สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้กลับมาขอยืมพื้นที่ตั้งกระทู้ปรึกษาถึงความต่างของความรัก ดิฉันมีแฟนค่ะ คบกันมาก็เกือบ 3 ปีแล้ว เรารู้จักกันสักพักก็ตกลงคบกัน เขาขอดิฉันคบหลายรอบเหมือนกัน จนครั้งสุดท้าย เขารู้ว่าดิฉันกำลังจะผ่าตัดเนื้องอก เขาร้องไห้ และบอกว่า คบกันเถอะนะ อยากดูแลให้มากที่สุด กลัวจะสายไป ดิฉันเลยตกลง
เวลาผ่านไป ดิฉันรักษาตัวจนหายดี ไม่มีอะไรน่าห่วง ดิฉันพาเขามารู้จักที่บ้าน แรกเริ่มเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย แต่ด้วยความเหมือนกันของเขากับพ่อดิฉัน เลยเข้ากันไม่ได้ จนทะเลาะ มันแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่วมปีที่ฉันกับครอบครัวจะต้องทะเลาะเพราะเขา และในที่สุด พ่อแม่ก็ยื่นคำขาด ให้ดิฉันเลิกคบ วันนั้นฉันเสียใจมาก ฉันแอบคุยกับเขา และบอกว่าไม่ต้องทนหรอก สงสารแล้ว พ่อแม่เค้าไม่โอเค แต่เขาไม่ยอม เขายืนยันจะสู้ต่อ เราเลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปว่า จะแอบคบกันไปเรื่อยๆก่อน แล้วค่อยหาวิธี
ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้พ่อโกรธเขามาก เพราะเขาไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู วันนั้นเขามาหาดิฉันที่บ้านตอนกลางวัน มากินข้าวกัน แต่ไม่มีใครบอกพ่อแม่ดิฉัน แต่ระหว่างที่เขากำลังกลับออกไป เขาสวนกับพ่อที่หน้าหมู่บ้านพอดี พ่อรู้ก็โกรธมาก ไหนจะเป็นห่วงดิฉันอีก พ่อจึงอยากพบแม่ของเขา เพื่อพูดคุยกัน ว่าถ้าเด็กจะคบกัน ก็แค่อยากรู้หน้าค่าตาผู้ใหญ่ไว้บ้าง แต่ก็นั่นแหละคะ ถ้าแม่เขายอมมา เราคงไม่ต้องแอบคบกัน จนเกือบ 3 ปี...
ช่วงเวลา 2 ปีหลังจากที่แอบคบกันนั้น ฉันอยู่กับคำโกหกตลอดเวลา ทั้งรู้สึกแย่ และกังวลมากว่าถ้าความแตก จะเป็นยังไง ฉันกับเขาก็ใช้ชีวิตปกติ แม่เขารู้ว่าเราแอบคบกัน เขาก็ไม่เคยเข้ามายุ่ง และดูออกจะนิ่งๆ เหมือนฉันไม่อยู่ในสายตา บางครั้งก็รู้สึกว่า แม่แฟนไม่ได้สนใจฉันอยู่แล้ว
แต่ระยะหลังมานี้ ฉันเข้านอกออกในบ้านแฟนตลอด ได้ไปดูแลพ่อและยายเขาตอนป่วย ได้ช่วยน้าเขาตอนไม่สบาย ฉันก็ทำด้วยใจ ไม่ได้หวังว่าเขาจะนิยมชมชอบอะไร เพียงแค่อยากให้เขาเห็นเราในสายตาบ้างก็พอ แต่ความจริง มันไม่ใช่แค่เห็นอยู่ในสายตา ฉันก็เพิ่งจะรู้ไม่นานมาว่า เขาไม่เคยยินดียินร้ายกับสิ่งที่ฉันทำ หนำซ้ำ ยังมองว่าฉันทำเอาหน้า ไม่จริงใจ ฉันเล่นละครเพื่อหวังจะตกถังข้าวสาร เพราะอย่างที่บอก บ้านฉันมันคนธรรมดา ฐานะปานกลาง ไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โตอะไร กลับกันกับครอบครัวของแฟน ที่มีธุรกิจใหญ่โต รวมๆแล้วก็ประมาณ 100 กว่าล้าน
ส่วนแฟน ผู้รู้จักนิสัยของฉันจริงๆ เขาก็แย้งกลับไปว่าฉันไม่ใช่คนที่จะหวังเงินทองของเขาเลย (ตลอดที่คบมา ก็ไม่เคยขอข้าวของ เงินทองอะไรเลย คือไม่ใช่ไม่อยากได้นะ ก็ยังมีกิเลสเป็นของตัว แต่เงินของตัวมันไม่มีก็ไม่เอา ถือคติว่า แค่แฟนดูแลพาเที่ยวพากินข้าว ก็พอแล้ว) นั่นแหละ พอแย้งไป แม่เขาก็ว่า คนเราเดี๋ยวนี้เล่นละครเก่ง แสร้งเป็นคนดีเป็นสิบปียังทำได้เพื่อหวังสมบัติ คือ ถ้าเขาเปิดใจรู้จักเรา หรือเอ็นดูเรามากกว่านี้ คงไม่คิดแบบนี้แน่ๆ
มาถึงตอนนี้ ความรักที่มันต่างกันมากๆทางความคิด บริบทสังคม ฐานะ มันจึงเต็มไปด้วยความกังวล ไหนจะเขาที่จะเข้ากับบ้านเรายังไม่ได้ ส่วนเราก็เข้าหน้าแม่เข้าไม่รอด มันพอจะมีทางไหนบ้างไหมคะ ที่จะแก้ปัญหานี้ หรือว่าฉันต้องหยุดความสัมพันธ์นี้ลงจริงๆซะที...........
