ปุด.. ปุด.. ปุด.. ปุด..
เสียงซอสบาร์บีคิวทำเองที่สุกและเดือดได้ที่แล้ว พร้อมที่จะถูกราดลงไปบนเส้นพาสต้าต้มสุกที่เตรียมไว้ในจาน
"พ่อ !... เสร็จแล้ว มากินได้แล้ว"
"เออ... แกกินก่อนเลย พ่อกำลังติดพันงานอยู่"
"ทั้งปี พ่อเนี่ย ข้าวปลาไม่กินเอาแต่บ้างาน ... แล้วกาแฟน่ะ หยุดซะบ้างเหอะ จะติ๊สไปถึงไหน ?"
"ติ๊สคืออะไรวะ ? เดี๋ยวนี้นับวันภาษาแปลกๆจะมีมากขึ้นนะแกเนี่ย ลัคกี้"
"แปลกก็ช่างเหอะ ! วันนี้พ่อไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยไม่ใช่เหรอ ? ...มากินข้าวเดี๋ยวนี้เลย !!"
เคน ชายโสดวัยกลางคนร่างผอม ผมยาวซอยแบบเกาหลี หนวดเคราและคิ้วหนา อดีตพาสทรี่เชฟที่เคยทำงานในโรงแรมห้าดาวกลางกรุงแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เพราะครั้งหนึ่งเขาถูกลูกค้าโวยวาย เนื่องจากอาหารที่ทำไปด้วยเส้นมักกะโรนีที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบปรุง มีซากแมลงสาบอยู่ข้างใน
เคนผันตัวเขาเองมาเป็นนักเขียนหลากแนว และประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะเขานั้นมีทักษะในด้านการเขียนที่สูง นอกจากทักษะในด้านการทำอาหารประเภทเส้นที่สูงเช่นกัน
คืนหนึ่ง เขาพบเด็กทารกเพศหญิงเนื้อตัวแดงเหลือง รกยังติดตัว สภาพอดโซ กำลังนอนร้องไห้จ้าตัวสั่นในกองผ้าเปื้อนเลือดที่ยังสดๆ ถูกวางทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างตึกที่กำลังอยู่ในสภาพก่อสร้างยังไม่เสร็จ ซึ่งอยู่ข้างสำนักพิมพ์ที่เขานำงานไปส่ง เขารีบนำเด็กทารกหญิงที่กำลังใกล้จะตายนั้นไปที่โรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ ภายหลังเกิดความสิเน่หาในเด็กทารกหญิงนั้น จึงติดต่อทางโรงพยายาบาลเพื่อขอรับอุปการะเลี้ยงดูเธอ เป็นพ่อบุญธรรม และตั้งชื่อให้เธอว่า ลัคกี้ ใช้เป็นทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง เพราะเธอได้รอดชีวิตจากสังคมอันฟอนเฟะที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในยุคปัจจุบัน
ลัคกี้ตอนนี้เติบโตเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุย่างเข้าสิบเจ็ดปี ผิวขาวเหลืองแต่ใส รูปร่างดี มีเขี้ยวสเน่ห์ จมูกโด่งกำลังงาม หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่น ไม่มีเค้าของความเป็นไทยเลย ผมดำสนิท เรียบ ไว้สั้นบ๊อบและหน้าม้าที่หนา ปัดไปทางขวานิดๆ ... แต่เธอมีนิสัยดุ ห้าว ใจร้อน เป็นมวย ชกต่อยเก่งเหมือนผู้ชาย เธอมักมีเรื่องปะทะกับพวกนักเรียนชายทั้งในและนอกโรงเรียน และพวกนักเรียนหญิงในโรงเรียนที่นิยมเพศเดียวกันมักมาห้อมล้อมเธออยู่เสมอ แต่เธอก็ทำเอาพวกนั้นกระเจิงไปทุกทีเพราะเธอนั้นแค่ดุ แต่ไม่ได้นิยมในโลกเพศที่สาม
"ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ... ทำไมแกไม่เป็นทอมไปซะเลยวะ ลัคกี้... พ่อไม่ถือหรอก แปลกใหม่ดีจะตาย"
เคนแซวลูกสาวบุญธรรมหลังจากที่ฟังเรื่องในโรงเรียนตอนเย็นวันนี้จากเธอแล้ว... ทั้งคู่กำลังกินมื้อเย็นด้วยกัน
"จะบ้ารึไงพ่อ !? หนูไม่ได้ชอบแนวนั้นซะหน่อย !... ถ้าเป็นเพื่อนหนูนี่โดนมะเหงกไปแล้วนะเนี่ย !"
