หากลองลิสต์ชื่อมหาวิทยาลัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เชื่อว่า “ฮาร์วาร์ด” (Harvard University) จะต้องติดอยู่เป็นอันดับต้น ๆ เสมอ
รู้ไหมว่า ฮาร์วาร์ดเป็นสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกือบ 400 ปี โดยก่อตั้งขึ้นก่อนที่สหรัฐฯ จะสถาปนาประเทศขึ้นมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากอาณานิคมของอังกฤษ มาเป็นประเทศเอกราช ในปี ค.ศ. 1776 เสียอีก
นอกจากชื่อเสียงเรื่องการศึกษาแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ตั้งแต่ประธานาธิบดี ไปจนถึงมหาเศรษฐีระดับโลก
และยังมีกองทุนเป็นของตัวเองที่มีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นกองทุนมหาวิทยาลัยที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกด้วย
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/share/p/1DXqGLfbaM/?mibextid=wwXIfr
ฮาร์วาร์ด เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ 8 แห่งของสหรัฐฯ โดยตั้งอยู่ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1636 หากเทียบกับประวัติศาสตร์ไทยก็ราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยกลุ่มนักบวชชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามายังอเมริกา เพื่อเป้าหมายในการผลิตนักวิชาการและศาสนาจารย์
ซึ่งเดิมทีถูกเรียกว่า เดอะ นิว คอลเลจ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ฮาร์วาร์ด เพื่อเป็นเกียรติแก่ จอห์น ฮาร์วาร์ด นักบวชที่บริจาคทรัพย์สินและหนังสือให้เป็นรากฐานแก่สถาบัน
เวลาผ่านไปเกือบ 4 ศตวรรษ ฮาร์วาร์ดได้กลายเป็นมาตรฐานระดับสูงของการศึกษาโลก โดยข้อมูลล่าสุดในปี ค.ศ. 2026 จาก QS World University Rankings จัดให้ฮาร์วาร์ดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก
โดยมีคณะแม่เหล็กที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น
- คณะบริหารธุรกิจ (Harvard Business School - HBS) ซึ่งโดดเด่นในด้าน MBA และการบริหารจัดการ เป็นสถาบันชั้นนำด้านธุรกิจระดับโลก
- คณะนิติศาสตร์ (Harvard Law School) ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนกฎหมายที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในสหรัฐฯ
- คณะแพทยศาสตร์ (Harvard Medical School) เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพระดับสูง
- คณะรัฐศาสตร์ (Harvard Kennedy School - JFK School of Government) สถาบันที่มีความโดดเด่นด้านนโยบายสาธารณะ การเมือง และการปกครอง
โดยถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการแข่งขันสูงมาก อย่างในปี ค.ศ. 2026 นี้ มีนักศึกษาที่สมัครเข้าเรียนจำนวน 61,220 คน ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนจำนวน 1,954 คน หรือคิดเป็นอัตราเพียง 3.2% เท่านั้น
แม้ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยจะสูงถึง 1.9-2 ล้านบาทต่อปี แต่นักศึกษาจบใหม่จากที่นี่ได้รับเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 270,000 บาท หรือเกือบ 3.2 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว
มากกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ฮาร์วาร์ดแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นคือ เป็นแหล่งผลิตผู้ทรงอิทธิพลของโลกมากมายแทบทุกวงการ
โดยฮาร์วาร์ดสร้างประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้วถึง 8 คน ซึ่งชื่อที่หลายคนคุ้นเคย เช่น
- จอห์น เอฟ. เคนเนดี ประธานาธิบดีคนที่ 35 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ Harvard Kennedy School
- จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนที่ 43 จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ Harvard Business School
- บารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จาก Harvard Law School
และยังมีศิษย์เก่าได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุดในโลกถึง 161 คน อย่างเช่น
- แกรี รัฟคุน เป็นนักวิจัย การค้นพบ microRNA โมเลกุล RNA ขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแสดงออกของยีน
- รอย เจ. กลาวเบอร์ นักฟิสิกส์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีควอนตัมของความต่อเนื่องเชิงแสง เป็นรากฐานสำคัญของวิชา ทัศนศาสตร์เชิงควอนตัม
- ริคคาร์โด จิอาคโคนิ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ผู้ค้นพบแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ในอวกาศ ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกการสร้างกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ เพื่อตรวจวัดรังสีจากอวกาศ
รวมไปถึง ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิต Billionaire หรือบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีศิษย์เก่าถึง 127 คน
ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีคือ บิลล์ เกตส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (แม้ทั้งคู่จะเรียนไม่จบก็ตาม) และเรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates
และความน่าสนใจอีกอย่างคือ ฮาร์วาร์ดเป็นเจ้าของกองทุนมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุดเดือนมิถุนายนของปี) มีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 1.8 ล้านล้านบาท
โดยประกอบไปด้วยสินทรัพย์ดังต่อไปนี้
- หุ้นนอกตลาด (Private Equity) 41%
- กองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) 31%
- หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Public Equity) 14%
- อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) 5%
