การเดินทางคือชีวิต เพราะชีวิตจำเป็นการเดินทางครับ
เกือบครบ 2 ปีหลังจากที่ลาออกมา เพราะว่าความย่ำแย่ของสภาพจิตใจที่ต้องเบื่อหน่ายกับสภาพเดิมๆของที่ทำงานในทุกวันของชีวิต ซึ่งมาจากตัวผมเองทุกคนเป็นเพื่อนทำงานที่ดีมาก ผมตัดสินใจลาออกเองด้วยสาเหตุเรื่องภายในบ้านที่ต้องกลับมาช่วยงาน เงินเดือนก้อนสุดท้ายของการทำงานก่อนกลับ20000บาท จึงตัดสินใจอยู่กรุงเทพต่อเพื่อที่จะดูวิถีความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพี่น้องชาว กทม.เกือบทั้งเดือน ผลที่ได้คือ...
"ชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแต่ขาดสีสันไป ผู้คนเดินกันไปมาราวๆขาดซึ่งชีวิตแต่ล่ะคนเดินไปด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งจุดหมาย เหมือนว่า...ชีวิตของพวกเขาและเธอขาดอะไรสักอย่างในชีวิตไป"
ผมเชื่อครับว่า มีคนอีกมากที่อยู่แล้วมีความสุข แต่มีส่วนมากซึ่งก็ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้เท่าที่ผมเจอมาน่ะ บางครั้งเกิดอะไรขึ้นแทบไม่มีใครสนใจ มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งมีรถชนคนตาย แต่หากเป็นแถวต่างจังหวัดจะมีคนลงมาช่วย ที่นี่แปลกใจจริงๆคนก็เดินผ่านไปและผ่านมา ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรื่องราวเป็นอย่างนี้ก็ประหลาดใจ แต่ช่วยอะไรได้ไม่ได้มากจริงๆครับ ได้มีโอกาสเมื่อครั้งเจอเพื่อนฝูง ส่วนมากก็คือ ผมเมื่อเดือนที่แล้ว คือทำงานประจำ
จนสิ้นเดือนนั้น จึงตัดสินใจกลับบ้านดีกว่าเพราะเงินใกล้หมดแล้ว ได้แง่คิดที่ดีมากๆ ว่า...
"คนส่วนมากที่มาทำงานเพราะทำงานที่ตัวเองไม่ได้รัก เพื่อต้องการเงินเดือน สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ ขาดเป้าหมายในชีวิตและสังคมที่ผลักดันตัวเขาเองไปข้างหน้า"
เรื่องราวในกรุงเทพที่อยากเล่ามีเท่านี้หละครับผม จ่ายค่าน้ำค่าไฟเงินที่หยิบยืมมา แล้วเตรียมตัวกลับ...ลาก๋อย กทม.
ตัดฉากใน กทม.มาทื่ต่างจังหวัดบ้านผม เมื่อมาถึงบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยเงินเดือนก้อนสุดท้ายของชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เหลือแค่ไม่กี่พัน คือ 1300บาทครับ ม่ะ...เดินทางดีกว่าเอาที่งบถึง 555😢😅
การเดินทางที่สุดแสนจะประหยัด ด้วยพาหนะคือ...สองเท้า ส่วนอุปกรณ์ที่พกพา คือ สมุด ปากกา มือถือถ่ายรูป ส่วนเป้าหมายที่จะไป....นั้นคือ เชียงราย เพราะว่างบถึงแค่ที่นั้นเองคร้าบ!!! 5555+
นี่คือ...เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือขึ้นรถประจำทางที่จังหวัดบ่านผมตอน 4.00น.ตอนเช้า เดินทางแต่ล่ะสถานี กินข่าวที่ข้างทาง พูดคุยกับชาวบ้าน เดินแวะตามร้านต่างๆแต่ของไม่ได้ซื้อ

ดูวิถีชีวิตคนในแถวๆรถผ่าน ดูบ้าน ดูคนที่ทำงานผ่านทางหน้าต่างรถประจำทาง คุยกับเพื่อร่วมเดินทาง มีเรื่องราวต่างๆที่เขาเจอมาบางครั้งเอามาเล่าให้ฟัง มีอะไรทืได้แง่คิดกลับมามากเหลือเกิน ถึงที่หมายก็คือเชียงรายตอน สามโมงเย็น พักไหนไม่รู้ ไม่รู้ด้วยว่า มาทำไม ท่านจะมาที่นี่ด้วยเหตุอันใดนี่....?
แกล้งถามครับ...ถามพี่วินที่ บขส. ว่า
"พี่ครับ ที่นี่เขาสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยโรงบาลที่ไหนครับ"
เมื่อพี่แกบอกและก็ส่งผมไปที่โรงพยาบาล
จำได้เหมือนจะเป็นของเอกชนครับ เป็นโรงพยาบาลของคริสเตียนประมาณนี้ที่ผมจำได้ ด้วยความเอ๋อเหรอ ก็ไปร้านเน็ตแถวนั้น พริ้นเอกสารที่เก็บไว้ใน google doc มาส่งที่สมัครงาน และก็เดินทางต่อไปไหนดีหนา...? ไม่เคยมาเลยนี่
คิดอะไรไม่ออก นึกออกแล้ว...เซ็นทรัล เชียงรายก็มีนี่...!!!