"แหม่... แกนี่มันดุจริงๆว่ะ ลัคกี้... เป็นสาวเป็นนางน่ะ ธรรมดาต้องอ่อนหวานนะเว้ย... หน้าตาแกก็คิกขุ
อาโนเนะขนาดนี้... พอ่แม่แท้ๆของแกนี่เป็นยากูซ่ากันรึไงวะ ?" ความที่ตรงและแรง เป็นนิสัยเสียอย่าง
หนึ่งของเคน
"จะยากูซ่ารึอะไรก็ช่าง... มันทิ้งหนู ดีที่หนูไม่ได้เป็นลูกของพวกมัน" ลั๊คกี้รู้ความที่เธอถูกเคนเก็บมาเลี้ยง
"เออๆ 'โทษทีว่ะ พ่อมันปากเสียเอง... นี่... เส้นพาสต้าวันนี้ดีขึ้นนะ แกนี่เรียนรู้อะไรไวดีนี่หว่า"
"ฮึ... ไม่ต้องมาทำเป็นยอหนูหรอก หนูรู้ว่าหนูรักใครมากที่สุดตอนนี้" แล้วเธอก็ดูดเส้นพาสต้าซอส
บาร์บีคิวเข้าไปในปากจนซอสเลอะขอบปาก เคี้ยวสีหน้าเรียบเฉย
"ฮะ ฮะ ฮะ...โดนสาวญี่ปุ่นบอกรักนี่มันจึ๊กกระดึ๋ยดีว่ะ... คราวหน้าพ่อจะสอนแกทำซอสครีมเห็ดเป็น
ซอสที่หก... แล้วเส้นน่ะ แกต้องลดเวลาต้มนิดนึง มันจะเหนียวหนึบเป็นอัลเด็นเต้พอดี"
กลางดึก....
ลัคกี้ตื่นขึ้นมาเพราะปวดปัสวะ เดินออกจากห้องตรงไปยังห้องน้ำในบ้านชั้นเดียวอันคับแคบที่อยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองอันแออัด เมื่อเสร็จกิจและออกมาจากห้องน้ำแล้ว
เธอชะงักเพราะเห็นเงา ดำตะคุ่มคล้ายเงาของคนเดินเข้าไปในห้องของเธอ
"หือ ?..... ใครวะ ?... พ่อ... พ่อใช่มั้ย ?"
ไร้เสียงตอบกลับ... ลัคกี้ คว้าไม้เบสบอลโลหะที่สั่งตรงจากญี่ปุ่นออกมาจากตู้เสื้อผ้า ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวที่เคยใช้ต่อสู้กับกลุ่มเด็กแว้นวัยรุ่นทั้งชายและหญิงที่มาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับละแวกบ้านของเธอ จนพวกมันแตกกระเจิงไป ไม่มาอีกเลย
"ค... ใครน่ะ !? นั่นมันห้องของฉัน อยากลองดีใช่มั้ย !? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ !!"
ลัคกี้ค่อยๆ เดินเข้าไปในท่าเตรียมต่อสู้ ชะโงกดูภายในห้อง... แต่ไม่มีใครเลย !
"อะไรวะ ?... ผีรึไง ? ... ไปๆ ! ไปอยู่ส่วนผีซะ อย่ามายุ่งกะคน !"
ตึ่ก... ตึ่ก... ตึ่ก...
แล้วเธอก็หันขวับกลับหลังหันโดยเร็ว ทำท่าเตรียมทุบคู่ต่อสู้ด้วยอาวุธประจำกาย ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเดินที่ดังมาจากข้างหลัง... แต่ก็ไม่มีใครเดินอยู่บนทางเดินหน้าห้องน้ำซึ่งลัคกี้เพิ่งจะผ่านมาหยกๆ... เธอเกาหัวสีหน้างุนงง แล้วก็ไปที่เตียงเพื่อหลับต่อ โดยมีไม้เบสบอลโลหะวางเตรียมเอาไว้บนหัวเตียง
โรงเรียน...
