สวัสดีทุกๆท่านครับ
ก่อนอื่น ขออภัยทั้งท่านเจ้าของเรื่องและท่านที่รอคอยเรื่องใหม่ ผมป่วยเป็นไข้ไปหลายวัน เลยต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ ชั่วคราว แต่วันนี้พอมีเรี่ยวแรง ไม่เวียนหัว ก็เลยมาตั้งกระทู้
เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับการอุ่นเครื่อง นะครับผม
ดินแดนใหม่
เปาะ แปะ เปาะ แปะ...
ห่าฝนที่กระหน่ำลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำซาเม็ดไปแล้ว แต่อากาศรอบกายยังคงโอบอุ้มความชื้นเอาไว้จนเต็มปริ่ม
เสียงเปาะแปะที่ได้ยินคล้ายเสียงปรบมือของเหล่าผู้ชมที่กำลังแสดงความปีติอย่างเหลือล้นต่อมหรสพยิ่งใหญ่ที่กำลังจะปิดม่านลงในไม่ช้า
ผมพยายามคิดหาวิธีต่างๆนานา รีดเร้นพลังงานจากทุกเซลล์สมอง ใช้แม้กระทั่งสัญชาติญาณที่ผมเคยมั่นใจมาตลอดชีวิตว่ามันจะทำให้ผมรอดพ้นวิกฤตินี้ไปได้
แต่สถานการณ์ในขณะนี้มันแย่ยิ่งกว่านั้นมาก นี่ผมจะทำอย่างไรดีถึงจะรอดพ้นค่ำคืนอันเลวร้ายนี้ไปได้
ไม่เคยคิดเลยว่าการประเมินที่ผิดพลาดของผมจะทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะความประมาทและมั่นใจในตัวเองมากเกินไปนี่ล่ะที่ส่งให้ผมและลูกทีมในสังกัดต้องอยู่ในสภาพนี้
......................................
หน่วยข่าวกรองรายงานถึงการมีอยู่ของดินแดนใหม่ เป็นสถานที่ๆ ยังไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไป ที่นั่นเต็มไปด้วยแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และนั่นทำให้ผมและลูกทีมอีกจำนวนหนึ่งต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยความหวังเพียงว่ามันจะทำให้พวกเราที่เหลืออยู่หลุดพ้นออกจากสภาพที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้
ดินแดนที่พวกเราใช้อาศัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมันตายไปแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด แต่ตอนนี้มันรกร้างไร้ผู้คนอาศัย แหล่งน้ำแหล่งอาหารลดน้อยลงไป ความอดอยากข้นแค้นคืบคลานเข้ามามากขึ้นทุกวัน
มันเป็นค่ำคืนที่สายฟ้าแปลบปลาบไปทั่วผืนฟ้า เมฆแดงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว พวกเราเคลื่อนกายอย่างเงียบเชียบผ่านทางอุโมงค์ใต้ดินไปจนถึงจุดหมาย
เปรี้ยง...งงง ครืน...นนน
เสียงสายฟ้าฟาดตามมาด้วยเสียงโอดครวญ พวกเรารออย่างสงบนิ่งเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม สายตาจับจ้องสอดส่องอย่างระแวดระวัง เฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเกิดขึ้น
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่นั่นกลับทำให้ใจของสมาชิกในทีมเป็นตรงข้าม พวกเขาต่างหันมามองทางผมเป็นสายตาเดียวกันเพื่อเร่งเร้าให้ออกคำสั่งเพื่อจัดการภารกิจนี้ให้เสร็จเสียที
เปาะ แปะ เปาะ แปะ ซ่า...
