สวัสดีจ๊ะ วันนี้มีเรื่องที่อยากจะตั้งกระทู้ขึ้นถามความคิดเห็นจากทุกๆคนที่เขามาอ่าน
เรื่องมีอยู่ว่า เราคบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมา จะ 2 ปีแล้ว น้องเขาเด็กกว่าเรา 4 ปี เราคบกันภายใต้อุปสรรคทั่วไปที่เกิดในหมู่ของคนที่มีความรักที่ผิดธรรมชาติ หรือรักร่วมเพศเดียวกัน
แต่เราเปิดเผยกับทางครอบครัวของเราครอบครัวรู้ว่าคบกับคนนี้ ชอบแบบนี้ ครอบครัวเลยไม่มีอะไร เราได้พาน้องที่คบกันไปรู้จักกับที่บ้าน รู้จักพ่อแม่ของเรา พวกเขาดูจะโอเคไม่ว่าอะไร เพียงเตือนตามประสาของคนที่โต ตามสภาพสังคมของพวกมีความรักแบบเพศเดียวกัน
เราเป็นจริงจังคบใครคบจริงไม่มีหวั่นไหว ซื่อสัตย์กับคนที่คบ เราแฟนคนแรกคือน้องเขาคนนี้แหละ
เราวาดฝันไปไกลมากๆ เราชอบวางแผนอนาคต ตอนนี้เราเรียนจบแล้วและมีทำงานแล้ว เป็นตอนนี้เป็นพนักงานราชการ (ตอนแรกเป็นแค่ลูกจ้างของรัฐ) เราเริ่มสร้างตัวเพื่ออนาคตตัวเอง
เพื่อคนรอบข้าง และเพื่อคนที่เรารัก เราทำทุกๆอย่างเพื่อพิสูจน์บางอย่างแก่ครอบครัวของน้องเขา
น้องเขาไม่เคยพาเราไปเจอพ่อแม่ของเขา หรือรู้จักบ้านเขาเลย เราไม่ค่อยได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับทางบ้านของน้องเขาสักเท่าไหร่ เรารู้เพียงว่าบ้านน้องค่อยข้างมีฐานะมากกว่าเรา เวลาที่คิดถึงจะไปหาน้องที่บ้านเราก็ไปไม่ได้ พ่อแม่ของน้องเหมือนไม่ยอมรับ เราก็เข้าใจล่ะว่าใครจะอยากให้ลูกตัวเองคบกับคนที่เกิดมาผิดธรรมชาติ เราจึงพยายามพิสูจน์ตัวเองหลายๆอย่างทั้งในด้านการงานและการเงิน เพื่อที่จะทำให้พ่อแม่ของน้องเขายอมรับและเชื่อว่าเราจะดูแลลูกของพวกเขาได้ วันเวลาผ่านเลยไปฉันสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการของรัฐได้ ฉันเริ่มมีความมั่นคงเรื่องหน้าที่การงานและการเงิน ฉันจึงเริ่มมีความคิดอยากจะไปหาพ่อแม่ของน้องที่บ้าน ไปพูดคุยหรือทำความรู้จักเหมือนที่เราพาน้องมาที่บ้าน ที่บ้านของเรารักและชอบน้องมาก ต่างจากพ่อแม่ของน้อง
เรื่องดำเนินมาถึงหลักศาสนา
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรา กับ น้อง นับถือศาสนาต่างกัน คือเรานับถือพุทธ และน้องนับถือคริตสต์
เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าศาสนาคริตสต์เขามีกฏห้ามคนในศาสนาเขาคบเพศเดียวกัน และจุดนี้เอง เป็นเริ่มต้นของที่เราต้องเลิกกัน
เรารับรู้ว่าน้องนับถือคริตสต์ เพราะน้องบอกจะโบสถ์ตลอดทุกๆวันอาทิตย์ เราเข้าใจ
จนกระทั่งน้องได้เข้าร่วมทางศาสนาอย่างจริงจังและเคร่งขึ้น
น้องจึงบอกกับเราว่า ที่เขาไม่เอาเราไปบ้านไปทำความรู้จักกับพ่อแม่เขานั้น เพราะที่บ้านของน้องนับถือคริตสต์ เลยไม่อยากเปิดเผย และพ่อแม่ก็ไม่อยากให้คบกัน เพราะมันผิดหลักศาสนา มันผิดประสงค์ของพระเจ้า เราถึงกับอึงไปเลยแล้วตลอดเวลาที่ผ่าน