ที่โรงเรียนของลัคกี้จะมีการจัดมหกรรมอาหารสากลขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ เพื่อต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ชาวต่างชาติจากหลายๆประเทศที่จะมาเยื่ยมชมโรงเรียนและฟังวิทยากรของโรงเรียนบรรยายความรู้ทางวิชาการ ทางโรงเรียนจึงลดเวลาในการเรียนการสอนลงเพื่อจัดเตรียมงาน และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีฝีมือหรือสนใจในเรื่องอาหาร หารายได้จากการขายอาหารของตน ทั้งในช่วงเวลาเตรียมงานและในวันจริง
"บอกว่าหมดแล้ว ยังจะมาถามหาอีก ! เดี๊ยะ แม่บ้องหูเตือนสติซะนี่ ! นี่ชิมรึยัดกันแน่ยะ ?"
"แหม... ก็มันอร่อยนี่ ... เห็นแกดุเหมือนยักษ์แบบนี้ใครจะไปนึกล่ะ ว่าแกจะทำอาหารเก่งแล้วก็อร่อย
ขนาดนี้"
ตั้ม โอ๊ต และ ยิ่ว นักเรียนชายสามเกลอคู่กัดประจำของลั๊คกี้ บัดนี้ได้หลงสเน่ห์ปลายจวักของเธอจนต้องยอมแพ้เธอไปวันหนึ่ง... ทั้งเธอและสามเกลอพวกนี้ ทะเลาะกันเป็นไม้เบื่อไม้เมามานานจนเริ่มสนิทกัน... บางครั้ง ถ้าวันไหนทั้งสองฝ่ายไม่ได้หาเรื่องกัน วันนั้นจะเป็นวันที่เซ็งที่สุดในชีวิตของพวกเขา
"กระเพาะวัวกันนักใช่มั้ย ?... เอ้านี่ เหลือสามที่พอดี กินให้หน่อย... ขายไม่ออก ขี้เกียจขายแล้ว...
สปาเกตตี้หน้าไก่ผัดซอสเพสโต้"
"ว้าาาว...ว...ว....... !!"
แล้วทั้งสามเกลอก็นั่งกินสปาเก็ตตี้กันอย่างเอร็ดอร่อย มูมมาม พลางส่งเสียงชื่นชมอาหารกันเสียงดังจนนักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ในที่นั้น หันมามองที่ซุ้มขายอาหารของลัคกี้กันเป็นจุดเดียว จนลัคกี้อาย เอามือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเอง ทอดถอนใจ
"กินจุเนอะ พวกนี้... แต่ก็ดี จะได้เป็นโฆษณาให้ร้านเราเด่นขึ้น" นักเรียนหญิงคนหนึ่งในกลุ่มขายอาหาร
ของลัคกี้เอ่ยขึ้น สีหน้าแขยงเล็กน้อยในอากัปกริยาของพวกสามเกลอ
"เฮ้อ... แต่โฆษณาแบบนี้มันน่าเกลียดไปนะ"
ลัคกี้ถอนใจ เธอคิดว่า นี่อาจจะเป็นการโจมตีชนิดหนึ่งของพวกคู่กัดพวกนี้ก็ได้ แต่ก็เลิกความคิดนี้ไป เมื่อเห็นว่าทั้งสามกำลังมีความสุขกับการกินอาหารของเธอจริงๆ... แน่ล่ะ... ฝีมือระดับเชฟ ที่อดีตเชฟพาสทรี่อย่างพ่อของเธอเป็นคนประสิทธิ์ประสาทให้เองกับมือ จากนั้นก็เริ่มมีนักเรียนทยอยเข้ามาซื้ออาหารที่ซุ้มขายอาหารของลัคกี้กันมากขึ้น จนกระทั่งมีครูหลายคนเข้ามาซื้อบ้าง
ที่บ้าน... ตอนค่ำในวันเดียวกัน
"ซอสเพสโต้มันก็คือซอสใบโหระพาน่ะแหละ ลูกค้าแกอาจจะไม่ค่อยชอบกลิ่นมัน... เด็กสมัยนี้ไม่ค่อย
ชอบกินผักกันด้วย"
"แต่พวกคู่อริหนูมันกินเอาๆ มูมมามยังกะหมูเลย... ว่าไปก็... ถ้าไม่มีพวกมัน คงได้เหลือกลับมากินเป็นมื้อเย็นนี้แน่"
"ฮะ ฮะ ฮะ... พ่อว่าแกกับพวกนั้นน่ะ เริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้วนะ... กัดกันมาตั้งกะ ม.ต้น แล้วนี่"
"..............." ลัคกี้เคี้ยวก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ผัดขี้เมาฝีมือพ่อของเธอสีหน้าเรียบเฉย ในใจคิดว่า... คงอย่างนั้น
เพล้ง !!!!
