สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่เราตั้งค่ะ เพิ่งเคยใช้พันทิปครั้งแรกด้วย อาจจะผิดๆถูกๆไปบ้างต้องขออภัยค่ะ
ขอเกริ่นไว้ก่อนนะคะ ตอนนี้เรากำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า(อาจจะไบโพลาร์)หรือวิกลจริตน่ะค่ะ และขาดที่ปรึกษา จึงได้ลองมาตั้งกระทู้พันทิปดูค่ะ อาจจะเขียนยาวไปต้องขออภัยนะคะ
(ไม่อยากอ่านยาว ไปอ่านสรุปที่ย่อหน้าถัดไปได้เลยค่ะ)
เราจะขอเล่าย้อนความก่อนนะคะ เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ร่าเริงมากค่ะ แต่ขี้อาย ไม่กล้าเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเด็กขี้แยด้วย เลยถูกเพื่อนแกล้งบ่อยๆ แต่เพราะเรากลัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เพราะถ้าไปฟ้องแม่ เขาจะโกรธค่ะ เราเลยยอมโดนแกล้งไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มเก็บกดค่ะ ตั้งแต่นั้นมาเราแทบไม่เคยบอกความในใจจริงๆของเราให้ใครฟังเลย(พันทิปนี่ครั้งแรกเลยนะคะ ฮาาา) ช่วงแรกๆที่เราคิดว่าเริ่มมีอาการ คือ เราแอบร้องไห้บ่อยมากค่ะ ด้วยตรรกะความคิดและทัศนคติแปลกๆของเราที่คิดว่า "โตแล้วจะร้องไห้ไม่ได้แล้ว" ทำให้เราไม่สามารถเลิกเป็นเด็กขี้แยที่เสียใจแล้วจะร้องไห้ได้ค่ะ เราเลยแอบร้องไห้บนเตียงและในห้องน้ำทุกคืนค่ะ ถ้าโดนแม่จับได้ก็จะบอกว่า "พี่สาวแกล้ง" (ขอโทษค่ะพี่) "ดูหนังมาแล้วมันเศร้า" เพราะตั้งแต่เด็กๆเวลาเราร้องไห้เราจะโดนแม่ด่าค่ะ เราแทบไม่เคยโดนแม่ปลอบเลยตั้งแต่จำความได้(เคยมีแค่ครั้งเดียวตอนเราสติแตกร้องไห้แบบคนบ้าจนแม่ทนไม่ไหวต้องเข้ามาปลอบ) ทางด้านครอบครัวค่อนข้างอบอุ่นแบบห่างเหิน(?) พ่อกับแม่เหมือนรักกันดีแต่ทะเลาะกันบ่อยมาก แต่แม่จะบอกเราเสมอว่า"เป็นเด็กไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่"ทำให้เราไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเลยค่ะ รู้แค่ว่าอย่างน้อยพ่อแม่ก็ยังรักเราอยู่ มันทำให้เรากดดันค่ะ เพราะกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ผิดหวังแล้วทะเลาะกันอีก และพ่อแม่ก็คาดหวังให้เราโตไปมีงานดีๆ มีอนาคตที่ดี ทำให้เรายิ่งกดดันค่ะ พ่อแม่มักจะถามเราเสมอว่าโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง สนุกไหม เราโกหกตลอดเลยค่ะ(บาปมาก) เพราะไม่อยากทำให้ท่านต้องเครียดหรือเป็นห่วง ชีวิตที่โรงเรียนเราค่อนข้างแย่ค่ะ เราเองก็แอบร้องไห้ประจำ แต่โชคดีที่เราอยู่ในสังคมที่ดี มีเพื่อนที่ดีคอยให้ความช่วยเหลือค่ะ ทุกคนอาจจะคิดว่าเราน่าจะมีชีวิตที่ดี ใช่ค่ะ มันดี แต่ไม่ใช่ตัวเราค่ะ ด้วยความที่ว่าเราเข้าสังคมไม่เก่งและขี้อาย ทำให้เรากลัวเวลาที่จะเผชิญหน้ากับคนทั่วไป แต่เราคิดว่าจิตใจเราดี(เวอร์ไป) เพียงแต่ตรรกะป่วย