ระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมันเหมาะกับการใช้คะแนนประเมินระบบลีกแบบสมัยก่อน ที่ให้น้ำหนักคะแนนผลแพ้และชนะในแต่ละสโมสรยังน้อย ใช้วิธีวัดคลับไลเซ่นซิ่ง, วัดลักษณะ คุณภาพ การจัดการความปลอดภัย ความเป็นระเบียบในการนั่งชม เช่น ติดเก้าอี้ทั่วสนาม มีห้องวีไอพีสำหรับนั่งข่าว เป็นต้น ของสนาม, การบริหารสโมสร เช่น ดุลบัญชีรายรับ-รายจ่ายสามารถแสดงได้ การซื้อ-ขายนักเตะผ่านช่องทางที่ถูกต้อง, ทีมแพทย์ ทีมสนามพร้อม เป็นต้น และ การถ่ายทอดสดกับการโฆษณาลีกในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่จาก เอเอฟซี จะส่งตัวแทนเดินทางมาประเมินคะแนนระบบลีกแต่ละประเทศ แล้วรายงานผลกลับไปยัง เอเอฟซี แล้ว เอเอฟซี ก็จะประเมินโควต้าบอลถ้วยระดับทวีปตามคะแนนระบบลีกที่ได้ ซึ่งทำแบบนั้นมันยุติธรรม ภาพรวมของลีกเป็นอย่างไร โควต้าประเทศคุณก็ได้แค่นั้น อยากเจอสโมสรเก่งๆ ก็ต้องเพิ่มคะแนนระบบลีกให้ตรงตามคุณสมบัติของ เอเอฟซี มากขึ้น
แต่ปัจจุบันดันเปลี่ยนวิธีคิดคะแนนไปเน้นคะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรตัวแทนแต่ละประเทศมากขึ่นจนเกือบเป็นคะแนนทั้งหมดที่กำหนดโควต้า ลดความสำคัญของคะแนนระบบลีกลง รวมกับคะแนนฟีฟ่าของทีมชาติ มันส่งผลใหญ่หลวงต่อลีกของประเทศที่อยู่กลางๆ ระหว่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก และ เอเอฟซี คัพ ที่มีสโมสรตัวแทนน้อยมาก แถมแข่งแค่ไม่กี่เกมส์ และส่วนใหญ่จบด้วยการแพ้พวกลีกประเทศใหญ่ๆ ทุนหนาๆ น้อยครั้งที่มีการพลิกล็อกเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ได้โควต้าบอลถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติในรอบแรก 1 โควต้า สโมสรที่ได้โควต้าแข่งรอบคัดเลือก ไม่ว่าจะได้กี่สโมสรแข่งอย่างมากก็แค่ 2 นัด และส่วนใหญ่สโมสรพวกนี้มีประสบการณ์น้อยมากในระดับบอลทวีป เพราะไม่ได้มีเวที เอเอฟซี คัพ สำหรับประเทศที่ได้โควต้าอัตโนมัติในรอบแรกไว้รองรับถ้าตกรอบ ในขณะที่ชาติอันดับรองลงไปที่ไม่ได้โควต้าอัตโนมัติในรอบแรก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก กลับมีเวที เอเอฟซี คัพ ไว้ฝึกปรือฝีมือ ฝึกการจัดการ การขอวีซ่า การเตรียมทีมแข่งทีมเยือนใน เอเอฟซี คัพ อย่างเต็มที่
แถมการแข่งขันในรอบคัดเลือกก็แข่งแค่ 1 นัด โดยเยือนสโมสรในลีกที่ใหญ่กว่า แถมแข่งห่างจากรอบที่แล้วแค่ 7 ถึง 8 วัน ประเทศที่ได้อัตโนมัติในรอบแรก 1 โควต้า ตอนนี้คือ ฮ่องกง และ ไทย ก็แทบต้องฝากไว้กับสโมสรที่ได้โควต้าอัตโนมัติในการโกยคะแนนผลแพ้ - ชนะเลย