เคนกับลัคกี้สองพ่อลูกหยุดชะงักจากการกินอาหารมื้อเย็น... เสียงเหมือนจานใบหนึ่งตกแตกดังออกมาจากห้องครัว
"อะไรวะ ?... กินไปนะ เดี๋ยวพ่อไปดูที่ห้องครัวเอง"
เคนลุกขึ้นออกจากที่นั่งพื้น เดินจากห้องโถงอันคับแคบที่มีเพียงโต๊ะญี่ปุ่นตัวหนึ่งเป็นจุดเด่นของห้อง ตรงไปยังห้องครัว... ในห้องไม่มีอะไรแม้แต่แมวตัวหนึ่งที่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้จานตกแตก
"จานก็ไม่ได้วางไว้หมิ่นเหม่นี่หว่า ตกลงมาได้ไงวะ ?" แล้วเคนก็เริ่มเก็บกวาดเศษจานเซรามิคใบที่ตกแตก
***************
ที่โรงเรียน... วันมหกรรมอาหาร... ตอนเย็นไกล้ค่ำ หลังกิจกรรมเสร็จสิ้น
"นี่พวกเธอ... เอ้า ค่าเหนื่อยคนละ 400...... ฟู่วววว..... งานหนักจริงๆวันนี้"
ลัคกี้แบ่งกำไรที่ได้จากการขายอาหารให้เพื่อนๆในกลุ่ม หน้าตาของเธอมันเยิ้ม ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อกันเปื้อนสีขาวเลอะเทอะไปด้วยซอสนาๆชนิด หลากสี
"ขอบใจจ้ะ... แต่งานหนักจริงๆนะ... ร้านเราขายดีมากจริงๆ... ลุงฝรั่งคนอิตาลีคนนั้นออกปากชมใหญ่
เลย ทั้งที่เป็นอาหารของประเทศตัวเองแท้ๆ ฉันนึกว่าเค้าจะเฉยๆซะอีก... เธอมีฝีมือจริงๆด้วยแหละ
ลัคกี้"
"จริงด้วย... ว่าแต่ ป้าคนญี่ปุ่นคนนั้น ทำไมชอบมองหน้าเธอจังนะ... เธอรู้จักกับป้าคนนั้นรึเปล่า ?"
"ไม่นิ... ฉันไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่... หน้าฉันมันคงเหมือนคนญี่ปุ่นมากไปอย่างที่หลายคนว่ากันมั้ง ?"
มีผู้หญิงวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ชอบมองหน้าของลัคกี้ในระหว่างที่ซื้ออาหารในซุ้มขายอาหารของเธอ... จ้องมองเหมือนกำลังพยายามนึกอยู่ว่า เคยรู้จักกับลัคกี้หรือไม่
"ยังไงก็ช่าง... ต้องขอบใจเจ้าสามตัวนั่นอยู่ดี มันชอบมากินแต่ที่ร้านเรา แล้วก็ชอบทำท่าทางปัญญาอ่อน
จนคนหันมามองกันใหญ่... เฮอะ... เป็นการติดหนี้บุญคุณที่งี่เง่าที่สุดในสามโลกเลย"
เคนขับรถกระบะของเขาเข้ามาในโรงเรียนเพื่อมารับลัคกี้และช่วยขนย้ายเครื่องครัวกลับบ้าน
"ไง สาวๆ... ขายดีกันรึเปล่า ?"
