คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ผมเคยล้มเหลวในการเรียนในมหาวิทยาลัย จนเกือบจะลาออก เนื่องจากคิดว่าถึงแม้จะเรียนต่อไปก็เรียนไม่จบอยู่ดี (เกรดไม่ถึง 2.00 ถือว่าเรียนไม่จบ)
ตอนนั้นผมกำลังจะขึ้นปี 6 คณะวิศวะ (หลักสูตร 4 ปี) เกรดสะสม 1.85 โดยเก็บหน่วยกิตได้ประมาณ 68% อีก 32% ที่เหลือเป็นวิชาหลักของภาควิชา
ซึ่งก็เหลือแต่วิชาที่ยากทั้งนั้น และผมเหลือเวลาเรียนอีกแค่ 2 ปี เนื่องจากผมลงซัมเมอร์มาแล้ว 4 ครั้ง นับเป็น 1 ปี จึงเรียนได้แค่ปี 7 ( 8-1=7 )
ดังนั้นวิชาที่เหลือ ผมจะต้องได้เกรดเฉลี่ย 2.32 ถึงจะเรียนจบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากๆ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
จุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของผมก็คือ ผมได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมากมาย
เมื่อผมเป็นคริสเตียนแล้ว ทำให้ชีวิตผมมีสันติสุข ไม่วิตกในการเรียนที่ย่ำแย่อีกต่อไป ผมมีความคิดว่าการเรียนไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
แต่การทำความดีและประกอบอาชีพที่สุจริต เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างแท้จริง ผมจึงคิดว่าในเมื่อผมสบายใจแล้ว
ผมก็สามารถเรียนต่อไปได้ ถึงแม้ว่าผมจะเรียนไม่จบก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถึงตอนนั้นก็ค่อยไปเรียนรามฯก็ได้
ผมเลยตัดสินใจเรียนต่อ โดยไม่รู้สึกกังวลใดๆเลย (ต่างจากก่อนเป็นคริสเตียนอย่างมาก) และผมก็ไม่ได้ขอให้พระเจ้าผู้ประเสริฐช่วยให้ผมเรียนจบ
แต่ผมเชื่ออย่างสุดใจว่า พระเจ้าผู้ประเสริฐจะช่วยนำชีวิตผมให้ดีอย่างแน่นอน ปรากฏว่าผมเรียนอย่างมีความสุข ทั้งๆที่เหมือนกับว่าผมเดินอยู่บนปากเหว
*****แล้วการอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในชีวิตผม ก็คือผมเรียนดีขึ้นจากเดิมมาก เรียนแล้วเข้าใจ ผลสอบวิชาที่เคยได้ F ปรากฏว่าได้ A
และวิชาที่ยากที่สุดซึ่งผมเคยได้ F มา ปรากฏว่าได้ B ส่วนวิชาอื่นๆก็ได้ทั้ง B C D รวมเกรดเฉลี่ยของ 2 ปีสุดท้าย (ปี 6-7) ปรากฏว่าได้ 2.35
เมื่อรวมเกรดเฉลี่ยของทั้งหลักสูตรปรากฏว่าได้ 2.01 ทำให้ผมเรียนจบหลักสูตร ได้เป็นวิศวกรตามที่เคยหวังไว้...ขอบคุณพระเจ้าผู้ประเสริฐอย่างยิ่งใหญ่
ตอนนั้นผมกำลังจะขึ้นปี 6 คณะวิศวะ (หลักสูตร 4 ปี) เกรดสะสม 1.85 โดยเก็บหน่วยกิตได้ประมาณ 68% อีก 32% ที่เหลือเป็นวิชาหลักของภาควิชา
ซึ่งก็เหลือแต่วิชาที่ยากทั้งนั้น และผมเหลือเวลาเรียนอีกแค่ 2 ปี เนื่องจากผมลงซัมเมอร์มาแล้ว 4 ครั้ง นับเป็น 1 ปี จึงเรียนได้แค่ปี 7 ( 8-1=7 )
ดังนั้นวิชาที่เหลือ ผมจะต้องได้เกรดเฉลี่ย 2.32 ถึงจะเรียนจบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากๆ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
จุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของผมก็คือ ผมได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมากมาย
เมื่อผมเป็นคริสเตียนแล้ว ทำให้ชีวิตผมมีสันติสุข ไม่วิตกในการเรียนที่ย่ำแย่อีกต่อไป ผมมีความคิดว่าการเรียนไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
แต่การทำความดีและประกอบอาชีพที่สุจริต เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอย่างแท้จริง ผมจึงคิดว่าในเมื่อผมสบายใจแล้ว
ผมก็สามารถเรียนต่อไปได้ ถึงแม้ว่าผมจะเรียนไม่จบก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถึงตอนนั้นก็ค่อยไปเรียนรามฯก็ได้
ผมเลยตัดสินใจเรียนต่อ โดยไม่รู้สึกกังวลใดๆเลย (ต่างจากก่อนเป็นคริสเตียนอย่างมาก) และผมก็ไม่ได้ขอให้พระเจ้าผู้ประเสริฐช่วยให้ผมเรียนจบ
แต่ผมเชื่ออย่างสุดใจว่า พระเจ้าผู้ประเสริฐจะช่วยนำชีวิตผมให้ดีอย่างแน่นอน ปรากฏว่าผมเรียนอย่างมีความสุข ทั้งๆที่เหมือนกับว่าผมเดินอยู่บนปากเหว
*****แล้วการอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในชีวิตผม ก็คือผมเรียนดีขึ้นจากเดิมมาก เรียนแล้วเข้าใจ ผลสอบวิชาที่เคยได้ F ปรากฏว่าได้ A
และวิชาที่ยากที่สุดซึ่งผมเคยได้ F มา ปรากฏว่าได้ B ส่วนวิชาอื่นๆก็ได้ทั้ง B C D รวมเกรดเฉลี่ยของ 2 ปีสุดท้าย (ปี 6-7) ปรากฏว่าได้ 2.35
เมื่อรวมเกรดเฉลี่ยของทั้งหลักสูตรปรากฏว่าได้ 2.01 ทำให้ผมเรียนจบหลักสูตร ได้เป็นวิศวกรตามที่เคยหวังไว้...ขอบคุณพระเจ้าผู้ประเสริฐอย่างยิ่งใหญ่
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ถ้าพูดถึงแรงบันดาลใจ พวกคุณนึกถึงอะไร
จุดเปลี่ยนชีวิตของแต่ละคน ช่วยเราให้ฟังทีค่ะ