โอกาสจะมีสโมสรอื่นทะลุผ่านมาได้แทบไม่มี ไม่เหมือนพวกลีกใหญ่กว่าที่มีแย่ ทีมหนึ่ง อีก 3 ทีมที่เหลือฟอร์มดีถัวเฉลี่ยคะแนนให้ คะแนนมันก็เลยเยอะอยู่ แถมพวกที่ไม่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ ก็เจองานง่ายกว่าเยอะใน เอเอฟซี คัพ ให้โกยคะแนนเป็นว่าเล่นอีก แถมในปีนี้ในรอบแรกซอยย่อยเป็น 5 โซน คือ โซนอาหรับ โซนเอเซียกลาง โซนเอเซียใต้ โซนเอเซียตะวันออก และโซนอาเซียนอีก คะแนนยิ่งเพิ่มบาน เพราะ สโมสรมาจากชาติที่ไม่หนีกันมาก ทำให้ ไทย และ ฮ่องกง เสียเปรียบจังๆเลย
เวียดนาม ที่เสียโควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ ให้กับ ฮ่องกง เพราะ ต้องฝากความหวังไว้กับ สโมสรแชมป์ลีก ที่ได้โควต้าอัตโนมัติใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก เพียวๆ ในขณะที่ ฮ่องกง ได้โกยคะแนนใน เอเอฟซี คัพ ซึ่งงานง่ายกว่าเยอะจนทำคะแนนสัมประสิทธิแซง เวียดนาม ได้
ถ้ายังใช้คะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรตัวแทนแต่ละประเทศ ที่เรียกว่า คะแนนสัมประสิทธิ ควรกระจายโควต้าให้แต่ละถ้วยมีงานยาก - ง่ายให้มันใกล้เคียงกันที่สุด ไม่ใช่เวที เอเอฟซี คัพ เจอทีมง้าย....ง่าย ในขณะเวที เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก มีแต่ทีมโหดหิน ถ้ายังคิดคะแนนแบบนี้ สู้ยอมแพ้ให้มันรวดๆให้คะแนนชาติอื่นแซง ไทย และ ฮ่องกง ไปแข่งเวที เอเอฟซี คัพ ดีกว่า ถึงได้เงินน้อยกว่า แต่คะแนนที่โกยในการตัดสินโควต้า งานมันง่ายกว่าเยอะ แถมเป็นเวทีไม่ยากเกินไปสำหรับทีมหน้าใหม่ในแต่ละประเทศเตรียมตัวดีกว่าอีก เพราะ ได้แข่งเหย้า - เยือนหลายนัด
สำหรับผมควรให้ลีกจากชาติชั้นนำใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ถ้าไม่อยากมาแข่ง เอเอฟซี คัพ ก็ให้โควต้าเพียง 1 สโมสรต่อประเทศที่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 3 โควต้า, 2 สโมสรต่อประเทศที่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 2 โควต้า จะได้ถัวเฉลี่ยความยากในรอบแรกของบอลถ้วย เอเอฟซี คัพ โดยอาจให้เป็นทีมยืนใน รอบสอง ไปเลยก็ได้ เพื่อลดภาระสโมสรที่มาจากลีกประเทศชั้นนำ ส่วนประเทศที่ได้ โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 1 โควต้า ก็ให้โควต้าแข่ง เอเอฟซี คัพ ในรอบแรกโดยอัตโนมัติสำหรับสโมสรที่แข่งในรอบคัดเลือก แล้วไม่ผ่านไปเล่นในรอบแรก ถ้วยใหญ่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ได้ ส่วนประเทศที่มีแต่โควต้า รอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก รวมทั้งประเทศที่ไม่มีโควต้าถ้วยเดียวกัน ก็จัดสรรโควต้าเหมือนเดิมก็ได้ไม่ว่ากัน
