Part 1
https://pantip.com/topic/36166994
Part 2
https://pantip.com/topic/36168130
Part 3
https://pantip.com/topic/36171838
Part 4
https://pantip.com/topic/36175516
วันเวลาผ่านไปช่วง ม.3 ผมเริ่มควบคุมความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น
ผมกลับมาตื่นเช้า เพื่อขึ้นรถไปคันเดียวกันกับน้องเค้าอีกครั้ง
แต่ผมก็ได้แค่แอบมอง ไม่กล้าที่จะคุยหรือสบตาอยู่ดี
จำได้ว่าช่วงนั้นมีวารสารจากทางโรงเรียน เมื่อได้มาผมเปิดดูทุกหน้า ทุกคน คุณคิดว่าผมจะหาอะไรถ้าไม่ใช่ ...
ถูกต้องนะครับ ผมหาน้องเค้านั่นเอง แล้วผมเจอรูปน้องเค้าแค่รูปเดียว
ทำไมต้องหาละ คำตอบคือ ลองจินตนาการตามนะครับ ช่วงนั้น โทรศัพท์มือถือแค่ใช้รับสาย และโทรออก
Hi 5 ยังไม่เป็นที่รู้จัก Facebook เกิดรึยังหรือยังไม่ได้รับความนิยมก็ไม่ทราบ
ทางเดียวที่ผมจะได้เก็บรูปน้องเค้าเอาไว้ ก็คือวารสารที่ทางโรงเรียนแจกนี่ละครับ
ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่และถูกเก็บไว้อย่างดี คือด้วยรูปในสมัยนั้นความคมชัดไม่ค่อยมี ทำเป็นวารสารก็ชัดน้อยลง
แต่ด้วยความรู้สึก ผมรู้ว่าคนนี้ใช่แน่นอน ด้วยเหตุผลอีกอย่างคือ ช่วงนั้นมีกีฬาสี ผมอยู่สีเหลือง ส่วนน้องเค้าอยู่สีชมพู
ผมมักจะไม่ค่อยอยู่ที่ Stand Cheer ของสีเหลือง เดาออกไหมครับว่าผมอยู่ไหน
แน่นอนครับ ผมไปอยู่แถวๆหลัง Stand Cheer สีชมพูคอยแอบมองน้องเค้า Cheer อยู่บน Stand Cheer
เพราะว่าน้อง ม.1 แทบทุกคนจะต้องขึ้น ผมผ่านมาก่อนเลยรู้ว่าที่เดียวที่น้องเค้าอยู่คือที่ไหน ผมก็ไม่ไปไหน
เพื่อนชวนไปกินข้าว ยังรีบไปรีบมาเลย
จำได้อีกอย่างวันนึงผมเล่นตะกร้อวง อยู่กับเพื่อนๆบริเวณสะพานเชื่อมหรือทางเชื่อมอาคาร หน้าห้องบัญชี
เพื่อนผมมาสกิดผมบอกว่า "มี่แอบดูเมิงอยู่ด้านบนสะพานเชื่อมอ่ะ"
ผมได้ยินรีบหันขึ้นไป แล้วชะเง้อดู แต่ก็ไม่เห็น
เลยวิ่งขึ้นไปดูบนนั้น น้องเค้าก็ไม่อยู่ ผมเชื่อเพื่อนผมไม่ได้หลอก เพราะแวบแรกที่หันขึ้นไป บวกกับความรู้สึก คือ ใช่แน่ๆ
ช่วงเวลาหมุนผ่านไป เวลาเจอกัน ผมเองก็ยังคงไม่กล้าคุยอยู่ดี ช่วงหนึ่งโรงเรียนมีจัดงานวันวิชาการ
วันนั้นเป็นวันที่ผมได้เจอกับน้องเค้าบ่อยมาก แทบจะทุกที่ๆเดินไป
วันนั้นสนามกีฬาก็มีจัดงาน และสามารถเดินไปได้ คนส่วนใหญ่ช่วงบ่ายก็ไม่ค่อยอยากเดินไป เพราะมันไกลและร้อน
ไม่รู้เพราะอะไร ที่ๆคิดว่าน้องเค้าคงไม่มาเดินร้อนแบบนี้ ผมใช้เหตุผลและคิดว่าไม่เจอน้องเค้าแน่ แต่ความรู้สึกบอกว่าจะเจอ
เหตุการณ์นี้เหตุผลใช้ไม่ได้จริงๆครับ ผมกลับได้เจอน้องเค้ามาเดินแถวนั้น คือผมหาเหตุผลไม่ได้