"มาช้าจังนะพ่อ... รอจนเหงกแล้ว"
(มีต่อ)
(นิยาย ผี/วิญญาณ) ลูกรัก... พ่อแม่ขออภัย
เสียงซอสบาร์บีคิวทำเองที่สุกและเดือดได้ที่แล้ว พร้อมที่จะถูกราดลงไปบนเส้นพาสต้าต้มสุกที่เตรียมไว้ในจาน
"พ่อ !... เสร็จแล้ว มากินได้แล้ว"
"เออ... แกกินก่อนเลย พ่อกำลังติดพันงานอยู่"
"ทั้งปี พ่อเนี่ย ข้าวปลาไม่กินเอาแต่บ้างาน ... แล้วกาแฟน่ะ หยุดซะบ้างเหอะ จะติ๊สไปถึงไหน ?"
"ติ๊สคืออะไรวะ ? เดี๋ยวนี้นับวันภาษาแปลกๆจะมีมากขึ้นนะแกเนี่ย ลัคกี้"
"แปลกก็ช่างเหอะ ! วันนี้พ่อไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเลยไม่ใช่เหรอ ? ...มากินข้าวเดี๋ยวนี้เลย !!"
เคน ชายโสดวัยกลางคนร่างผอม ผมยาวซอยแบบเกาหลี หนวดเคราและคิ้วหนา อดีตพาสทรี่เชฟที่เคยทำงานในโรงแรมห้าดาวกลางกรุงแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เพราะครั้งหนึ่งเขาถูกลูกค้าโวยวาย เนื่องจากอาหารที่ทำไปด้วยเส้นมักกะโรนีที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบปรุง มีซากแมลงสาบอยู่ข้างใน
เคนผันตัวเขาเองมาเป็นนักเขียนหลากแนว และประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะเขานั้นมีทักษะในด้านการเขียนที่สูง นอกจากทักษะในด้านการทำอาหารประเภทเส้นที่สูงเช่นกัน
คืนหนึ่ง เขาพบเด็กทารกเพศหญิงเนื้อตัวแดงเหลือง รกยังติดตัว สภาพอดโซ กำลังนอนร้องไห้จ้าตัวสั่นในกองผ้าเปื้อนเลือดที่ยังสดๆ ถูกวางทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างตึกที่กำลังอยู่ในสภาพก่อสร้างยังไม่เสร็จ ซึ่งอยู่ข้างสำนักพิมพ์ที่เขานำงานไปส่ง เขารีบนำเด็กทารกหญิงที่กำลังใกล้จะตายนั้นไปที่โรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ ภายหลังเกิดความสิเน่หาในเด็กทารกหญิงนั้น จึงติดต่อทางโรงพยายาบาลเพื่อขอรับอุปการะเลี้ยงดูเธอ เป็นพ่อบุญธรรม และตั้งชื่อให้เธอว่า ลัคกี้ ใช้เป็นทั้งชื่อเล่นและชื่อจริง เพราะเธอได้รอดชีวิตจากสังคมอันฟอนเฟะที่กำลังระบาดไปทั่วโลกในยุคปัจจุบัน
ลัคกี้ตอนนี้เติบโตเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุย่างเข้าสิบเจ็ดปี ผิวขาวเหลืองแต่ใส รูปร่างดี มีเขี้ยวสเน่ห์ จมูกโด่งกำลังงาม หน้าตาน่ารักเหมือนเด็กญี่ปุ่น ไม่มีเค้าของความเป็นไทยเลย ผมดำสนิท เรียบ ไว้สั้นบ๊อบและหน้าม้าที่หนา ปัดไปทางขวานิดๆ ... แต่เธอมีนิสัยดุ ห้าว ใจร้อน เป็นมวย ชกต่อยเก่งเหมือนผู้ชาย เธอมักมีเรื่องปะทะกับพวกนักเรียนชายทั้งในและนอกโรงเรียน และพวกนักเรียนหญิงในโรงเรียนที่นิยมเพศเดียวกันมักมาห้อมล้อมเธออยู่เสมอ แต่เธอก็ทำเอาพวกนั้นกระเจิงไปทุกทีเพราะเธอนั้นแค่ดุ แต่ไม่ได้นิยมในโลกเพศที่สาม
"ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ... ทำไมแกไม่เป็นทอมไปซะเลยวะ ลัคกี้... พ่อไม่ถือหรอก แปลกใหม่ดีจะตาย"
เคนแซวลูกสาวบุญธรรมหลังจากที่ฟังเรื่องในโรงเรียนตอนเย็นวันนี้จากเธอแล้ว... ทั้งคู่กำลังกินมื้อเย็นด้วยกัน
"จะบ้ารึไงพ่อ !? หนูไม่ได้ชอบแนวนั้นซะหน่อย !... ถ้าเป็นเพื่อนหนูนี่โดนมะเหงกไปแล้วนะเนี่ย !"
