สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 23
ผมทำกับข้าวไม่เป็น นะ แต่...ชอบอ่าน ค้นคว้า เอา
หลักการทางวิทยาศาสตร์
มีอยู่เกี่ยวกับการตุ๋นเนื้อให้เปื่อย ... มันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างโปรตีน และcollagen ในเนื้อสัตว์
คือ... ถ้าเอาเนื้อแดงมาตุ๋น มันจะไม่นุ่ม เพราะว่า... มันไม่มีcollagen เท่าเนื้อติดมัน หมูสามชั้น
เนื้อเหนียวๆ จะมีพังพืด เป็นไขมันจับอยู่มาก ซึ่งเจ้าไขมันนี่มันมี collagen อยู่เยอะ
แบบสาวๆ หน้าอวบ เต่งตึง ก็มีcollagen เยอะเหมือนกัน ... เอ่อ นอกเรื่องไปซะแล้ว
ดังนั้น เมื่อเราใช้ความร้อนใส่เข้าไปที่ Collagen มันจะสลายตัว กลายเป็น gelatin
gelatin คืออะไร อ่านในนี้เองนะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เจลาติน (gelatin) เป็นไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ซึ่งเป็นโปรตีน (protein)
ที่ได้จากการเสียสภาพธรรมชาติและสกัดได้จากคอลลาเจน (collagen) ซึ่งเป็นโปรตีน
ธรรมชาติที่มีอยู่ใน กระดูก หนังสัตว์ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue)
ของสัตว์ เช่น ควาย หมู วัว โดยใช้ความร้อนและกรด หรือ ด่าง เพื่อย่อยหรือสลาย
ให้โมเลกุลของคอลลาเจนเล็กลง เปลี่ยนเป็นเจลาติน
เจลาตินมีลักษณะเป็นแผ่น ชิ้น เกร็ด หรือผงสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองอำพัน ละลาย
ได้ในน้ำร้อนไม่ละลายในน้ำเย็น แต่จะอ่อนนุ่ม พองตัว และอุ้มน้ำได้ 5-10 เท่าของ
น้ำหนักเดิม ละลายได้ในกรดแอซีติก (acetic acid) ไม่ละลายในอีเทอร์
คลอโรฟอร์ม และเอทานอล 98 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งโดยปกติแล้วอุณหภูมิที่เหมาะสมในการแปลงเจ้าโปรตีนcollagen ให้เป็น gelatin
อยู่ที่ประมาณ 75 - 85 องศาเซลเซียส... เชฟ จึงต้องพกเทอร์โมมิเตอร์สำหรับปรุงอาหาร...ด้วย
รูปร่างหน้าตาของcollagen ก็เป็นเส้นโปรตีน 3 เส้นพันกันแบบนี้
ยืมรูปมาจาก pinkbeauty
พออุ่นพวกนี้นานๆ จะค่อยคลายเส้นที่พันกัน จนแยกออกจากกันแต่ละเส้น
ทำให้ละลายน้ำได้ดี ง่ายขึ้นในรูปของ gelatin นี่เอง
การให้ร่างกายนำ gelatin มาใช้ให้เกิด ไขมันนุ่มๆ หรือ collagen
ก็มีหลัก ง่ายๆ คือ ต้องทานคู่กับ วิตามิน ซี เพื่อให้ gelatin
ถูกร่างกายดูดซึมง่ายแล้วไปปรากฎตามใต้ผิวหนัง ...ครับ
หรือทานข้าวขาหมู ราดด้วยน้ำมะนาว อย่าใช้น้ำส้มสายชู ... จะดีงาม
ผม....โชคร้ายหน่อย มันมารวมตัวกัน อยู่เหนือ 6แพค หน้าท้อง... พอดี
ตอนนี้มันรวมเป็นแพคเดียวกัน ห้อยอยู่น่าเกียจดีแท้ 555
ใจไม่แข็งพอ อย่าเปิดดูนะ ... จะบอกให้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะ ผู้น้อย ด้วยนะ...ครับ
หลักการทางวิทยาศาสตร์
มีอยู่เกี่ยวกับการตุ๋นเนื้อให้เปื่อย ... มันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างโปรตีน และcollagen ในเนื้อสัตว์
คือ... ถ้าเอาเนื้อแดงมาตุ๋น มันจะไม่นุ่ม เพราะว่า... มันไม่มีcollagen เท่าเนื้อติดมัน หมูสามชั้น
เนื้อเหนียวๆ จะมีพังพืด เป็นไขมันจับอยู่มาก ซึ่งเจ้าไขมันนี่มันมี collagen อยู่เยอะ
แบบสาวๆ หน้าอวบ เต่งตึง ก็มีcollagen เยอะเหมือนกัน ... เอ่อ นอกเรื่องไปซะแล้ว
ดังนั้น เมื่อเราใช้ความร้อนใส่เข้าไปที่ Collagen มันจะสลายตัว กลายเป็น gelatin
gelatin คืออะไร อ่านในนี้เองนะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เจลาติน (gelatin) เป็นไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ซึ่งเป็นโปรตีน (protein)
