รักข้างเดียว : ความทรงจำที่สวยงาม

สวัสดีค่ะชาว Pantip ทุกคน ขอเกริ่นก่อนเลยว่านี่เป็นการตั้งกระทู้ใน Pantip ครั้งแรกเลยค่ะ (สมัครสมาชิกครั้งแรกเลยด้วย) ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ (แล้วก็ขออนุญาตลงในกระทู้ตั้งคำถามแทนนะคะ เพราะถ้าลงกระทู้ปกติ ต้องใช้บัตรประชาชน เราไม่สะดวกเท่าไหร่) ^^

ขอแนะนำตัวก่อนเลยเนอะ เราขอแทนตัวเองว่า อัน นะคะ อายุไม่ขอบอก บอกแค่ว่าเข้าสู่วัยทำงานแล้วค่ะ (คงเดาได้ไม่ยาก 55555) หลังจากที่สิงเป็นผู้อ่านอยู่ในนี้ ได้อ่านเรื่องราวความรักของทุกคนใน Pantip มาหลายเรื่องแล้ว ก็มีไฟอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ความรักของตัวเองบ้าง แต่ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่าเป็นความรักแบบรักเขาข้างเดียวตามชื่อกระทู้นั่นแหละค่ะ ถึงฟังดูแล้วจะดูเศร้าๆ แต่ก็ถือว่าเป็นรักข้างเดียวที่ดีที่สุดที่เคยมีมาสำหรับเราเลยค่ะ ขอย้ำว่าเป็นประสบการณ์จริงๆของเราเองค่ะ ไม่โมเมเองแน่นอน ^^

อันขอเล่าเป็นทีละ moment เป็นตอนๆละกันเนอะ (ง่ายๆคือบางเรื่องก็จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ ออกแนวลืมแล้วนั่นเอง ถถถถถถ 555555)

Moment #1 หวั่นไหวแรกพบ

รักครั้งนี้มันเริ่มขึ้นเมื่อตอนอันเข้าเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เฟรชชี่สดๆร้อนๆเลยค่ะตอนนั้น เราเลือกเข้าเรียนคณะศิลปศาสตร์ค่ะ แน่นอนว่าเป็นน้องใหม่ก็ตอนเจอการรับน้อง แต่เราไม่ใช่รุ่นน้องสายเขิน เราสายกล้าเลยค่ะ (ออกแนวฉันต้องด้านไว้ก่อน 55555) คือกิจกรรมก็จะคล้ายๆกับการรับน้องของมออื่นๆล่ะค่ะ พี่ๆก็ให้น้องทำตามคำสั่งเพื่อล่าลายเซ็นของพี่ๆในคณะให้ครบตามกำหนด แบบให้ไปด่ารุ่นพี่คนอื่น (เราโดนค่ะข้อนี้ อายน่ะอาย แต่ก็ต้องทำเพื่อลายเซ็นรุ่นพี่ 55555) ให้ไปยืนบ่นกับประตูฟุตบอล แล้วก็มีให้บูม ให้เต้นอะไรแบบนี้ แล้วเราคือเป็นสายกล้าในเรื่องกิจกรรมแบบนี้อ่ะค่ะ เพราะเหมือนถูกฝังชิบอะไรมาก็ไม่รู้ว่าถ้าทำไม่เต็มที่เจอหนักกว่านี้แน่ๆ และอีกอย่างคือพี่ๆก็ให้เต้นจนกว่าจะถูกใจพี่ๆเขาน่ะแหละ คนที่ทำได้ก็จะได้พัก ก็เลยจัดเต็มเต้นไก่ย่างแบบมันสุดเหวี่ยงลืมตายเลยค่ะ ผลก็คือนังอันรอดคนแรกเลยค่ะทุกคนนนน ลงมาข้างล่างดูเพื่อนๆในคณะเต้นบนแสตนด์ต่ออย่างสบายใจ 555555 กิจกรรมรับน้องก็จะมีช่วงหลังเลิกเรียนเกือบทุกวันในช่วงเปิดเทอมแรกๆเลยค่ะ ก็เลยเข้ากิจกรรมเรื่อยๆ มีอะไรมาก็ทำหมดอ่ะค่ะ เป็นเฟรชชี่ที่ดี 55555

พล่ามออกทะเลไปเยอะแล้ว ขออภัยด้วยค่ะ 5555555 ทีนี้มาถึงวันปฐมนิเทศอย่างเป็นทางการ ก็มีพิธีหลายๆอย่าง เล่าประวัติของมหาวิทยาลัยอะไรแบบนี้ ข้ามๆไปดีกว่า พอเลิกงานปฐมนิเทศ อันกับเพื่อนๆ (ได้เพื่อนในสาขาแล้วค่ะ เพื่อนสนิทก็มีมิ้นต์ แอน แล้วก็เบลลี่) ก็เลยมานั่งอยู่ตรงหน้าหอประชุมเผื่อพี่ๆจะชี้แจงอะไรเกี่ยวกับรับน้องอีก ระหว่างนี้ก็เลยคุยกันเรื่องตอนกลับบ้านค่ะว่าใครกลับอะไรยังไงบ้าง

