เรียน Samsung
สืบเนื่องจากกรณีซ่อม Note 5 แล้วยังมีปัญหาอยู่ หลังจากได้เจรจากับ Samsung ว่าผมไม่รับเช็คเงินคืนเพราะจะเอาเครื่องไว้ใช้งานต่อ แต่ให้เปลี่ยนฝาหลังที่เป็นรอยกับแก้จอให้แน่นไม่ยุบ ซึ่งทางศูนย์ก็ดำเนินการให้ แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยตามมาอีก คือเอากลับมาใช้ได้สี่ห้าวันก็สังเกตเห็นว่าฟิล์มสีทองบริเวณมุมด้านบนของจอทั้งสองข้างและบริเวณขอบบนบางส่วนมีรอยคล้ายจอกำลังเริ่มลอก แต่ยังไม่มากจนมองเห็นได้ทันที แต่มีแนวโน้มว่ามันกำลังจะลอก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มี เพิ่งจะมีหลังจากเอาเครื่องไปทิ้งไว้ที่ศูนย์ประมาณ 2 สัปดาห์นี่แหละ ลองปรึกษากับเพื่อนๆที่ใช้งานในกลุ่มก็ได้ความว่า รอยนี้เป็นไปได้ว่าจะเกิดจากการซ่อมครั้งก่อนๆ เพราะในการซ่อมจะต้องใช้ความร้อนในการติดกาว ความร้อนอาจจะทำให้ฟิล์มสีจอพองหรือล่อนออกได้
ทีนี้ก็เลยกังวลว่านี่เป็นอาการเริ่มต้นของจอลอก และถ้าใช้ต่อไประยะยาวจะเป็นมากขึ้นเหมือนกรณีของหลายๆคนหรือเปล่า และลองไปเทียบดูกับ Note 5 เครื่องอื่นว่าเป็นรอยแบบนี้หรือไม่ ก็ปรากฏว่าเครื่องอื่นไม่มีรอยแบบนี้ ผมจึงกลับไปแจ้งปัญหากับศูนย์อีกครั้งเพื่อให้แก้ไขให้ เพราะยังอยู่ในช่วงประกันการเปลี่ยนจอ แต่ทางศูนย์ขอส่งเรื่องไปให้สำนักงานใหญ่พิจารณา ผมก็บอกว่าจริงๆให้ทางศูนย์เปลี่ยนหน้าจอให้ใหม่ก็ได้ แต่ทางศูนย์ยืนยันว่าจะส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่เพื่อขอคืนเงินให้ ผมจึงแจ้งไปว่าผมปฏิเสธการรับเงินคืน ถ้าจะไม่ซ่อมจริงๆก็ขอให้เปลี่ยนเครื่องใหม่รุ่นเดิมให้ เพราะยังต้องการใช้งาน Note 5 ต่อ ซึ่งทางศูนย์ก็รับว่าจะเสนอทางนี้ไปให้
หลังจากนั้นประมาณสามสี่วันศูนย์ก็โทรมาแจ้งเรื่องว่าเนื่องจากอะไหล่ของรุ่น Note 5 "เลิกผลิต" แล้ว (รุ่นท็อปที่ในปัจจุบันก็ยังเป็น flagship ตัวล่าสุดในซีรีย์ Note อยู่ แต่อะไหล่เลิกผลิตแล้ว?) ทางสำนักงานใหญ่จะขอคืนเงินเป็นเช็คให้ แต่ผมเจรจาบอกว่าถ้าไม่ยอมซ่อมให้ผมขอเปลี่ยนเครื่องใหม่ ทางศูนย์บอกว่าเครื่องใหม่ตอนนี้อาจจะต้องรอนาน เพราะไม่มีเครื่องในสต็อค อาจต้องรอนาน ผมก็ว่ารอได้ เพราะตอนนี้ยังมีเครื่องสำรองใช้งานอยู่ จึงบอกทางศูนย์ว่ารบกวนแจ้งสำนักงานใหญ่ให้อีกครั้งว่าผมต้องการเปลี่ยนเครื่อง ไม่ต้องการคืนเงิน ทางศูนย์ก็รับเรื่องไปว่าจะคุยให้
เหตุผลที่ผมไม่ต้องการเงินคืน แต่ต้องการให้ศูนย์เปลี่ยนเครื่องให้ใหม่ก็เพราะ