เม็ดฝนไม่กี่เม็ดที่หยดลงมาบนพื้นโลกนำพาฝนห่าใหญ่ตามติดลงมาไม่ขาดสาย วันนี้ดูเหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจให้กับพวกเรา สายฝนทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเกียจคร้าน มันทำให้โลกนี้เหมือนหยุดนิ่งไปกับช่วงเวลาแห่งความฝัน
แต่ผมยังนิ่งเฉย ผมใจเย็นพอที่จะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรลงไปตอนนี้ สัญชาติญาณบอกให้ผมรอต่อไปจนกว่าจะถึงจังหวะที่เหมาะสม
เสียงสายฝนเทกระหน่ำยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะซาเม็ดลงไป ผมมองไปรอบๆ กายที่รายล้อมไปด้วยความมืด ความมืดนั้นน่ากลัว สิ่งไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นจากที่ใดก็ได้ในความมืดมิดโดยที่เราไม่อาจรับรู้ได้ อาจเดินไปติดกับดัก อาจมีศัตรูดักซุ่มอยู่ด้านหลัง หรืออาจจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ถึงแม้มันจะน่ากลัวถึงขนาดนั้น หากแต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหลายๆ ครั้งมันกลับช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายไปได้ บางทีสิ่งที่เราคิดว่าน่ากลัวที่สุดก็กลับเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา
ผมคิดเช่นนั้น
เสียงแปลกปลอมในสายฝนเงียบหายไปครู่ใหญ่ ผมยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะให้สัญญาณลูกทีมว่าถึงเวลาออกปฏิบัติการในค่ำคืนนี้แล้ว พวกเราเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบและระแวดระวังเข้าไปยังดินแดนตรงหน้าทันที
มันเป็นสถานที่ๆ ดูแปลกตาแห่งหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปมา มีสิ่งของหลายอย่างที่ผมและลูกทีมไม่เคยเห็น เส้นทางก็ดูจะซับซ้อนวกวนกว่าที่คิด
ถึงแม้เราจะมีระบบนำทางที่ใช้สำหรับการสำรวจที่ดีเยี่ยมและเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เพราะความที่เราไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นจึงทำให้การสำรวจดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
ผมออกคำสั่งให้ทุกย่างก้าวและทุกการกระทำเป็นไปด้วยความระแวดระวังอย่างเคร่งครัด ย้ำเตือนในทุกโอกาสที่จะสามารถทำได้ว่าสถานการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
และหลังจากที่ทำการสำรวจมาเป็นระยะเวลานาน เราก็ทำสำเร็จ เป็นไปตามที่หน่วยข่าวกรองบอก น้ำและอาหารจำนวนมากอยู่ต่อหน้าพวกเรา
เหมือนกับความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดถูกลบออกไป พวกเราหัวเราะให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะแยกย้ายกันออกไปดื่มกินอิ่มหนำกันอย่างเต็มที่
ตอนนี้รูปขบวนเสียไปหมดแล้ว แต่เอาเถอะ ถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนภารกิจ ผมมองลูกทีมที่กำลังดีใจก่อนที่จะยิ้มออกมา ในหัวคิดถึงเรื่องการนำเสบียงบางส่วนกลับไป และรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
และหลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็จะย้ายมายังดินแดนใหม่แห่งนี้
เพียงเท่านี้ อีกอึดใจเดียวเท่านั้นที่ภารกิจของพวกเราจะจบสิ้นลงสำหรับค่ำคืนอันยาวนานนี้
ลูกทีมและผมยังคงแยกย้ายกันเก็บกวาดอาหารลงกระเพาะ ผมมองไปทางนั้นทีทางนี้ที สัญชาติญาณบอกผมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น รูปการขณะนี้มันดูแปลกออกไป
