เมื่อความรักเดินจากไป กับสิ่งที่อยากบอกเธอ

สวัสดีค่ะ ชาวพันทิปทุกท่าน ก็คงบอกเหมือนที่หลายๆคนบอกว่า กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเรา โดยปกติแล้วก็อ่านเรื่องราวคนนู้นคนนี้ไปไม่คิดว่าวันนึงจะมาตั้งกระทู้เอง
**ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าที่เรามาตั้งกระทู้นี้ เพราะอยากแบ่งปันประสบการณ์ อยากแชร์โมเม้นดีๆ อยากระบายความเสียใจที่มันพึ่งเกิดขึ้นก็เพียงเท่านั้นเอง
เชื่อว่าหลายๆคน คงผ่านช่วงเวลาอกหัก รักคุดมา มันก็จะมีช่วงเวลานึงที่ความรู้สึกมันจะพังๆ

เริ่มจากเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนนั้นเราอายุ 18 พี่เค้าอายุ 25
ไม่รู้ว่าพรมลิขิต หรือเวรกรรมนำให้มาเจอกัน พี่เค้า เป็นผู้ชายที่เราเรียกได้ว่า นี่แหละสเปค สูง ยาว ขาว ตี๋ ใส่แว่นอีก  เขาดูแลเทคแคร์เราดีมาก ซึ่งเราไม่ใช่คนสวยอะไรเลย เป็นเด็กอ้วนดำคนนึง ความสัมพันเรามาถึงขั้นที่อยู่หอพักด้วยกัน ทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่รู้จักกันในช่วงสั้นๆ
***ถึงบอกว่าตอนนั้นจะ อายุ 18 แต่ก็ริอาจไปอยู่หอกับผู้ชาย 555 ตอนนั้นจบ ม.ปลายมาละดรอปเรียนเลยไปทำงานโรงงาน

อย่างที่บอกว่าเค้าดูแลเทคแคร์เราดีมาก เตรียมอาหารให้ ตามใจทุกอย่าง ทำแม้กระทั่งเก็บกวาด ซักผ้า ดูแลห้องให้เรา เพื่อที่จะมาอยู่กับเราเค้าออกจากบ้าน (เค้าเป็นคนภาคกลางส่วนเราเป็นเด็กหนือ) มาหางานทำใกล้ๆกัน เหมือนช่วงนั้นมันเป็นชีวิตโลกชมพู ทุกอย่างมันสวยงามไปหมด ตามโปรโมชั่นที่ผู้ชายคนนึงจะมีมั้ง
เราอยู่ด้วยกันทุกวัน ไปด้วยกันทุกที่ จนปีต่อมาเราสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เราก็ต้องย้ายมาเรียนอีกจังหวัดที่ใกล้ๆกัน ตอนนั้นมีความคิดนึงที่คิดว่าเราคงต้องห่างกัน เราเรียนแล้วเค้าทำงาน อยู่คนละที่ แต่ป่าวเลย เค้าลาออกจากงานและตามมาอยู่กับเรา พอเราเรียนรายได้ที่เคยหาได้เองก็ไม่มี มีเพียงเงินที่ทางบ้านส่งให้ใช้จ่าย ซึ่งตามประสาเด็กกิน เด็กเที่ยว แน่นอนว่าไม่พอ เค้าดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เรา ตอนนั้นเรามีมอเตอร์ไซค์ 1 คัน ใช้ด้วยกัน เราไปส่งเค้าไปทำงานแล้วก็ไปเรียน วันหยุดก็ไปเที่ยวด้วยกัน เที่ยวด้วยกันทุกที่ ที่ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งที่คนทั่วไปรู้จักและไม่รู้จัก ด้วยความที่จังหวัดที่เรามาเรียน เป็นจังหวัดท่องเที่ยว  เราไปด้วยกันในทุกๆที่ โปรโมชั่นดีๆ การทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ทำความสะอาดก็ยังคงเป็นเค้าที่ทำ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเราจะจบปัญหาด้วยการร้องไห้ เค้าก็จะยอมเข้ามากอดเข้ามาหอมเรา ยอมขอโทษเราทั้งที่หลายๆครั้งก็ไม่ใช่ความผิดเค้า มีอยู่เรื่องเดียวที่เขาไม่ชอบและขอคือเรื่องดื่มเหล้า เพราะเค้าไม่ดื่ม ไม่สูบ เราก็ไม่ใช่เมรีขี้เมาที่ไหนก็สังสรรไปตามโอกาศ เราอยู่ด้วยกันใช้ชีวิตร่วมกันจนเราเรียนจบ เริ่มใช้ชีวิตวัยทำงาน ทุกๆอย่างมันยังคงเหมือนเดิม เรายังคงเป็นเด็กๆคนนึงอยากได้อะไรก็จะเอาเวลานั้น ยังคงเป็นคนเดิมๆนิสัยเดิมๆ ที่เพิ่มเติมมาคือความรักความผูกพันที่มันมากขึ้นทุกวัน พอคบกันมาเกิน 5 ปี เราก็คิดว่าคนนี้แหละที่เราจะฝากชีวิตไว้ได้ คบกันมานานปี ใครจะไปรู้เทพบุตรที่แสนดีจะกลายเป็นมารร้ายทำลายหัวใจเราขนาดนี้