1. ผมแจ้งความจำนงให้เปลี่ยนจอให้ แต่คุณแจ้งว่าอะไหล่รุ่นนี้เลิกผลิตแล้วจึงไม่มีเปลี่ยนให้ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะผลักภาระมาให้ลูกค้าว่าพอฉันไม่มีอะไหล่ เธอก็ต้องยินยอมที่จะไม่ซ่อมและรับเงินคืนไป เพราะผมยังต้องการใช้งานเครื่อง ส่วนเรื่องอะไหล่ นั่นเป็นปัญหาของระบบการจัดการภายในของคุณ ถ้าคุณจัดหาอะไหล่มาให้ไม่ได้ คุณก็จะต้องมีวิธีดำเนินการอื่นๆมาทดแทนให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ายังได้ใช้งานเครื่องรุ่นนั้นต่อตามปรกติ เพราะนี่คือจุดประสงค์ของการซ่อม หากคุณซ่อมให้ไม่ได้ก็จะต้องมีวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้ลูกค้ามีเครื่องใช้งานต่อไปเหมือนเดิม
2. ผมไม่ยอมรับวิธีการคืนเงินแลกกับการคืนเครื่องในกรณีนี้ เพราะมันไม่สามารถแก้ปัญหาให้ผม เพราะผมต้องการใช้งานเครื่องต่อ ถ้าหาก Samsung เลือกจะใช้วิธีชดเชยเงินคืนแบบนี้เป็นการแก้ปัญหา จำนวนเงินที่เสนอคืนให้ควรจะต้องนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเครื่อง Note 5 ในราคาปัจจุบันได้ ซึ่งผลลัพธ์ก็จะเท่ากับผมได้เปลี่ยนจอ คือมีเครื่องไว้ใช้งานต่อ
ผมจึงบอกไปว่าผมไม่รับเช็คเงินคืน เลือกแค่เปลี่ยนหน้าจอให้ใหม่หรือไม่ก็เปลี่ยนเครื่องรุ่นเดิมทดแทนให้เท่านั้น
ต่อมาผมได้รับการติดต่อกลับจากทางศูนย์ว่าสำนักงานใหญ่แจ้งว่าสนง.ใหญ่ไม่มีเครื่องเปลี่ยน แต่ยังให้ผมรับเช็คคืนเงินทั้งๆที่ผมก็เน้นย้ำไปแล้วว่าผมปฏิเสธทางเลือกนี้ เพราะมันไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องการใช้งานเครื่องต่อของผม ผมจึงแจ้งว่าถ้าอย่างนั้นผมขอให้เปลี่ยนหน้าจอให้ละกัน เพราะหน้าจอผมยังมีประกันอยู่ ทางศูนย์ก็ตกลงว่าให้ผมรออะไหล่และให้ผมไปรับเครื่องกลับมาใช้งานก่อนได้ระหว่างที่รออะไหล่มาเปลี่ยน ส่วนนี้ก็งงๆนะ ผมถามว่าไหนตอนแรกบอกอะไหล่ Note 5 เลิกผลิตแล้ว พอตอนนี้ให้รออะไหล่ได้ ก็แสดงว่าอะไหล่ยังผลิตอยู่น่ะสิ คนที่คุยด้วยก็บอกว่าอะไหล่ยังมีผลิตอยู่ค่ะ ใครบอกคุณลูกค้าคะว่าอะไหล่เลิกผลิต ผมก็ว่าผมไม่รู้หรอกว่าที่โทรมาคุยกันอยู่เนี่ยใครเป็นใครบ้าง จำได้แต่สิ่งที่พูดนั่นแหละ เหมือนตอนที่ไปคุยที่ศูนย์มาครั้งหลังสุด ทางศูนย์บอกจำนวนเงินคืนนั้นมีการหักค่าเปลี่ยนจอไปด้วย พอคุยทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุด ผมถามว่าคืนเงินเนี่ยทำไมต้องหักค่าเปลี่ยนจอด้วย เพราะถ้าเปลี่ยนจอผมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้หักค่าเปลี่ยนจอ หักแต่ค่าเสื่อม เออ พูดไม่ตรงกันอีก สงสัยเตรียมกันมาไม่ดี