ทั้งหมดกำลังแตกวงห่างกันออกไปมากขึ้น นั่นทำให้ยากต่อการออกคำสั่งและจัดรูปขบวน และมันคือความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด
“อ๊าก...กกก”
ก่อนที่ผมจะได้ทันทำหรือพูดอะไร เสียงของลูกทีมก็ดังขึ้น ผมตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นที่ทุกอย่างเกิดขึ้น
ใช่ มันเกิดจากการที่ผมอนุญาตให้มีการหย่อนวินัย คลายความเคร่งครัดลง และที่สำคัญการตัดสินใจที่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อสักครู่ของผมส่งผลให้ลูกหมู่ห้านายต้องโดนกับดักของศัตรูตรึงไว้
ผมรู้จักกับดักชนิดนี้ดี มันเป็นกับดักอันตรายที่ไม่เคยมีพวกเรารอดมาได้หากเข้าไปติดมันแล้ว
บ้าเอ๊ย พวกมันมาที่นี่ก่อนเราแล้ว และมันก็รู้ว่าเรากำลังจะมา จะทำยังไงดี จะเอายังไง คิดสิ คิดให้ออก
ผมพยายามเค้นสมองหาทางออกที่ดีที่สุด เสียงฝีเท้าก้าวหนักๆ ดังสม่ำเสมอมาแต่ไกล มันค่อยๆ ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ใจผมเต้นระรัว แล้วในที่สุดร่างทั้งร่างของมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สุดจินตนาการที่มีรูปร่างพิลึกพิลั่นและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
เสี้ยววินาทีที่ผมหยุดชะงักเมื่อได้เห็นแววตาเกรี้ยวกราดนั้นก็ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไปเสียแล้ว ทันทีที่ผมออกคำสั่งให้กระจายกำลังกันหนีก็พอดีกับที่อาวุธขนาดมหึมาในมือของมันถูกเหวี่ยงลงมาที่ตัว
ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาติญาณอันว่องไว แต่ทว่ามันก็ยังไม่เร็วพอที่จะทำให้ผมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
การโจมตีเมื่อสักครู่ทำให้ขาของผมหัก นี่มันยิ่งกว่าเลวร้ายเสียอีกในสถานการณ์ที่เป็นตายเท่ากันแบบนี้ ผมจะหนีรอดไปได้อย่างไรหากความคล่องตัวที่ผมมีหายไป
บ้าเอ๊ย แค่ภายในหนึ่งคืนผมตัดสินใจพลาดถึงสองครั้งติดต่อกัน
เสียงกุกกักดังขึ้นตรงนั้นทีตรงนี้ที มันกำลังควานหาตัวพวกเราอย่างบ้าคลั่ง ผมมองการกระทำของมันและพยายามทำตัวให้นิ่งกลมกลืนไปกับความมืดมากที่สุด
และ
“อ๊าก...กกก”
เสียงลูกทีมของผมดังขึ้นหลังจากอาวุธในมือของเจ้ายักษ์ใหญ่ถูกหวดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ผมกำลังเสียลูกทีมที่เหลือไปทีละนาย
ผมจะทำยังไงดี ขนาดที่ใหญ่โตเกินไปของมันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ไม่ว่าอาวุธอะไรของเราก็ไม่ระคายผิวของมัน ไม่ว่าเราจะใช้แผนอะไรก็ไม่อาจเล็ดรอดจากสายตาที่อยู่สูงขึ้นไปของมัน
แต่กลับกัน อาวุธสุดแสนจะธรรมดาในมือของมันกลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายร้ายแรงสำหรับเรา เพียงโดนเจ้านั่นฟาดจังๆ แค่ครั้งเดียวพวกเราก็ไม่รอดแล้ว
ผมสำรวจสภาพของตัวเองอีกครั้ง ระบบนำทางเสียหาย ขาหักหนึ่งข้าง เลือดจากแผลหยุดไหลแล้วแต่สภาพร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก การที่จะติดต่อกับลูกทีมที่เหลือเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
พวกมันยังคงค้นหาพวกเราไม่เลิกรา ผมไม่มีแรงเหลือจะหลบหนี ผมอาจเสียเลือดมากเกินไป ลมหายใจหนักหน่วงหอบถี่ สายตาเริ่มพร่ามัว รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่ผมต้องการพักผ่อน
......................................
แปะ แปะ แปะ...