แอน: อันกลับยังไงอ่ะเย็นนี้
อัน: นั่งรถเมล์กลับบ้านอ่ะ เราไม่ได้อยู่หอ พอดีบ้านอยู่ใกล้มอ (จริงๆก็ไม่ใกล้ไม่ไกลมาก นั่งรถสองแถวหน้ามอ มาต่อรถเมล์แล้วก็ต่อพี่วินเข้าบ้านอีกที)
เบลลี่: น่าจะอยู่หอเหมือนเรากับมิ้นต์นะอัน จะได้มานั่งเม้าท์หลังเลิกเรียนกันไง
อัน: บ้านอยู่แค่นี้เอง จะอยู่หอทำไมเบลลี่ มาเรียนเดี๋ยวก็ได้เม้าท์กันอีก 55555

ขณะเดียวกันก็ได้ยินพวกผู้ชายในสาขาคุยเรื่องนี้เหมือนเราอยู่กลุ่มข้างๆกันค่ะ แล้วก็มีเสียงผู้ชายคนหนึ่งหันมาถามกลุ่มเรา

... : นี่ๆ กลุ่มนี้มีใครกลับรถเมล์บ้าง เรากลับรถเมล์สาย...อ่ะ มีใครกลับทางเดียวกันมั้ย
อัน: เราๆ
... : งั้นกลับด้วยกันนะ

เราก็พยักหน้ารับ เย้ มีเพื่อนกลับบ้านทางเดียวกันแล้ว แล้วก็มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ขึ้นรถสายเดียวกันกลับด้วยก็รวมเป็นสามคน เราขอแทนว่า แจม นะ พอดีพี่ๆในสาขาก็มาชี้แจงเรื่องซ้อมรับน้องนิดหน่อยก็ปล่อยกลับบ้าน เราก็เลยได้กลับกับแจมแล้วก็เพื่อนผู้ชายในสาขาคนนั้น เราขอแทนว่า เอ นะคะ เรา เอ และ แจมก็เลยพากันเดินออกไปรอรถสองแถวหน้ามอกัน ระหว่างนี้ก็เลยได้ทำความรู้จักกันนิดหน่อย แจมเป็นเด็กปริมณฑลเหมือนเราค่ะ บ้านก็อยู่ใกล้ๆกัน แต่ลงป้ายก่อนหน้าเราประมาณ 3-4 ป้าย แจมเป็นคนตัวเล็กค่ะ น่ารักดี คุยสนุก ส่วน เอ เป็นเด็กต่างจังหวัดค่ะ จบม.ปลายก็เข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพฯ แล้วก็มาอยู่กับน้าแถวๆปริมณฑล ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเราออกไปอีก ก็คุยๆกันไปสักพัก เราก็เริ่มรู้สึกแบบผู้ชายคนนี้ก็คุยสนุก ดูสบายๆชิวๆดี (เราไม่เน้นที่หน้าตาค่ะ เราดูที่นิสัยใจคอมากกว่า)

นอกจากนี้เอก็ยังเป็นคนมีน้ำใจด้วยค่ะ ตลอดเวลาที่นั่งรถสองแถวหรือตอนขึ้นรถเมล์ เอจะลุกให้คนอื่นนั่งตลอด ถึงมันดูเป็นเรื่องปกติแต่เรากลับรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูกอ่ะ มันแว่บเข้ามาในหัวแบบเราเองก็ยังงงๆอยู่เลย แต่ที่แน่ๆเรารู้สึกดีจริงๆ เผลอแป๊บเดียวเราก็เผลอมองเอไปหลายรอบเลย แต่เหมือนเขาจะรู้ว่าเรามอง ก็เลยได้ประสานตากันบ่อยๆ เขาก็ยิ้มให้เรา เราก็ยิ้มกลับไป แบบเป็น moment ที่ดูติงต๊องดูฮาอ่ะ 55555 แต่ก็แอบฟินเหมือนกันนะ ^^ พอเราใกล้จะลงป้ายบ้านเรา (แจมลงไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ) เอก็หันมาโบกมือลากับเรา เราก็โบกมือกลับไป ส่งสัญญาณกันประมาณว่าพรุ่งนี้เจอกันนะอะไรแบบนี้ พิมพ์ไปยังขำไป ทำไปได้ 555555

ตอนนั้นเราก็ยังไม่แน่ใจความรู้สึกของเรานะว่าถึงขั้นชอบหรือยัง แต่ก็นั่นแหละจุดเริ่มต้นที่เราเริ่มสนใจในตัวเอ ก็คงจะปลื้มๆนะตอนแรก แต่ตอนต่อไปนี่แหละที่เริ่มรู้ใจตัวเอง ทำเอาเราแทบเป็นบ้าเลยช่วงนั้น 555555

โปรดติดตามตอนต่อไป 555555

ตอนต่อไป moment #2 อยากรู้ก็ต้องสืบ!

(สั้นไปหน่อยเนอะ ขออภัยอีกครั้งนะคะ แหะๆ เราจะมาต่อให้ถ้ามีคนอยากอ่านเยอะนะคะ มาอ่านกันเยอะๆนะคะเราจะได้ต่อให้ เราพร้อมต่อเสมอ ไม่ได้เรียกเรตติ้งแต่อย่างใด แต่ขอดูคนอ่านสักนิด ถ้ามีต่อแน่นอนค่ะ ^^)

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่