และแล้ววันที่ผมไปรับเครื่องกลับมาใช้งานก่อนผมก็ต้องเสียความรู้สึกอีกครั้ง เพราะตอนทางศูนย์นำเครื่องมาคืนให้ได้แจ้งกับผมว่า เปลี่ยนอะไหล่ให้ไม่ได้ เนื่องจากทางช่างแจ้งว่าตัวจอผมไม่ได้มีอาการผิดปกติ ผมก็งงว่าหมายความว่ายังไง แล้วรอยที่คล้ายรอยลอกนั่นคืออะไร ถ้ามันปกติแล้วทำไมเครื่องอื่นไม่เป็น ทางศูนย์ก็ยังคงบอกว่าไม่ได้ผิดปกติอยู่นั่นเอง แต่ถ้าจะเปลี่ยนลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน ผมก็บอกว่าผมจะเสียค่าใช้จ่ายได้อย่างไรในเมื่อจอยังอยู่ในช่วงรับประกัน เพราะผมเพิ่งจะมาเปลี่ยนจอไปเมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง จนท.เช็คประวัติการซ่อมแล้วแจ้งผมว่าเครื่องเลยระยะเวลาประกันมาแล้ว เพราะในประวัติงานซ่อมบันทึกว่าผมเปลี่ยนจอวันที่ 25 พ.ย. 2559
ผมก็งงไปอีกครั้ง เพราะผมเปลี่ยนจอครั้งล่าสุดวันที่ 4 ม.ค. 2560 โดยปกติเวลาไปติดต่อศูนย์ผมจะถือใบ QC ไปแสดงด้วยทุกครั้ง เพื่อจะได้แน่ใจเรื่องระยะเวลาประกัน ใบ QC ของการเปลี่ยนหน้าจอเมื่อวันที่ 4 ม.ค. นี้จริงๆผมก็ได้มา และนำมาแสดงเมื่อตอนซ่อมฝาหลังด้วย แต่ทางศูนย์ไม่ได้คืนใบนี้มาให้ผม ซึ่งผมก็ท้วงไปตั้งแต่ตอนนั้นว่าไม่ได้คืนใบนี้ให้และขอให้คืนให้ผมด้วย แต่ทางศูนย์ก็ไม่ได้คืนให้ แจ้งแต่ว่าไม่ต้องอ้างอิงจากใบ QC นี้ก็ได้ เพราะศูนย์ได้บันทึกประวัติการซ่อมเอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว แล้วบันทึกกันยังไง ถึงไม่มีข้อมูลประวัติการเปลี่ยนหน้าจอวันที่ 4 ม.ค. 2560 ของผมเก็บไว้ มีแต่ข้อมูลเก่า อันนี้ผมเองก็ไม่ชัดเจนในเจตนาของทางศูนย์นะครับว่ายังไง คิดว่าน่าจะเป็นการพลั้งพลาดทั้งที่ไม่ควรจะพลาดของศูนย์ แต่ถ้าจะใช้ตรงนี้มาเป็นตัวบอกว่าหน้าจอผมไม่ได้อยู่ในระยะประกันแล้ว ผมก็จะถือว่าศูนย์มีเจตนาแต่แรก
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องวันที่มาเปลี่ยนจอเรียบร้อย จนท.ก็ขอเข้าไปปรึกษากับช่างทางด้านหลังอีกครั้ง แล้วก็กลับมาบอกเหมือนเดิมว่าช่างแจ้งว่าอาการนี้ไม่ใช่อาการผิดปกติของหน้าจอจึงไม่เปลี่ยนให้ ผมจึงบอกว่าโอเค ถ้ายืนยันอย่างนั้น ผมก็ขอให้ศูนย์ออกเอกสารรับรองให้ผมโดยมีรายละเอียดว่าศูนย์ขอรับรองว่ารอยลอกบนหน้าจอของผมนั้นเป็นอาการปกติ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามรอยลอกนั้นขยายหรือมีรอยลอกเพิ่มขึ้น รวมทั้งถ้าส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติอื่นใดต่อจอเครื่อง ผมจะต้องสามารถนำเครื่องกลับมาให้ศูนย์เปลี่ยนหน้าจอได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ซึ่งจนท.ก็ขอเข้าไปปรึกษาข้างหลังอีกครั้ง พักหนึ่งก็กลับมาบอกว่า ถ้ายังไงทางศูนย์ขอส่งเรื่องเข้าสนง.ใหญ่อีกครั้ง เพื่อดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง (อืม ตกลงว่ามันปกติหรือไม่ปกติ เห็นพูดยืนยันว่าปกติ แต่พอให้ออกเอกสารรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรให้กลับไม่รับรองซะงั้น)
(ต่อในความเห็นนะครับ พิมพ์ไม่พอแล้วครับ)