เสียงปรบมือเซ็งแซ่รอบกายทำให้ผมหลุดจากภวังค์ ผู้บัญชาการทุกคนยืนรายล้อมอยู่ทั่วห้อง ลูกทีมทั้งเก้านายยืนอยู่ด้านหลัง ทั้งหมดต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มยินดี
“เยี่ยม เยี่ยมมาก คุณไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ ข้อมูลทั้งหมดและสิ่งที่คุณนำมันกลับมาสามารถการันตีว่าประชาชนในอาณาจักรของเราจะอยู่รอดไปได้อีกนานแสนนาน”
ผมมองไปยังจุดที่หนึ่งในผู้บัญชาการผายมือออกไป อาหารมากมายกองอยู่ที่นั่น หันกลับไปมองยังลูกทีมอีกครั้ง ทุกนายพยักหน้าและยิ้ม สำรวจร่างกายตัวเองพบว่าไม่มีแม้รอยขีดข่วน
สรุปว่าพวกเราทำสำเร็จ ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แล้วสถานการณ์ยากลำบากเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาล่ะ เรื่องที่พวกเราถูกจัดการไปทีละนายแล้วก็เรื่องที่ผมอยู่ในสถานะจนตรอกถึงที่สุด
รู้สึกเหมือนกำลังสับสนอะไรบางอย่าง ผมไม่แน่ใจกับเรื่องราวใดๆ เลย ไม่แน่ใจว่าอะไรจริงอะไรเท็จกันแน่
หนึ่งในลูกทีมเดินมาตบไหล่ผมก่อนจะยิ้ม ผมจับมือเขาก่อนจะยิ้มตาม จริงสิ ช่างมันเถอะ เราทำสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“เอาล่ะ พวกเราปรบมือแสดงความยินดี และชื่นชมในความกล้าหาญกันหน่อย”
ผมก้าวออกไปหนึ่งก้าวจากกลุ่ม ยืนยิ้มท่ามกลางเสียงปรบมือและสายตาชื่นชมจากทุกผู้ที่อยู่ที่นั่น
......................................
เปาะ แปะ เปาะ แปะ...
ผมลืมตาตื่น ฝันไปหรือนี่ ฝนกำลังจะหยุดตก นานขนาดไหนแล้วที่เราซ่อนตัวอยู่ที่นี่ คนที่อยู่ทัพหลังจะรู้เรื่องนี้และส่งกำลังเสริมมาช่วยพวกเรารึเปล่านะ
การหลับพักผ่อนเมื่อสักครู่ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมองไม่เห็นทางรอด ขาที่หักเริ่มปวดหนักขึ้นจนยากที่จะขยับ มันคงหายชาแล้ว
เสียงกุกกักค้นหาของเจ้ายักษ์คู่อริตลอดกาลของพวกเรายังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงลูกทีมของผมแล้ว พวกเขาที่เหลืออาจจะหลบหนีไปได้ในขณะที่ผมกำลับหลับ
หรือไม่ก็ถูกจัดการไปหมดแล้ว
แปลกจริง ทำไมจู่ๆ สายตาผมถึงรู้สึกผิดปกติ ทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่มันยังมองเห็นได้ดีอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้มันกลับไปพร่ามัวอีกแล้ว
เอ๊ะ กลิ่นนี้ มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยดี นี่มันกำลังใช้วิธีสุดท้ายที่พวกมันถนัด กลิ่นของอาวุธเคมี อาวุธร้ายแรงที่สุดของพวกมัน
แม้พวกมันจะดูงุ่มง่ามและมีร่างกายใหญ่โต แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าพวกมันไม่ได้ดูโง่เหมือนกับที่ร่างกายมันแสดงออกมา พวกมันมีสติปัญหาและสามารถสร้างอาวุธได้หลากหลายชนิดเพื่อมาต่อกรประหัตประหารกับพวกเรา
แย่แน่ๆ ไม่สามารถซ่อนตัวตรงนี้ได้อีกแล้ว ขืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปผมคงไม่รอด ต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ประสาทสัมผัสทั้งหมดของผมจะถูกทำลาย
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
(มีต่อครับ)
🌙⭐️🌟 อุ่นเครื่อง "ถุงมือนักเขียน" เรื่องที่ 4 "ดินแดนใหม่" โดย "ถุงมือเขียนเล่น" 🌟⭐️🌙
สวัสดีทุกๆท่านครับ
ก่อนอื่น ขออภัยทั้งท่านเจ้าของเรื่องและท่านที่รอคอยเรื่องใหม่ ผมป่วยเป็นไข้ไปหลายวัน เลยต้องหยุดกิจกรรมต่างๆ ชั่วคราว แต่วันนี้พอมีเรี่ยวแรง ไม่เวียนหัว ก็เลยมาตั้งกระทู้
เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับการอุ่นเครื่อง นะครับผม
ดินแดนใหม่
เปาะ แปะ เปาะ แปะ...