ถ้ายังใช้โควต้าแบบเดิมควรกลับมาใช้คะแนนประเมินระบบลีกเหมือนเดิมเถอะครับ มันจะได้ยุติธรรม แต่ถ้าใช้คะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรที่ร่วมแข่งก็ต้องปรับโควต้าใหม่ ส่วนสโมสรจากประเทศชั้นนำ ถ้าไม่อยากแข่ง พวกสโมสรคุณก็ส่งสำรองมาแข่งสิครับ จะได้รีบตกรอบตามต้องการ แถมแข่งน้อยกว่าพวกแข่งรอบแรกตั้งเยอะ เพราะ สโมสรคุณเป็นทีมยืนในรอบสองเลย ไม่อยากนั้นอันดับที่ 12 และ 13 ของโซนตะวันออก เอเชีย จะกลายอันดับที่ไม่มีชาติไหนอยากได้
อยากให้ เอเอฟซี (สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย) กระจายโควต้าบอลถ้วยสโมสรระดับทวีป 2 ถ้วยให้ยุติธรรมกว่านี้
แต่ปัจจุบันดันเปลี่ยนวิธีคิดคะแนนไปเน้นคะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรตัวแทนแต่ละประเทศมากขึ่นจนเกือบเป็นคะแนนทั้งหมดที่กำหนดโควต้า ลดความสำคัญของคะแนนระบบลีกลง รวมกับคะแนนฟีฟ่าของทีมชาติ มันส่งผลใหญ่หลวงต่อลีกของประเทศที่อยู่กลางๆ ระหว่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก และ เอเอฟซี คัพ ที่มีสโมสรตัวแทนน้อยมาก แถมแข่งแค่ไม่กี่เกมส์ และส่วนใหญ่จบด้วยการแพ้พวกลีกประเทศใหญ่ๆ ทุนหนาๆ น้อยครั้งที่มีการพลิกล็อกเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเทศที่ได้โควต้าบอลถ้วย เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติในรอบแรก 1 โควต้า สโมสรที่ได้โควต้าแข่งรอบคัดเลือก ไม่ว่าจะได้กี่สโมสรแข่งอย่างมากก็แค่ 2 นัด และส่วนใหญ่สโมสรพวกนี้มีประสบการณ์น้อยมากในระดับบอลทวีป เพราะไม่ได้มีเวที เอเอฟซี คัพ สำหรับประเทศที่ได้โควต้าอัตโนมัติในรอบแรกไว้รองรับถ้าตกรอบ ในขณะที่ชาติอันดับรองลงไปที่ไม่ได้โควต้าอัตโนมัติในรอบแรก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก กลับมีเวที เอเอฟซี คัพ ไว้ฝึกปรือฝีมือ ฝึกการจัดการ การขอวีซ่า การเตรียมทีมแข่งทีมเยือนใน เอเอฟซี คัพ อย่างเต็มที่
แถมการแข่งขันในรอบคัดเลือกก็แข่งแค่ 1 นัด โดยเยือนสโมสรในลีกที่ใหญ่กว่า แถมแข่งห่างจากรอบที่แล้วแค่ 7 ถึง 8 วัน ประเทศที่ได้อัตโนมัติในรอบแรก 1 โควต้า ตอนนี้คือ ฮ่องกง และ ไทย ก็แทบต้องฝากไว้กับสโมสรที่ได้โควต้าอัตโนมัติในการโกยคะแนนผลแพ้ - ชนะเลย
โอกาสจะมีสโมสรอื่นทะลุผ่านมาได้แทบไม่มี ไม่เหมือนพวกลีกใหญ่กว่าที่มีแย่ ทีมหนึ่ง อีก 3 ทีมที่เหลือฟอร์มดีถัวเฉลี่ยคะแนนให้ คะแนนมันก็เลยเยอะอยู่ แถมพวกที่ไม่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ ก็เจองานง่ายกว่าเยอะใน เอเอฟซี คัพ ให้โกยคะแนนเป็นว่าเล่นอีก แถมในปีนี้ในรอบแรกซอยย่อยเป็น 5 โซน คือ โซนอาหรับ โซนเอเซียกลาง โซนเอเซียใต้ โซนเอเซียตะวันออก และโซนอาเซียนอีก คะแนนยิ่งเพิ่มบาน เพราะ สโมสรมาจากชาติที่ไม่หนีกันมาก ทำให้ ไทย และ ฮ่องกง เสียเปรียบจังๆเลย
