เคยมั๊ยคะ? ที่.......
พูดด้วยเหตุผลยังไง ลูกวัยกำลังซนของเราก็ไม่ยอมทำตาม
พูด 4-5 รอบ ลูกน้อยก็ยังยืนกรานจะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
บางครั้งเพิ่งจะตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ และดูเหมือนจะเข้าใจที่เราตกลงด้วยกัน
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลูกน้อยกลับพูดไม่รู้เรื่องซะงั๊น
คุณพ่อคุณแม่บางท่านเริ่มโมโห และใส่อารมณ์แล้วตอนนี้
วันนี้ Mommy Tookatar มาแชร์วิธีการที่จะเอาลูกน้อยให้อยู่หมัด
โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาเสียอารมณ์
แถมลูกน้อยยังรู้สึกดีอีกว่า ตัวเองไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องทำตามผู้ใหญ่นะ
แต่ตัวเองเป็นผู้เลือกต่างหาก
ลูกน้อยจะรู้สึกภูมิใจนิดๆ ว่าอำนาจนั้นอยู่ในมือเค้า
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ลูกน้อยทำ ซึ่งแน่นอนพ่อแม่ทุกคนรู้ดีว่า
นั่นจะเป็นประโยชน์กับลูกน้อยเอง และเป็นสิ่งที่ลูกน้อยสมควรทำ
---------------------------------------------
วิธีการที่ว่าคือ การเสนอทางเลือกค่ะ (Giving the little the choices) ค่ะ
ซึ่ง Mommy Tookatar นำเอาเทคนิคเล็กๆ มาฝากว่าจะนำเสนอทางเลือกลูกน้อยยังไง
ให้ลูกน้อยมีสิทธิ์เลือก แถมยังเลือกในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการด้วย ซึ่งมันเวิร์คและใช้ได้จริงเลยค่ะ
มี 2 วิธีค่ะ
วิธีที่หนึ่ง:- เสนอ 2 ทางเลือกที่ไม่ว่าข้อไหนที่ลูกน้อยเลือก ก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการอยู่ดี
วิธีที่สอง:- เสนอ 2 ทางเลือก ที่รู้ว่าลูกจะไม่เลือกอีกข้ออยู่แล้ว
----------------------------------------------
หม่ามี๊ตุ๊กตาขอยกกรณีของลูกสาววัยซน จอมแก่น ที่เรียกว่า Terrible Twos นะคะ (คือวัยระหว่าง 1 ขวบครึ่ง - 3 ขวบ)
(หมายเหตุ: ปัจจุบันหม่ามี๊ตุ๊กตาสื่อสารกับลูกด้วยภาษาอังกฤษนะคะ ส่วนลูกสาวเข้าใจที่หม่ามี๊ตุ๊กตาพูดประมาณ 80% แต่ปัจจุบันยังคงตอบกลับมาเป็นภาษาไทยส่วนใหญ่ค่ะ)
วิธีที่หนึ่ง:- เสนอ 2 ทางเลือกที่ไม่ว่าข้อไหนที่ลูกน้อยเลือก ก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ
Mommy: Numnuer, you should get in your bedroom now. (น้ำเหนือ หนูควรเข้าไปในห้องนอนได้แล้วค่ะ)
Numnuer: ไม่อ่ะ น้ำเหนืออยากเล่นต่อที่ห้องนี้
Mommy: Mommy already gave you 15 minutes more as this we agreed. You should do what you promise with Mommy. (หม่ามี๊ให้หนูเล่นต่ออีก 15 นาทีแล้ว ตามที่เราตกลงกันไว้ หนูควรทำตามที่สัญญาไว้กับหม่ามี๊นะ)
Numnuer: น้ำเหนืออยากเล่นในห้องนี้ต่อ
Mommy: @-@####@-@#####@-@!!!
