จากคลิป ผู้กองสุดสวย พูดถึงการป้องกันตัวจากกลุ่มโจ๋วัยรุ่นล้อมรถ ทำอย่างไรให้ถูกกฏหมาย มีประเด็นน่าสนใจ เข้ากับประเด็นร้อนในตอนนี้

การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (Cr.
http://wichianlaw.blogspot.com/2014/10/blog-post_2.html)
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 68 "ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด" (อ่านเพิ่มเติม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้การกระทำเพื่อป้องกันนี้ ถึงแม้จะเกิดความเสียหายบ้าง แต่ถ้าได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ ก็เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นย่อมไม่มีความผิด
หลักเกณฑ์ ของการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
1. มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย คือ
- ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้ หากผู้กระทำมีอำนาจที่จะกระทำได้ ก็ไม่มีสิทธิป้องกัน
- ผู้ที่จะอ้างป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายขึ้นด้วย แต่ถ้าผู้จะอ้างป้องกันนั้น มีส่วนก่อให้เกิดภยันตรายนั้น ก็ไม่สามรถอ้างป้องกันได้
2. ภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น จะต้องเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือ ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่หากไม่ป้องกันตัวในขณะนั้น ก็อาจจะเกิดอันตรายแก่ตนเองหรือผู้อื่นได้
3. ผู้กระทำจำต้องกระทำการเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายนั้น
4. การกระทำเพื่อป้องกันนั้น จะต้องกระทำพอสมควรแก่เหตุ คือ
- การกระทำเพื่อป้องกันนั้น จะต้องได้ส่วนสัดกับภยันตรายที่เกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น เช่น ภยันตรายที่เกิดขึ้นจากการถูกตบหน้า จะป้องกันโดยใช้ปืนยิง ถือว่าไม่ได้สัดส่วนกัน
- การกระทำเพื่อป้องกันนั้น ถ้าผู้กระทำได้ใช้วิถีทางน้อยที่สุดที่จะทำให้เกิดอันตรายแล้ว ถือว่ากระทำไปพอสมควรแก่เหตุ)
จากที่ผู้กองผู้น่ารัก ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฏหมาย มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ สรุปคร่าวๆ (ช่วงนาทีที่ 3.30-10)

ถ้ามีคนจะมาทำร้ายเรา เป็นภยันตรายต่อเรา และใกล้จะเข้ามาถึง ก็จะครบองค์ประกอบที่เราจะป้องกันตัวได้ แต่การป้องกันของเราต้องทำโดยพอสมควรแก่เหตุ เช่น ถ้าเขาตบหน้า แล้วเรายิงเขา ก็ไม่สมควรแก่เหตุ เพราะความเจ็บที่เขาทำ ไม่เท่ากับที่เราทำให้เขาตาย (อันนี้พูดกรณีที่มีปัญหากัน 2 คน)

ถ้าในกรณีที่มีคนมารุมเป็น 10-20 คน ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขามีมีดหรืออาวุธ แต่กรูเข้ามาหา มาพูดจาหาเรื่องชวนทะเลาะ แล้วเราพยายามที่จะไม่ลงไปแล้ว แต่เขาก็ยังพยายามหาเรื่อง ซึ่งถ้าเราไม่ทำอะไร ก็อาจจะโดนลากลงไปกระทืบแล้วตายได้ (10-20 คนถึงไม่มีอาวุธ แต่ก็รุมกระทืบทำให้เราตายได้) อย่างนี้เราก็ป้องกันตัวได้

สมมุติในกรณีที่เราเป็นผู้ชายคนเดียว เป็นคนขับรถ พาลูกเมีย ญาติผู้ใหญ่และเด็กมาด้วย แล้วจะมีคนมารุมทำร้าย เมื่อเราทำการป้องกันตัว (ยิง) เราต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าในสถานการณ์นั้นเราหนีไม่ได้ ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้แล้ว นอกจากทำอย่างนั้น (ยิง) อันนี้ศาลก็อาจจะรับฟัง

การยิงป้องกันตัว ต้องไม่มีเจตนาฆ่า คือถ้าเรายิงไป พอเขาหยุด เราก็หยุดด้วย ถือว่าเป็นการป้องกันตัว แต่ถ้าเขาหยุด แล้วเรายังยิงกระหน่ำต่อ กะให้ตาย อันนี้คือเจตนาฆ่า จะอ้างป้องกันตัวไม่ได้

บางคนอาจจะบอกว่า ทำไมไม่ยิงขึ้นฟ้าหรือยิงแขนขา ผู้กองบอกว่า ถ้ากรณีเขาอยู่ไกล การยิงขึ้นฟ้าอาจทำให้เขากลัว แต่ในสถานการณ์ที่เขาใกล้เข้ามาถึงตัวแล้ว การยิงขึ้นฟ้าอาจไม่ช่วยอะไร เขาอาจเข้ามาแย่งปืนหรือแทงเอาได้ ส่วนการจะยิงโดยเล็งที่แขนและขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

การที่จะบอกว่าป้องกันตัวได้ ต้องไม่ใช่การที่เราไปยั่วยุเขา เช่น ยั่วยุ ท้าให้เขายิง

คนทั่วไปมักจะมีใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ปืนเท่านั้น ซึ่งจะเป็นคนกรณีกับใบอนุญาตให้พกปืน ดังนั้นถ้าคนทั่วไปพกปืนในที่สาธารณะก็จะมีความผิด
ปล. 1. เราแค่อยากแชร์ข้อมูลที่สรุปเอาไว้คร่าวๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนที่ไม่รู้กฏหมาย โดยไม่ได้บอกว่าใครถูกหรือผิด (ผู้กองคนสวยก็บอกเหมือนกันว่า ผู้กองเป็นตำรวจ ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินถูกผิด ทุกอย่างต้องไปสู้และตัดสินกันในชั้นศาล)
2. มีรายละเอียดอีกหลายอย่าง ลองดูเต็มจากคลิปได้นะคะ
สรุปข้อมูลจากคลิป ผู้กองสุดสวย พูดถึงการป้องกันตัวจากกลุ่มโจ๋วัยรุ่นล้อมรถ ทำอย่างไรให้ถูกกฏหมาย
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายอาญา (Cr. http://wichianlaw.blogspot.com/2014/10/blog-post_2.html)
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 68 "ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตน หรือของผู้อื่น ให้พ้นจากภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด" (อ่านเพิ่มเติม [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้)
จากที่ผู้กองผู้น่ารัก ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฏหมาย มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ สรุปคร่าวๆ (ช่วงนาทีที่ 3.30-10)
ปล. 1. เราแค่อยากแชร์ข้อมูลที่สรุปเอาไว้คร่าวๆ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนที่ไม่รู้กฏหมาย โดยไม่ได้บอกว่าใครถูกหรือผิด (ผู้กองคนสวยก็บอกเหมือนกันว่า ผู้กองเป็นตำรวจ ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินถูกผิด ทุกอย่างต้องไปสู้และตัดสินกันในชั้นศาล)
2. มีรายละเอียดอีกหลายอย่าง ลองดูเต็มจากคลิปได้นะคะ