เวียดนาม ที่เสียโควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ ให้กับ ฮ่องกง เพราะ ต้องฝากความหวังไว้กับ สโมสรแชมป์ลีก ที่ได้โควต้าอัตโนมัติใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก เพียวๆ ในขณะที่ ฮ่องกง ได้โกยคะแนนใน เอเอฟซี คัพ ซึ่งงานง่ายกว่าเยอะจนทำคะแนนสัมประสิทธิแซง เวียดนาม ได้
ถ้ายังใช้คะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรตัวแทนแต่ละประเทศ ที่เรียกว่า คะแนนสัมประสิทธิ ควรกระจายโควต้าให้แต่ละถ้วยมีงานยาก - ง่ายให้มันใกล้เคียงกันที่สุด ไม่ใช่เวที เอเอฟซี คัพ เจอทีมง้าย....ง่าย ในขณะเวที เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก มีแต่ทีมโหดหิน ถ้ายังคิดคะแนนแบบนี้ สู้ยอมแพ้ให้มันรวดๆให้คะแนนชาติอื่นแซง ไทย และ ฮ่องกง ไปแข่งเวที เอเอฟซี คัพ ดีกว่า ถึงได้เงินน้อยกว่า แต่คะแนนที่โกยในการตัดสินโควต้า งานมันง่ายกว่าเยอะ แถมเป็นเวทีไม่ยากเกินไปสำหรับทีมหน้าใหม่ในแต่ละประเทศเตรียมตัวดีกว่าอีก เพราะ ได้แข่งเหย้า - เยือนหลายนัด
สำหรับผมควรให้ลีกจากชาติชั้นนำใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ถ้าไม่อยากมาแข่ง เอเอฟซี คัพ ก็ให้โควต้าเพียง 1 สโมสรต่อประเทศที่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 3 โควต้า, 2 สโมสรต่อประเทศที่ได้โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 2 โควต้า จะได้ถัวเฉลี่ยความยากในรอบแรกของบอลถ้วย เอเอฟซี คัพ โดยอาจให้เป็นทีมยืนใน รอบสอง ไปเลยก็ได้ เพื่อลดภาระสโมสรที่มาจากลีกประเทศชั้นนำ ส่วนประเทศที่ได้ โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก โดยอัตโนมัติ 1 โควต้า ก็ให้โควต้าแข่ง เอเอฟซี คัพ ในรอบแรกโดยอัตโนมัติสำหรับสโมสรที่แข่งในรอบคัดเลือก แล้วไม่ผ่านไปเล่นในรอบแรก ถ้วยใหญ่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ได้ ส่วนประเทศที่มีแต่โควต้า รอบคัดเลือก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก รวมทั้งประเทศที่ไม่มีโควต้าถ้วยเดียวกัน ก็จัดสรรโควต้าเหมือนเดิมก็ได้ไม่ว่ากัน
ถ้ายังใช้โควต้าแบบเดิมควรกลับมาใช้คะแนนประเมินระบบลีกเหมือนเดิมเถอะครับ มันจะได้ยุติธรรม แต่ถ้าใช้คะแนนจากผลแพ้ - ชนะของสโมสรที่ร่วมแข่งก็ต้องปรับโควต้าใหม่ ส่วนสโมสรจากประเทศชั้นนำ ถ้าไม่อยากแข่ง พวกสโมสรคุณก็ส่งสำรองมาแข่งสิครับ จะได้รีบตกรอบตามต้องการ แถมแข่งน้อยกว่าพวกแข่งรอบแรกตั้งเยอะ เพราะ สโมสรคุณเป็นทีมยืนในรอบสองเลย ไม่อยากนั้นอันดับที่ 12 และ 13 ของโซนตะวันออก เอเชีย จะกลายอันดับที่ไม่มีชาติไหนอยากได้