Mommy: Mommy gives you 2 choices. Do you want to open the bedroom door for Mommy or you will move this toy to the bedroom by yourself? (หม่ามี๊มี 2 ทางเลือกให้หนู หนูอยากจะไปเปิดประตูห้องนอนให้หม่ามี๊ หรือว่าหนูอยากจะขนของเล่นนี้ไปเล่นในห้องนอนล่ะ) **ตอนพูด ทำสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังหน่อยนะคะ
Numnuer: (ทำท่าคิด) งั๊นเดี๋ยวน้ำเหนือเอาของเล่นไปเล่นต่อในห้องนอน
Mommy: ^^....As you wish, good girl. (ได้เลย ตามที่ลูกต้องการ)
----------------------------------------------
วิธีที่สอง:- เสนอ 2 ทางเลือก ที่รู้ว่าลูกจะไม่เลือกอีกข้ออยู่แล้ว
Numnuer: หม่ามี๊ น้ำเหนืออยากกินขนมตุ๊บตั๊บอันนี้
Mommy: Oh, It is very late at night and you already brushed your teeth. You'd better eat the Toobtub snack tomorrow morning. (มันดึกมากแล้ว และหนูก็แปรงฟันเรียบร้อยแล้วค่ะ หนูควรจะกินขนมตุ๊บตั๊บนี้ในวันพรุ่งนี้เช้านะคะ)
Numnuer: ไม่เอาอ่ะ น้ำเหนือจะกินตอนนี้
Mommy: Numnuer, as Mommy said, You already brushed your teeth. If you eat something sweet at night, you might have a teeth decayed and then you need to go to see the Dentist. (น้ำเหนือคะ อย่างที่หม่ามี๊พูดว่าหนูแปรงฟันแล้ว ถ้าหนูกินขนมหวานๆ ตอนกลางคืน ฟันหนูอาจจะผุแล้วหนูก็ต้องไปหาหมอฟันนะคะ)
Numnuer: ไม่เอาอ่ะ น้ำเหนือจะกินเลยตอนนี้ กินเลยตอนนี้
Mommy: @-@####@-@#####@-@!!! (ณ จุด นี้ Mommy กำลังเดือด)
Mommy: OK! Mommy gives you 2 choices. You choose. You either put the snack in you school bag and eat it tomorrow morning after breakfast or you give that snack to Mommy now. (โอเค หม่ามี๊มี 2 ทางเลือกให้หนู ให้หนูเลือก 1. หนูเอาขนมไปเก็บในกระเป๋านักเรียน แล้วค่อยกินขนมตอนเช้าหลังทานอาหารเช้าแล้ว กับ 2. เอาขนมมาให้หม่ามี๊ตอนนี้ **ตอนพูด ทำสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังหน่อยนะคะ
Numnuer: (หยุดคิดนิดนึง แล้วเปิดประตูห้อง เดินเอาขนมไปเก็บที่กระเป๋านักเรียน)
Mommy: ^-^
**แต่ใช้วิธีนี้ มีข้อแม้นะคะ
(1) สีหน้า น้ำเสียงคุณพ่อคุณแม่ต้องจริงจัง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน
ไม่ใช้อารมณ์ หรือเสียงแผ่วเบา แบบยอมลูก อะไรก็ได้นะคะ
(2) วิธีการพูด จะไม่พูดว่า เข้าไปเล่นในห้อง ไม่งั๊นก็ไม่ต้องเล่น หรือ เอาขนมไปไว้ในกระเป๋า ไม่งั๊นก็มาให้คุณแม่นะคะ
แต่ให้พูดว่า หนูมีทางเลือก 2 ข้อนี้ หนูจะเลือกข้อไหน
เพราะความหมายดูเหมือนจะเหมือนกัน แต่การพูดแบบแรก เป็นการบังคับ ทำตาม ไม่มีทางเลือก พูดแบบนี้ ลูกจะมีทีท่าต่อต้าน และไม่ทำตามอยู่ดี ตบท้ายด้วยร้องไห้โวยวาย จนท้ายสุดต้องมีอารมณ์ต่อกัน และไม่ใครก็ใครต้องยอมอีกฝ่าย