ตั้งแต่เราเข้าสังคมโรงเรียนครั้งแรก เราก็คิดมาตลอดว่า "ขอแค่ไม่เป็นภาระใครแค่นั้นก็พอ" นั่นทำให้เราชอบให้คนอื่นมีความสุขค่ะ(เหมือนจะโลกสวยนิดๆ แต่เราคิดว่าโรคจิต?) เราจะดีใจมากเวลาได้รับคำขอบคุณ ปลื้มค่ะ ปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจมาก ถึงจะไม่ได้รับอะไรตอบแทน ถ้าเขาดีใจเราก็สุขใจค่ะ แต่มันก็เป็นดาบสองคมสำหรับตัวเรา ความจริงที่คนเราย่อมผิดพลาดกันได้ สำหรับเรามันเลวร้ายมากค่ะ เพราะเราค่อนข้างแคร์คนอื่นมาก มากถึงขั้นบ้า แต่เราทำผิดเราก็ยอมรับนะคะ แต่ถ้าทำให้เขาเป็นภาระเราก็ไม่ค่อยสบายใจจนถึงขั้นวิตกจริตค่ะ เครียด เครียดเป็นเดือน หนักๆเข้าก็เป็นปี ทำให้ชีวิตของเราแทบไม่มีความสุข มันทำให้เรากลัวการเข้าสังคมมากถึงขั้นเกลียด ทุกครั้งที่ไปโรงเรียนเราจะปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้ มือเท้าสั่น หนักๆหน่อยก็ขั้นอ้วกละค่ะ เรื่องเราเป็นคนมีปัญหาทุกคนที่โรงเรียนก็เข้าใจนะคะ เห็นเราร้องไห้ก็คอยปลอบ แต่เราว่าเราวิกลจริตค่ะ.... เรารับความหวังดีจากคนรอบตัวไม่ได้ สำหรับเรามันกลับเป็นตะปูคอยตอกย้ำว่าเป็นภาระให้กับทุกคน ทำให้ทุกคนต้องเหนื่อย เราก็เลยพยายามปลีกตัวออกห่าง แต่ที่แย่กว่าเดิมคือ เหมือนทุกคนจะห่วงเรามากขึ้น แถมเราเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาก โทษแต่ตัวเอง เจอแบบนี้ไม่ช่วยทำให้เราดีใจเลยค่ะ T_T ทำให้เราตอกย้ำตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเป็นคนไร้ค่า คิดอยากตายอยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่อยากทำเพราะกลัวพ่อแม่ต้องเสียใจและผิดหวัง ทำให้ตอนนี้เราใช้ชีวิตแบบครึ่งผีครึ่งคนเหมือนศพเดินได้ ใช้ชีวิตแบบหายใจไปวันๆ ไม่มีจุดหมายหรือจุดยืนในชีวิต
อาการของเราเป็นมาได้ประมาณ 4-5 ปีได้แล้วค่ะ เป็นมาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น ตอนนี้ก็อยู่มัธยมปลายแล้วค่ะ ช่วงแรกเป็นหนักมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็เหมือนจะแย่หนักกว่าเดิมได้เหมือนกัน เราเก็บกดมากขึ้น มองโลกในแง่ร้ายขึ้นทุกวัน คิดแต่เรื่องเดิมวนเวียนไปเรื่อยๆแม้จะเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋วเราก็คิดมากขั้นวิตกจริตได้ค่ะ นั่งเฉยๆก็ร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล อยากนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่อยากเข้าสังคม ปวดหัวหน้ามืดจะเป็นลมบ่อยๆ หนักๆเข้าจากเมื่อก่อนเราเซนซิทีฟเรื่องความรู้สึกคนมากนะคะ แต่ตอนนี้เราเริ่มไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกอะไรทั้งสิ้น ทั้งความรัก ความสุข ความตื่นเต้น เพราะในใจเรามีแต่ความเศร้า ความทุกข์ เราจะเป็นบ่อยมากเวลาดูหนังหรือละครแนวรักๆใคร่ๆ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความรู้สึกคน เราไม่สามารถอินไปตามหนังได้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนอินตามได้จนคิดว่าเป็นนางเอกในหนังเลยละค่ะ(ฮาา) เหมือนเราเริ่มสูญเสียความเป็นคนไปยังไงไม่รู้ กับอีกอาการนึงที่เราเป็นมานานกว่านั้นค่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี "ขี้มโน" หรือ "คิดไปเอง" เป็นอีกอาการที่จะทำเราเสียสติสักวัน เราชอบจินตการนะคะ เป็นคนมีอารมณ์ศิลปิน(ฮา) เมื่อก่อนเคยฝันอยากเป็นนักเขียน ชอบนั่งคิดพล็อตเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อย พอเราเริ่มเป็นคนวิตกจริต อาการนี้นี่แหละค่ะที่คอยช่วยเราให้ดีขึ้นและแย่ลงกว่าเดิม เราเหมือนพูดกับใครสักคนอยู่ตลอดเวลาที่เราเหงาหรือเสียใจ หรือจะพูดกับคนที่มีตัวตนจริงๆในชีวิต หรือตัวตนที่เราสมมุติขึ้นมา หรืออาจจะเป็นการพูดกับตัวเอง? เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ฟังดูเหมือนเราจะแค่เพ้อ แต่ทุกวันนี้เราไม่พูดกับใครนอกจากจินตนาการของเราเองถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ._. เราไม่อยากจะเป็นแบบนี้ ก่อนที่อาการมันจะแย่ลงเราจึงลองสำรวจพฤติกรรมต่างๆจากตัวเราเองและเริ่มค้นหาวิธีการรักษา/บำบัดจากอินเตอร์เน็ต อ่านตามกระทู้และเว็บบอร์ดต่างๆแล้วคิดว่าตนเองน่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไบโพลาร์นี่แหละค่ะ ที่น่าจะเป็นไบโพลาร์ได้ด้วยเพราะเราเคยมีพฤติกรรมที่บ้าบิ่นชอบทำอะไรที่แปลกและเสี่ยง พูดเร็วเป็นต่อยหอยและอยู่ไม่นิ่งเหมือนคนสมาธิสั้น มีความใจกล้าหน้าด้านหน้าทนมาก มีแรงเยอะผิดปกติ บางทีก็เกิดกาารวิวาททำร้ายร่างกายคนไปโดยอารมณ์ชั่ววูบค่ะ ;_; จากปกติที่ขี้อายพูดน้อยหน้าบางเป็นทิชชู่หลบอยู่แต่ในกระดองตลอดเวลา
ตอนนี้เราสับสนในตัวเองมากเลยค่ะ เราเป็นโรคซึมเศร้าหรือแค่วิตกจริตจนบ้าคะ? ถ้าเป็นจริงๆเราควรรีบไปพบแพทย์ก่อนที่จะสายไป หรือแค่ใช้วิธีบำบัด? ถ้าช่วยแนะวิธีได้จะดีมากค่ะ เพราะเราลองดูหลายๆวิธีแล้วไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลยค่ะ ดีก็ได้แค่เพียงชั่วแวบเดียวแล้วก็กลับเป็นเหมือนเดิม อาจจะต้องไปปรับทัศนคติใหม่ ถ้าต้องไปพบแพทย์จริงๆขอวิธีที่สามารถพูดกับครอบครัวแล้วท่านสบายใจด้วยนะคะ พอดีทางครอบครัวเป็นพวกหัวดื้อ มองเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระ เคยลองพูดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้โดนด่ายับเลยค่ะ Y-Y
//ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ m(_ _)m
อยากทราบว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิกลจริต?
