากพี่น้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรู้ใจ ไม่ใช่เขาที่เปลี่ยน แต่เป็นดิฉันเองที่เปลี่ยนไป อาจจะเป็นเพราะดิฉันเป็นคนติดเพื่อน รักอิสระ และไม่เคยมีแฟนมาก่อน ต่างจากเขาที่ผ่านอะไรมาอย่างโชกโชน (เวอร์ไปอีกกู)
ในตอนนั้นที่สัมผัสได้คือเขิน เขินมาก แล้วก็อายเพื่อนด้วย เช่น ดิฉันติดเพื่อนมาก หลังเลิกเรียนก็จะเดินกับกลุ่มเพื่อน แต่เขามารอและเดินถือกระเป๋าตามให้อยู่ห่างๆ ตอนนั้นโดนเพื่อนด่าเลยค่ะ หาว่าปล่อยให้แฟนอยู่คนเดียว อีกหนึ่งเหตุการณ์คือ ดิฉันเป็นคนปากแข็ง ปากไม่ตรงกับใจ และความรู้สึกช้า ตอนนั้นเรียนวิชาเกษตร คือ ต้องขุดดินเตรียมทำแปลงผักหลังเลิกเรียน เขาก็มาหานะคะ มาบอกว่าจะไปแข่งบาสอะไรแบบนี้ ดิฉันก็มั่วแต่สนใจกับแปลงผักที่แข็งดุจหิน ดินที่แตกระแหง กำลังคิดวิธีฟื้นฟูแปลงผักก็กลุ่มตัวเองอยู่ สิ่งที่เขาพูดมาเลยผ่านหูเลยไป (สมัยนั้นรักเรียนหวงเกรดมาก) สุดท้ายพอดิฉันไม่ตอบสนอง เขาจึงตัดสินใจ ลงมือขุดแปลงผักให้ ตอนนั้นรู้สึกเขินมากเพราะตั้งแต่เกิดมาโดนให้ทำหน้าที่ทุกอย่างที่ผู้ชายทำ ไม่เคยมีลิงตัวไหนมาช่วย อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ที่ดูห้าว มาดแมน จนบางคนที่ไม่สนิทก็คิดว่าดิฉันนั้นคือทอมที่ไว้ผมยาว ช่วยขุดจนอีก 10 นาทีจะต้องเริ่มแข่ง เขาก็เดินจากไปด้วยความผิดหวัง เพราะว่าดิฉันก็ยังคงสนใจแปลงผักที่เป็นตัวกำหนดอนาคตของเกรดมากกว่าเขา แต่พอดิฉันรู้ตัวคือเขาก็เดินไปไกลแล้ว เลยตัดสินใจส่งข้อความไปหาแทน แบบ sms ส่งไปทั้ง 2 เบอร์ (สมัยนั้นฮิต 2 ซิม) แต่สุดท้ายเขาก็ส่ง sms กลับมาแต่มันไม่ใช่เบอร์ที่ส่งไปหาเขา รู้เรื่องเลย เดาออกเลยจ้ะ ว่ามาแนวไหน งอนสิคะ อ่านถึงตอนนี้อย่าเพิ่งด่านะคะ ยังมีที่มากกว่านี้อีก พอเราคบกัน เรากลับคุยกันนอนลง จากที่คุยกันทุกวันบน msn กลับเป็นดิฉันเองที่ไม่คุย เวลาโดนตัวเขาแล้วแบบเขินหน้าแดง จนต้องขยับนี้ อยากจะบอกว่าไม่ได้รังเกียจหรือถือตัวนะ แต่คือเขินอยู่โว้ยยยยย ด้วยความปากแข็งเลยไม่ได้อธิบายไป สุดท้ายไม่ไหว ตัดสินใจบอกเลิก ในช่วงคืนก่อนวันสอบปลายภาค เลวไม่ไหมหล่ะคะ ยัง ยังมีอีก พอเลิกลากันไป ก็เป็นดิฉันเองที่หลบหน้า ในช่วงก่อนวันเกิด พอดีคาบเรียน