ห่าฝนที่กระหน่ำลงมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำซาเม็ดไปแล้ว แต่อากาศรอบกายยังคงโอบอุ้มความชื้นเอาไว้จนเต็มปริ่ม
เสียงเปาะแปะที่ได้ยินคล้ายเสียงปรบมือของเหล่าผู้ชมที่กำลังแสดงความปีติอย่างเหลือล้นต่อมหรสพยิ่งใหญ่ที่กำลังจะปิดม่านลงในไม่ช้า
ผมพยายามคิดหาวิธีต่างๆนานา รีดเร้นพลังงานจากทุกเซลล์สมอง ใช้แม้กระทั่งสัญชาติญาณที่ผมเคยมั่นใจมาตลอดชีวิตว่ามันจะทำให้ผมรอดพ้นวิกฤตินี้ไปได้
แต่สถานการณ์ในขณะนี้มันแย่ยิ่งกว่านั้นมาก นี่ผมจะทำอย่างไรดีถึงจะรอดพ้นค่ำคืนอันเลวร้ายนี้ไปได้
ไม่เคยคิดเลยว่าการประเมินที่ผิดพลาดของผมจะทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะความประมาทและมั่นใจในตัวเองมากเกินไปนี่ล่ะที่ส่งให้ผมและลูกทีมในสังกัดต้องอยู่ในสภาพนี้
......................................
หน่วยข่าวกรองรายงานถึงการมีอยู่ของดินแดนใหม่ เป็นสถานที่ๆ ยังไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไป ที่นั่นเต็มไปด้วยแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และนั่นทำให้ผมและลูกทีมอีกจำนวนหนึ่งต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยความหวังเพียงว่ามันจะทำให้พวกเราที่เหลืออยู่หลุดพ้นออกจากสภาพที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้
ดินแดนที่พวกเราใช้อาศัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมันตายไปแล้ว ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด แต่ตอนนี้มันรกร้างไร้ผู้คนอาศัย แหล่งน้ำแหล่งอาหารลดน้อยลงไป ความอดอยากข้นแค้นคืบคลานเข้ามามากขึ้นทุกวัน
มันเป็นค่ำคืนที่สายฟ้าแปลบปลาบไปทั่วผืนฟ้า เมฆแดงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่ว พวกเราเคลื่อนกายอย่างเงียบเชียบผ่านทางอุโมงค์ใต้ดินไปจนถึงจุดหมาย
เปรี้ยง...งงง ครืน...นนน
เสียงสายฟ้าฟาดตามมาด้วยเสียงโอดครวญ พวกเรารออย่างสงบนิ่งเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม สายตาจับจ้องสอดส่องอย่างระแวดระวัง เฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะเกิดขึ้น
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่นั่นกลับทำให้ใจของสมาชิกในทีมเป็นตรงข้าม พวกเขาต่างหันมามองทางผมเป็นสายตาเดียวกันเพื่อเร่งเร้าให้ออกคำสั่งเพื่อจัดการภารกิจนี้ให้เสร็จเสียที
เปาะ แปะ เปาะ แปะ ซ่า...