ขอเกริ่นไว้ก่อนนะคะ ตอนนี้เรากำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า(อาจจะไบโพลาร์)หรือวิกลจริตน่ะค่ะ และขาดที่ปรึกษา จึงได้ลองมาตั้งกระทู้พันทิปดูค่ะ อาจจะเขียนยาวไปต้องขออภัยนะคะ
(ไม่อยากอ่านยาว ไปอ่านสรุปที่ย่อหน้าถัดไปได้เลยค่ะ)
เราจะขอเล่าย้อนความก่อนนะคะ เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ร่าเริงมากค่ะ แต่ขี้อาย ไม่กล้าเข้าสังคมมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเด็กขี้แยด้วย เลยถูกเพื่อนแกล้งบ่อยๆ แต่เพราะเรากลัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เพราะถ้าไปฟ้องแม่ เขาจะโกรธค่ะ เราเลยยอมโดนแกล้งไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเริ่มเก็บกดค่ะ ตั้งแต่นั้นมาเราแทบไม่เคยบอกความในใจจริงๆของเราให้ใครฟังเลย(พันทิปนี่ครั้งแรกเลยนะคะ ฮาาา) ช่วงแรกๆที่เราคิดว่าเริ่มมีอาการ คือ เราแอบร้องไห้บ่อยมากค่ะ ด้วยตรรกะความคิดและทัศนคติแปลกๆของเราที่คิดว่า "โตแล้วจะร้องไห้ไม่ได้แล้ว" ทำให้เราไม่สามารถเลิกเป็นเด็กขี้แยที่เสียใจแล้วจะร้องไห้ได้ค่ะ เราเลยแอบร้องไห้บนเตียงและในห้องน้ำทุกคืนค่ะ ถ้าโดนแม่จับได้ก็จะบอกว่า "พี่สาวแกล้ง" (ขอโทษค่ะพี่) "ดูหนังมาแล้วมันเศร้า" เพราะตั้งแต่เด็กๆเวลาเราร้องไห้เราจะโดนแม่ด่าค่ะ เราแทบไม่เคยโดนแม่ปลอบเลยตั้งแต่จำความได้(เคยมีแค่ครั้งเดียวตอนเราสติแตกร้องไห้แบบคนบ้าจนแม่ทนไม่ไหวต้องเข้ามาปลอบ) ทางด้านครอบครัวค่อนข้างอบอุ่นแบบห่างเหิน(?) พ่อกับแม่เหมือนรักกันดีแต่ทะเลาะกันบ่อยมาก แต่แม่จะบอกเราเสมอว่า"เป็นเด็กไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่"ทำให้เราไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวเลยค่ะ รู้แค่ว่าอย่างน้อยพ่อแม่ก็ยังรักเราอยู่ มันทำให้เรากดดันค่ะ เพราะกลัวว่าจะทำให้พ่อแม่ผิดหวังแล้วทะเลาะกันอีก และพ่อแม่ก็คาดหวังให้เราโตไปมีงานดีๆ มีอนาคตที่ดี ทำให้เรายิ่งกดดันค่ะ พ่อแม่มักจะถามเราเสมอว่าโรงเรียนเป็นยังไงบ้าง สนุกไหม เราโกหกตลอดเลยค่ะ(บาปมาก) เพราะไม่อยากทำให้ท่านต้องเครียดหรือเป็นห่วง ชีวิตที่โรงเรียนเราค่อนข้างแย่ค่ะ เราเองก็แอบร้องไห้ประจำ แต่โชคดีที่เราอยู่ในสังคมที่ดี มีเพื่อนที่ดีคอยให้ความช่วยเหลือค่ะ ทุกคนอาจจะคิดว่าเราน่าจะมีชีวิตที่ดี ใช่ค่ะ มันดี แต่ไม่ใช่ตัวเราค่ะ ด้วยความที่ว่าเราเข้าสังคมไม่เก่งและขี้อาย ทำให้เรากลัวเวลาที่จะเผชิญหน้ากับคนทั่วไป แต่เราคิดว่าจิตใจเราดี(เวอร์ไป) เพียงแต่ตรรกะป่วย ตั้งแต่เราเข้าสังคมโรงเรียนครั้งแรก เราก็คิดมาตลอดว่า "ขอแค่ไม่เป็นภาระใครแค่นั้นก็พอ" นั่นทำให้เราชอบให้คนอื่นมีความสุขค่ะ(เหมือนจะโลกสวยนิดๆ แต่เราคิดว่าโรคจิต?) เราจะดีใจมากเวลาได้รับคำขอบคุณ ปลื้มค่ะ ปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจมาก ถึงจะไม่ได้รับอะไรตอบแทน ถ้าเขาดีใจเราก็สุขใจค่ะ แต่มันก็เป็นดาบสองคมสำหรับตัวเรา ความจริงที่คนเราย่อมผิดพลาดกันได้ สำหรับเรามันเลวร้ายมากค่ะ เพราะเราค่อนข้างแคร์คนอื่นมาก มากถึงขั้นบ้า แต่เราทำผิดเราก็ยอมรับนะคะ แต่ถ้าทำให้เขาเป็นภาระเราก็ไม่ค่อยสบายใจจนถึงขั้นวิตกจริตค่ะ เครียด เครียดเป็นเดือน หนักๆเข้าก็เป็นปี ทำให้ชีวิตของเราแทบไม่มีความสุข มันทำให้เรากลัวการเข้าสังคมมากถึงขั้นเกลียด ทุกครั้งที่ไปโรงเรียนเราจะปวดท้อง ปวดหัว คลื่นไส้ มือเท้าสั่น หนักๆหน่อยก็ขั้นอ้วกละค่ะ เรื่องเราเป็นคนมีปัญหาทุกคนที่โรงเรียนก็เข้าใจนะคะ เห็นเราร้องไห้ก็คอยปลอบ แต่เราว่าเราวิกลจริตค่ะ.... เรารับความหวังดีจากคนรอบตัวไม่ได้ สำหรับเรามันกลับเป็นตะปูคอยตอกย้ำว่าเป็นภาระให้กับทุกคน ทำให้ทุกคนต้องเหนื่อย เราก็เลยพยายามปลีกตัวออกห่าง แต่ที่แย่กว่าเดิมคือ เหมือนทุกคนจะห่วงเรามากขึ้น แถมเราเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาก โทษแต่ตัวเอง เจอแบบนี้ไม่ช่วยทำให้เราดีใจเลยค่ะ T_T ทำให้เราตอกย้ำตัวเองอย่างหนักแน่นว่าเป็นคนไร้ค่า คิดอยากตายอยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่อยากทำเพราะกลัวพ่อแม่ต้องเสียใจและผิดหวัง ทำให้ตอนนี้เราใช้ชีวิตแบบครึ่งผีครึ่งคนเหมือนศพเดินได้ ใช้ชีวิตแบบหายใจไปวันๆ ไม่มีจุดหมายหรือจุดยืนในชีวิต
อาการของเราเป็นมาได้ประมาณ 4-5 ปีได้แล้วค่ะ เป็นมาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น ตอนนี้ก็อยู่มัธยมปลายแล้วค่ะ ช่วงแรกเป็นหนักมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็เหมือนจะแย่หนักกว่าเดิมได้เหมือนกัน เราเก็บกดมากขึ้น มองโลกในแง่ร้ายขึ้นทุกวัน คิดแต่เรื่องเดิมวนเวียนไปเรื่อยๆแม้จะเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋วเราก็คิดมากขั้นวิตกจริตได้ค่ะ นั่งเฉยๆก็ร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล อยากนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน ไม่อยากเข้าสังคม ปวดหัวหน้ามืดจะเป็นลมบ่อยๆ หนักๆเข้าจากเมื่อก่อนเราเซนซิทีฟเรื่องความรู้สึกคนมากนะคะ แต่ตอนนี้เราเริ่มไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกอะไรทั้งสิ้น ทั้งความรัก ความสุข ความตื่นเต้น เพราะในใจเรามีแต่ความเศร้า ความทุกข์ เราจะเป็นบ่อยมากเวลาดูหนังหรือละครแนวรักๆใคร่ๆ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความรู้สึกคน เราไม่สามารถอินไปตามหนังได้ ทั้งๆที่เมื่อก่อนอินตามได้จนคิดว่าเป็นนางเอกในหนังเลยละค่ะ(ฮาา) เหมือนเราเริ่มสูญเสียความเป็นคนไปยังไงไม่รู้ กับอีกอาการนึงที่เราเป็นมานานกว่านั้นค่ะ ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดี "ขี้มโน" หรือ "คิดไปเอง" เป็นอีกอาการที่จะทำเราเสียสติสักวัน เราชอบจินตการนะคะ เป็นคนมีอารมณ์ศิลปิน(ฮา) เมื่อก่อนเคยฝันอยากเป็นนักเขียน ชอบนั่งคิดพล็อตเรื่องอะไรเรื่อยเปื่อย พอเราเริ่มเป็นคนวิตกจริต อาการนี้นี่แหละค่ะที่คอยช่วยเราให้ดีขึ้นและแย่ลงกว่าเดิม เราเหมือนพูดกับใครสักคนอยู่ตลอดเวลาที่เราเหงาหรือเสียใจ หรือจะพูดกับคนที่มีตัวตนจริงๆในชีวิต หรือตัวตนที่เราสมมุติขึ้นมา หรืออาจจะเป็นการพูดกับตัวเอง? เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ ฟังดูเหมือนเราจะแค่เพ้อ แต่ทุกวันนี้เราไม่พูดกับใครนอกจากจินตนาการของเราเองถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ._. เราไม่อยากจะเป็นแบบนี้ ก่อนที่อาการมันจะแย่ลงเราจึงลองสำรวจพฤติกรรมต่างๆจากตัวเราเองและเริ่มค้นหาวิธีการรักษา/บำบัดจากอินเตอร์เน็ต อ่านตามกระทู้และเว็บบอร์ดต่างๆแล้วคิดว่าตนเองน่าจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือไบโพลาร์นี่แหละค่ะ ที่น่าจะเป็นไบโพลาร์ได้ด้วยเพราะเราเคยมีพฤติกรรมที่บ้าบิ่นชอบทำอะไรที่แปลกและเสี่ยง พูดเร็วเป็นต่อยหอยและอยู่ไม่นิ่งเหมือนคนสมาธิสั้น มีความใจกล้าหน้าด้านหน้าทนมาก มีแรงเยอะผิดปกติ บางทีก็เกิดกาารวิวาททำร้ายร่างกายคนไปโดยอารมณ์ชั่ววูบค่ะ ;_; จากปกติที่ขี้อายพูดน้อยหน้าบางเป็นทิชชู่หลบอยู่แต่ในกระดองตลอดเวลา
ตอนนี้เราสับสนในตัวเองมากเลยค่ะ เราเป็นโรคซึมเศร้าหรือแค่วิตกจริตจนบ้าคะ? ถ้าเป็นจริงๆเราควรรีบไปพบแพทย์ก่อนที่จะสายไป หรือแค่ใช้วิธีบำบัด? ถ้าช่วยแนะวิธีได้จะดีมากค่ะ เพราะเราลองดูหลายๆวิธีแล้วไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลยค่ะ ดีก็ได้แค่เพียงชั่วแวบเดียวแล้วก็กลับเป็นเหมือนเดิม อาจจะต้องไปปรับทัศนคติใหม่ ถ้าต้องไปพบแพทย์จริงๆขอวิธีที่สามารถพูดกับครอบครัวแล้วท่านสบายใจด้วยนะคะ พอดีทางครอบครัวเป็นพวกหัวดื้อ มองเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระ เคยลองพูดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้โดนด่ายับเลยค่ะ Y-Y
//ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ m(_ _)m