เรียนห้องใกล้กัน เขาก็มาแซวว่า พรุ่งนี้วันเกิดใครนะ (วันเกิดดิฉันเองค่ะ) ด้วยความปากแข็ง+เล่นตัว เลยตีหน้านิ่งแล้วบอกว่าไม่รู้ สั้นๆ ง่ายๆ เดินเชิดเข้าห้องเรียนตัวเองสวยๆ (ตอนนั้นมั่นหน้ามาก) พอถึงวันเกิด ดิฉันรู้เลยว่าเขาต้องซื้อของขวัญมาให้แน่ๆ เขารอดิฉันอยู่หน้าโรงเรียน รอ รอ และรอ แต่ดิฉันก็ไม่ออกไป เพราะรู้ พอดีก็เป็นช่วงเรียนเสริมช่วงเย็นพอดี ช่วงพักเบรคปกติต้องไปซื้อของกิน แต่ดิฉันเลือกที่จะนั่งเล่นอยู่ที่ห้อง จนสุดท้าย เพื่อนต้องเป็นคนเอาของขวัญมาให้ มันเป็นแมวมารีตัวสูงประมาณ 1 ไม้บรรทัดกว่าๆได้ ห่อด้วยถุงใส่ตุ๊กตาสีชมพู น่ารักสดใส ดิฉันยิ้มนะคะและดีใจมากที่ได้ของขวัญ
เช้าวันต่อมาเขาเจอดิฉันพร้อมกับเดินยิ้มแฉ่งเดินเข้ามา เพื่อถามว่าชอบของขวัญที่ให้ไหม ? ในใจตอบว่า "ชอบมากเลยหล่ะ มันแพงนะ ซื้อมาทำไม เกรงใจ" "กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ" แต่ปากกลับพูดไปว่า "รู้ใช่ไหมว่าพี่ไม่ชอบสีชมพูด แล้วจะซื้อมาทำไม" บึ้มมมมมมม เลวครบรูปแบบ เพราะความปากไม่ตรงกับใจ เพราะความปากแข็ง เพราะความหยิ่ง เพราะความมั่นหน้า จบ อีโก้ในตัวได้พังทลาย ทำร้ายความรู้สึกของคนที่เขาแคร์เรามากที่สุด จากพี่สาวที่แสนดี พัฒนามาสู่คนรู้ใจ สุดท้ายจากไปกลายเป็น คนที่ไม่อยากจะรู้จักกัน
ขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ กลับมาได้ไหม อยากที่จะเริ่มอะไรใหม่อีกครั้ง ตอนนั้นเราก็แต่ยังไม่พร้อมที่จะคบใคร แค่ยังไม่เข้าใจของความรู้สึกของคนที่เขารักกัน เพราะความผิดในครั้งนั้น มันยังคงเป็นตราบาปในใจของเรา ที่ไม่กล้าที่จะเริ่มความสัมพันธ์กับใคร กลับมาเถอะนะ เธอบล็อคเฟสเราเพราะรำคาญที่เราตื้อเธอใช่ไหม เธอเกลียดเราเพราะเราได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บมากใช่ไหม หรือเพราะตอนนี้เราน่าเกลียดกว่าแต่ก่อน ถ้าในตอนนี้เธอยังไม่มีใคร กลับมาได้ใหม่ ยังรออยู่นะ...
ตอนแรกก็กะจะพิมพ์เล่าความนกของตัวเอง ไปๆมาๆ เป็นแบบนี้ไปแล้ว ด่าดิฉันได้นะ
ดิฉันไม่ใช่คนสวย ปัจจุบันก็ 80 กิโลนั้นหล่ะ
ขอบคุณที่อ่านยันจบนะคะ
คราวหลังพอปรับอารมณ์ได้แล้วจะเล่าให้ฟังอีกว่าไปนกอะไรมาอีกบ้าง แล้วท่านผู้อ่านจะพูดเลยว่า นี้มัน "พญานก" ของแท้