---จุดเริ่มต้นของความแตกหัก---
เราเริ่มงานที่ใหม่ ด้วยความที่งานเราเยอะมากและวุ่ยวายมาก ต้องอ่านไลน์รับสายเจ้านายตอนดึกๆ เราค่อนข้างที่จะคุยกับเพื่อน ระบายนู่นนี่นั่นกับเพื่อน มันยิ่งเหมือนมีช่องว่างระหว่างกันเรื่อยๆๆ เค้าเริ่มไปไหนมาไหนกับเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานเดียวกัน เราไม่เคยระแวงสงสัยอะไรเลย ด้วยความที่เราก็มีเพื่อนที่เป็นผู้ชายที่สนิทด้วย เค้าเริ่มไปกินข้าว ไปนั่นไปนี่ด้วยกัน ในช่วงที่เราไปกับที่ทำงาน ปกติถ้าเราไปสังสรรกับที่ทำงานก็จะไปรับเขาก่อนที่จะไป
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ดื่มก็ไปนั่งเฝ้าเราตลอด มีช่วงหลังๆที่เขาไปไหนด้วยกันและไม่บอกเรา จนเราถามถึงบอก เอาก็ยังคงใสซื่อว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เพราะผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่าเค้ามีเราอยู่ อายุก็ไม่น้อย เป็นอย่างนี้มาสักพักแบบที่เราไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเย

---คืนรอยร้าว---
จนมาถึงวันที่มันเกิดรอยร้าวขึ้น คืนนั้นเรานอนเล่นเกมส์ด้วยกัน เค้าจะเล่นเกมส์ในไอแพดและเอามือถือวางไว้หัวเตียง ละทีนี้มือถือมันก็สั่นเรื่อยๆจนเรารำคาญ ก็จะหยิบมือถือขึ้นมาดู เห็นผู้หญิงคนนั้นส่งข้อความมาให้เราก็กำลังจะกดเข้าไปดู ในขณะนั้นเค้าก็ลบข้อความจากในไอแพดซึ่งล็อกอินไว้เหมือนกัน  มันก็เริ่มเกิดคำถามขึ้นมากับเราว่าอ้าว ลบทำไม ไม่ไรไหม ถ้าไม่มีแล้วลบทำไม เค้าตอบเรามาว่าไม่มีไรแค่รำคาญเลยลบ เราก็เลยตอบไปว่านี่ไม่ใช่คำตอบเพราะข้อความคนอื่นเยอะแยะทำไมไม่ลบ เราเริ่มระแวง แต่ก็เงียบไปเพราะไม่อยากทะเลาะก็เลยวางมือถือไม่คุยเงียบและหลับไป ในใจตอนนั้นเรานี่ร้องไห้แล้ว พอเช้ามาเราเริ่มประติดประต่อ เรื่องราวระหว่างเค้ากับ ผู้หญิงคนนั้นแล้วก็มานั่งร้องไห้เอง (ภาษาชาวบ้านคงเรียกว่า มโน) แต่ก็ไปทำงานโดยไม่มีไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างไม่คุย ไม่ติดต่อ จนถึงเวลาเลิกงาน เราไปสังสรร ที่บ้านพี่ที่ทำงาน เค้าก็ส่งข้อความมา ประมาณว่าเดี๋ยวนี้ไปไหนไม่ต้องบอกละมั้งเดี๋ยวนี้ เราเลยประชดไปว่าก็เธอมีคนอื่นแล้วนิจะให้เราบอกไร ก็ทะเลาะกันต่อ พี่ๆก็ชวนเราไปต่อที่ร้าน ด้วยความนอยไม่อยากกลับไปทะเลาะกันอีก เราก็ไป เรากลับมาถึงห้องตอนตี3 ห้องว่างเปล่าไม่มีเค้าอยู่ เรานั่งทรุดเลย ขับรถตามหาเค้าเท่าที่จะตามหาได้ ก็หาไม่เจอ กลับมาห้องก็นอนไม่ได้ พอเช้ามาก็ต้องมาทำงานแบบสติหลุด แต่ก็กะว่าตอนเย็นจะไปหาที่ทำงานเค้า แต่ด้วยความที่แฮงค์ บอกกับไม่ได้นอน วันนั้นทั้งวันเราทำงานไป อ้วกไปทั้งวัน พอเลิกงานปุ๊ปก็ต้องตรงดิ่งไปหาหมอทันที พอกลับมาห้องเราเจอเค้ากลับมาเราก็เหมือนใจชื้นขึ้นมา แต่ด้วยไม่ได้นอน อ้วก โดนหมอฉีกยาไปอีก เราก็อาบน้ำนอนเลย ไม่ได้คุยกันอีก เค้าก็ไม่คุยไม่ถามเราเลยว่าเป็นไรไหมยังไง พอมาอีกวันเรามีนัดไปบ้านพี่ที่ทำงานอีกด้วยความที่รับปากไว้ เราเลยกะว่าจะไปขอโทษเค้าแล้วรับมาด้วยกัน แต่พอไปถึงเค้าไม่อยู่ โทรหาไม่รับ ที่ทำงานเลิกแล้ว เรานี่แคว้งค่ะ ในสมองคิดแต่ไปอยู่ด้วยกันอย่างเดียวเลย เราก็ไปบ้านพี่เลยค่ะ ดื่มอย่างเดียว กะดื่มให้ลืมเรื่องช้ำใจ สักพักเค้าก็โทรมา แต่อารมณ์ตอนนั้นคือเมาแล้ว นอยแล้ว ก็ทะเลาะกัน เราตัดสินใจเพื่อที่จะขับรถกลับมาหอที่จะมาเครีย ไม่ได้เมาแล้วขับนะคะ พี่ๆที่ทำงานขับมาให้ กลัวสติแตก

---คำตอบที่ได้รับ---
และแล้วมันก็เป็นการสติแตกจริงๆ เค้าบอกเค้าไม่รักเราแล้ว ที่อยู่ด้วยกันมันเหลือแค่ความผูกพัน   กับผู้หญิงคนนั้นเค้าคุยกันจริงๆ เราถึงขั้นเข่าทรุดลงตรงนั้น(นางเอกละครมาก) เค้าไม่ให้เราเครีย กันเราออกจากผู้หญิงคนนั้นทุกทาง ทุกอย่างมันจบลงตรงนั้น แต่ด้วยความที่เราสติแตกเค้าเลยยังอยู่กับเรา เค้าบอกว่าเราไม่เคยให้ความสำคัญกับเขาในขณะที่ผู้หญิงคนนี้ให้ เราไม่เคยรับฟังเค้าในขณะที่คนนั้นฟัง และอื่นๆอีกมากมายที่มันเสียดแทงเรา จนเราร้องไห้มาหนักมาก แต่เค้าก็เขามากอดเราไว้แล้วบอกเราว่าเค้าจะให้โอกาศเราอีกครั้งในการปรับตัว ถ้าครั้งหน้าเรายังไม่สนไม่แคร์ไม่ใส่เค้า เค้าจะจากเราไปแบบไม่บอกสักคำ ซึ่งเราก็โอเครับปากไป