"แหม่... แกนี่มันดุจริงๆว่ะ ลัคกี้... เป็นสาวเป็นนางน่ะ ธรรมดาต้องอ่อนหวานนะเว้ย... หน้าตาแกก็คิกขุ
อาโนเนะขนาดนี้... พอ่แม่แท้ๆของแกนี่เป็นยากูซ่ากันรึไงวะ ?" ความที่ตรงและแรง เป็นนิสัยเสียอย่าง
หนึ่งของเคน
"จะยากูซ่ารึอะไรก็ช่าง... มันทิ้งหนู ดีที่หนูไม่ได้เป็นลูกของพวกมัน" ลั๊คกี้รู้ความที่เธอถูกเคนเก็บมาเลี้ยง
"เออๆ 'โทษทีว่ะ พ่อมันปากเสียเอง... นี่... เส้นพาสต้าวันนี้ดีขึ้นนะ แกนี่เรียนรู้อะไรไวดีนี่หว่า"
"ฮึ... ไม่ต้องมาทำเป็นยอหนูหรอก หนูรู้ว่าหนูรักใครมากที่สุดตอนนี้" แล้วเธอก็ดูดเส้นพาสต้าซอส
บาร์บีคิวเข้าไปในปากจนซอสเลอะขอบปาก เคี้ยวสีหน้าเรียบเฉย
"ฮะ ฮะ ฮะ...โดนสาวญี่ปุ่นบอกรักนี่มันจึ๊กกระดึ๋ยดีว่ะ... คราวหน้าพ่อจะสอนแกทำซอสครีมเห็ดเป็น
ซอสที่หก... แล้วเส้นน่ะ แกต้องลดเวลาต้มนิดนึง มันจะเหนียวหนึบเป็นอัลเด็นเต้พอดี"
กลางดึก....
ลัคกี้ตื่นขึ้นมาเพราะปวดปัสวะ เดินออกจากห้องตรงไปยังห้องน้ำในบ้านชั้นเดียวอันคับแคบที่อยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองอันแออัด เมื่อเสร็จกิจและออกมาจากห้องน้ำแล้ว เธอชะงักเพราะเห็นเงา ดำตะคุ่มคล้ายเงาของคนเดินเข้าไปในห้องของเธอ
"หือ ?..... ใครวะ ?... พ่อ... พ่อใช่มั้ย ?"
ไร้เสียงตอบกลับ... ลัคกี้ คว้าไม้เบสบอลโลหะที่สั่งตรงจากญี่ปุ่นออกมาจากตู้เสื้อผ้า ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวที่เคยใช้ต่อสู้กับกลุ่มเด็กแว้นวัยรุ่นทั้งชายและหญิงที่มาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับละแวกบ้านของเธอ จนพวกมันแตกกระเจิงไป ไม่มาอีกเลย
"ค... ใครน่ะ !? นั่นมันห้องของฉัน อยากลองดีใช่มั้ย !? ออกมาเดี๋ยวนี้นะ !!"
ลัคกี้ค่อยๆ เดินเข้าไปในท่าเตรียมต่อสู้ ชะโงกดูภายในห้อง... แต่ไม่มีใครเลย !
"อะไรวะ ?... ผีรึไง ? ... ไปๆ ! ไปอยู่ส่วนผีซะ อย่ามายุ่งกะคน !"
ตึ่ก... ตึ่ก... ตึ่ก...
แล้วเธอก็หันขวับกลับหลังหันโดยเร็ว ทำท่าเตรียมทุบคู่ต่อสู้ด้วยอาวุธประจำกาย ทันทีที่ได้ยินเสียงคนเดินที่ดังมาจากข้างหลัง... แต่ก็ไม่มีใครเดินอยู่บนทางเดินหน้าห้องน้ำซึ่งลัคกี้เพิ่งจะผ่านมาหยกๆ... เธอเกาหัวสีหน้างุนงง แล้วก็ไปที่เตียงเพื่อหลับต่อ โดยมีไม้เบสบอลโลหะวางเตรียมเอาไว้บนหัวเตียง
โรงเรียน...
