ความเชื่อทางศาสนาคืออะไร ?

ความเชื่อ ​ ​หมายถึง ความแน่ใจในสิ่งที่เรามองไม่เห็น หรือความแน่ใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

*ความเชื่ออาจเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็ได้  ยกตัวอย่าง ​เช่น

1. ฉันเชื่อว่า ​ในห่อของขวัญนี้เป็นเสื้อ

2. ฉันเชื่อว่า ​ในเย็นวันนี้ฝนจะตก​

3. หากย้อนเวลาไปเมื่อพันปีที่แล้ว  
=>  ฉันเชื่อว่า ​ในอากาศมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มนุษย์มองไม่เห็น
=>  ฉันเชื่อว่า ​ในอากาศมีคลื่นบางอย่างปะปนอยู่
=>  ฉันเชื่อว่า ​โลกมีลักษณะแบน (เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะปัจจุบันได้ทำการพิสูจน์ให้เห็นจริงแล้ว)

ความเชื่อทางศาสนา  ​หมายถึง ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือลัทธิความเชื่อ

*ความเชื่อทางศาสนา ​อาจเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็ได้  ยกตัวอย่าง เช่น

1.​ ฉันเชื่อว่า ​รอบตัวเรามีวิญญาณรายล้อมอยู่ ทั้งวิญญาณดีและวิญญาณชั่ว

2. ฉันเชื่อว่า พระเจ้าผู้สูงสุดมีจริง โดยพระองค์เป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายวิญญาณดี
โดยมีซาตานเป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายวิญญาณชั่ว  และทั้งสองฝ่ายเป็นปฏิปักษ์กัน

3. ฉันเชื่อว่า กฎแห่งกรรมเป็นเรื่องจริง  หมายถึง "ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว"
โดยพระเจ้าเป็นผู้ตอบแทนการกระทำทุกอย่างของมนุษย์อย่างครบถ้วนและยุติธรรม

4. ฉันเชื่อว่า พระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่กับฉัน

5. ฉันเชื่อว่า ​พระเจ้าจะรับผู้ที่วางใจพระองค์ไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์

6. ฉันเชื่อว่า ​ผู้ที่ไม่วางใจพระเจ้าจะต้องตกนรกชั่วนิรันดร์

7. ฉันเชื่อว่า พระเจ้าจะรับฉันไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์

ตั้งแต่ยุคโบราณแล้ว มนุษย์ได้พยายามพิสูจน์หาความจริงของความเชื่อทางศาสนา
ซึ่งมีบางเรื่องที่มนุษย์สามารถทำการพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ได้สำเร็จ
*เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยสามารถทำการพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นจริงได้

ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการพิสูจน์จนสำเร็จว่า ​มีความเชื่อทางศาสนาบางเรื่องที่เป็นเท็จ
แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ

ในยุคโบราณ มีความเชื่อของบางศาสนา​หรือลัทธิความเชื่อ ​ที่เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
และโลกเกิดขึ้นก่อนดวงดาวทั้งหลาย  แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการพิสูจน์จนค้นพบความจริงว่า
โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล  ​และโลกไม่ได้เกิดขึ้นก่อนดวงดาวทั้งหลาย
เป็นการแสดงให้เห็นว่าคัมภีร์ทางศาสนาของพวกเขา ​มีข้อความบางเรื่องที่เป็นเท็จ

ผมนับถือศาสนาคริสต์ โดยที่ไม่ได้สังกัดคณะนิกายใด  ผมจึงเป็นคริสเตียนอิสระ
โดยความเชื่อของผมยึดถือตามคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์
ความเชื่อของผมจึงไม่อยู่ภายใต้กรอบหรือกฎเกณฑ์ของคณะนิกายใด

ผมได้ตีความในคัมภีร์ไบเบิล โดยการทรงนำจากพระวิญญาณของพระเจ้าที่สถิตอยู่กับผม (เป็นความเชื่อ)
จึงขอให้ผู้ที่เข้ามาอ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างรอบคอบ​