พอกลับมาที่ลานตัวหนอน บนเวทีจะมีการประกวดวงดนตรี ปกติผมก็ไม่ค่อยดูแต่เพื่อนผมชวนให้ไปดู ผมก็เลยไปกับมัน
จำได้เลย ผมดูประกวดอยู่ที่สะพานเชื่อม ความรู้สึกนั้นมาอีกแล้ว ผมเห็นน้องเค้าอยู่ที่อาคาร 2 ชั้น 3
วันนั้นเนื่องจากผมเจอน้องเค้าบ่อยมาก ความกล้ามีมากขึ้น ผมแอบเดินไปข้างล่าง เพื่อขึ้นไปชั้น 3 จะทำเป็นแบบ ขึ้นไปแล้วบังเอิญเจอ
แต่ที่ไหนได้พอไปถึง ไม่เจอ เมื่อมองลงมาเห็นน้องเค้าไปอยู่ที่สะพานเชื่อมแล้ว ผมคิดในใจรึว่า น้องเค้าจะคิดเหมือนผม
วันนึงผมรวบรวมความกล้าอีกครั้ง แล้วโทรศัพท์ไปหา พอน้องเค้ารับสาย
ผมก็ถามว่า "เป็นไงบ้าง? สบายดีไหม"
ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เลยพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ขอน้องเค้าเป็นแฟน
เค้าตอบกลับมา "พี่เราเป็นพี่น้องกันเถอะนะ"
ผมตอบตกลงทันที แล้วเราก็วางโทรศัพท์กันไป ผมคิดในใจ ผมเข้าใจความรู้สึกของน้องเค้านะ
เพราะถ้าเป็นผมคงอาจจะตอบเหมือนกัน หลังจากวันนั้นผมก็ขึ้นรถคันเดียวกับน้องเค้าบ้าง ไปคนละเวลากันบ้าง
ช่วงนั้นผมกลับบ้านไม่ซ้ำทางกันเลยสักวัน บางวันขึ้นรถเขาวังข้างโรงเรียนไปลงตลาดแล้วเดินต่อไปขึ้นรถ
บางวันเดินจากโรงเรียนทะลุสนามกีฬาผ่านโรงพยาบาลไปขึ้นรถ บางวันเดินจากโรงเรียนไปขึ้นรถที่โรงเรียนสุริยวงศ์บ้าง
ออกทางประตู 3 เดินไปทางข้างหลังโรงเรียนบ้าง สรุปคือเส้นทางไม่เคยซ้ำ
ตอนนั้นจนกระทั่งถึง ม.5 ผมเดินแทบจะทั่วตัวเมืองราชบุรีเลยก็ว่าได้
ผมคิดว่าเพื่อให้น้องเค้าสบายใจที่จะเจอผมบ้างในบางโอกาส
แต่ผมเองก็คอยแอบมองน้องเค้าอยู่ห่างๆ
ความรู้สึกไม่เคยจางหายไป ตั้งแต่ตอนนั้นไม่ว่าใครจะถามว่าผมมีแฟนรึยัง
ผมจะบอกกับทุกคนว่า ผมมีแฟนแล้ว ทั้งที่ผมไม่มี ก็เพื่อไม่ให้ใครมาแทนที่น้องเค้าได้
ผู้หญิงทุกคนที่ไม่ใช่น้องเค้า ผมจะมองเสมือนเค้าคือเพื่อนคนนึงเท่านั้น ไม่รู้สึกกับใคร
ช่วงนั้นเป็นอย่างนั้นจริงๆ รวมถึงทุกวันนี้ด้วย
ปล. Part 6 End กระทู้ต่อไปครับ
"อยู่ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์" Part 5
Part 2 https://pantip.com/topic/36168130
Part 3 https://pantip.com/topic/36171838
Part 4 https://pantip.com/topic/36175516
วันเวลาผ่านไปช่วง ม.3 ผมเริ่มควบคุมความรู้สึกตัวเองได้ดีขึ้น
ผมกลับมาตื่นเช้า เพื่อขึ้นรถไปคันเดียวกันกับน้องเค้าอีกครั้ง
แต่ผมก็ได้แค่แอบมอง ไม่กล้าที่จะคุยหรือสบตาอยู่ดี
จำได้ว่าช่วงนั้นมีวารสารจากทางโรงเรียน เมื่อได้มาผมเปิดดูทุกหน้า ทุกคน คุณคิดว่าผมจะหาอะไรถ้าไม่ใช่ ...