---มันจบแล้ว---
หลังเกิดเรื่องเราไม่ไปดื่มอีกเลย ทำตัวดีมาก จากอะไรที่ไม่เคยทำก็ทำทุกอย่าง แต่ด้วยความที่เค้า 2 คนก็ยังทำงานที่เดียวกันจะให้เราอยู่อย่างไม่ระแวงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เราก็ไม่เคยพูดไม่เคยว่า ผ่านเรื่องนี้ไปหนึ่งเดือนก็ถึงวันที่เราใจสลายแล้วจริงๆ ก่อนหน้านี้ เราทำงานวันหยุดไม่ตรงกัน ซึ่งเค้าก็รับปากเราว่าวันหยุดที่จะถึงจะไปเที่ยวกัน แพลนว่าจะไปไหนช่วงไหน แพลนหน้าจะยาวถึงปีหน้าเลย เย็นวันศุกร์เราไปเที่ยวไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนด้วยกันดีๆ เช้าวันเสาร์เราตื่นไปอาบน้ำจะออกมาทำงานตามปกติ ก็กอดกัน เหมือนมันคือเรื่องปกติของเรา โคนที่เราไม่เคยรู้เลยว่าวันนั้นมันจะเป็นวันสุดท้าย กอดนั้นจะเป็นกอดสุดท้าย อาหารมื้อนั้นจะเป็นมื้อสุดท้าย วันทั้งวันเราทำงานไม่ได้คุยได้ติดต่อกันเลยซึ่งก็เป็นเรื่องปกติมากของเราที่ถ้าไม่มีไรจริงๆก็จะไม่โทร  เลิกงานตอนเย็นเราก็ขับรถจะไปรับเค้าไปถึงไม่เห็นเค้ากับผู้หญิงคนนั้น ผู้จัดการก็บอกว่าอ้าวไม่รู้หรอว่าเค้าไม่มาทำงาน ใจเรานี่ดิ่งลงเหวเลย เราเลยขับรถกลับห้องด้วยความหวังสุดท้ายว่าเค้าจะยังอยู่แต่เปล่าเลย เค้าไปแล้ว ไปโดนไม่มีคำลา ไปโดยที่เรายังไม่ได้ทำไรผิด แม้แต่โน๊ตสักแผ่นก็ไม่มี เท่านั้นแหละ เหมือนโลกทั้งโลกเราหยุดหมุน งงไปหมด เหมือนขาดอากาศหายใจ โทรหาเพื่อนในกลุ่มที่เราไปไหรด้วยกันทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเค้าไม่ได้อยู่แล้ว เรามารู้ความจริงว่า เค้า 2 คนหนีไปด้วยกัน ตัดขาดครอบครัว ไม่ติดต่อใครเลยผู้หญิงรีบไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านแล้วหายไปเลย