ที่ได้จากการเสียสภาพธรรมชาติและสกัดได้จากคอลลาเจน (collagen) ซึ่งเป็นโปรตีน
ธรรมชาติที่มีอยู่ใน กระดูก หนังสัตว์ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue)
ของสัตว์ เช่น ควาย หมู วัว โดยใช้ความร้อนและกรด หรือ ด่าง เพื่อย่อยหรือสลาย
ให้โมเลกุลของคอลลาเจนเล็กลง เปลี่ยนเป็นเจลาติน
เจลาตินมีลักษณะเป็นแผ่น ชิ้น เกร็ด หรือผงสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองอำพัน ละลาย
ได้ในน้ำร้อนไม่ละลายในน้ำเย็น แต่จะอ่อนนุ่ม พองตัว และอุ้มน้ำได้ 5-10 เท่าของ
น้ำหนักเดิม ละลายได้ในกรดแอซีติก (acetic acid) ไม่ละลายในอีเทอร์
คลอโรฟอร์ม และเอทานอล 98 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งโดยปกติแล้วอุณหภูมิที่เหมาะสมในการแปลงเจ้าโปรตีนcollagen ให้เป็น gelatin
อยู่ที่ประมาณ 75 - 85 องศาเซลเซียส... เชฟ จึงต้องพกเทอร์โมมิเตอร์สำหรับปรุงอาหาร...ด้วย
รูปร่างหน้าตาของcollagen ก็เป็นเส้นโปรตีน 3 เส้นพันกันแบบนี้
ยืมรูปมาจาก pinkbeautyพออุ่นพวกนี้นานๆ จะค่อยคลายเส้นที่พันกัน จนแยกออกจากกันแต่ละเส้น
ทำให้ละลายน้ำได้ดี ง่ายขึ้นในรูปของ gelatin นี่เอง
การให้ร่างกายนำ gelatin มาใช้ให้เกิด ไขมันนุ่มๆ หรือ collagen
ก็มีหลัก ง่ายๆ คือ ต้องทานคู่กับ วิตามิน ซี เพื่อให้ gelatin
ถูกร่างกายดูดซึมง่ายแล้วไปปรากฎตามใต้ผิวหนัง ...ครับ
หรือทานข้าวขาหมู ราดด้วยน้ำมะนาว อย่าใช้น้ำส้มสายชู ... จะดีงาม
ผม....โชคร้ายหน่อย มันมารวมตัวกัน อยู่เหนือ 6แพค หน้าท้อง... พอดี
ตอนนี้มันรวมเป็นแพคเดียวกัน ห้อยอยู่น่าเกียจดีแท้ 555
ใจไม่แข็งพอ อย่าเปิดดูนะ ... จะบอกให้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ผิดพลาดประการใด โปรดชี้แนะ ผู้น้อย ด้วยนะ...ครับ
Saint_666_13 ถูกใจ, สามพันล้านไมล์ ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1891026 ถูกใจ, Zenmaster_T ถูกใจ, Stardust Revolution ขำกลิ้ง, ผมชอบกินข้าวผัด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1014618 ถูกใจ, ec ขำกลิ้ง, นัตต้าปาร์ตี้ ถูกใจ, Katai Huuyoaw ถูกใจรวมถึงอีก 28 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 12
ไฟแรงแค่ไหนอุณหภูมิน้ำมันก็ไม่ได้ร้อนขึ้นเหมือนที่คห.ด้านบนว่าไว้ครับ แถมมันเปลืองแก๊สเปล่าๆ
นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
ส่วนเหตุผลด้านการทำครัวก็คือ การเปิดไฟแรงฟองน้ำเดือดจะผุดแรงเกินจนทำให้น้ำสต๊อกที่ต้มเนื้อขุ่น
และเศษเนื้อบางส่วนจะยุ่ยออกมาปนกับน้ำสต๊อกด้วยทำให้ดูไม่น่ากิน พวกเครื่องเทศก็จะเละอยู่ที่ก้นหม้อ
แต่การเปิดไฟอ่อนๆเคี่ยวนานน้ำสต๊อกจะดูใสและน่ากิน เนื้อก็จะไม่ยุ่ย รสชาติก็จะกลมกล่อมกว่าครัย
นี่คือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
ส่วนเหตุผลด้านการทำครัวก็คือ การเปิดไฟแรงฟองน้ำเดือดจะผุดแรงเกินจนทำให้น้ำสต๊อกที่ต้มเนื้อขุ่น
และเศษเนื้อบางส่วนจะยุ่ยออกมาปนกับน้ำสต๊อกด้วยทำให้ดูไม่น่ากิน พวกเครื่องเทศก็จะเละอยู่ที่ก้นหม้อ
แต่การเปิดไฟอ่อนๆเคี่ยวนานน้ำสต๊อกจะดูใสและน่ากิน เนื้อก็จะไม่ยุ่ย รสชาติก็จะกลมกล่อมกว่าครัย
Tequila Sunrise ถูกใจ, littleimp ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 854522 ถูกใจ, Plankton_t ถูกใจ, มิตรภาพกับความกล้าหาญ ถูกใจ, โลกร้อน ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ทำไมการต้มเนื้อให้เปื่อยจึงใช้ไฟอ่อน ใช้เวลานานๆ
หรือที่ต้องต้มไฟอ่อน เวลานาน มันทำให้รสชาติดีกว่าครับ