ชาวพุทธควรถือพระรัตนไตรฯเป็นสรณะ หรือถืออาจารย์ตนเองเป็นสรณะ ?????!!!!!!!!!!

กระทู้สนทนา
จากความเห็นที่ จขกท แสดงในบางกระทู้นะครับ

...................................................................................................


ความคิดเห็นที่ 9
คนเขลา

เนื้อหาในกระทู้ ว่าด้วยความเขลาของผู้อื่น แต่หารู้ความเขลาในตนเองไม่

                                  คิดว่าผู้อื่นเขลา ด้วยความเขลาแห่งตน

เนื้อหาในกระทู้คือ ผู้ที่รู้ศึกษาพระไตรฯมา มาแย้งสำนักที่เผยแพร่ธรรมอันย้อนแยังออกนอกแนวพระไตรฯของบางสำนัก

มาแย้งด้วยความความทุกข์ เพราะยึดถือพระไตรฯ เป็นคนเขลา

ความเขลาของ จขกท

หนึ่ง พระไตรฯนั่นคือ ตัวศาสนา เป็นศาสดาแทนพระองค์ ผู้ที่จะศึกษาปฎิบัติมาทางพุทธ จึงควรเคารพ และยึดปริยัติหรือพระไตรฯ ไว้แบบ

ในการปฎิบัติ เพื่อให้ถึงผลอันเป็นปฎิเวท และควรถือเป็นสรณะ ในการศึกษาปฎิบัติเพื่อการก้าวล่วงแห่งทุกข์

พระไตรฯ นั่นคือพระธรรม

เนื้อหาในพระไตรฯ นั่นมาจากที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ นี่คือพระพุทธ

ผู้รวบรวมพระธรรมวินัยแห่งพระพุทธ คืออรหันตสาวกทั้งห้าร้อยรูป และดำรงค์สืบทอดกันมาจากสงฆ์สาวกที่เห็นคุณค่า นี่คือพระสงฆ์

                                   นี่คือยึดพระรัตนไตรเป็นสรณะสูงสุด

ชาวพุทธที่ศึกษาปฎิบัติ ไม่ควรยึดพระรัตนไตรเป็นสรณะสูงสุดกระนั้นหรือ ??????!!!!!!!!!!!!

ไร้ปัญญาศึกษาพระไตรฯด้วยตนเอง เพราะความเขลา

แต่มาเชื่ออาจารย์ที่เผยแพร่ธรรมอันหลุดกรอบ ย้อนแย้ง ออกนอกแนวพระไตรฯ

จะด้วยความไร้ภูมิ ตีความผิด สร้างความต่าง ทำให้ง่าย ลัด สั้น ตรง เหมาะกับคนบางกลุ่ม บางกลุ่มที่มักง่าย ไม่มีเวลา ต้องการหาทางลัด

โดยตัดทางที่พระองค์วางไว้ดีแล้ว บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วยอรรถพยัญชนะ ไม่มีมากกว่า หรือน้อยกว่านี้

                                   นั่นคืออริยมรรคมีองค์แปด

มาสร้างความเข้าใจอันผิดๆ ในการศึกษาปฎิบัติเพื่อการก้าวล่วงแห่งทุกข์ ให้สาธุชน และทำให้หลักที่พระองค์ทรงวางไว้ชอบแล้วคลาดเคลื่อน

ด้วยวิธีการทางการตลาด จุดขายโดยการส่งการบ้าน กลุ่มเป้าหมายคือคนเมือง พวกทำสมาธิไม่ได้ ไม่มีเวลา มีข้อกังขาเรื่องเงินๆทองๆ

พระองค์ทรงตำหนิภิกษุที่แสดงอภิญญา และหากภิกษุนั้นแสดงอภิญญาโดยไม่มีในตน

                                   ภิกษุนั้นคือผู้ปาราชิก

พระองค์ทรงรังเกียจ การแสดงธรรมเพื่อลาภ สักการะ

และมิให้ภิกษุกระทำเช่นนั้น

แต่ให้แสดงธรรมแห่งพระองค์ ที่พระองค์ทรงวางไว้ดีแล้วแด่เหล่าเวไนยสัตว์ เพื่อความเบาบางลงหรือสิ้นไปแห่งทุกข์ทั้งปวง

โดยผู้แสดงธรรมนั้นได้ศึกษาปฎิบัติมาตามแนวที่พระองค์วางไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

ต้องเผยแพร่ธรรมนั้นให้ตรงแนวแห่งพระองค์ มิใช่ย้อนแย้ง ไปสร้างทางลัด สั้น ตรง ด้วยการตัดหรือเพิ่มธรรมแห่งพระองค์ที่บัญญัติไว้ดีแล้ว

เพื่ออะไร ด้วยวิธีการใด ซึ่งอันยังเป็นที่กังขา และอันเป็นที่ติฉินแห่งสาธุชน

                              นั่นคือคุณถืออาจารย์ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้นเป็นสรณะ หรือถือพระรัตนไตรฯเป็นสรณะ

นั่นคุณเขลาไหม

สอง คุณทราบได้อย่างไรว่า เขาแย้งด้วยความทุกข์ คุณเขลาเพราะคุณคิดว่าเขาแย้งด้วยความทุกข์ คุณทราบวาระจิตผู้นั้นหรือ !!!!!???????

สาม คุณทราบจิตเจตนาของเขาไหม ว่าเขาแย้งอาจารย์ที่อาจแสดงและเผยแพร่ธรรมอันอาจย้อนแย้งนั้นออกไปสู่ที่อันสาธารณะทำไม !!!!????

สี่ การแสดงความกระจ่างในธรรม นั่นเป็นสิ่งอันควรกระทำไหม !!!!????????

ห้า หากผู้นั้นแย้งผู้อื่นที่ไม่ใช่อาจารย์ตน และตนก้อร่วมไปแย้งกับเขาด้วย คุณจะกล่าวว่าผู้นั้นเขลาไหม และคุณแย้งเขาด้วยความเขลาไหม

หก การแย้งข้อทางธรรม ต้องแย้งด้วยความทุกข์เสมอไปหรือ คิดเช่นนั้น จะไม่เขลาไปหน่อยหรือ

พอเข้าใจคร่าวๆไหมครับ เกี่ยวกับความเขลา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่