คืออะไร เราพาน้องมาบ้านมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในครอบครัวของเราทุกอย่าง วาดฝันถึงครั้นจะอยู่กินด้วยกัน สุดท้ายก็ต้องล้มพังลง เพราะกฏศาสนา
แม่น้องบอกให้น้องเลิกคุยกับเรา ด้วยเหตุหลักศาสนา เราด้วยความที่ไม่อยากให้น้องต้องผิดต้องบาปต่อศาสนาจึงยอมปล่อยน้องไป แต่น้องบอกอยากคุยต่อไม่อยากให้หายไป เราจึงบอกน้องไปว่า "จะเก็บพีไว้ทำไมยังไงก็คบกันไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดี จะคุยไปเรื่อยๆแบบนี้สุดท้ายพี่ก็เป็นแค่คนคุยอยู่ดีไม่มีสิทธิ์เปิดเผยไม่มีสิทธิ์คบ" เราเลือกเดินออกมาจากชีวิตของน้องเขาอย่างเจ็บปวดที่สุด เพราะเราก็รักน้องเขามาก เราไม่อยากเป็นคนทำให้น้องเขาบาปและฝืนประสงค์ของพระเจ้าของน้องเขา เราทำถูกแล้วใช่ไหม ใช่ไหม
เราลบไลน์ ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องออกหมด เหลือเพียงความทรงจำ
แล้วเรากลายเป็นคนมองคนที่ศาสนาก่อนเป็นอันดับแรกเลย
ต่อจากนี้กลายเป็นคนที่เวลาคบใครต้องถามเรื่องศาสนาก่อนเป็นอันดับแรก เหมือนคนบ้าไม่เลย
ปล.ถ้าทั้งสองรักกันจริงๆ แล้วคบกันต่อ แล้วเราไม่สนใจกฏข้อนี้ได้ไหม เพราะศาสนาพุทธเองก็มีศีล 5 ข้อแต่ทำไมคนก็ไม่ค่อยสนใจเลย ขอความคิดเห็นนะ อย่าดร่าม่าด่ากันเลยน้าาา
ถ้าใครได้อ่านกระทู้มีความคิดเห็นอย่างไหร่ช่วยแนะนำชี้แจ้งด้วยน้าาาา ขอบคุณมากจ๊ะ
ทำไมต้องเลิกกันเพราะศาสนา
เรื่องมีอยู่ว่า เราคบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมา จะ 2 ปีแล้ว น้องเขาเด็กกว่าเรา 4 ปี เราคบกันภายใต้อุปสรรคทั่วไปที่เกิดในหมู่ของคนที่มีความรักที่ผิดธรรมชาติ หรือรักร่วมเพศเดียวกัน
แต่เราเปิดเผยกับทางครอบครัวของเราครอบครัวรู้ว่าคบกับคนนี้ ชอบแบบนี้ ครอบครัวเลยไม่มีอะไร เราได้พาน้องที่คบกันไปรู้จักกับที่บ้าน รู้จักพ่อแม่ของเรา พวกเขาดูจะโอเคไม่ว่าอะไร เพียงเตือนตามประสาของคนที่โต ตามสภาพสังคมของพวกมีความรักแบบเพศเดียวกัน
เราเป็นจริงจังคบใครคบจริงไม่มีหวั่นไหว ซื่อสัตย์กับคนที่คบ เราแฟนคนแรกคือน้องเขาคนนี้แหละ
เราวาดฝันไปไกลมากๆ เราชอบวางแผนอนาคต ตอนนี้เราเรียนจบแล้วและมีทำงานแล้ว เป็นตอนนี้เป็นพนักงานราชการ (ตอนแรกเป็นแค่ลูกจ้างของรัฐ) เราเริ่มสร้างตัวเพื่ออนาคตตัวเอง
เพื่อคนรอบข้าง และเพื่อคนที่เรารัก เราทำทุกๆอย่างเพื่อพิสูจน์บางอย่างแก่ครอบครัวของน้องเขา
