คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 22
เล่าของพี่ให้ฟังละกันเนอะ
เคยอยู่ในบริษัทเล็กๆ แต่ผลประกอบการดีมาก
ทำงานเหมือนพี่น้อง ครอบครัว การเมืองดราม่าไม่ค่อยมี
เจ้านายดีที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานมา สอนงาน ให้กำลังใจ
เราทำผิด เจ้านายสอน ถ้าลูกค้าว่า เจ้านายปกป้องเราก่อน แล้วมาคุยเพื่อปรับปรุงกันทีหลัง
สังคมอุดมปัญญา ไม่มีเอาเรื่องคนนั้นคนนี้มาเม้า (นอกจากพวกพี่ๆแม่บ้าน)
คุยกันเรื่องประเทืองปัญญา มีเม้ามอยสถานการณ์บ้านเมือง ดาราบ้าง แต่ไม่ดราม่า
เวลาทำงานยืดหยุ่นได้ แค่คุณต้องทำงานให้เสร็จ
ลาได้โดยแค่แจ้งให้ทราบ เช่น วันศุกร์นี้ขอพาแม่ไปหาหมอ เข้าช้านะคะ
หรือมะรืนนี้ออกบ่ายสองนะ เพราะต้องไปธุระ
ขอแค่รับผิดชอบในส่วนของตัวเองให้ดี ลางานได้ถ้าไม่กระทบใคร
เงินเดือนขึ้น 5% มีโบนัส 2 เดือน
พาไปเที่ยวตปท.ทุกปี วันหยุดยาวๆเช่นสงกรานต์ หรือปีใหม่ บางทีได้หยุดยาว 10-12 วัน
ลักษณะงานค่อนข้างกดดัน เวลาที่ยืดหยุ่นบางทีก็ยืดหยุ่นเกินไป
เสาร์อาทิตย์ เวลาเลิกงาน ค่ำมืดดึกดื่น หรือลาไปเที่ยว บางทีต้องเช็คอีเมล หรือทำงานไปด้วย เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของเรา
ทุกอย่างมีแต่
ทำงานมา 5 ปี แต่อาจจะอยู่ในสายงานที่ไม่ใช่เซอร์วิสหลักของบริษัท แต่เป็นซัพพอร์ต ทำให้ไม่ค่อยได้เครดิต ไม่มีพาวเวอร์
ทำดีก็เสมอตัว ทำไม่ดีก็เสมอตัว แต่อาจเรียกคุยแล้วแต่กรณี
ตำแหน่งไม่ขึ้น ขึ้นแต่เงินเดือน และมีแนวโน้มอย่างมากที่จะไม่โต
กดดันตลอดเวลา จบเรื่องนั้น มีเรื่องนี้
ต้องสแตนบายตลอดเวลา ทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์
เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ข้อเสียคือไม่มีเวลาทำงานที่แท้จริง ทำให้บางวันที่ควรจะได้หยุด เราต้องสแตนบาย ซึ่งนั่นคือเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดส่วนใหญ่
เวลาหลังเลิกงานของคนอื่น เรายังต้องทำงานอยู่
มีที่ต้องยกเลิกนัดไปหลายครั้ง เพราะมีเรื่องที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ
เล่ามาซะยาว ประเด็นคือ บริษัทที่พี่เคยทำ เรียกได้ว่าเป็น คอมฟอร์ทโซน อย่างมาก
แต่ลักษณะงานและสิ่งที่เราคิดว่าเราควรได้รับ ไม่คุ้มค่ากับที่เราทุ่มเทให้
และอายุก็ขนาดนี้แล้ว (พี่ 30 แล้วค่ะ) ถ้าไม่ตัดสินใจเปลี่ยนงานตอนนี้ รออีกนิดก็จะสายไปแล้ว
พี่ร่ายข้อดีมาก่อน เพราะพี่คิดว่าข้อดีมีเยอะกว่าข้อเสีย ซึ่งนั่นทำให้พี่ติดกับดักอยู่ที่นี่มานานเกินไป
ในขณะที่ของน้อง น้องเริ่มด้วยข้อเสียมาเยอะมาก ข้อดีมีอยู่นิดเดียว
อย่าติดกับกับข้อดีแค่นั้นเลยค่ะ
อย่าเสียเวลาอยู่ในที่ที่ทำให้เราเสียเวลาชีวิตไปมากกว่านี้
ถ้าอยากเปลี่ยนงาน ควรลงมือทำอะไรสักอย่างได้แล้ว
