Dtac เลิกใช้นิสัยอย่างนี้นะครับ ก่อนลูกค้าจะหายหมด

กระทู้นี้เพื่อถามว่าทาง  Dtacต้องการเงินจากผู้บริโภคมากเกินไปหรือเปล่า

     เรื่องนี้เริ่มจาก พ่อผมใช้งานซิมDtacแบบเติมเงิน  ซื่งปกติก็สมัครโปรเน็ต 300บาทไม่ลดสปีดที่1Mใช้งานได้30วัน  และสมัครโทร 100บาทโทรได้240นาทีทุกเครื่อข่ายอีกประมาณ2ครั้งต่อเดือน ซึ่งปกติในเดือนๆนึงก็ไม่เกิน500บาท  มีบางเดือนที่บ้างที่ใช้เยอะแต่ก็นานๆครั้ง
    
     เมื่อถึงกำหนดที่ต้องต่อโปรเน็ต300บาท  ผมก็ได้สมัครใหม่ให้แล้วสมัครต่อไม่ได้  เลยโทรเช็คดูก็เลยรู้ว่าเบอร์ของพ่อได้เปลี่ยนเป็นรายเดือน    เลยโทรไปถามพ่อ  พ่อจึงเล่าไห้ฟังว่าสายเข้ามาที่เบอร์พ่อผม  เป็นเบอร์คอลเซ็นเตอร์จากเบอร์Dtac  โทรมาเสนอให้เปลี่ยนเป็นรายเดือนเสนอนู้นนี้ก็ไม่เข้าใจบวกกับฟังไม่ค่อยได้ยิน  ผมเลยเช็คโปรดูถึงรู้ว่าเปลี่ยนเป็นโปร 999บาท เน็ต8GB  โทรฟรี2000นาที  ทั้งหมดนี้ทำเพื่ออะไรครับ  

      พ่อผมในวัยเกษียณราชการมาเกือบจะ10ปีและมาปัญหาเรื่องหูที่ต้องเดินทางเข้าไปรักษาที่กทม.เกือบทุกเดือน  
    
    
     ผมคิดว่าควรยกเลิกการโทรเข้าหาลูกค้าเพื่อเปลี่ยนเป็นรายเดือนจากคอลเซ็นเตอร์ได้แล้วนะครับ  เพราะส่วนมากแล้วคนที่คุณโทรเข้าไปแล้วตอบตกลงเปลี่ยนเป็นรายเดือน  น่าจะไม่ถึง15%นะครับที่เข้าใจระบบแล้วโปรโมชั่นจริง  แล้วอีก85%ก็จะเป็นคนประเภทพ่อผม  คือฟังไม่ทัน  ไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพยายามยัดเยียดให้

      ปล  ที่ผมมาตั้งกระทู้ในครั้งนี้  ไม่ได้มาถามหาความรับผิดชอบจากใคร  แต่ตั้งเพื่อที่จะให้ทาง Dtacกลับไปคิดพิจารณาว่าเป็นเหตุอันควรมั้ยที่โทรเสนอเปลี่ยนระบบจากเติมเงินเป็นรายเดือน  เพราะถ้าผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้จริง  ผู้บริโภคจะเดินเข้าไปสอบถามเองครับ  แล้วเหตุการณ์อย่างนี้ไม่ได้เกิดแต่ของDtacนะครับ  ผู้ให้บริการรายอื่นเค้าก็ทำกัน  ผมรู้ครับเพราะผมเป็นร้านโทรศัพท์มีลูกค้าเดินเข้ามาปรึกษาอยู่บ่อยๆซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคนมีอายุ  ทางผมก็แนะนำให้ไปเปลี่ยนกลับเป็นระบบเติมเงินอย่างเดิม  ซื่งต้องเดินทางเข้าไปที่ศูนย์บริการในอำเภอเมือง  บางคนก็ยอมใช้ไปอย่างนั้นเพราะไม่สะดวกในการเดินทาง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่