ที่โรงเรียนของลัคกี้จะมีการจัดมหกรรมอาหารสากลขึ้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ เพื่อต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ชาวต่างชาติจากหลายๆประเทศที่จะมาเยื่ยมชมโรงเรียนและฟังวิทยากรของโรงเรียนบรรยายความรู้ทางวิชาการ ทางโรงเรียนจึงลดเวลาในการเรียนการสอนลงเพื่อจัดเตรียมงาน และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีฝีมือหรือสนใจในเรื่องอาหาร หารายได้จากการขายอาหารของตน ทั้งในช่วงเวลาเตรียมงานและในวันจริง
"บอกว่าหมดแล้ว ยังจะมาถามหาอีก ! เดี๊ยะ แม่บ้องหูเตือนสติซะนี่ ! นี่ชิมรึยัดกันแน่ยะ ?"
"แหม... ก็มันอร่อยนี่ ... เห็นแกดุเหมือนยักษ์แบบนี้ใครจะไปนึกล่ะ ว่าแกจะทำอาหารเก่งแล้วก็อร่อย
ขนาดนี้"
ตั้ม โอ๊ต และ ยิ่ว นักเรียนชายสามเกลอคู่กัดประจำของลั๊คกี้ บัดนี้ได้หลงสเน่ห์ปลายจวักของเธอจนต้องยอมแพ้เธอไปวันหนึ่ง... ทั้งเธอและสามเกลอพวกนี้ ทะเลาะกันเป็นไม้เบื่อไม้เมามานานจนเริ่มสนิทกัน... บางครั้ง ถ้าวันไหนทั้งสองฝ่ายไม่ได้หาเรื่องกัน วันนั้นจะเป็นวันที่เซ็งที่สุดในชีวิตของพวกเขา
"กระเพาะวัวกันนักใช่มั้ย ?... เอ้านี่ เหลือสามที่พอดี กินให้หน่อย... ขายไม่ออก ขี้เกียจขายแล้ว...
สปาเกตตี้หน้าไก่ผัดซอสเพสโต้"
"ว้าาาว...ว...ว....... !!"
แล้วทั้งสามเกลอก็นั่งกินสปาเก็ตตี้กันอย่างเอร็ดอร่อย มูมมาม พลางส่งเสียงชื่นชมอาหารกันเสียงดังจนนักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ในที่นั้น หันมามองที่ซุ้มขายอาหารของลัคกี้กันเป็นจุดเดียว จนลัคกี้อาย เอามือข้างหนึ่งปิดหน้าตัวเอง ทอดถอนใจ
"กินจุเนอะ พวกนี้... แต่ก็ดี จะได้เป็นโฆษณาให้ร้านเราเด่นขึ้น" นักเรียนหญิงคนหนึ่งในกลุ่มขายอาหาร
ของลัคกี้เอ่ยขึ้น สีหน้าแขยงเล็กน้อยในอากัปกริยาของพวกสามเกลอ
"เฮ้อ... แต่โฆษณาแบบนี้มันน่าเกลียดไปนะ"
ลัคกี้ถอนใจ เธอคิดว่า นี่อาจจะเป็นการโจมตีชนิดหนึ่งของพวกคู่กัดพวกนี้ก็ได้ แต่ก็เลิกความคิดนี้ไป เมื่อเห็นว่าทั้งสามกำลังมีความสุขกับการกินอาหารของเธอจริงๆ... แน่ล่ะ... ฝีมือระดับเชฟ ที่อดีตเชฟพาสทรี่อย่างพ่อของเธอเป็นคนประสิทธิ์ประสาทให้เองกับมือ จากนั้นก็เริ่มมีนักเรียนทยอยเข้ามาซื้ออาหารที่ซุ้มขายอาหารของลัคกี้กันมากขึ้น จนกระทั่งมีครูหลายคนเข้ามาซื้อบ้าง
ที่บ้าน... ตอนค่ำในวันเดียวกัน
"ซอสเพสโต้มันก็คือซอสใบโหระพาน่ะแหละ ลูกค้าแกอาจจะไม่ค่อยชอบกลิ่นมัน... เด็กสมัยนี้ไม่ค่อย
ชอบกินผักกันด้วย"
"แต่พวกคู่อริหนูมันกินเอาๆ มูมมามยังกะหมูเลย... ว่าไปก็... ถ้าไม่มีพวกมัน คงได้เหลือกลับมากินเป็นมื้อเย็นนี้แน่"
"ฮะ ฮะ ฮะ... พ่อว่าแกกับพวกนั้นน่ะ เริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้วนะ... กัดกันมาตั้งกะ ม.ต้น แล้วนี่"
"..............." ลัคกี้เคี้ยวก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ผัดขี้เมาฝีมือพ่อของเธอสีหน้าเรียบเฉย ในใจคิดว่า... คงอย่างนั้น
เพล้ง !!!!