แต่แบบที่ 2 คือลูกเลือกเอง ลูกจะรู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเลือกเอง เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ (แม้ว่าเราจะวางแผนไว้แล้วก็ตาม 555) วิธีนี้จะเป็นแบบ win-win ค่ะ คือลูกได้สิทธิ์ในการเลือกเอง และคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการด้วยค่ะ
(3) ถ้ามีการให้เวลาในการเล่นสิ่งใด หรือทำสิ่งใด เวลาต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ยืดหยุ่นได้แค่ครั้งเดียว คือต่อเวลาได้เพียงครั้งเดียว เช่น คุณแม่ให้เวลาหนูเล่นต่ออีกแค่ 15 นาทีนะคะ เสร็จแล้วต้องไปอาบน้ำ ถ้าลูกต่อเวลาอีก คุณพ่อคุณแม่ต้องยืนยันกลับ หรือใช้วิธีเสนอทางเลือกดังเช่นที่ Mommy Tookatar ยกตัวอย่างข้างบน ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยืดหยุ่นให้ลูกตลอดเวลา ลูกจะรู้ว่าขอเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว และคำพูดคุณพ่อคุณแม่จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำพูดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ กับวิธีปราบลูกน้อยแสนซนจอมแก่นของพวกเรา ที่บางครั้งก็ดูเหมือนพูดง่าย สอนง่าย เหมือนผ้าพับไว้ แต่บางครั้งก็ เอ! ทำไมหนูเข้าใจอะไรยาก ไม่ทำตามที่ตกลงไว้ และไม่ฟังนะ
วิธีการนี้จะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น และสร้างความรู้สึกที่ดีแก่ทุกฝ่ายด้วยค่ะ
Mommy Tookatar & The Gang
เข้ามาทักทายหม่ามี๊ตุ๊กตากันได้นะคะที่
www.facebook.com/mommytookatarandthegang
#การเสนอทางเลือกให้ลูกน้อย
#การเลี้ยงลูกเชิงบวก
#การกำหนดเวลาการเล่นให้ลูกน้อย
#วินัยของลูกน้อย
#GiveChoicetoKid
#PositiveNursing
#Children'sDisciplines
#KidsDisciplines
Mommy Tookatar ปั้นลูกสองภาษา: ตอน ทำไมหนูดื้อจัง (ทำไมพูดแล้ว หนูไม่ฟัง ไม่ทำตาม และเถียงกับมานะ)
พูดด้วยเหตุผลยังไง ลูกวัยกำลังซนของเราก็ไม่ยอมทำตาม
พูด 4-5 รอบ ลูกน้อยก็ยังยืนกรานจะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
บางครั้งเพิ่งจะตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ และดูเหมือนจะเข้าใจที่เราตกลงด้วยกัน
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลูกน้อยกลับพูดไม่รู้เรื่องซะงั๊น
คุณพ่อคุณแม่บางท่านเริ่มโมโห และใส่อารมณ์แล้วตอนนี้
วันนี้ Mommy Tookatar มาแชร์วิธีการที่จะเอาลูกน้อยให้อยู่หมัด
โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาเสียอารมณ์
แถมลูกน้อยยังรู้สึกดีอีกว่า ตัวเองไม่ได้ถูกบังคับให้ต้องทำตามผู้ใหญ่นะ
แต่ตัวเองเป็นผู้เลือกต่างหาก
ลูกน้อยจะรู้สึกภูมิใจนิดๆ ว่าอำนาจนั้นอยู่ในมือเค้า
ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการให้ลูกน้อยทำ ซึ่งแน่นอนพ่อแม่ทุกคนรู้ดีว่า
นั่นจะเป็นประโยชน์กับลูกน้อยเอง และเป็นสิ่งที่ลูกน้อยสมควรทำ
---------------------------------------------
วิธีการที่ว่าคือ การเสนอทางเลือกค่ะ (Giving the little the choices) ค่ะ
ซึ่ง Mommy Tookatar นำเอาเทคนิคเล็กๆ มาฝากว่าจะนำเสนอทางเลือกลูกน้อยยังไง
