ถ้าเกิดเครียดจะส่งผลต่อร่างกายยังไงบ้าง? (ระบาย)

สวัสดีค่ะชาวพันทิปทุคน นี่เป็นกระทู้แรกที่ตั้งขึ้นมาถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยล่วงหน้าทุกท่านนะคะ
เริ่มเรื่องเลยค่ะเรามีปัญหาเครียดตั้งแต่เมื่อปี2558ค่ะหรือพูดง่ายๆว่าเครียดตั้งแต่2ปีที่แล้ว เดี๋ยวเรียงไทม์ไลน์ให้เข้าใจนะคะ
ปี2558
-เริ่มเครียดรู้สึกไม่ดีแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนมีวันนึงที่ทานแหลกมาก กินอาหารเป็นเซ็ตแล้วสั่งเพิ่มบวกกับขนมอีกเยอะแล้วก็น้ำอัดลม โค้กหรือเป๊ปซี่ ฯลฯ วันต่อมากลับรู้สึกไม่อยากอาหารอะไรเลยค่ะ แทบจะไม่ได้ทานอะไรเลยค่ะจนความอาหารลดลงๆเรื่อยๆ ตอนไปโรงเรียนก็ไม่ทานอาหารกลางวันเลยค่ะแต่เพื่อนบังคับให้ทานเลยยอมทานค่ะ ทานแค่แซนด์วิชไปชิ้นนึงแต่รู้สึกพะอืดพะอมมาก น้ำหนักจากปกติ46จะไป47ค่อยๆลดลงเรื่อยๆค่ะ
ปี2559
-ความอยากอาหารลดลงต่ำมากๆค่ะ วันนึงแทบจะไม่ได้ใช้เงินค่าขนมอะไรเลย แล้วก็เริ่มเครียดเรื่อยๆไม่ได้บอกพ่อแม่ค่ะกลัวท่านหาว่าคิดไปเอง บ้า เพราะแม่เราเคยเป็นค่ะ แต่เราก็พยายามคิดในแง่บวกว่าเราไม่ได้เป็นอะไร ปี2558เราเริ่มที่จะร้องไห้บ่อยขึ้นค่ะจะเมื่อปี2559หรือปีที่แล้วร้องไห้บ่อยมากค่ะ ร้องวันเว้นวันหรืออาจจะ3-4วันร้องทีค่ะและน้ำหนักลดไปเยอะมากกก จาก46ลดเหลือ42หรือ41ค่ะ น้ำหนักแบบนี้คงที่มา2ปีแล้ว ตอนนั้นที่โรงเรียนมีตรวจสุขภาพปรากฏว่าความดันเราต่ำมากค่ะต้องวัดหลายรอบกว่าจะได้ คือตอนนั้นบวกกับเครียดไม่มีใครให้ระบายด้วยค่ะ ปกติจะระบายลงโลกโซเชียลแล้วก็มีเพื่อนมาบ่นว่าเราบ่นมากไปก็พยายามเงียบๆค่ะ ตอนนั้นมันรู้สึกแย่จริงๆนะคะ เราเป็นพวกที่ความคิดโตกว่าวัยเลยเข้ากับเพื่อนในห้องไม่ค่อยได้ แต่ก็พอคุยกันได้ค่ะ พอเราเริ่มเกริ่นเรื่องที่เราเครียดเพื่อนก็มองว่าเป็นเรื่องไม่ซีเรียสอะไรแบบนี้ เราเริ่มเก็บตัว ไม่พูดไม่จากับใครแม้แต่เพื่อนสนิทหรือแฟนค่ะ เวลาพักกลางวันเฉยๆก็มานั่งด้วยกันเฉยๆ เงียบๆ ถ้าเขาไม่เริ่มคุยก่อนเราก็ไม่พูดตอบค่ะ แฟนเป็นคนที่ช่างพูดเราก็เคยบอกเค้านะแต่เค้ายังไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เราเลยล้มเลิกความคิดที่จะบอกคนวัยเดียวกันค่ะแล้วเราก็เคยไปถามคุณครูประจำชั้น(ขออนุญาตเรียกว่าเหล่าซือนะคะ)ว่าสามารถปรึกษาอะไรได้มั้ยคะ? เหล่าซือเค้าก็บอกได้เราเลยไปหาคุณครูค่ะ คุยเรื่องนี้กับท่านแล้วร้องไห้เหมือนเขื่อนแตกค่ะก็บอกว่าอยากตายอะไรแบบนี้ท่านก็ให้คำปรึกษาต่างๆนานาจนรู้สึกดีขึ้นค่ะ เลยรู้แค่ว่าตอนนั้นตัวเองคุยกับเพื่อนๆแบบจริงจังไม่ได้แล้วก็เลยเข้าหาคุณครูแบบนี้แทนค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปีนี้หรือปี2560
-เริ่มเหนื่อยค่ะแล้วอยากทิ้งอะไรไปมาก ล่าสุดเพิ่งปรึกษาคุณแม่ค่ะว่าควรทำยังไงก็เปิดอกคุยกันแต่ท่านลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะให้ไปหาหมอดีรึเปล่า ปีนี้หนักหน่อยตรงที่ว่าเราเริ่มคิดเรื่องความตายเรื่อยๆบ่นอยู่บ่อยๆว่าน่าจะตายได้แล้ว เริ่มดูถูกตัวเอง รู้สึกเวลาคิดเรื่องแบบนี้จะมีอีกเสียงนึงคอยสนับสนุนค่ะ เวลาคิดอะไรดีๆเสียงนั้นก็จะดังขึ้นค่ะแต่ไม่ใช่สนับสนุน เป็นด่าหรือดูถูกน่ะค่ะแล้วก็เริ่มเสิร์ชหาตัวยาลดความดันหรือยานอนหลับค่ะแต่ก็ได้แต่ยาที่ช่วยให้หลับสบาย ปกติก็รู้สึกไม่ดีอยู่แล้วแต่ถ้าไปสะกิดแผลในใจเข้าก็จะรู้สึกแย่ขึ้นค่ะก็อยากลองโทรหาสายด่วนสุขภาพจิตดูบ้างแต่ก็คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นไรเลยไม่ได้โทรค่ะ ประกอบกับไม่มีพื้นที่ส่วนตัวด้วยค่ะ เคยบอกคุณพ่อเรื่องนี้ค่ะแล้วท่านก็บอกปล่อยวางๆ เราเลยไม่ได้พูดเรื่องนี้กับท่านอีกเลยค่ะเพราะคิดว่าพูดทีไรก็มีแต่คำว่าปล่อยวางๆแต่ไม่รู้วิธีน่ะสิคะ เราชอบให้คำปรึกษาคนอื่นค่ะ บางทีก็น้อยใจนะพอเวลาตัวเองทุกข์กลับไม่มีใครเลย มีแค่เพื่อนไม่กี่คนค่ะ เฮ้อ ขอบคุณที่อ่านจนจบด้วยนะคะถือว่าเราระบายไปในตัวด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะแล้วใครพอทราบขอคำตอบด้วยนะคะ ไม่ใช่กระทู้ปิดเทอมค่ะ เราต้องการคำตอบจริงๆค่ะ ;;;
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่