ปัญหาจอ Note 5 กับการใช้เงินแก้ปัญหาไม่ตรงจุดของ Samsung
สืบเนื่องจากกรณีซ่อม Note 5 แล้วยังมีปัญหาอยู่ หลังจากได้เจรจากับ Samsung ว่าผมไม่รับเช็คเงินคืนเพราะจะเอาเครื่องไว้ใช้งานต่อ แต่ให้เปลี่ยนฝาหลังที่เป็นรอยกับแก้จอให้แน่นไม่ยุบ ซึ่งทางศูนย์ก็ดำเนินการให้ แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาความไม่เรียบร้อยตามมาอีก คือเอากลับมาใช้ได้สี่ห้าวันก็สังเกตเห็นว่าฟิล์มสีทองบริเวณมุมด้านบนของจอทั้งสองข้างและบริเวณขอบบนบางส่วนมีรอยคล้ายจอกำลังเริ่มลอก แต่ยังไม่มากจนมองเห็นได้ทันที แต่มีแนวโน้มว่ามันกำลังจะลอก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มี เพิ่งจะมีหลังจากเอาเครื่องไปทิ้งไว้ที่ศูนย์ประมาณ 2 สัปดาห์นี่แหละ ลองปรึกษากับเพื่อนๆที่ใช้งานในกลุ่มก็ได้ความว่า รอยนี้เป็นไปได้ว่าจะเกิดจากการซ่อมครั้งก่อนๆ เพราะในการซ่อมจะต้องใช้ความร้อนในการติดกาว ความร้อนอาจจะทำให้ฟิล์มสีจอพองหรือล่อนออกได้
ทีนี้ก็เลยกังวลว่านี่เป็นอาการเริ่มต้นของจอลอก และถ้าใช้ต่อไประยะยาวจะเป็นมากขึ้นเหมือนกรณีของหลายๆคนหรือเปล่า และลองไปเทียบดูกับ Note 5 เครื่องอื่นว่าเป็นรอยแบบนี้หรือไม่ ก็ปรากฏว่าเครื่องอื่นไม่มีรอยแบบนี้ ผมจึงกลับไปแจ้งปัญหากับศูนย์อีกครั้งเพื่อให้แก้ไขให้ เพราะยังอยู่ในช่วงประกันการเปลี่ยนจอ แต่ทางศูนย์ขอส่งเรื่องไปให้สำนักงานใหญ่พิจารณา ผมก็บอกว่าจริงๆให้ทางศูนย์เปลี่ยนหน้าจอให้ใหม่ก็ได้ แต่ทางศูนย์ยืนยันว่าจะส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่เพื่อขอคืนเงินให้ ผมจึงแจ้งไปว่าผมปฏิเสธการรับเงินคืน ถ้าจะไม่ซ่อมจริงๆก็ขอให้เปลี่ยนเครื่องใหม่รุ่นเดิมให้ เพราะยังต้องการใช้งาน Note 5 ต่อ ซึ่งทางศูนย์ก็รับว่าจะเสนอทางนี้ไปให้
หลังจากนั้นประมาณสามสี่วันศูนย์ก็โทรมาแจ้งเรื่องว่าเนื่องจากอะไหล่ของรุ่น Note 5 "เลิกผลิต" แล้ว (รุ่นท็อปที่ในปัจจุบันก็ยังเป็น flagship ตัวล่าสุดในซีรีย์ Note อยู่ แต่อะไหล่เลิกผลิตแล้ว?) ทางสำนักงานใหญ่จะขอคืนเงินเป็นเช็คให้ แต่ผมเจรจาบอกว่าถ้าไม่ยอมซ่อมให้ผมขอเปลี่ยนเครื่องใหม่ ทางศูนย์บอกว่าเครื่องใหม่ตอนนี้อาจจะต้องรอนาน เพราะไม่มีเครื่องในสต็อค อาจต้องรอนาน ผมก็ว่ารอได้ เพราะตอนนี้ยังมีเครื่องสำรองใช้งานอยู่ จึงบอกทางศูนย์ว่ารบกวนแจ้งสำนักงานใหญ่ให้อีกครั้งว่าผมต้องการเปลี่ยนเครื่อง ไม่ต้องการคืนเงิน ทางศูนย์ก็รับเรื่องไปว่าจะคุยให้
เหตุผลที่ผมไม่ต้องการเงินคืน แต่ต้องการให้ศูนย์เปลี่ยนเครื่องให้ใหม่ก็เพราะ