น้องเขาไม่เคยพาเราไปเจอพ่อแม่ของเขา หรือรู้จักบ้านเขาเลย เราไม่ค่อยได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับทางบ้านของน้องเขาสักเท่าไหร่ เรารู้เพียงว่าบ้านน้องค่อยข้างมีฐานะมากกว่าเรา เวลาที่คิดถึงจะไปหาน้องที่บ้านเราก็ไปไม่ได้ พ่อแม่ของน้องเหมือนไม่ยอมรับ เราก็เข้าใจล่ะว่าใครจะอยากให้ลูกตัวเองคบกับคนที่เกิดมาผิดธรรมชาติ เราจึงพยายามพิสูจน์ตัวเองหลายๆอย่างทั้งในด้านการงานและการเงิน เพื่อที่จะทำให้พ่อแม่ของน้องเขายอมรับและเชื่อว่าเราจะดูแลลูกของพวกเขาได้ วันเวลาผ่านเลยไปฉันสอบบรรจุเป็นพนักงานราชการของรัฐได้ ฉันเริ่มมีความมั่นคงเรื่องหน้าที่การงานและการเงิน ฉันจึงเริ่มมีความคิดอยากจะไปหาพ่อแม่ของน้องที่บ้าน ไปพูดคุยหรือทำความรู้จักเหมือนที่เราพาน้องมาที่บ้าน ที่บ้านของเรารักและชอบน้องมาก ต่างจากพ่อแม่ของน้อง
เรื่องดำเนินมาถึงหลักศาสนา
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เรา กับ น้อง นับถือศาสนาต่างกัน คือเรานับถือพุทธ และน้องนับถือคริตสต์
เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าศาสนาคริตสต์เขามีกฏห้ามคนในศาสนาเขาคบเพศเดียวกัน และจุดนี้เอง เป็นเริ่มต้นของที่เราต้องเลิกกัน
เรารับรู้ว่าน้องนับถือคริตสต์ เพราะน้องบอกจะโบสถ์ตลอดทุกๆวันอาทิตย์ เราเข้าใจ
จนกระทั่งน้องได้เข้าร่วมทางศาสนาอย่างจริงจังและเคร่งขึ้น
น้องจึงบอกกับเราว่า ที่เขาไม่เอาเราไปบ้านไปทำความรู้จักกับพ่อแม่เขานั้น เพราะที่บ้านของน้องนับถือคริตสต์ เลยไม่อยากเปิดเผย และพ่อแม่ก็ไม่อยากให้คบกัน เพราะมันผิดหลักศาสนา มันผิดประสงค์ของพระเจ้า เราถึงกับอึงไปเลยแล้วตลอดเวลาที่ผ่าน
คืออะไร เราพาน้องมาบ้านมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ในครอบครัวของเราทุกอย่าง วาดฝันถึงครั้นจะอยู่กินด้วยกัน สุดท้ายก็ต้องล้มพังลง เพราะกฏศาสนา
แม่น้องบอกให้น้องเลิกคุยกับเรา ด้วยเหตุหลักศาสนา เราด้วยความที่ไม่อยากให้น้องต้องผิดต้องบาปต่อศาสนาจึงยอมปล่อยน้องไป แต่น้องบอกอยากคุยต่อไม่อยากให้หายไป เราจึงบอกน้องไปว่า "จะเก็บพีไว้ทำไมยังไงก็คบกันไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดี จะคุยไปเรื่อยๆแบบนี้สุดท้ายพี่ก็เป็นแค่คนคุยอยู่ดีไม่มีสิทธิ์เปิดเผยไม่มีสิทธิ์คบ" เราเลือกเดินออกมาจากชีวิตของน้องเขาอย่างเจ็บปวดที่สุด เพราะเราก็รักน้องเขามาก เราไม่อยากเป็นคนทำให้น้องเขาบาปและฝืนประสงค์ของพระเจ้าของน้องเขา เราทำถูกแล้วใช่ไหม ใช่ไหม
เราลบไลน์ ลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับน้องออกหมด เหลือเพียงความทรงจำ
แล้วเรากลายเป็นคนมองคนที่ศาสนาก่อนเป็นอันดับแรกเลย
ต่อจากนี้กลายเป็นคนที่เวลาคบใครต้องถามเรื่องศาสนาก่อนเป็นอันดับแรก เหมือนคนบ้าไม่เลย
ปล.ถ้าทั้งสองรักกันจริงๆ แล้วคบกันต่อ แล้วเราไม่สนใจกฏข้อนี้ได้ไหม เพราะศาสนาพุทธเองก็มีศีล 5 ข้อแต่ทำไมคนก็ไม่ค่อยสนใจเลย ขอความคิดเห็นนะ อย่าดร่าม่าด่ากันเลยน้าาา
ถ้าใครได้อ่านกระทู้มีความคิดเห็นอย่างไหร่ช่วยแนะนำชี้แจ้งด้วยน้าาาา ขอบคุณมากจ๊ะ