ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องเพลงและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าวันนี้เป็น
วันแม่สากล ค่ะ
วันแม่ในแต่ละประเทศไม่ตรงกัน แต่วันแม่ที่หลายประเทศใช้ร่วมกันมากที่สุดคือ
วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
ต้องขอขอบคุณพี่ซี (คุณ cnck) ที่บอกกล่าวความสำคัญของวันนี้ ทั้งช่วยให้ข้อมูลและเกร็ดความรู้ค่ะ
วันแม่สากล
ประเทศที่ใช้วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน พ.ค. เป็นวันแม่คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญึ่ปุ่น จีน อิตาลี เยอรมัน
เดนมาร์ก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี บราซิล กาน่า แองโกล่า พม่า ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ
สาเหตุที่เลือกอาทิตย์ที่ 2 ตามการวิเคราะห์ส่วนตัวของพี่ cnck คือ
- เลือกวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุด ลูกจะได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่กับแม่
- เหตุที่เลือกอาทิตย์ที่ 2 เพราะอาทิตย์แรกมีวันแรงงานอยู่ เลยไม่อยากเอา 2 เทศกาลมาชนกัน
ต้นกำเนิดวันแม่นั้น มีมายาวนาน ตั้งแต่ชาวกรีกที่เฉลิมฉลองวันแม่ The Mother of the Gods
จนในปี ค.ศ. 1960 ชาวอังกฤษจึงเริ่มใช้ "
Mothering Sunday"
สืบเนื่องมาจาก พวกกรรมกรนำเค้กพิเศษที่เรียกกันว่า The mothering cake นำกลับไปเยี่ยมมารดาของตน
ที่สหรัฐอเมริกา ผู้ริเริ่มวันแม่คือ Anna Javis (1864-1948)
แอนนาเป็นครูในรัฐฟิลาเดลเฟีย ที่ชั่วชีวิตไม่ได้แต่งงาน อยู่ดูแลแม่มาตลอด
เธอรณรงค์ให้รัฐบาลกำหนดให้มีวันแม่ขึ้นมา จนมาสำเร็จในปี ค.ศ 1914
ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้กำหนดให้วันแม่ ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
สัญลักษณ์ของวันแม่ในอเมริกาคือ
ดอกคาร์เนชั่น ซึ่งเป็นดอกไม้ที่แม่ของแอนนาชอบ
ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว
ต้นดอกไม้จีน
ส่วนที่ประเทศจีน วันแม่ เพิ่งมาเริ่มไม่กี่ปีมานี่เอง
สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่จีนคือ
ดอกไม้จีน
หรือที่เราได้ยินอย่างคุ้นเคยคือ "จำฉ่าย 萱菜,金针花." (ภาษาจีน จำ แปลว่า เข็ม, ฉ่าย แปลว่าผัก)
บางทีเรียกว่า ดอกเข็มทอง (Golden Needles)
ต้นดอกไม้จีนนั้นทนร้อนทนหนาว ทนน้ำท่วมได้ดี และยังปรับตัวเก่ง
ทุ่งดอกไม้จีนที่สวยงาม
มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า
"ในสมัยก่อน ลูกที่จะจากแม่เพื่อเดินทางไกล ก่อนวันเดินทางลูกก็จะมอบ
ต้นดอกไม้จีนให้แม่ไปปลูก
เพื่อให้แม่ได้เอาใจใส่ ฟูมฟัก เหมือนกับที่เคยดูแลลูก
เมื่อต้นนี้เจริญเติบโต ก็เปรียบเสมือนลูกที่อยู่แดนไกล แข็งแรง และ ปลอดภัย
อีกทั้งการที่แม่ได้เห็นต้นดอกไม้จีนนี้ ก็เสมือนได้เห็นหน้าลูก ได้คลายความคิดถึงไปได้"
มาพูดถึงเรื่องดอกไม้จีนกันต่อนิดหน่อยค่ะ
ดอกไม้จีน หรือ จำฉ่าย มีชื่อภาษาอังกฤษว่า
เดย์ลิลลี่ (Daylily)
เรามักคุ้นเคยกับดอกไม้จีนตากแห้ง แล้วนำมาประกอบอาหาร เช่น ทำแกงจืด ผัดวุ้นเส้น
แต่ใครจะรู้ว่าก่อนตากแห้ง เค้ามีหน้าตาสวยงามเหมือนดอกลิลลี่เลย ก็เพราะว่าเขาเป็นลิลลี่พันธุ์นึงนั่นแหละ
ดอกไม้จีนเป็นเดย์ลิลลี่พันธุ์ดั้งเดิม ฝรั่งเรียกกันว่า wild Daylily
และบางครั้งก็ถือกันว่าเป็นวัชพืชเสียด้วยซ้ำ จะสวยน้อยกว่าลิลลี่พันธุ์อื่นๆ