เม็ดฝนไม่กี่เม็ดที่หยดลงมาบนพื้นโลกนำพาฝนห่าใหญ่ตามติดลงมาไม่ขาดสาย วันนี้ดูเหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจให้กับพวกเรา สายฝนทำให้สิ่งมีชีวิตทุกชนิดเกียจคร้าน มันทำให้โลกนี้เหมือนหยุดนิ่งไปกับช่วงเวลาแห่งความฝัน
แต่ผมยังนิ่งเฉย ผมใจเย็นพอที่จะไม่บุ่มบ่ามทำอะไรลงไปตอนนี้ สัญชาติญาณบอกให้ผมรอต่อไปจนกว่าจะถึงจังหวะที่เหมาะสม
เสียงสายฝนเทกระหน่ำยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่มีทีท่าว่าจะซาเม็ดลงไป ผมมองไปรอบๆ กายที่รายล้อมไปด้วยความมืด ความมืดนั้นน่ากลัว สิ่งไม่คาดฝันอาจจะเกิดขึ้นจากที่ใดก็ได้ในความมืดมิดโดยที่เราไม่อาจรับรู้ได้ อาจเดินไปติดกับดัก อาจมีศัตรูดักซุ่มอยู่ด้านหลัง หรืออาจจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ถึงแม้มันจะน่ากลัวถึงขนาดนั้น หากแต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหลายๆ ครั้งมันกลับช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายไปได้ บางทีสิ่งที่เราคิดว่าน่ากลัวที่สุดก็กลับเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา
ผมคิดเช่นนั้น
เสียงแปลกปลอมในสายฝนเงียบหายไปครู่ใหญ่ ผมยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะให้สัญญาณลูกทีมว่าถึงเวลาออกปฏิบัติการในค่ำคืนนี้แล้ว พวกเราเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบและระแวดระวังเข้าไปยังดินแดนตรงหน้าทันที
มันเป็นสถานที่ๆ ดูแปลกตาแห่งหนึ่งเท่าที่ผมเคยไปมา มีสิ่งของหลายอย่างที่ผมและลูกทีมไม่เคยเห็น เส้นทางก็ดูจะซับซ้อนวกวนกว่าที่คิด
ถึงแม้เราจะมีระบบนำทางที่ใช้สำหรับการสำรวจที่ดีเยี่ยมและเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เพราะความที่เราไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ ความหวาดระแวงที่เกิดขึ้นจึงทำให้การสำรวจดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
ผมออกคำสั่งให้ทุกย่างก้าวและทุกการกระทำเป็นไปด้วยความระแวดระวังอย่างเคร่งครัด ย้ำเตือนในทุกโอกาสที่จะสามารถทำได้ว่าสถานการณ์ไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
และหลังจากที่ทำการสำรวจมาเป็นระยะเวลานาน เราก็ทำสำเร็จ เป็นไปตามที่หน่วยข่าวกรองบอก น้ำและอาหารจำนวนมากอยู่ต่อหน้าพวกเรา
เหมือนกับความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดถูกลบออกไป พวกเราหัวเราะให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะแยกย้ายกันออกไปดื่มกินอิ่มหนำกันอย่างเต็มที่
ตอนนี้รูปขบวนเสียไปหมดแล้ว แต่เอาเถอะ ถือว่าเป็นรางวัลตอบแทนภารกิจ ผมมองลูกทีมที่กำลังดีใจก่อนที่จะยิ้มออกมา ในหัวคิดถึงเรื่องการนำเสบียงบางส่วนกลับไป และรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
และหลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็จะย้ายมายังดินแดนใหม่แห่งนี้
เพียงเท่านี้ อีกอึดใจเดียวเท่านั้นที่ภารกิจของพวกเราจะจบสิ้นลงสำหรับค่ำคืนอันยาวนานนี้
ลูกทีมและผมยังคงแยกย้ายกันเก็บกวาดอาหารลงกระเพาะ ผมมองไปทางนั้นทีทางนี้ที สัญชาติญาณบอกผมว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น รูปการขณะนี้มันดูแปลกออกไป
