พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญความเพียร(ความขยัน)อย่างยิ่ง จนได้ให้เป็นองค์หนึ่งในมรรค มีองค์8....
นอกจากอยู่ในมรรค8 แล้วยังทรงกำหนดเป็นคุณธรรมข้อที่ 2ในอิทธิบาท4(ฐานของความสำเร็จ)…
อิทธิบาท4 ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งวันนี้คุณอุบลจะขอผ่านจะไปพูดถึงเฉพาะความเพียร…
ในทางสู่ความพ้นทุกข์(มรรค8)นั้นมี8 ประการคือ
สัมมาทิษฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติและสัมมาสมาธิ…
วันนี้คนอุบลขอยกมรรคองค์ที่ 6 คือ"สัมมาวายาโม"มาวิสัชนากับเพื่อนๆ…
แน่นอนเมื่อพูดถึงความขยันแล้วย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่พระพุทธองค์ได้ขยายของความขยันดังนี้…
ท่านสอนว่าความพากเพียรชอบนั้นประกอบด้วยพวามเพียร 4 ประการคือ
1.เพียรที่จะไม่ให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น พูดง่ายๆคือสิ่งไหนที่ไม่ดีไม่เคยทำก็อย่าทำให้เกิดขึ้น…
2.เพียรที่จะลดหรือละอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วคือสิ่งที่ไม่ดีหากทำอยู่ให้เลิกหรือลดลง
3.เพียรที่สร้างกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งดีที่ยังไม่เคยทำให้ทำให้เกิดขึ้น
และ4.เพียรที่จะสร้างกุศลธรรมที่ทำอยู่แล้วให้มากขึ้น นั่นคือสิ่งไหนดีที่ทำอยู่แล้วก็ให้ทำยิ่งๆขึ้น
ครับวันนี้ผมยกเรื่องความเพียรมาแชร์กับเพื่อนๆเพราะเคยเห็นประโยชน์กับตนเอง…
ว่าหากได้นำไปใช้กับตนเองจะได้ประโยชน์มาก…
หลวงพ่อชาเองท่านมีอุบายในการสอนสานุศิษย์ในเรื่องการปฎิบัติธรรม…
ท่านจะบอกว่า การปฎิบัติธรรมนั้น ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ…
แต่จริงๆแล้วความขยันนั้นจะว่าเป็นเรื่องดีซะเลยก็ไม่ใช่เพราะหากเอาความขยันไปรวมกับคุณสมบัติบางประการก็เป็นผลเสียได้…
เช่น ในการแยกประเภทคนเราแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
ฉลาดขยัน ฉลาดขี้เกียจ โง่ขี้เกียจและโง่ขยัน
เค้าบอกว่าประเภทสุดท้ายเป็นประเภทที่อันตรายที่สุดเพราะโง่แต่ขยัน…
ทำให้การงานเสียหายได้ดังที่เราเห็นๆกันอยู่…
ครับ วันนี้ที่อุบลหลังฝนตกอากาศกำลังสบาย เลยให้ข้อคิดดีๆมาฝากเพื่อนๆครับ
ด้วยจิตคารวะ
คนอุบล
ความเพียร…/คนอุบล
นอกจากอยู่ในมรรค8 แล้วยังทรงกำหนดเป็นคุณธรรมข้อที่ 2ในอิทธิบาท4(ฐานของความสำเร็จ)…
อิทธิบาท4 ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ซึ่งวันนี้คุณอุบลจะขอผ่านจะไปพูดถึงเฉพาะความเพียร…
ในทางสู่ความพ้นทุกข์(มรรค8)นั้นมี8 ประการคือ
สัมมาทิษฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติและสัมมาสมาธิ…
วันนี้คนอุบลขอยกมรรคองค์ที่ 6 คือ"สัมมาวายาโม"มาวิสัชนากับเพื่อนๆ…
แน่นอนเมื่อพูดถึงความขยันแล้วย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่พระพุทธองค์ได้ขยายของความขยันดังนี้…
ท่านสอนว่าความพากเพียรชอบนั้นประกอบด้วยพวามเพียร 4 ประการคือ
1.เพียรที่จะไม่ให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น พูดง่ายๆคือสิ่งไหนที่ไม่ดีไม่เคยทำก็อย่าทำให้เกิดขึ้น…
2.เพียรที่จะลดหรือละอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วคือสิ่งที่ไม่ดีหากทำอยู่ให้เลิกหรือลดลง
3.เพียรที่สร้างกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งดีที่ยังไม่เคยทำให้ทำให้เกิดขึ้น
และ4.เพียรที่จะสร้างกุศลธรรมที่ทำอยู่แล้วให้มากขึ้น นั่นคือสิ่งไหนดีที่ทำอยู่แล้วก็ให้ทำยิ่งๆขึ้น
ครับวันนี้ผมยกเรื่องความเพียรมาแชร์กับเพื่อนๆเพราะเคยเห็นประโยชน์กับตนเอง…
ว่าหากได้นำไปใช้กับตนเองจะได้ประโยชน์มาก…
หลวงพ่อชาเองท่านมีอุบายในการสอนสานุศิษย์ในเรื่องการปฎิบัติธรรม…
ท่านจะบอกว่า การปฎิบัติธรรมนั้น ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ทำ…
แต่จริงๆแล้วความขยันนั้นจะว่าเป็นเรื่องดีซะเลยก็ไม่ใช่เพราะหากเอาความขยันไปรวมกับคุณสมบัติบางประการก็เป็นผลเสียได้…
เช่น ในการแยกประเภทคนเราแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
ฉลาดขยัน ฉลาดขี้เกียจ โง่ขี้เกียจและโง่ขยัน
เค้าบอกว่าประเภทสุดท้ายเป็นประเภทที่อันตรายที่สุดเพราะโง่แต่ขยัน…
ทำให้การงานเสียหายได้ดังที่เราเห็นๆกันอยู่…
ครับ วันนี้ที่อุบลหลังฝนตกอากาศกำลังสบาย เลยให้ข้อคิดดีๆมาฝากเพื่อนๆครับ
ด้วยจิตคารวะ
คนอุบล