ดอกไม้จีน หรือดอกเข็มทอง มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า
หญ้าคลายกังวล
มีสรรพคุณดีมาก ช่วยดับร้อน บำรุงสมอง คลายหงุดหงิด
ผู้ที่รู้สึกตัวเองวิตกกังวลอยู่เสมอควรกินดอกไม้จีนเป็นประจำจะได้ผลดี
ดอกไม้จีนมีรสหวาน ฤทธิ์เย็น อุดมไปด้วยโปรตีน น้ำตาล เบต้าแคโรทีน วิตามิน เอ บี ซี
มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น
การแพทย์แผนจีน ถือว่าดอกไม้จีนมีสรรพคุณในการบำรุงตับ บำรุงเลือด
ช่วยบรรเทาเลือดกำเดาไหลจากจมูกแห้งเกินไป นอกจากนี้ดอกไม้จีน ยังช่วยดับร้อนปอด
ลดไฟตับไม่ให้พุ่งพล่าน บำรุงสายตา ช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยเสริมร่างกายให้แข็งแรง อีกด้วยค่ะ
มีข้อควรระวังคือ ดอกไม้จีนสด ไม่ควรกินมาก แม้จะมีข้อดีแค่ไหนก็ไม่ควรกินสด เพราะมีพิษมาก
ทำให้เม็ดเลือดแตก ต้องนำมาต้ม นึ่ง หรืออบแห้ง พิษจึงจะหมดไป
ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพประกอบ
http://www.bansuanporpeang.com/node/28643
https://teen.mthai.com/variety/40149.html
https://hilight.kapook.com/view/73617
http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/192746
....................................................................
เชิญเพื่อนๆ มาแบ่งปันความรักของแม่ที่มีต่อลูกกันค่ะ
จะเป็นเรื่องราว ภาพ หนังสือ ละคร ภาพยนตร์ หรือเพลงก็ได้ค่ะ
อิ่มอุ่น
https://www.youtube.com/watch?v=n26NXNYbQG8
อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน
ห้องเพลง**คนรากหญ้า** พักยกการเมือง มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม...มีแต่เสียง 14/5/2017 (วันแม่สากล และต้นดอกไม้จีน)
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ห้องเพลงและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าวันนี้เป็น วันแม่สากล ค่ะ
วันแม่ในแต่ละประเทศไม่ตรงกัน แต่วันแม่ที่หลายประเทศใช้ร่วมกันมากที่สุดคือ
วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
ต้องขอขอบคุณพี่ซี (คุณ cnck) ที่บอกกล่าวความสำคัญของวันนี้ ทั้งช่วยให้ข้อมูลและเกร็ดความรู้ค่ะ
วันแม่สากล
ประเทศที่ใช้วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือน พ.ค. เป็นวันแม่คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญึ่ปุ่น จีน อิตาลี เยอรมัน
เดนมาร์ก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี บราซิล กาน่า แองโกล่า พม่า ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินเดีย ฯลฯ
สาเหตุที่เลือกอาทิตย์ที่ 2 ตามการวิเคราะห์ส่วนตัวของพี่ cnck คือ
- เลือกวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันหยุด ลูกจะได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่กับแม่
- เหตุที่เลือกอาทิตย์ที่ 2 เพราะอาทิตย์แรกมีวันแรงงานอยู่ เลยไม่อยากเอา 2 เทศกาลมาชนกัน
ต้นกำเนิดวันแม่นั้น มีมายาวนาน ตั้งแต่ชาวกรีกที่เฉลิมฉลองวันแม่ The Mother of the Gods
จนในปี ค.ศ. 1960 ชาวอังกฤษจึงเริ่มใช้ "Mothering Sunday"
สืบเนื่องมาจาก พวกกรรมกรนำเค้กพิเศษที่เรียกกันว่า The mothering cake นำกลับไปเยี่ยมมารดาของตน
ที่สหรัฐอเมริกา ผู้ริเริ่มวันแม่คือ Anna Javis (1864-1948)
แอนนาเป็นครูในรัฐฟิลาเดลเฟีย ที่ชั่วชีวิตไม่ได้แต่งงาน อยู่ดูแลแม่มาตลอด