เอาใจช่วยค่ะ
เคยอยู่ในบริษัทเล็กๆ แต่ผลประกอบการดีมาก
ทำงานเหมือนพี่น้อง ครอบครัว การเมืองดราม่าไม่ค่อยมี
เจ้านายดีที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานมา สอนงาน ให้กำลังใจ
เราทำผิด เจ้านายสอน ถ้าลูกค้าว่า เจ้านายปกป้องเราก่อน แล้วมาคุยเพื่อปรับปรุงกันทีหลัง
สังคมอุดมปัญญา ไม่มีเอาเรื่องคนนั้นคนนี้มาเม้า (นอกจากพวกพี่ๆแม่บ้าน)
คุยกันเรื่องประเทืองปัญญา มีเม้ามอยสถานการณ์บ้านเมือง ดาราบ้าง แต่ไม่ดราม่า
เวลาทำงานยืดหยุ่นได้ แค่คุณต้องทำงานให้เสร็จ
ลาได้โดยแค่แจ้งให้ทราบ เช่น วันศุกร์นี้ขอพาแม่ไปหาหมอ เข้าช้านะคะ
หรือมะรืนนี้ออกบ่ายสองนะ เพราะต้องไปธุระ
ขอแค่รับผิดชอบในส่วนของตัวเองให้ดี ลางานได้ถ้าไม่กระทบใคร
เงินเดือนขึ้น 5% มีโบนัส 2 เดือน
พาไปเที่ยวตปท.ทุกปี วันหยุดยาวๆเช่นสงกรานต์ หรือปีใหม่ บางทีได้หยุดยาว 10-12 วัน
ลักษณะงานค่อนข้างกดดัน เวลาที่ยืดหยุ่นบางทีก็ยืดหยุ่นเกินไป
เสาร์อาทิตย์ เวลาเลิกงาน ค่ำมืดดึกดื่น หรือลาไปเที่ยว บางทีต้องเช็คอีเมล หรือทำงานไปด้วย เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของเรา
ทุกอย่างมีแต่
ทำงานมา 5 ปี แต่อาจจะอยู่ในสายงานที่ไม่ใช่เซอร์วิสหลักของบริษัท แต่เป็นซัพพอร์ต ทำให้ไม่ค่อยได้เครดิต ไม่มีพาวเวอร์
ทำดีก็เสมอตัว ทำไม่ดีก็เสมอตัว แต่อาจเรียกคุยแล้วแต่กรณี
ตำแหน่งไม่ขึ้น ขึ้นแต่เงินเดือน และมีแนวโน้มอย่างมากที่จะไม่โต
กดดันตลอดเวลา จบเรื่องนั้น มีเรื่องนี้
ต้องสแตนบายตลอดเวลา ทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์
เวลาทำงานที่ยืดหยุ่น ข้อเสียคือไม่มีเวลาทำงานที่แท้จริง ทำให้บางวันที่ควรจะได้หยุด เราต้องสแตนบาย ซึ่งนั่นคือเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดส่วนใหญ่
เวลาหลังเลิกงานของคนอื่น เรายังต้องทำงานอยู่
มีที่ต้องยกเลิกนัดไปหลายครั้ง เพราะมีเรื่องที่ต้องเคลียร์ให้เสร็จ
เล่ามาซะยาว ประเด็นคือ บริษัทที่พี่เคยทำ เรียกได้ว่าเป็น คอมฟอร์ทโซน อย่างมาก
แต่ลักษณะงานและสิ่งที่เราคิดว่าเราควรได้รับ ไม่คุ้มค่ากับที่เราทุ่มเทให้
และอายุก็ขนาดนี้แล้ว (พี่ 30 แล้วค่ะ) ถ้าไม่ตัดสินใจเปลี่ยนงานตอนนี้ รออีกนิดก็จะสายไปแล้ว
พี่ร่ายข้อดีมาก่อน เพราะพี่คิดว่าข้อดีมีเยอะกว่าข้อเสีย ซึ่งนั่นทำให้พี่ติดกับดักอยู่ที่นี่มานานเกินไป
ในขณะที่ของน้อง น้องเริ่มด้วยข้อเสียมาเยอะมาก ข้อดีมีอยู่นิดเดียว
อย่าติดกับกับข้อดีแค่นั้นเลยค่ะ
อย่าเสียเวลาอยู่ในที่ที่ทำให้เราเสียเวลาชีวิตไปมากกว่านี้
ถ้าอยากเปลี่ยนงาน ควรลงมือทำอะไรสักอย่างได้แล้ว
เอาใจช่วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
ถ้ารู้ตัวว่าถูกดองเค็ม ตำแหน่งไม่เลื่อน งานอยู่ที่เดิม ยังจะอยู่ในบริษัทที่รักกันไหม?