ให้ลูกน้อยมีสิทธิ์เลือก แถมยังเลือกในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการด้วย ซึ่งมันเวิร์คและใช้ได้จริงเลยค่ะ
มี 2 วิธีค่ะ
วิธีที่หนึ่ง:- เสนอ 2 ทางเลือกที่ไม่ว่าข้อไหนที่ลูกน้อยเลือก ก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการอยู่ดี
วิธีที่สอง:- เสนอ 2 ทางเลือก ที่รู้ว่าลูกจะไม่เลือกอีกข้ออยู่แล้ว
----------------------------------------------
หม่ามี๊ตุ๊กตาขอยกกรณีของลูกสาววัยซน จอมแก่น ที่เรียกว่า Terrible Twos นะคะ (คือวัยระหว่าง 1 ขวบครึ่ง - 3 ขวบ)
(หมายเหตุ: ปัจจุบันหม่ามี๊ตุ๊กตาสื่อสารกับลูกด้วยภาษาอังกฤษนะคะ ส่วนลูกสาวเข้าใจที่หม่ามี๊ตุ๊กตาพูดประมาณ 80% แต่ปัจจุบันยังคงตอบกลับมาเป็นภาษาไทยส่วนใหญ่ค่ะ)
วิธีที่หนึ่ง:- เสนอ 2 ทางเลือกที่ไม่ว่าข้อไหนที่ลูกน้อยเลือก ก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ
Mommy: Numnuer, you should get in your bedroom now. (น้ำเหนือ หนูควรเข้าไปในห้องนอนได้แล้วค่ะ)
Numnuer: ไม่อ่ะ น้ำเหนืออยากเล่นต่อที่ห้องนี้
Mommy: Mommy already gave you 15 minutes more as this we agreed. You should do what you promise with Mommy. (หม่ามี๊ให้หนูเล่นต่ออีก 15 นาทีแล้ว ตามที่เราตกลงกันไว้ หนูควรทำตามที่สัญญาไว้กับหม่ามี๊นะ)
Numnuer: น้ำเหนืออยากเล่นในห้องนี้ต่อ
Mommy: @-@####@-@#####@-@!!!
Mommy: Mommy gives you 2 choices. Do you want to open the bedroom door for Mommy or you will move this toy to the bedroom by yourself? (หม่ามี๊มี 2 ทางเลือกให้หนู หนูอยากจะไปเปิดประตูห้องนอนให้หม่ามี๊ หรือว่าหนูอยากจะขนของเล่นนี้ไปเล่นในห้องนอนล่ะ) **ตอนพูด ทำสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังหน่อยนะคะ
Numnuer: (ทำท่าคิด) งั๊นเดี๋ยวน้ำเหนือเอาของเล่นไปเล่นต่อในห้องนอน
Mommy: ^^....As you wish, good girl. (ได้เลย ตามที่ลูกต้องการ)
----------------------------------------------
วิธีที่สอง:- เสนอ 2 ทางเลือก ที่รู้ว่าลูกจะไม่เลือกอีกข้ออยู่แล้ว
Numnuer: หม่ามี๊ น้ำเหนืออยากกินขนมตุ๊บตั๊บอันนี้
Mommy: Oh, It is very late at night and you already brushed your teeth. You'd better eat the Toobtub snack tomorrow morning. (มันดึกมากแล้ว และหนูก็แปรงฟันเรียบร้อยแล้วค่ะ หนูควรจะกินขนมตุ๊บตั๊บนี้ในวันพรุ่งนี้เช้านะคะ)
Numnuer: ไม่เอาอ่ะ น้ำเหนือจะกินตอนนี้
Mommy: Numnuer, as Mommy said, You already brushed your teeth. If you eat something sweet at night, you might have a teeth decayed and then you need to go to see the Dentist. (น้ำเหนือคะ อย่างที่หม่ามี๊พูดว่าหนูแปรงฟันแล้ว ถ้าหนูกินขนมหวานๆ ตอนกลางคืน ฟันหนูอาจจะผุแล้วหนูก็ต้องไปหาหมอฟันนะคะ)
Numnuer: ไม่เอาอ่ะ น้ำเหนือจะกินเลยตอนนี้ กินเลยตอนนี้
Mommy: @-@####@-@#####@-@!!! (ณ จุด นี้ Mommy กำลังเดือด)