ถูกต้องนะครับ ผมหาน้องเค้านั่นเอง แล้วผมเจอรูปน้องเค้าแค่รูปเดียว
ทำไมต้องหาละ คำตอบคือ ลองจินตนาการตามนะครับ ช่วงนั้น โทรศัพท์มือถือแค่ใช้รับสาย และโทรออก
Hi 5 ยังไม่เป็นที่รู้จัก Facebook เกิดรึยังหรือยังไม่ได้รับความนิยมก็ไม่ทราบ
ทางเดียวที่ผมจะได้เก็บรูปน้องเค้าเอาไว้ ก็คือวารสารที่ทางโรงเรียนแจกนี่ละครับ
ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงอยู่และถูกเก็บไว้อย่างดี คือด้วยรูปในสมัยนั้นความคมชัดไม่ค่อยมี ทำเป็นวารสารก็ชัดน้อยลง
แต่ด้วยความรู้สึก ผมรู้ว่าคนนี้ใช่แน่นอน ด้วยเหตุผลอีกอย่างคือ ช่วงนั้นมีกีฬาสี ผมอยู่สีเหลือง ส่วนน้องเค้าอยู่สีชมพู
ผมมักจะไม่ค่อยอยู่ที่ Stand Cheer ของสีเหลือง เดาออกไหมครับว่าผมอยู่ไหน
แน่นอนครับ ผมไปอยู่แถวๆหลัง Stand Cheer สีชมพูคอยแอบมองน้องเค้า Cheer อยู่บน Stand Cheer
เพราะว่าน้อง ม.1 แทบทุกคนจะต้องขึ้น ผมผ่านมาก่อนเลยรู้ว่าที่เดียวที่น้องเค้าอยู่คือที่ไหน ผมก็ไม่ไปไหน
เพื่อนชวนไปกินข้าว ยังรีบไปรีบมาเลย
จำได้อีกอย่างวันนึงผมเล่นตะกร้อวง อยู่กับเพื่อนๆบริเวณสะพานเชื่อมหรือทางเชื่อมอาคาร หน้าห้องบัญชี
เพื่อนผมมาสกิดผมบอกว่า "มี่แอบดูเมิงอยู่ด้านบนสะพานเชื่อมอ่ะ"
ผมได้ยินรีบหันขึ้นไป แล้วชะเง้อดู แต่ก็ไม่เห็น
เลยวิ่งขึ้นไปดูบนนั้น น้องเค้าก็ไม่อยู่ ผมเชื่อเพื่อนผมไม่ได้หลอก เพราะแวบแรกที่หันขึ้นไป บวกกับความรู้สึก คือ ใช่แน่ๆ
ช่วงเวลาหมุนผ่านไป เวลาเจอกัน ผมเองก็ยังคงไม่กล้าคุยอยู่ดี ช่วงหนึ่งโรงเรียนมีจัดงานวันวิชาการ
วันนั้นเป็นวันที่ผมได้เจอกับน้องเค้าบ่อยมาก แทบจะทุกที่ๆเดินไป
วันนั้นสนามกีฬาก็มีจัดงาน และสามารถเดินไปได้ คนส่วนใหญ่ช่วงบ่ายก็ไม่ค่อยอยากเดินไป เพราะมันไกลและร้อน
ไม่รู้เพราะอะไร ที่ๆคิดว่าน้องเค้าคงไม่มาเดินร้อนแบบนี้ ผมใช้เหตุผลและคิดว่าไม่เจอน้องเค้าแน่ แต่ความรู้สึกบอกว่าจะเจอ
เหตุการณ์นี้เหตุผลใช้ไม่ได้จริงๆครับ ผมกลับได้เจอน้องเค้ามาเดินแถวนั้น คือผมหาเหตุผลไม่ได้