เคนกับลัคกี้สองพ่อลูกหยุดชะงักจากการกินอาหารมื้อเย็น... เสียงเหมือนจานใบหนึ่งตกแตกดังออกมาจากห้องครัว
"อะไรวะ ?... กินไปนะ เดี๋ยวพ่อไปดูที่ห้องครัวเอง"
เคนลุกขึ้นออกจากที่นั่งพื้น เดินจากห้องโถงอันคับแคบที่มีเพียงโต๊ะญี่ปุ่นตัวหนึ่งเป็นจุดเด่นของห้อง ตรงไปยังห้องครัว... ในห้องไม่มีอะไรแม้แต่แมวตัวหนึ่งที่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้จานตกแตก
"จานก็ไม่ได้วางไว้หมิ่นเหม่นี่หว่า ตกลงมาได้ไงวะ ?" แล้วเคนก็เริ่มเก็บกวาดเศษจานเซรามิคใบที่ตกแตก
ที่โรงเรียน... วันมหกรรมอาหาร... ตอนเย็นไกล้ค่ำ หลังกิจกรรมเสร็จสิ้น
"นี่พวกเธอ... เอ้า ค่าเหนื่อยคนละ 400...... ฟู่วววว..... งานหนักจริงๆวันนี้"
ลัคกี้แบ่งกำไรที่ได้จากการขายอาหารให้เพื่อนๆในกลุ่ม หน้าตาของเธอมันเยิ้ม ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อกันเปื้อนสีขาวเลอะเทอะไปด้วยซอสนาๆชนิด หลากสี
"ขอบใจจ้ะ... แต่งานหนักจริงๆนะ... ร้านเราขายดีมากจริงๆ... ลุงฝรั่งคนอิตาลีคนนั้นออกปากชมใหญ่
เลย ทั้งที่เป็นอาหารของประเทศตัวเองแท้ๆ ฉันนึกว่าเค้าจะเฉยๆซะอีก... เธอมีฝีมือจริงๆด้วยแหละ
ลัคกี้"
"จริงด้วย... ว่าแต่ ป้าคนญี่ปุ่นคนนั้น ทำไมชอบมองหน้าเธอจังนะ... เธอรู้จักกับป้าคนนั้นรึเปล่า ?"
"ไม่นิ... ฉันไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่... หน้าฉันมันคงเหมือนคนญี่ปุ่นมากไปอย่างที่หลายคนว่ากันมั้ง ?"
มีผู้หญิงวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ชอบมองหน้าของลัคกี้ในระหว่างที่ซื้ออาหารในซุ้มขายอาหารของเธอ... จ้องมองเหมือนกำลังพยายามนึกอยู่ว่า เคยรู้จักกับลัคกี้หรือไม่
"ยังไงก็ช่าง... ต้องขอบใจเจ้าสามตัวนั่นอยู่ดี มันชอบมากินแต่ที่ร้านเรา แล้วก็ชอบทำท่าทางปัญญาอ่อน
จนคนหันมามองกันใหญ่... เฮอะ... เป็นการติดหนี้บุญคุณที่งี่เง่าที่สุดในสามโลกเลย"
เคนขับรถกระบะของเขาเข้ามาในโรงเรียนเพื่อมารับลัคกี้และช่วยขนย้ายเครื่องครัวกลับบ้าน
"ไง สาวๆ... ขายดีกันรึเปล่า ?"
"มาช้าจังนะพ่อ... รอจนเหงกแล้ว"