ยาวันละ 18 เม็ด เพื่อความอยู่รอด 'นศ.วิศวะ' vs การขอบริจาค

“ผมป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคSLE ตั้งแต่อายุ 13 ปี"....ติดตามเรื่องราวชีวิตของเขากับ...0 ชลธิชา ศรีอุบล0

"ทุกวันนี้ผมต้องทานยาให้ตรงเวลา วันละ 18 เม็ด เพื่อรักษาอาการและความอยู่รอดของชีวิตผม และที่สำคัญเพื่ออนาคตวิศวกรอาชีพที่ผมใฝ่ฝัน" "ก้อง" นายก้องภพ วันโทน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมอาหาร ภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ นักศึกษาสู้ชีวิตอีกหนึ่งคนที่ต้องต่อสู้กับการทำงานส่งตนเองเรียนและต่อสู้กับโรค SLE โรคที่ก้องภพต้องเรียนรู้และต่อสู้ในการเอาชีวิตรอด

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เมื่อเข้ามาศึกษาที่ มทร.ธัญบุรี คุณพ่อซึ่งเป็นพนักงานที่บริษัท SPY โดนให้ออกจากที่ทำงาน คุณพ่อจึงออกมาขับสิบล้อ "อาชีพคนขับสิบล้อไม่ได้อยู่ประจำขับรถไปตามจังหวัดต่างๆ" ตนเองจึงอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียวและหาเงินส่งเสียตนเองเรียน ที่หยุดทำงานตอน ม.6 ต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง โดยเข้าทำงานที่ เคเอฟซี ในตำแหน่งทอดไก่ ได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละประมาณ 40 บาท

"ผมทำงานช่วงที่หลังเลิกเรียน 18.00 - 23.00 น. รายได้ประมาณเดือนละ 4,000 บาท และช่วงปิดเทอม รายได้เดือนละ 8,000 - 9,000 บาท ที่ทำงานอยู่คลอง 2 อยู่ใกล้ ขับมอเตอร์ไซค์ใส่เสื้อแขนยาว ส้วมหมวกกันน็อคป้องกันตนเองจากแสงแดด"เพราะผมโดดแดดมากไม่ได้"

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตนเองเป็นคนรับผิดชอบ แต่บ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบันพ่อเป็นคนหาค่าเช่า เงินที่ได้ทั้งหมดจะแบ่งใช้จ่าย และจะใช้จ่ายประหยัดให้ได้มากที่สุด ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายประจำวัน ใช้จ่ายวันละ 100 บาท ตอนเย็นกลับบ้านทำกับข้าวทานเอง 1 เดือน พ่อจะกลับมาหาตนเอง 1 ครั้งต่อเดือน "แค่นี้ผมดีใจแล้วครับ"

มีบ้างครั้งที่ท้อ ที่ต้องทำงานหาเงินเรียนเอง เพื่อนไปเที่ยว ถ้ามีเวลาจะไปเที่ยวกับเพื่อน แต่นานๆ ครั้ง ไม่เคยน้อยใจที่ไม่ได้เที่ยว กลับโชคดีการทำงาน "สอนให้มีความพยายาม" ได้รู้จักสังคมได้เจอชีวิตของคนหลายๆ แบบ สังคมของคนทำงานสอนให้รู้ว่าต้องมีความรับผิดชอบ ต้องมีความตรงต่อเวลา

"นอกจากที่ต้องดิ้นรนหาเงินมาเรียนแล้ว ตนเองต้องต่อสู้กับโรค ที่ตนเองไม่ได้อยากเป็น แต่เมื่อเป็นแล้ว ต้องยอมรับ ตอนที่เริ่มเป็นใหม่ๆ มีท้อแท้ แต่เพื่อความมีชีวิตรอดตนเองต้องปฏิบัติตัว ทานยาตามที่หมอสั่งให้ตรงเวลา ไม่ตากแดด และไปพบหมอเดือนละ 1 ครั้ง "ค่ารักษาพยาบาลใช้สิทธิ์ประกันสังคม" เม็ดยาที่ผมทานเปลี่ยนไปตามที่หมอสั่ง ปัจจุบันตนเองทานยาวันละ 18 เม็ด แรกๆ ไม่อยากทานไม่อยากเอาเข้าปาก แต่เพื่อควบคุมอาการไม่ให้อาการกำเริบต้องทานยา ถ้าอาการกำเริบจะไปทำงานไม่ได้ ไปทำงานไม่ได้ ไม่มีเงินเรียน"

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

"ผมทำทุกวันนี้คือทำเพื่อพ่ออยากให้พ่อสบาย เรียนจบมีงานทำ เป็นวิศวกรตามความฝันของผม" คนที่ป่วยเป็นโรคเดียวกับผม เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ พยายามควบคุมตนเอง ปฏิบัติตนตามที่หมอสั่ง สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปเช่นเดียวกับผม ก้องกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณที่มา.....http://www.pr.rmutt.ac.th.news/8850

เจ๋งอะครับ
ไม่ได้มาออกสื่อเพื่อขอบริจาค แต่ออกสื่อเพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่าง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่