คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
จุดเริ่มต้นคือ สัมมาทิฏฐิ
เห็นทุกข์ อยากออกจากทุกข์ รู้ว่ามีทางทำให้พ้นทุกข์ได้นี่ก็เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วละ
จากนั้น อริยมรรคอื่นๆก็จะตามมา
ไม่มีใครมาถึงพรวด ได้ครบหมดทุกอย่างเลยหรอก
มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
อย่าเอาอารมณ์พระอรหันต์มาเทียบกับเด็กเพิ่งเริ่มคิดจะหัดเดิน
เห็นทุกข์ อยากออกจากทุกข์ รู้ว่ามีทางทำให้พ้นทุกข์ได้นี่ก็เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วละ
จากนั้น อริยมรรคอื่นๆก็จะตามมา
ไม่มีใครมาถึงพรวด ได้ครบหมดทุกอย่างเลยหรอก
มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
อย่าเอาอารมณ์พระอรหันต์มาเทียบกับเด็กเพิ่งเริ่มคิดจะหัดเดิน
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เห็นทุกข์ จึงเห็นมรรค
คนที่ไม่มีทุกข์ก็ไม่หามรรค ไม่คิดถึงมรรค ไม่รู้จักมรรค
คนที่ทุกข์ ไประบายทุกข์ ทางที่ผิด ก็เกิดมิจฉามรรค เกิดมิจฉาฑิฐิ
คนที่ทุกข์ ต้องการพ้นทุกข์ เข้าหาศาสนา ที่สอนการพ้นทุกข์ เกิดสัมมามรรค เกิดสัมมาฑิฐิ
มรรคตัวอื่นก็ยังไม่เป็นสัมมามรรค สมาธิ สติ ก็ยังมีมิจฉาสมาธิ มิจฉา สติอยู่
เพราะ เจือปนไปด้วยกิเลส ด้วยกามา ราคะ ตัณหา
เมื่อปฏิบัติ กรรมฐาน จิตเป็นฌาน จึงเกิด สัมมาสมาธิ สัมมาสติ
เพราะ จิตมีฌาน จะ ระงับ นิวรณ์5 ระงับ กิเลส กามาราคะ ตัณหาได้
สัมมามรรคองค์อื่นก็เกิดตาม
มรรคจะเห็นได้ จะต้องรู้จักกำหนดทุกข์ให้ได้ก่อน
และจะต้องเห็นชอบ คิดชอบ ความเพียรชอบ ทำชอบ การงานชอบ วาจาชอบ สมาธิชอบ สติชอบ
ก็มีสัมมามรรคครบองค์8