เธอรณรงค์ให้รัฐบาลกำหนดให้มีวันแม่ขึ้นมา จนมาสำเร็จในปี ค.ศ 1914
ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้กำหนดให้วันแม่ ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
สัญลักษณ์ของวันแม่ในอเมริกาคือ ดอกคาร์เนชั่น ซึ่งเป็นดอกไม้ที่แม่ของแอนนาชอบ
ถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ใช้ดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาว
ต้นดอกไม้จีน
ส่วนที่ประเทศจีน วันแม่ เพิ่งมาเริ่มไม่กี่ปีมานี่เอง
สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่จีนคือ ดอกไม้จีน
หรือที่เราได้ยินอย่างคุ้นเคยคือ "จำฉ่าย 萱菜,金针花." (ภาษาจีน จำ แปลว่า เข็ม, ฉ่าย แปลว่าผัก)
บางทีเรียกว่า ดอกเข็มทอง (Golden Needles)
ต้นดอกไม้จีนนั้นทนร้อนทนหนาว ทนน้ำท่วมได้ดี และยังปรับตัวเก่ง
ทุ่งดอกไม้จีนที่สวยงาม
มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า
"ในสมัยก่อน ลูกที่จะจากแม่เพื่อเดินทางไกล ก่อนวันเดินทางลูกก็จะมอบต้นดอกไม้จีนให้แม่ไปปลูก
เพื่อให้แม่ได้เอาใจใส่ ฟูมฟัก เหมือนกับที่เคยดูแลลูก
เมื่อต้นนี้เจริญเติบโต ก็เปรียบเสมือนลูกที่อยู่แดนไกล แข็งแรง และ ปลอดภัย
อีกทั้งการที่แม่ได้เห็นต้นดอกไม้จีนนี้ ก็เสมือนได้เห็นหน้าลูก ได้คลายความคิดถึงไปได้"
มาพูดถึงเรื่องดอกไม้จีนกันต่อนิดหน่อยค่ะ
ดอกไม้จีน หรือ จำฉ่าย มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เดย์ลิลลี่ (Daylily)
เรามักคุ้นเคยกับดอกไม้จีนตากแห้ง แล้วนำมาประกอบอาหาร เช่น ทำแกงจืด ผัดวุ้นเส้น
แต่ใครจะรู้ว่าก่อนตากแห้ง เค้ามีหน้าตาสวยงามเหมือนดอกลิลลี่เลย ก็เพราะว่าเขาเป็นลิลลี่พันธุ์นึงนั่นแหละ
ดอกไม้จีนเป็นเดย์ลิลลี่พันธุ์ดั้งเดิม ฝรั่งเรียกกันว่า wild Daylily
และบางครั้งก็ถือกันว่าเป็นวัชพืชเสียด้วยซ้ำ จะสวยน้อยกว่าลิลลี่พันธุ์อื่นๆ
ดอกไม้จีน หรือดอกเข็มทอง มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า หญ้าคลายกังวล
มีสรรพคุณดีมาก ช่วยดับร้อน บำรุงสมอง คลายหงุดหงิด
ผู้ที่รู้สึกตัวเองวิตกกังวลอยู่เสมอควรกินดอกไม้จีนเป็นประจำจะได้ผลดี
ดอกไม้จีนมีรสหวาน ฤทธิ์เย็น อุดมไปด้วยโปรตีน น้ำตาล เบต้าแคโรทีน วิตามิน เอ บี ซี
มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น
การแพทย์แผนจีน ถือว่าดอกไม้จีนมีสรรพคุณในการบำรุงตับ บำรุงเลือด
ช่วยบรรเทาเลือดกำเดาไหลจากจมูกแห้งเกินไป นอกจากนี้ดอกไม้จีน ยังช่วยดับร้อนปอด
ลดไฟตับไม่ให้พุ่งพล่าน บำรุงสายตา ช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยเสริมร่างกายให้แข็งแรง อีกด้วยค่ะ
มีข้อควรระวังคือ ดอกไม้จีนสด ไม่ควรกินมาก แม้จะมีข้อดีแค่ไหนก็ไม่ควรกินสด เพราะมีพิษมาก
ทำให้เม็ดเลือดแตก ต้องนำมาต้ม นึ่ง หรืออบแห้ง พิษจึงจะหมดไป
ขอบคุณที่มาข้อมูลและภาพประกอบ
http://www.bansuanporpeang.com/node/28643
https://teen.mthai.com/variety/40149.html
https://hilight.kapook.com/view/73617
http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/192746
....................................................................
เชิญเพื่อนๆ มาแบ่งปันความรักของแม่ที่มีต่อลูกกันค่ะ
จะเป็นเรื่องราว ภาพ หนังสือ ละคร ภาพยนตร์ หรือเพลงก็ได้ค่ะ
อิ่มอุ่น
https://www.youtube.com/watch?v=n26NXNYbQG8
อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้