วันหยุดไม่ค่อยมีกับเขา ลาก็ยาก ในบริษัทมีปัญหาการเมืองหนัก
รู้สึกไม่มั่นคง คนในองค์กร ไม่รักกัน ชังน้ำหน้ากัน (ชอบไซโคเจ้านาย)
จับผิดกันตลอด ใครลุกนินทา มีความอิจฉากันสุดโต่ง มีคนเป็นประสาท
เวลาคุยด้วยก็จะด่าคนนั้นคนนี้ให้ฟัง พอไม่ฟังก็เริ่มด่าเราแทน ...ผมกลายเป็นคนไม่เข้าพวก
อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก โดดดีดออกจาก กลุ่ม ไม่ เออออ กับใคร คุยงานอย่างเดียว
บางครั้งถูกเอาไปเม้าว่าเป็นเด็กก้าวร้าว ทั้งๆที่ ก็ทำตัวปกติ ทุกอย่าง สวัสดี ยิ้ม แต่ไม่ร่วมกลุ่มนินทาใคร
ไม่เคิมไม่เสริมไม่แต่ง ฟังแล้วเงียบเฉยๆ เพราะผมรู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องของผม
ส่วนงาน งานนี้ไม่เป็นเวลา เหมือนทำงาน24 ชม. เงินเดือนถือว่าเยอะ แต่รู้สึกไม่คุ้ม
ไม่มีอิสระทางเวลาช่วงเลิกงาน งานทำอยู่ที่เดิมๆซ้ำๆ วนๆ
แต่ชีวิตต้องผูกกับงานตลอดเวลา ดึกดื่นก็ต้องลุกมาทำ แต่ไม่ได้พัฒนาชีวิตเลย สุขภาพก็แย่ลง
ไม่มีวันหยุด ที่สามารถไปพักผ่อนกับครอบครัว
ไม่มีวันลาที่จะขออนุญาติ ไปส่งพ่อแม่หาหมอ
แม้แต่ตัวเองป่วย ก็ขาดลายากมาก ต่อให้ลาก็ต้องนั่งทำงาน อยู่ดี
กรณี ....
หางานใหม่ ต้องลาออกจากบริษัทเดิมก่อน เพราะ ลาหยุดไม่ได้ อย่างที่บอก คือ '' ลา ยาก มาก "
งานใหม่คือ ต้องการ เปลี่ยนสายงาน เรทเงินเดือนก็จะตามโครงสร้างบริษัท ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่
เงินเดือนน้อยกว่าบริษัทเดิม แต่สิ่งที่จะได้คือ การทำงานเป็นเวลา เป็นระบบ องค์กรมีความมั่นคงมากขึ้น มีโบนัส
ตำแหน่งที่ไปใหม่ และต้องปรับตัวกับสังคมใหม่ ? เริ่มอายุงานเท่าเด็กจบใหม่ ? (เท่าที่หาข้อมูลดูและศึกษาจากกลุ่มเพื่อน)
ควรอยู่ที่เดิมขาดอิสระทางเวลา แต่ได้อิสระทางการเงิน แต่ต้องอยู่ สู้รบกับคนประสาท ต่อไป
หรือ ชีวิตควรเริ่มใหม่ นับหนึ่ง ใหม่ เงินเดือนลดลง แต่ได้อิสระภาพทางเวลาดีครับ ?
(ขอคำแนะนำ คำชีแนะ ดีๆ )