1. ผมแจ้งความจำนงให้เปลี่ยนจอให้ แต่คุณแจ้งว่าอะไหล่รุ่นนี้เลิกผลิตแล้วจึงไม่มีเปลี่ยนให้ ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะผลักภาระมาให้ลูกค้าว่าพอฉันไม่มีอะไหล่ เธอก็ต้องยินยอมที่จะไม่ซ่อมและรับเงินคืนไป เพราะผมยังต้องการใช้งานเครื่อง ส่วนเรื่องอะไหล่ นั่นเป็นปัญหาของระบบการจัดการภายในของคุณ ถ้าคุณจัดหาอะไหล่มาให้ไม่ได้ คุณก็จะต้องมีวิธีดำเนินการอื่นๆมาทดแทนให้ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ายังได้ใช้งานเครื่องรุ่นนั้นต่อตามปรกติ เพราะนี่คือจุดประสงค์ของการซ่อม หากคุณซ่อมให้ไม่ได้ก็จะต้องมีวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้ลูกค้ามีเครื่องใช้งานต่อไปเหมือนเดิม
2. ผมไม่ยอมรับวิธีการคืนเงินแลกกับการคืนเครื่องในกรณีนี้ เพราะมันไม่สามารถแก้ปัญหาให้ผม เพราะผมต้องการใช้งานเครื่องต่อ ถ้าหาก Samsung เลือกจะใช้วิธีชดเชยเงินคืนแบบนี้เป็นการแก้ปัญหา จำนวนเงินที่เสนอคืนให้ควรจะต้องนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเครื่อง Note 5 ในราคาปัจจุบันได้ ซึ่งผลลัพธ์ก็จะเท่ากับผมได้เปลี่ยนจอ คือมีเครื่องไว้ใช้งานต่อ
ผมจึงบอกไปว่าผมไม่รับเช็คเงินคืน เลือกแค่เปลี่ยนหน้าจอให้ใหม่หรือไม่ก็เปลี่ยนเครื่องรุ่นเดิมทดแทนให้เท่านั้น
ต่อมาผมได้รับการติดต่อกลับจากทางศูนย์ว่าสำนักงานใหญ่แจ้งว่าสนง.ใหญ่ไม่มีเครื่องเปลี่ยน แต่ยังให้ผมรับเช็คคืนเงินทั้งๆที่ผมก็เน้นย้ำไปแล้วว่าผมปฏิเสธทางเลือกนี้ เพราะมันไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องการใช้งานเครื่องต่อของผม ผมจึงแจ้งว่าถ้าอย่างนั้นผมขอให้เปลี่ยนหน้าจอให้ละกัน เพราะหน้าจอผมยังมีประกันอยู่ ทางศูนย์ก็ตกลงว่าให้ผมรออะไหล่และให้ผมไปรับเครื่องกลับมาใช้งานก่อนได้ระหว่างที่รออะไหล่มาเปลี่ยน ส่วนนี้ก็งงๆนะ ผมถามว่าไหนตอนแรกบอกอะไหล่ Note 5 เลิกผลิตแล้ว พอตอนนี้ให้รออะไหล่ได้ ก็แสดงว่าอะไหล่ยังผลิตอยู่น่ะสิ คนที่คุยด้วยก็บอกว่าอะไหล่ยังมีผลิตอยู่ค่ะ ใครบอกคุณลูกค้าคะว่าอะไหล่เลิกผลิต ผมก็ว่าผมไม่รู้หรอกว่าที่โทรมาคุยกันอยู่เนี่ยใครเป็นใครบ้าง จำได้แต่สิ่งที่พูดนั่นแหละ เหมือนตอนที่ไปคุยที่ศูนย์มาครั้งหลังสุด ทางศูนย์บอกจำนวนเงินคืนนั้นมีการหักค่าเปลี่ยนจอไปด้วย พอคุยทางโทรศัพท์ครั้งล่าสุด ผมถามว่าคืนเงินเนี่ยทำไมต้องหักค่าเปลี่ยนจอด้วย เพราะถ้าเปลี่ยนจอผมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้หักค่าเปลี่ยนจอ หักแต่ค่าเสื่อม เออ พูดไม่ตรงกันอีก สงสัยเตรียมกันมาไม่ดี