ความเชื่อของผม ปรากฏอยู่ในความเชื่อทางศาสนาทั้ง 7 ข้อตามข้างต้น
และจากการศึกษาคัมภีร์ไบเบิลทั้งฉบับ  ผมมีความเชื่อดังนี้

นิยาม  ​พระเจ้าในที่นี้ ​หมายถึง พระเจ้าผู้ประเสริฐ (พระเจ้าผู้สูงสุด : ​God)

1. ข้อความในคัมภีร์ไบเบิลถูกเขียนขึ้นโดยได้รับการดลใจจากพระเจ้า
แต่มีข้อความบางตอนในคัมภีร์ไบเบิลที่ถูกเขียนขึ้นโดยไม่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า​

2. ข้อความในคัมภีร์ไบเบิลจึงมีทั้งพระวจนะของพระเจ้า และไม่ใช่พระวจนะของพระเจ้าปะปนกันอยู่​
โดยพระวิญญาณของพระเจ้าที่สถิตอยู่กับผม ทรงช่วยนำให้ผมแยกแยะข้อความดังกล่าว
ซึ่งผมได้รับของประทานจากพระเจ้าเรื่อง การรู้ข้อล้ำลึกในพระวจนะของพระเจ้า (มีหมายสำคัญ)

3. พระเจ้าเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง  พระเจ้าป็นผู้ต้นสุด ​ ​และพระเจ้าเป็นผู้ปลายสุด
พระเจ้าทรงเหมือนเดิมทุกประการ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตตลอดไป

4. พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา  มีความยุติธรรมอย่างสูงสุด  และมีฤทธานุภาพยิ่งใหญ่สูงสุด

5. พระเจ้าไม่มีความโกรธ  ไม่ลงโทษมนุษย์เกินกว่าเหตุ  และพร้อมให้อภัยหากมนุษย์สำนึกผิดบาป​

6. พระเจ้าได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในสถานะพระบุตร (พระเมสสิยาห์) โดยมีพระนามว่า "​พระเยซูคริสต์"
ดังนั้น พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์  โดยพระองค์มีความเท่าเทียมกับพระบิดาในสวรรค์
และพระวิญญาณของพระเจ้า  ซึ่งพระเจ้าทั้ง 3 สถานะนี้เป็นบุคคลเดียวกัน ​และเท่าเทียมกันทุกประการ

7. พระเยซูคริสต์ทรงมาเพื่อไถ่บาปให้แก่มนุษย์ทั้งโลก ด้วยการยอมถูกตรึงตายบนไม้กางเขน
เลือดที่ไหลออกมาจากร่างของพระองค์ มีฤทธิ์อำนาจในการชำระบาปทุกอย่างให้แก่มนุษย์

8. ผู้ที่สำนึกผิดยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาป  แล้วมาสารภาพบาปต่อพระเจ้า
โดยขอให้พระเจ้ายกโทษบาปทั้งหมดให้แก่ตน  พระเจ้าก็จะยกโทษบาปและชำระบาปทั้งหมดให้แก่เขา
แล้วเปลี่ยนเขาจากคนบาปให้เป็นคนชอบธรรม แล้วจึงต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามานำชีวิตของตน

9. ผู้ที่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า  พระเจ้าจะช่วยนำชีวิตให้ดีและมีสันติสุข

10. ผู้ที่เดินในทางชอบธรรมของพระเจ้าอย่างมั่นคง  พระเจ้าจะรับไปอยู่ในสวรรค์ชั่วนิรันดร์

หมายเหตุ  การเดินในทางชอบธรรมของพระเจ้า ​หมายถึง วางใจพระเจ้า ​ไม่ทำบาป ​และมุ่งทำความดี
*วางใจพระเจ้า หมายถึง เชื่อมั่นในพระเจ้า โดยเชื่อว่าพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
และทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

อ้างอิงจาก
1. กระทู้เรื่อง "ข้อความในคัมภีร์ไบเบิลมีข้อผิดพลาด 100%" : 16 มกราคม 2569
2. กระทู้เรื่อง "วิธีการพิสูจน์ว่าข้อความในคัมภีร์ไบเบิลมีข้อผิดพลาด 100% เรื่องที่ 1" : 18 มกราคม 2569
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่