Mommy: OK! Mommy gives you 2 choices. You choose. You either put the snack in you school bag and eat it tomorrow morning after breakfast or you give that snack to Mommy now. (โอเค หม่ามี๊มี 2 ทางเลือกให้หนู ให้หนูเลือก 1. หนูเอาขนมไปเก็บในกระเป๋านักเรียน แล้วค่อยกินขนมตอนเช้าหลังทานอาหารเช้าแล้ว กับ 2. เอาขนมมาให้หม่ามี๊ตอนนี้ **ตอนพูด ทำสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังหน่อยนะคะ
Numnuer: (หยุดคิดนิดนึง แล้วเปิดประตูห้อง เดินเอาขนมไปเก็บที่กระเป๋านักเรียน)
Mommy: ^-^
**แต่ใช้วิธีนี้ มีข้อแม้นะคะ
(1) สีหน้า น้ำเสียงคุณพ่อคุณแม่ต้องจริงจัง แต่แฝงด้วยความอ่อนโยน
ไม่ใช้อารมณ์ หรือเสียงแผ่วเบา แบบยอมลูก อะไรก็ได้นะคะ
(2) วิธีการพูด จะไม่พูดว่า เข้าไปเล่นในห้อง ไม่งั๊นก็ไม่ต้องเล่น หรือ เอาขนมไปไว้ในกระเป๋า ไม่งั๊นก็มาให้คุณแม่นะคะ
แต่ให้พูดว่า หนูมีทางเลือก 2 ข้อนี้ หนูจะเลือกข้อไหน
เพราะความหมายดูเหมือนจะเหมือนกัน แต่การพูดแบบแรก เป็นการบังคับ ทำตาม ไม่มีทางเลือก พูดแบบนี้ ลูกจะมีทีท่าต่อต้าน และไม่ทำตามอยู่ดี ตบท้ายด้วยร้องไห้โวยวาย จนท้ายสุดต้องมีอารมณ์ต่อกัน และไม่ใครก็ใครต้องยอมอีกฝ่าย
แต่แบบที่ 2 คือลูกเลือกเอง ลูกจะรู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเลือกเอง เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ (แม้ว่าเราจะวางแผนไว้แล้วก็ตาม 555) วิธีนี้จะเป็นแบบ win-win ค่ะ คือลูกได้สิทธิ์ในการเลือกเอง และคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ในสิ่งที่ต้องการด้วยค่ะ
(3) ถ้ามีการให้เวลาในการเล่นสิ่งใด หรือทำสิ่งใด เวลาต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ยืดหยุ่นได้แค่ครั้งเดียว คือต่อเวลาได้เพียงครั้งเดียว เช่น คุณแม่ให้เวลาหนูเล่นต่ออีกแค่ 15 นาทีนะคะ เสร็จแล้วต้องไปอาบน้ำ ถ้าลูกต่อเวลาอีก คุณพ่อคุณแม่ต้องยืนยันกลับ หรือใช้วิธีเสนอทางเลือกดังเช่นที่ Mommy Tookatar ยกตัวอย่างข้างบน ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยืดหยุ่นให้ลูกตลอดเวลา ลูกจะรู้ว่าขอเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว และคำพูดคุณพ่อคุณแม่จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคำพูดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ กับวิธีปราบลูกน้อยแสนซนจอมแก่นของพวกเรา ที่บางครั้งก็ดูเหมือนพูดง่าย สอนง่าย เหมือนผ้าพับไว้ แต่บางครั้งก็ เอ! ทำไมหนูเข้าใจอะไรยาก ไม่ทำตามที่ตกลงไว้ และไม่ฟังนะ
วิธีการนี้จะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น และสร้างความรู้สึกที่ดีแก่ทุกฝ่ายด้วยค่ะ
Mommy Tookatar & The Gang
เข้ามาทักทายหม่ามี๊ตุ๊กตากันได้นะคะที่
www.facebook.com/mommytookatarandthegang
#การเสนอทางเลือกให้ลูกน้อย
#การเลี้ยงลูกเชิงบวก
#การกำหนดเวลาการเล่นให้ลูกน้อย
#วินัยของลูกน้อย
#GiveChoicetoKid
#PositiveNursing
#Children'sDisciplines
#KidsDisciplines