พอกลับมาที่ลานตัวหนอน บนเวทีจะมีการประกวดวงดนตรี ปกติผมก็ไม่ค่อยดูแต่เพื่อนผมชวนให้ไปดู ผมก็เลยไปกับมัน
จำได้เลย ผมดูประกวดอยู่ที่สะพานเชื่อม ความรู้สึกนั้นมาอีกแล้ว ผมเห็นน้องเค้าอยู่ที่อาคาร 2 ชั้น 3
วันนั้นเนื่องจากผมเจอน้องเค้าบ่อยมาก ความกล้ามีมากขึ้น ผมแอบเดินไปข้างล่าง เพื่อขึ้นไปชั้น 3 จะทำเป็นแบบ ขึ้นไปแล้วบังเอิญเจอ
แต่ที่ไหนได้พอไปถึง ไม่เจอ เมื่อมองลงมาเห็นน้องเค้าไปอยู่ที่สะพานเชื่อมแล้ว ผมคิดในใจรึว่า น้องเค้าจะคิดเหมือนผม
วันนึงผมรวบรวมความกล้าอีกครั้ง แล้วโทรศัพท์ไปหา พอน้องเค้ารับสาย
ผมก็ถามว่า "เป็นไงบ้าง? สบายดีไหม"
ก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เลยพูดสิ่งที่อยู่ในใจ ขอน้องเค้าเป็นแฟน
เค้าตอบกลับมา "พี่เราเป็นพี่น้องกันเถอะนะ"
ผมตอบตกลงทันที แล้วเราก็วางโทรศัพท์กันไป ผมคิดในใจ ผมเข้าใจความรู้สึกของน้องเค้านะ
เพราะถ้าเป็นผมคงอาจจะตอบเหมือนกัน หลังจากวันนั้นผมก็ขึ้นรถคันเดียวกับน้องเค้าบ้าง ไปคนละเวลากันบ้าง
ช่วงนั้นผมกลับบ้านไม่ซ้ำทางกันเลยสักวัน บางวันขึ้นรถเขาวังข้างโรงเรียนไปลงตลาดแล้วเดินต่อไปขึ้นรถ
บางวันเดินจากโรงเรียนทะลุสนามกีฬาผ่านโรงพยาบาลไปขึ้นรถ บางวันเดินจากโรงเรียนไปขึ้นรถที่โรงเรียนสุริยวงศ์บ้าง
ออกทางประตู 3 เดินไปทางข้างหลังโรงเรียนบ้าง สรุปคือเส้นทางไม่เคยซ้ำ
ตอนนั้นจนกระทั่งถึง ม.5 ผมเดินแทบจะทั่วตัวเมืองราชบุรีเลยก็ว่าได้
ผมคิดว่าเพื่อให้น้องเค้าสบายใจที่จะเจอผมบ้างในบางโอกาส
แต่ผมเองก็คอยแอบมองน้องเค้าอยู่ห่างๆ
ความรู้สึกไม่เคยจางหายไป ตั้งแต่ตอนนั้นไม่ว่าใครจะถามว่าผมมีแฟนรึยัง
ผมจะบอกกับทุกคนว่า ผมมีแฟนแล้ว ทั้งที่ผมไม่มี ก็เพื่อไม่ให้ใครมาแทนที่น้องเค้าได้
ผู้หญิงทุกคนที่ไม่ใช่น้องเค้า ผมจะมองเสมือนเค้าคือเพื่อนคนนึงเท่านั้น ไม่รู้สึกกับใคร
ช่วงนั้นเป็นอย่างนั้นจริงๆ รวมถึงทุกวันนี้ด้วย
ปล. Part 6 End กระทู้ต่อไปครับ