ทั้งหมดกำลังแตกวงห่างกันออกไปมากขึ้น นั่นทำให้ยากต่อการออกคำสั่งและจัดรูปขบวน และมันคือความเสี่ยงอย่างยิ่งยวด
“อ๊าก...กกก”
ก่อนที่ผมจะได้ทันทำหรือพูดอะไร เสียงของลูกทีมก็ดังขึ้น ผมตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้นที่ทุกอย่างเกิดขึ้น
ใช่ มันเกิดจากการที่ผมอนุญาตให้มีการหย่อนวินัย คลายความเคร่งครัดลง และที่สำคัญการตัดสินใจที่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อสักครู่ของผมส่งผลให้ลูกหมู่ห้านายต้องโดนกับดักของศัตรูตรึงไว้
ผมรู้จักกับดักชนิดนี้ดี มันเป็นกับดักอันตรายที่ไม่เคยมีพวกเรารอดมาได้หากเข้าไปติดมันแล้ว
บ้าเอ๊ย พวกมันมาที่นี่ก่อนเราแล้ว และมันก็รู้ว่าเรากำลังจะมา จะทำยังไงดี จะเอายังไง คิดสิ คิดให้ออก
ผมพยายามเค้นสมองหาทางออกที่ดีที่สุด เสียงฝีเท้าก้าวหนักๆ ดังสม่ำเสมอมาแต่ไกล มันค่อยๆ ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ใจผมเต้นระรัว แล้วในที่สุดร่างทั้งร่างของมันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่สุดจินตนาการที่มีรูปร่างพิลึกพิลั่นและเต็มไปด้วยความกระหายเลือด
เสี้ยววินาทีที่ผมหยุดชะงักเมื่อได้เห็นแววตาเกรี้ยวกราดนั้นก็ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไปเสียแล้ว ทันทีที่ผมออกคำสั่งให้กระจายกำลังกันหนีก็พอดีกับที่อาวุธขนาดมหึมาในมือของมันถูกเหวี่ยงลงมาที่ตัว
ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาติญาณอันว่องไว แต่ทว่ามันก็ยังไม่เร็วพอที่จะทำให้ผมไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
การโจมตีเมื่อสักครู่ทำให้ขาของผมหัก นี่มันยิ่งกว่าเลวร้ายเสียอีกในสถานการณ์ที่เป็นตายเท่ากันแบบนี้ ผมจะหนีรอดไปได้อย่างไรหากความคล่องตัวที่ผมมีหายไป
บ้าเอ๊ย แค่ภายในหนึ่งคืนผมตัดสินใจพลาดถึงสองครั้งติดต่อกัน
เสียงกุกกักดังขึ้นตรงนั้นทีตรงนี้ที มันกำลังควานหาตัวพวกเราอย่างบ้าคลั่ง ผมมองการกระทำของมันและพยายามทำตัวให้นิ่งกลมกลืนไปกับความมืดมากที่สุด
และ
“อ๊าก...กกก”
เสียงลูกทีมของผมดังขึ้นหลังจากอาวุธในมือของเจ้ายักษ์ใหญ่ถูกหวดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ผมกำลังเสียลูกทีมที่เหลือไปทีละนาย
ผมจะทำยังไงดี ขนาดที่ใหญ่โตเกินไปของมันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ไม่ว่าอาวุธอะไรของเราก็ไม่ระคายผิวของมัน ไม่ว่าเราจะใช้แผนอะไรก็ไม่อาจเล็ดรอดจากสายตาที่อยู่สูงขึ้นไปของมัน
แต่กลับกัน อาวุธสุดแสนจะธรรมดาในมือของมันกลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายร้ายแรงสำหรับเรา เพียงโดนเจ้านั่นฟาดจังๆ แค่ครั้งเดียวพวกเราก็ไม่รอดแล้ว
ผมสำรวจสภาพของตัวเองอีกครั้ง ระบบนำทางเสียหาย ขาหักหนึ่งข้าง เลือดจากแผลหยุดไหลแล้วแต่สภาพร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก การที่จะติดต่อกับลูกทีมที่เหลือเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
พวกมันยังคงค้นหาพวกเราไม่เลิกรา ผมไม่มีแรงเหลือจะหลบหนี ผมอาจเสียเลือดมากเกินไป ลมหายใจหนักหน่วงหอบถี่ สายตาเริ่มพร่ามัว รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่ผมต้องการพักผ่อน
......................................
แปะ แปะ แปะ...
