มีพระพุทธดำรัสในสพรหมสูตร และมาตาปิตุคุณสูตร ว่า
“ภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหมก็ดี บุพพเทวดาก็ดี บุพพาจารย์ก็ดี อาหุไนยบุคคลก็ดี เป็นชื่อของมารดาบิดา เพราะท่านมีอุปการะมาก เป็นผู้เลี้ยงดูให้ความเจริญ และแสดงโลกนี้แก่บุตร”
หัวใจใดเอยจะยิ่งใหญ่เท่าแม่เป็นไม่มี เธอคนนี้รู้ทั้งรู้ว่าลูกคนนี้ปล่อยให้รอดก็พิการ ยังสู้เลี้ยงลูกต่อไปแม้สามีจะขอหย่า ความรักลูกของเธอส่งเสริมจนสามารถสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ เชิญติดตามอ่านเรื่องราวดังต่อไปนี้ได้เลย..
ในปี 1988 “โจว หงเยี่ยน” คุณแม่ชาวจีนได้ให้กำเนิดลูกชาย “ติงติง” แต่ด้วยอุบัติเหตุทางการแพทย์ขณะคลอด ทำให้สมองของติงติงขาดออกซิเจน โดยแพทย์ได้กล่าวว่า ติงติงอาจเกิดมาพร้อมกับภาวะสมองพิการ และไม่อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น แต่โจว หงเยี่ยน ผู้เป็นแม่ยังคงยืนยันที่จะเลี้ยงดูลูกของเธอต่อไป ซึ่งแม้นั่นจะเป็นเหตุให้สามีหย่าร้างจากเธอก็ตาม
โดยคุณแม่โจว หงเยี่ยนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินมาดูแลรักษาลูกชาย และในยามว่างเธอยังได้ฝึกฝน และหาทางพัฒนาสติปัญญาของติงติงด้วยการเล่นเกมต่างๆอยู่เสมอ ทั้งยังฝึกฝนให้ติงติงใช้ตะเกียบให้ได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ
29 ปีต่อมา ผลจากความดูแลเอาใจใส่ของคุณเธอก็สำเร็จ "ติงติง" เรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และในปี 2011 เขาสอบติดปริญญาโท คณะกฎหมายระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และเมื่อไม่นานมานี้เขาสอบติด และเป็นนักศึกาษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเต็มตัวแล้ว
จะเห็นได้ว่าหัวใจของแม่ยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนจ้า



‘แม่’ ความยิ่งใหญ่ที่พุทธศาสนายกย่อง... ดูแลลูกสมองพิการจนสามารถสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้
หัวใจใดเอยจะยิ่งใหญ่เท่าแม่เป็นไม่มี เธอคนนี้รู้ทั้งรู้ว่าลูกคนนี้ปล่อยให้รอดก็พิการ ยังสู้เลี้ยงลูกต่อไปแม้สามีจะขอหย่า ความรักลูกของเธอส่งเสริมจนสามารถสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ เชิญติดตามอ่านเรื่องราวดังต่อไปนี้ได้เลย..
ในปี 1988 “โจว หงเยี่ยน” คุณแม่ชาวจีนได้ให้กำเนิดลูกชาย “ติงติง” แต่ด้วยอุบัติเหตุทางการแพทย์ขณะคลอด ทำให้สมองของติงติงขาดออกซิเจน โดยแพทย์ได้กล่าวว่า ติงติงอาจเกิดมาพร้อมกับภาวะสมองพิการ และไม่อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อโตขึ้น แต่โจว หงเยี่ยน ผู้เป็นแม่ยังคงยืนยันที่จะเลี้ยงดูลูกของเธอต่อไป ซึ่งแม้นั่นจะเป็นเหตุให้สามีหย่าร้างจากเธอก็ตาม
โดยคุณแม่โจว หงเยี่ยนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อหาเงินมาดูแลรักษาลูกชาย และในยามว่างเธอยังได้ฝึกฝน และหาทางพัฒนาสติปัญญาของติงติงด้วยการเล่นเกมต่างๆอยู่เสมอ ทั้งยังฝึกฝนให้ติงติงใช้ตะเกียบให้ได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ
29 ปีต่อมา ผลจากความดูแลเอาใจใส่ของคุณเธอก็สำเร็จ "ติงติง" เรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และในปี 2011 เขาสอบติดปริญญาโท คณะกฎหมายระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และเมื่อไม่นานมานี้เขาสอบติด และเป็นนักศึกาษาของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเต็มตัวแล้ว
จะเห็นได้ว่าหัวใจของแม่ยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนจ้า