นั่งชิล นอนชิล @ เขาใหญ่ 2 วัน 1 คืน [ -LK- ]



สวัสดีค่ะทุกคนยิ้ม ทริปเขาใหญ่ 2 วัน 1 คืนของลูกแก้วครั้งนี้ ต้องบอกก่อนว่าเน้น "ชิล" จริงๆ อาจจะแวะเที่ยวแค่ไม่กี่ที่  เพราะเราไปทางสายกินมากกว่า 555 ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวลูกแก้วจะสรุปไว้ให้ตอนท้ายนะคะ

ครั้งนี้มีผู้ร่วมทริป 6 คน พวกเราเลือกเช่ารถตู้พร้อมคนขับ กะไปแบบสบายๆ 555 เราเลือกไปวันธรรมดา มีเสิร์ช google เล็งที่พักไว้แล้ว พอเช้าวันเดินทางเราออกเดินทางจากกทม. ประมาณ 8 โมงเช้า ระหว่างทางก็เสิร์ช google หาที่กิน ที่เที่ยวตามทางผ่าน

พอเข้าจังหวัดนครราชสีมา เราก็เลือกฝากท้องมื้อเที่ยงกันที่ร้าน "The Chocolate Factory" อ. ปากช่อง




ร้านนี้เป็น café&restaurant มีทั้งอาหารคาวหวาน เด่นเรื่องช็อกโกแลต โซนร้านอาหาร กับร้านขนมจะอยู่แยกกันค่ะ


ซุปเนื้อทำน้ำซุปได้เข้มข้นดีค่ะ แต่จืดไปหน่อย พอเติมเกลือเพิ่มก็ซดจนหยดสุดท้ายเลยค่ะ 555





ส่วนพวกพาสต้ากับสปาเก็ตตี้ก็รสชาติดี กลมกล่อมค่ะ ปลาแซลม่อนอร่อย ยำเปรี้ยวนำไปนิด แต่โดยรวมรสชาติดี วัตถุดิบดีจ้า ราคาอาหารมีตั้งแต่ 100 กว่าบาทขึ้นไปค่ะ เมนูธรรมดาทั่วๆไปเฉลี่ยอยู่ที่จานละ 200 บาทโดยประมาณนะจ๊ะ^^

พออิ่มกันแล้วเราก็ไปต่อที่โซนของหวานค่ะ ช็อกโกแลตเยอะมากก ทำสดๆ เลือกไม่ถูกเลย มีทั้งช็อกโกแลตบาร์ คุ๊กกี้ ขนมปัง เค้ก











และนี่คือค่าเสียหายในโซนขนม ฮือออออ แต่ๆๆ!! บอกเลยว่าสมราคา ที่ซื้อมาอร่อยทุกอย่างค่ะ



ที่ขีดไว้ในภาพคือรายการที่พนักงานคิดเงินเกินไปตั้ง 270 บาทแน่ะ ฮือๆๆๆๆๆ แต่พวกเราสะเพร่าเองแหละที่ไม่เชคให้ดีก่อนออกจากร้าน มารู้ตัวอีกทีก็ไปไกลละ ย้อนกลับไปก็คงไม่คุ้ม ยังไงไปซื้อของที่ไหนด็อย่าลืมเชคกันน้าาาา ฮืออๆๆๆๆๆ แต่ยังไงถ้ามีโอกาศก็จะแวะไปอุดหนุนอีกแน่นอน เพราะอาหารอร่อย ขนมอร่อย ถูกใจฝุดๆ 555

ต่อๆๆๆ ไม่ไกลจากร้านนี้มีสวนสัตว์ Bonanza Exotic Zoo อยู่ เป็นสวนสัตว์เล็กๆ มีสัตว์แปลกๆ สัตว์หายาก