เสียงปรบมือเซ็งแซ่รอบกายทำให้ผมหลุดจากภวังค์ ผู้บัญชาการทุกคนยืนรายล้อมอยู่ทั่วห้อง ลูกทีมทั้งเก้านายยืนอยู่ด้านหลัง ทั้งหมดต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มยินดี
“เยี่ยม เยี่ยมมาก คุณไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ ข้อมูลทั้งหมดและสิ่งที่คุณนำมันกลับมาสามารถการันตีว่าประชาชนในอาณาจักรของเราจะอยู่รอดไปได้อีกนานแสนนาน”
ผมมองไปยังจุดที่หนึ่งในผู้บัญชาการผายมือออกไป อาหารมากมายกองอยู่ที่นั่น หันกลับไปมองยังลูกทีมอีกครั้ง ทุกนายพยักหน้าและยิ้ม สำรวจร่างกายตัวเองพบว่าไม่มีแม้รอยขีดข่วน
สรุปว่าพวกเราทำสำเร็จ ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แล้วสถานการณ์ยากลำบากเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาล่ะ เรื่องที่พวกเราถูกจัดการไปทีละนายแล้วก็เรื่องที่ผมอยู่ในสถานะจนตรอกถึงที่สุด
รู้สึกเหมือนกำลังสับสนอะไรบางอย่าง ผมไม่แน่ใจกับเรื่องราวใดๆ เลย ไม่แน่ใจว่าอะไรจริงอะไรเท็จกันแน่
หนึ่งในลูกทีมเดินมาตบไหล่ผมก่อนจะยิ้ม ผมจับมือเขาก่อนจะยิ้มตาม จริงสิ ช่างมันเถอะ เราทำสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่อง
“เอาล่ะ พวกเราปรบมือแสดงความยินดี และชื่นชมในความกล้าหาญกันหน่อย”
ผมก้าวออกไปหนึ่งก้าวจากกลุ่ม ยืนยิ้มท่ามกลางเสียงปรบมือและสายตาชื่นชมจากทุกผู้ที่อยู่ที่นั่น
......................................
เปาะ แปะ เปาะ แปะ...
ผมลืมตาตื่น ฝันไปหรือนี่ ฝนกำลังจะหยุดตก นานขนาดไหนแล้วที่เราซ่อนตัวอยู่ที่นี่ คนที่อยู่ทัพหลังจะรู้เรื่องนี้และส่งกำลังเสริมมาช่วยพวกเรารึเปล่านะ
การหลับพักผ่อนเมื่อสักครู่ช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมองไม่เห็นทางรอด ขาที่หักเริ่มปวดหนักขึ้นจนยากที่จะขยับ มันคงหายชาแล้ว
เสียงกุกกักค้นหาของเจ้ายักษ์คู่อริตลอดกาลของพวกเรายังคงดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงลูกทีมของผมแล้ว พวกเขาที่เหลืออาจจะหลบหนีไปได้ในขณะที่ผมกำลับหลับ
หรือไม่ก็ถูกจัดการไปหมดแล้ว
แปลกจริง ทำไมจู่ๆ สายตาผมถึงรู้สึกผิดปกติ ทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่มันยังมองเห็นได้ดีอยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้มันกลับไปพร่ามัวอีกแล้ว
เอ๊ะ กลิ่นนี้ มันเป็นกลิ่นที่ผมคุ้นเคยดี นี่มันกำลังใช้วิธีสุดท้ายที่พวกมันถนัด กลิ่นของอาวุธเคมี อาวุธร้ายแรงที่สุดของพวกมัน
แม้พวกมันจะดูงุ่มง่ามและมีร่างกายใหญ่โต แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าพวกมันไม่ได้ดูโง่เหมือนกับที่ร่างกายมันแสดงออกมา พวกมันมีสติปัญหาและสามารถสร้างอาวุธได้หลากหลายชนิดเพื่อมาต่อกรประหัตประหารกับพวกเรา
แย่แน่ๆ ไม่สามารถซ่อนตัวตรงนี้ได้อีกแล้ว ขืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปผมคงไม่รอด ต้องรีบหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ประสาทสัมผัสทั้งหมดของผมจะถูกทำลาย
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
(มีต่อครับ)