ต้องต่างกันแค่ไหน ถึงจะรักกันได้
เวลาผ่านไป ดิฉันรักษาตัวจนหายดี ไม่มีอะไรน่าห่วง ดิฉันพาเขามารู้จักที่บ้าน แรกเริ่มเหมือนทุกอย่างจะไปได้สวย แต่ด้วยความเหมือนกันของเขากับพ่อดิฉัน เลยเข้ากันไม่ได้ จนทะเลาะ มันแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่วมปีที่ฉันกับครอบครัวจะต้องทะเลาะเพราะเขา และในที่สุด พ่อแม่ก็ยื่นคำขาด ให้ดิฉันเลิกคบ วันนั้นฉันเสียใจมาก ฉันแอบคุยกับเขา และบอกว่าไม่ต้องทนหรอก สงสารแล้ว พ่อแม่เค้าไม่โอเค แต่เขาไม่ยอม เขายืนยันจะสู้ต่อ เราเลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปว่า จะแอบคบกันไปเรื่อยๆก่อน แล้วค่อยหาวิธี
ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นที่ทำให้พ่อโกรธเขามาก เพราะเขาไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู วันนั้นเขามาหาดิฉันที่บ้านตอนกลางวัน มากินข้าวกัน แต่ไม่มีใครบอกพ่อแม่ดิฉัน แต่ระหว่างที่เขากำลังกลับออกไป เขาสวนกับพ่อที่หน้าหมู่บ้านพอดี พ่อรู้ก็โกรธมาก ไหนจะเป็นห่วงดิฉันอีก พ่อจึงอยากพบแม่ของเขา เพื่อพูดคุยกัน ว่าถ้าเด็กจะคบกัน ก็แค่อยากรู้หน้าค่าตาผู้ใหญ่ไว้บ้าง แต่ก็นั่นแหละคะ ถ้าแม่เขายอมมา เราคงไม่ต้องแอบคบกัน จนเกือบ 3 ปี...
ช่วงเวลา 2 ปีหลังจากที่แอบคบกันนั้น ฉันอยู่กับคำโกหกตลอดเวลา ทั้งรู้สึกแย่ และกังวลมากว่าถ้าความแตก จะเป็นยังไง ฉันกับเขาก็ใช้ชีวิตปกติ แม่เขารู้ว่าเราแอบคบกัน เขาก็ไม่เคยเข้ามายุ่ง และดูออกจะนิ่งๆ เหมือนฉันไม่อยู่ในสายตา บางครั้งก็รู้สึกว่า แม่แฟนไม่ได้สนใจฉันอยู่แล้ว
แต่ระยะหลังมานี้ ฉันเข้านอกออกในบ้านแฟนตลอด ได้ไปดูแลพ่อและยายเขาตอนป่วย ได้ช่วยน้าเขาตอนไม่สบาย ฉันก็ทำด้วยใจ ไม่ได้หวังว่าเขาจะนิยมชมชอบอะไร เพียงแค่อยากให้เขาเห็นเราในสายตาบ้างก็พอ แต่ความจริง มันไม่ใช่แค่เห็นอยู่ในสายตา ฉันก็เพิ่งจะรู้ไม่นานมาว่า เขาไม่เคยยินดียินร้ายกับสิ่งที่ฉันทำ หนำซ้ำ ยังมองว่าฉันทำเอาหน้า ไม่จริงใจ ฉันเล่นละครเพื่อหวังจะตกถังข้าวสาร เพราะอย่างที่บอก บ้านฉันมันคนธรรมดา ฐานะปานกลาง ไม่ได้มีธุรกิจใหญ่โตอะไร กลับกันกับครอบครัวของแฟน ที่มีธุรกิจใหญ่โต รวมๆแล้วก็ประมาณ 100 กว่าล้าน
ส่วนแฟน ผู้รู้จักนิสัยของฉันจริงๆ เขาก็แย้งกลับไปว่าฉันไม่ใช่คนที่จะหวังเงินทองของเขาเลย (ตลอดที่คบมา ก็ไม่เคยขอข้าวของ เงินทองอะไรเลย คือไม่ใช่ไม่อยากได้นะ ก็ยังมีกิเลสเป็นของตัว แต่เงินของตัวมันไม่มีก็ไม่เอา ถือคติว่า แค่แฟนดูแลพาเที่ยวพากินข้าว ก็พอแล้ว) นั่นแหละ พอแย้งไป แม่เขาก็ว่า คนเราเดี๋ยวนี้เล่นละครเก่ง แสร้งเป็นคนดีเป็นสิบปียังทำได้เพื่อหวังสมบัติ คือ ถ้าเขาเปิดใจรู้จักเรา หรือเอ็นดูเรามากกว่านี้ คงไม่คิดแบบนี้แน่ๆ
มาถึงตอนนี้ ความรักที่มันต่างกันมากๆทางความคิด บริบทสังคม ฐานะ มันจึงเต็มไปด้วยความกังวล ไหนจะเขาที่จะเข้ากับบ้านเรายังไม่ได้ ส่วนเราก็เข้าหน้าแม่เข้าไม่รอด มันพอจะมีทางไหนบ้างไหมคะ ที่จะแก้ปัญหานี้ หรือว่าฉันต้องหยุดความสัมพันธ์นี้ลงจริงๆซะที...........