ให้อาหารน้องกวางได้ด้วยน้าาา

ดาวเด่นของสวนสัตว์ก็เจ้าตัวนี้เลย ลูกเสือขาว อายุ 8 เดือน สามารเข้าไปป้อนนมในกรงได้ค่ะ นมขวดละ 150 บาท อนุญาตให้เข้าไปได้ครั้งละ 2 คนค่ะ มีเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด ไม่ต้องกลัวนะ น้องดูเป็นมิตร ฉลาดด้วย พอเห็นคนเดินไปซื้อนมก็รีบเดินป้วนเปี้ยนรอเลย 555



เดินทั่วสวนสัตว์แล้วเราก็เข้าไปเชคอินที่พัก "เดิน ดิน ดู ดาว" รีสอร์ทค่ะ อยู่อ.วังน้ำเขียว ตั้งอยู่บนเนินเขา ทางขึ้นค่อนข้างชันค่ะ






ห้องพักของที่นี่มีลักษณะเป็นบ้านหลังๆอยู่กระจายกันไปตามชั้นเขาค่ะ พวกเราเลือกพัก 2 ห้อง ซึ่งเป็นตัวบ้านหลังเดียวกัน ทรงแปดเหลี่ยม แต่แบ่งเป็นห้องชั้นล่าง กับห้องชั้นบนค่ะ แล้วก็เสริมเตียงเอา เพราะห้องค่อนข้างกว้าง อ่อ แล้วทั้ง 2 ชั้นก็มีทางเข้าแยกกันนะคะ ไม่เชื่อมต่อกันค่ะ

ห้องชั้นล่างมีเตียงคู่ให้ 1 เตียง และเตียงเดี่ยวอีก 1 เตียงตามภาพค่ะ ส่วนที่นอนเสริมจะมาเป็นฟูกค่ะ







ห้องชั้น 2 มีเตียงเดี่ยวให้ 1 เตียงค่ะ ห้องน้ำกว้างขวางกว่าชั้นแรก









สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องมีพร้อมค่ะ เครื่องทำน้ำอุ่น ผ้าขนหนู ทีวี ไดร์เป่าผม กาต้มน้ำ กาแฟสำเร็จรูป ตู้เย็น น้ำดื่ม ฯลฯ

พอเชคอินเก็บของกันเรียบร้อยเราก็นั่งรถออกไปดูวิวที่ผาเก็บตะวันค่ะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก




ตอนแรกกะว่าจะอยู่รอดูพระอาทิตย์ตกที่ผาเก็บตะวันเลย แต่.....ด้วยอยากอาหารของทุกคนนั้นนนน.....ถ่ายรูป ชมวิวพอเป็นพิธีแล้วลงเขาเลยจ้าาาา 5555

ขามาที่หน้าผาเราผ่านร้านอาหารหลายร้าน ก็จำชื่อมาเสิร์ชในเน็ตดูว่าร้านไหนรีวิวดี เลยมาจบที่ร้าน Clockwise อยู่ใกล้กับทางเข้าที่พักของเราเลยค่ะ ตัวร้านตั้งอยู่ในเขตรีสอร์ท "เวลาเวียน"

จานนี้เป็นเมนู signature ของทางร้านค่ะ



รูปที่ถ่ายตอนอยู่ร้านนี้ใช้ได้แค่รูปเดียวจริงๆ ต้องขออภัย^^' เพราะด้วยความที่เป็นร้านแบบ open air แสงไฟสลัวๆ ตอนพวกเราไปถึงฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว noise กระจายสิคะ รออะไร555 ยังไม่พอ พายุเข้า ลมแรง ฝนสาดอีก ย้ายโต๊ะกันชุลมุน 5555 เอาเป็นว่านอกจากเมนูน้ำพริกนี้แล้ว ลูกแก้วขอแนะนำเมนู "ปลาแซลม่อนผัดกระเพรากรอบ", "ต้มแซ่บกระดูกอ่อน" มีอีกหลานจานแต่จำชื่อเมนูไม่ได้ 555 สรุปสั้นๆ ร้านนี้อร่อยค่ะ ควรไปลองยิ้ม ทานเสร็จพวกเราก็เข้าไปนั่งชิลต่อที่ที่พักแล้วค่ะ จบไปวันแรก

ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้ดอกไม้

เช้าวันที่ 2 ...... เราตื่นสายหน่อย ออกจากห้องประมาณ 9 โมง เดินลงเนินไปทานอาหารที่ลานรับรองของรีสอร์ท อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ เดินงัวเงียๆเข้าไป พนักงานรีบลุกมายิ้มแย้มต้อนรับ ตอนนั้นมีกลุ่มเราแค่โต๊ะเดียวค่ะ 555 อาหารที่จัดวางไว้ให้บริการตัวเองตอนแรกก็ดูธรรมดาๆไม่ค่อยมีอะไร มีแค่ขนมปังปิ้ง เนย แยม กาแฟ โอวัลติน ข้าวผัด ผัดไท สักพักพนักงานเดินมาบอกว่า "เดี๋ยวมีข้าวต้ม กับสลัดอีกนะคะ จะเอาไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ"

พวกเราก็ตักของกินกันเต็มไม้เต็มมือไปแล้ว พอข้าวต้มมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ นี่ก็คิดว่าจะมาแค่ชามเล็กๆไง....



ชามใหญ่เต็มชามประหลาดใจ

ไม่ถึง 5 นาที สลัดมาเสิร์ฟต่ออีก มีทั้งไข่ดาว ใส้กรอก แถมบอกไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้นะคะ



ตัดภาพมาที่อิฉัน ขนมปังปิ้งเอามา 2 แผ่นในมือยังกินไม่หมด 5555 พยายามยัดไปจ่ะ เพราะเขาตั้งใจทำมาให้แล้ว มีนมสด กับน้ำส้มเย็นๆมาเสิร์ฟอีก ตบท้ายด้วยผลไม้จานใหญ่ คือเป็นบุฟเฟ่ต์ที่แทบไม่ต้องเดินไปตักเอง และไม่ต้องเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น พี่เขาจัดให้หมด 555 บอกเลยว่าอร่อย และมีความสุขมากกก 555

พออิ่มกันแล้วก็กลับไปนอนอืดต่ออีกแป๊ป แล้วลุกมาเก็บของเชคเอาท์ช่วงเที่ยงค่ะ

พวกเราแวะนั่งชิลต่อกันที่คาเฟ่ "22°c Café" ซึ่งตั้งอยู่ปากทางเข้ารีสอร์ทเลยค่ะ



















ร้านนี้มีอาหารคาวด้วยนะคะ ใครอยากไปทานแบบอิ่มๆร้านเดียวครบเลย เฟรนช์ฟรายชีสอร่อยยย ขนมอร่อย เครื่องดื่มเข้มข้น ให้ผ่านค่ะยิ้ม

ขณะที่นั่งดื่มด่ำบรรยากาศอยู่นั้น พวกเราก็เสิร์ชว่าจะไปไหนต่อดี คิดว่าไปอีกทีเดียวก็กลับกทม.ละ เลยตัดสินใจไปต่อที่ Primo Piazza ค่ะ

มาถึงก็ซื้อตั๋ว จ่ายค่าเข้าไปตามระเบียบ ผู้ใหญ่คนละ 100 บาท เด็ก 50 บาทค่ะ ตั๋วนี้เอาไปแลกหญ้าให้อาหารสัตว์ที่ฟาร์มด้านในได้ด้วยนะคะ


เจอพนง.ต้อนรับ

เป็นเมืองจำลองบรรยากาศตปท. มีคาเฟ่ 2 ร้าน ร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ แล้วก็ฟาร์มอัลปาก้า ลา แพะ แกะ เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปเลย





ถาพมุมกว้างก็ไม่มีหรอกนะ เพราะมัวถ่ายแต่รูปตัวเอง 555 เอาเป็นว่า สวย น่ามาถ่ายรูปค่ะยิ้ม

ส่วนนี่ก็เด็กๆที่อยู่ในฟาร์มจ้าา




จบแล้วๆ เจอกันที่เพจ LK จ้ายิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่