- อื่น ๆ 9%
ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยอายุ 390 ปี ที่ก่อตั้งขึ้นก่อนมีประเทศสหรัฐฯ /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า ฮาร์วาร์ดเป็นสถาบันการศึกษาที่มีอายุเกือบ 400 ปี โดยก่อตั้งขึ้นก่อนที่สหรัฐฯ จะสถาปนาประเทศขึ้นมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากอาณานิคมของอังกฤษ มาเป็นประเทศเอกราช ในปี ค.ศ. 1776 เสียอีก
นอกจากชื่อเสียงเรื่องการศึกษาแล้ว ยังเป็นแหล่งผลิตบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ตั้งแต่ประธานาธิบดี ไปจนถึงมหาเศรษฐีระดับโลก
และยังมีกองทุนเป็นของตัวเองที่มีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท ถือเป็นกองทุนมหาวิทยาลัยที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกด้วย
มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
https://www.facebook.com/share/p/1DXqGLfbaM/?mibextid=wwXIfr
ฮาร์วาร์ด เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม Ivy League หรือกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำ 8 แห่งของสหรัฐฯ โดยตั้งอยู่ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1636 หากเทียบกับประวัติศาสตร์ไทยก็ราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง โดยกลุ่มนักบวชชาวอังกฤษที่อพยพเข้ามายังอเมริกา เพื่อเป้าหมายในการผลิตนักวิชาการและศาสนาจารย์
ซึ่งเดิมทีถูกเรียกว่า เดอะ นิว คอลเลจ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ฮาร์วาร์ด เพื่อเป็นเกียรติแก่ จอห์น ฮาร์วาร์ด นักบวชที่บริจาคทรัพย์สินและหนังสือให้เป็นรากฐานแก่สถาบัน
เวลาผ่านไปเกือบ 4 ศตวรรษ ฮาร์วาร์ดได้กลายเป็นมาตรฐานระดับสูงของการศึกษาโลก โดยข้อมูลล่าสุดในปี ค.ศ. 2026 จาก QS World University Rankings จัดให้ฮาร์วาร์ดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก
โดยมีคณะแม่เหล็กที่ทั่วโลกยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น
- คณะบริหารธุรกิจ (Harvard Business School - HBS) ซึ่งโดดเด่นในด้าน MBA และการบริหารจัดการ เป็นสถาบันชั้นนำด้านธุรกิจระดับโลก
- คณะนิติศาสตร์ (Harvard Law School) ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนกฎหมายที่เก่าแก่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในสหรัฐฯ
- คณะแพทยศาสตร์ (Harvard Medical School) เป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพระดับสูง
- คณะรัฐศาสตร์ (Harvard Kennedy School - JFK School of Government) สถาบันที่มีความโดดเด่นด้านนโยบายสาธารณะ การเมือง และการปกครอง
โดยถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการแข่งขันสูงมาก อย่างในปี ค.ศ. 2026 นี้ มีนักศึกษาที่สมัครเข้าเรียนจำนวน 61,220 คน ซึ่งมีผู้ที่ได้รับการตอบรับเข้าเรียนจำนวน 1,954 คน หรือคิดเป็นอัตราเพียง 3.2% เท่านั้น
แม้ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยจะสูงถึง 1.9-2 ล้านบาทต่อปี แต่นักศึกษาจบใหม่จากที่นี่ได้รับเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 270,000 บาท หรือเกือบ 3.2 ล้านบาทต่อปี เลยทีเดียว
มากกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ฮาร์วาร์ดแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นคือ เป็นแหล่งผลิตผู้ทรงอิทธิพลของโลกมากมายแทบทุกวงการ
โดยฮาร์วาร์ดสร้างประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้วถึง 8 คน ซึ่งชื่อที่หลายคนคุ้นเคย เช่น
- จอห์น เอฟ. เคนเนดี ประธานาธิบดีคนที่ 35 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ Harvard Kennedy School
- จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนที่ 43 จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ Harvard Business School
- บารัก โอบามา ประธานาธิบดีคนที่ 44 จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จาก Harvard Law School
และยังมีศิษย์เก่าได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุดในโลกถึง 161 คน อย่างเช่น
- แกรี รัฟคุน เป็นนักวิจัย การค้นพบ microRNA โมเลกุล RNA ขนาดเล็กที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการแสดงออกของยีน
- รอย เจ. กลาวเบอร์ นักฟิสิกส์ ผู้บุกเบิกทฤษฎีควอนตัมของความต่อเนื่องเชิงแสง เป็นรากฐานสำคัญของวิชา ทัศนศาสตร์เชิงควอนตัม
- ริคคาร์โด จิอาคโคนิ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ผู้ค้นพบแหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์ในอวกาศ ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกการสร้างกล้องโทรทรรศน์รังสีเอกซ์ เพื่อตรวจวัดรังสีจากอวกาศ
รวมไปถึง ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิต Billionaire หรือบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีศิษย์เก่าถึง 127 คน
ตัวอย่างที่เราคุ้นเคยกันดีคือ บิลล์ เกตส์, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (แม้ทั้งคู่จะเรียนไม่จบก็ตาม) และเรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates
และความน่าสนใจอีกอย่างคือ ฮาร์วาร์ดเป็นเจ้าของกองทุนมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุดเดือนมิถุนายนของปี) มีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 1.8 ล้านล้านบาท
โดยประกอบไปด้วยสินทรัพย์ดังต่อไปนี้
- หุ้นนอกตลาด (Private Equity) 41%
- กองทุนเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) 31%
- หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (Public Equity) 14%
- อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) 5%
- อื่น ๆ 9%