---โลกทั้งใบที่มันหายไป---
เราเริ่มจากร้องไห้เหมือนมีใครตาย ใช่ค่ะ ร้องแบบสะอึกสะอื้น ร้องจนปวดหัว ร้องจนอ้วก  ร้องจนหลับไปตอนตี 2 สะดุ้งตานมาตอนตี4เพราะจะหันไปกอดเค้า แต่ก็ต้องมาเจอความจริงว่าเค้าไม่อยู่ วินาทีนั้นร้องไห้อีก ร้องจนเหมือนจะเป็นลมให้ได้ พอเช้ามาฝนตกอีก(โอ้โหนึกว่านั่งถ่าย MV) เหมือนจะเล่าแบบฮาๆ แต่หลังหน้าจอคอมนี่น้ำตามาเพียบ มันพูดไม่ออก สำหรับคนๆนึกที่เราคบกันมา 8 ปี กำลังจะก้าวปี มันเหมือนโลกทั้งไปของเราหายไป เค้าดูแลเราทุกอย่างเป็นเหมือนพี่ เพื่อน แฟน ทุกๆอย่าง เรียกได้ว่าเค้าเป็นทุกอย่างจริงๆ (ไม่ต้องนับความรักจากพ่อแม่นะคะ อันนั้นเรารู้กันอยู่แล้วและมันก็ไม่ได้เหมือนกัน) ใจเรามันพัง ไปไม่เป็น ทำไรไม่ได้นอกจากร้องไห้ จนถึงวินาทีที่เราเดินไปในห้องน้ำ มีผ้าขนหนูแขวนอยู่ เรานึกได้อย่างเดียวเลยว่าเราไม่อยากอยู่แล้ว เราจะอยู่ยังไง จะไปไหนยังไงในเมืองทุกๆก้าวที่เราเดินไปมันมีเงาเขาอยู่ มันมีเสียงเค้าก้องอยู่ในหัว ทันทีที่กำลังจะทำในสิ่งที่ไม่ได้ เหมือนมีคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเรา เรานึกถึงตุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็นั่งร้องไห้เลยค่ะ ขนาดเค้าทิ้งเราขนาดนี้เรายังอยู่แทบไม่ไหว แล้วถ้าเราจากไปคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวเราจะอยู่ได้ยังไง พอสายๆเราก็นัดเจอเพื่อน ออกมาทำไรที่ไม่เคยทำ มาดูดวง ไปในที่ๆไม่เคยไป เหมือนจะดีขึ้นแต่เราก็ยังร้องไห้ได้ทั้งวัน ไม่ว่างจะอยู่ในห้าง ร้านอาหาร ที่ทำงานเพื่อน บนรถ อย่างที่บอกว่าเราไปไหนด้วยกันตลอดทุกเส้นทางมันมีเรื่องมากมาย ถ้านับถึงตอนนี้เราคงร้องไห้เกิน 24 ชั่วโมงได้แล้วมั้ง เราหมดวันๆนึงไปกับการร้องไห้ ต้องไปนอนกับเพื่อน เพราะไม่กล้าจะนอนที่เดิม ห้องเดิม กลัวใจตัวเอง ในขณะที่เค้าทิ้งเราไปแล้ว สมองเรามันก็คิดแต่ว่าตอนนี้เข้าจะอยู่ไหน ทำอะไร จะได้กินไรยัง จะได้กินของชอบไป ไปแบบไม่มีใครเดือดร้อนอะไรจะติดต่อใคร จะเจออุบัติเหตุไหม ตอนนี้เดินทางไปไหนจะถึงหรือยัง ไม่มีรถจะเดินทางลำบากไหม  เหมือนคนโง่คนนึง  ตอนไปกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนที่เราไปด้วยกัน เพื่อนสั่งเมนูเดิมๆมา ทำให้เราได้รู้ว่า ที่จริงเราไม่ได้ชอบเมนูพวกนี้เลยแต่ที่สั่งทุกครั้งที่เค้าชอบเท่านั้น ณ ตอนนี้ ความรู้สึกเรายังไม่โอเค ยังร้องไห้ได้ทุกที่ แม้แต่นั่งทำงาน โดยไม่อายใคร ยังคงคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงในวันที่ไม่มีเขา แต่เมื่อทุกชีวิตมันก็ต้องเดินต่อไป จึงอยากมาแชร์ให้ทุกท่านอ่านกัน

เราจะไม่โทษใครแต่ขอโทษตัวเราเองที่ไม่สามารถรักษาความรักของเรา เพราะตอนนี้เราติดต่อเค้าไม่ได้เลย ถ้ามีโอกาสที่เค้าจะมาอ่านเจอ เราอยากจะบอกว่าเราขออโหสิกรรมในทุกๆเรื่อง และเราก็จะอโหสิกรรมให้เค้าเช่นกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้เรายังลุกยืนเดินต่อไปไม่ไหว แต่สักวันเราจะลุกเดินตามทางต่อไป ที่เธอเคยถามว่าความรักของเราเป็นยังไง เราอาจตอบไม่ได้ แต่เรารู้ว่าเรามีความสุขมากที่ได้ทำอะไรได้ไปไหนกับเธอ ได้มีทุกวันที่มีกัน ตั้งแต่เราลำบากมาด้วยกัน จนวันที่หนูมีทุกอย่างแต่คนคนที่สร้างทุกอย่างกลับหายไปราวกับความฝัน จำได้ไหมว่าหนูเคยบอกว่าหนูคงอยู่ไม่ได้เพราะทุกที่ ที่หนูไปมันมีแว่นอยู่ด้วยไง วันนี้หนูจะอยู่ให้ได้ถึงมันจะยากมาก ถึงแว่นจะรักคนอื่นไปแล้ว ถึงจะเลือกแบบนี้หนูก็จะให้อภัยในสักวัน  สุดท้ายที่สุด มันยากจริงๆนะที่จะก้าวข้ามแต่ละวันไปแบบไม่มีน้ำตา หนูรักแว่นนะ ขอบคุณที่เข้ามาสร้างความทรงจำ ขอบคุณที่ดูแลหนูมา 8ปี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่