และแล้ววันที่ผมไปรับเครื่องกลับมาใช้งานก่อนผมก็ต้องเสียความรู้สึกอีกครั้ง เพราะตอนทางศูนย์นำเครื่องมาคืนให้ได้แจ้งกับผมว่า เปลี่ยนอะไหล่ให้ไม่ได้ เนื่องจากทางช่างแจ้งว่าตัวจอผมไม่ได้มีอาการผิดปกติ ผมก็งงว่าหมายความว่ายังไง แล้วรอยที่คล้ายรอยลอกนั่นคืออะไร ถ้ามันปกติแล้วทำไมเครื่องอื่นไม่เป็น ทางศูนย์ก็ยังคงบอกว่าไม่ได้ผิดปกติอยู่นั่นเอง แต่ถ้าจะเปลี่ยนลูกค้าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยน ผมก็บอกว่าผมจะเสียค่าใช้จ่ายได้อย่างไรในเมื่อจอยังอยู่ในช่วงรับประกัน เพราะผมเพิ่งจะมาเปลี่ยนจอไปเมื่อต้นเดือนมกราคมนี้เอง จนท.เช็คประวัติการซ่อมแล้วแจ้งผมว่าเครื่องเลยระยะเวลาประกันมาแล้ว เพราะในประวัติงานซ่อมบันทึกว่าผมเปลี่ยนจอวันที่ 25 พ.ย. 2559
ผมก็งงไปอีกครั้ง เพราะผมเปลี่ยนจอครั้งล่าสุดวันที่ 4 ม.ค. 2560 โดยปกติเวลาไปติดต่อศูนย์ผมจะถือใบ QC ไปแสดงด้วยทุกครั้ง เพื่อจะได้แน่ใจเรื่องระยะเวลาประกัน ใบ QC ของการเปลี่ยนหน้าจอเมื่อวันที่ 4 ม.ค. นี้จริงๆผมก็ได้มา และนำมาแสดงเมื่อตอนซ่อมฝาหลังด้วย แต่ทางศูนย์ไม่ได้คืนใบนี้มาให้ผม ซึ่งผมก็ท้วงไปตั้งแต่ตอนนั้นว่าไม่ได้คืนใบนี้ให้และขอให้คืนให้ผมด้วย แต่ทางศูนย์ก็ไม่ได้คืนให้ แจ้งแต่ว่าไม่ต้องอ้างอิงจากใบ QC นี้ก็ได้ เพราะศูนย์ได้บันทึกประวัติการซ่อมเอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว แล้วบันทึกกันยังไง ถึงไม่มีข้อมูลประวัติการเปลี่ยนหน้าจอวันที่ 4 ม.ค. 2560 ของผมเก็บไว้ มีแต่ข้อมูลเก่า อันนี้ผมเองก็ไม่ชัดเจนในเจตนาของทางศูนย์นะครับว่ายังไง คิดว่าน่าจะเป็นการพลั้งพลาดทั้งที่ไม่ควรจะพลาดของศูนย์ แต่ถ้าจะใช้ตรงนี้มาเป็นตัวบอกว่าหน้าจอผมไม่ได้อยู่ในระยะประกันแล้ว ผมก็จะถือว่าศูนย์มีเจตนาแต่แรก
หลังจากทำความเข้าใจเรื่องวันที่มาเปลี่ยนจอเรียบร้อย จนท.ก็ขอเข้าไปปรึกษากับช่างทางด้านหลังอีกครั้ง แล้วก็กลับมาบอกเหมือนเดิมว่าช่างแจ้งว่าอาการนี้ไม่ใช่อาการผิดปกติของหน้าจอจึงไม่เปลี่ยนให้ ผมจึงบอกว่าโอเค ถ้ายืนยันอย่างนั้น ผมก็ขอให้ศูนย์ออกเอกสารรับรองให้ผมโดยมีรายละเอียดว่าศูนย์ขอรับรองว่ารอยลอกบนหน้าจอของผมนั้นเป็นอาการปกติ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามรอยลอกนั้นขยายหรือมีรอยลอกเพิ่มขึ้น รวมทั้งถ้าส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติอื่นใดต่อจอเครื่อง ผมจะต้องสามารถนำเครื่องกลับมาให้ศูนย์เปลี่ยนหน้าจอได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น ซึ่งจนท.ก็ขอเข้าไปปรึกษาข้างหลังอีกครั้ง พักหนึ่งก็กลับมาบอกว่า ถ้ายังไงทางศูนย์ขอส่งเรื่องเข้าสนง.ใหญ่อีกครั้ง เพื่อดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง (อืม ตกลงว่ามันปกติหรือไม่ปกติ เห็นพูดยืนยันว่าปกติ แต่พอให้ออกเอกสารรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรให้กลับไม่รับรองซะงั้น)
(ต่อในความเห็นนะครับ พิมพ์ไม่พอแล้วครับ)