หากจำผิดต้องขออภัยเพราะ...จำได้แค่นี้จริงๆ เมื่อมาเดินเอ๋อเหรอ เข้าห้างไปเจอร้านที่ขายไอโฟนสิครับ สาเหตุ คือ ี่มีป้ายสมัครงานนี่ อีกอย่างก็อยากรู้ด้วยว่าคนแถวนี้เขาคิดเขาเป็นแบบไหนเหมือนที่ กทม.ที่ผมเคยทำงานไหม ? นี่คือเหตุการณ์บางส่วนครับ
ผมถามว่า
"สมัครงานตำแหน่งพนักงานขายของครับ"
จากนั้นยื่นเอกสารและรอสัมภาษณ์งาน จนถึงคราวต้องเจอกับพี่ที่รับสมัครตำแหน่งพนักงานขายของที่นี่ ครับ
พี่เค้าถามผมว่า
"พอดีน้องมาสมัครพอดีเลย ตอนนี้คนที่จะมาสมัครตำแหน่งนี้พอดี ดูเอกสารแล้วพี่คิดว่าน้องน่าจะพอทำได้ เรียนรู้ก่อนไหม ส่วนเงินเดือนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที "
ผมตอบไปว่า
"ผมไม่พร้อมครับ งานขายผมคงคิดว่าผมเอง คงจะทำไม่ได้"
พี่เค้าตอบกลับว่า
"พี่อยากให้น้องสมัครจริงๆ ตอนแรกพี่ออกงานจากที่เดิมมาพี่ก็ทำไม่ได้ พี่ก็ไดนใครว่าแต่พี่เองก็เรียนรู้เอา การทำงานเป็นการฝึกฝน น้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เป็น การบอกว่า ทำไม่ได้มันทำให้น้องเองไปไม่ถึงไหน ถึงน้องไม่ผ่านโปรน้องจะได้ประสบการณ์ดีๆต่อยอดในอนาคตได้น่ะค่ะ "
อึ้งสิครับทีนี้...ไม่เหมือนที่เดินทำงานใน กทม.เลย ทุกสายตาทุกคู่มองมาที่ตอนผมมาสมัครงาน ราวกับว่าผมจะมาขอส่วนแบ่งและอีกหน่อย...ไอ้เด็กคนนี้ล่ะที่จะทำให้กรูออก เป็นแน่แท้
คุณที่อ่านอาจเจอเหตุการณ์ทืต่างออกไปครับ แต่ผมจะบอกว่า
"ผมเจอมาแบบนี้เท่านั้นเอง"
กลับมาตอนที่สัมภาษณ์งานต่อ นี่คือคำตอบของผมครับว่า
"ผมไม่พร้อมครับ ผมคิดว่าคงจะทำให้ไม่ได้ ผมเองคงจะไม่คู่ควรกับงานนี้ เพราะมันไม่ตรงกับสาขาที่ผมเรียนมา "
สุดท้ายบทสรุปคือ ผมไม่ได้งานอะไรที่นี่ เพราะว่าผมเองที่มาสมัครก็เพื่อเปิดแง่คิดอะไรใหม่ๆ ส่วนการได้งานเป็นของแถม แต่ก็ได้อะไรกลับจากการสมัครงานที่นี่คือ
1.อย่าคิดแต่เรื่องเงินเดือนและวุฒิการศึกษา จงทำงานเพื่อการเรียนรู้
2.จะผ่านงานหรือไม่ ตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องลาออก แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ ประสบการณ์สามารถต่อยอดในอนาคตได้อยู่แล้ว
3.คนจ้างงานเขาจ่ายเงินให้คุณ คุณแค่ลาออกแต่เขาเสียหายมากกว่าคุณลองมาทำธุรกิจสิครับหากไม่เชื่อ คุณกำลังท้อ กำลังประสาทกิน แล้วนายจ้างคุณล่ะครับดูเหมือนสบายแต่ในใจน่ะ ประสาทมากกว่าคุณอีกน่ะครับ
4.เงินเดือนใช่มันน้อย หลังจากเลิกงานไปหาเพิ่มไหมอ่ะ เวลาคือต้นทุนครับไม่ใช่ตัวเงิน
5.อย่าตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่ตัวเองเคยเจอมา เพราะว่าทุกวันมีเรื่องใหม่ๆผ่านมาเสมอ เหมือนที่ผมคิดว่า จะลองดูว่าคนที่นี่คิดเหมือนชาวกรุงเทพที่ผมเจอมาไหมแต่ต้องมาเจอแบบนี้ก็หงายหลังสิครับ
6.พี่ที่เขารับคุณเข้ามาเพราะเขาเชื่อใจในตัวคุณ หากคุณสร้างปัญหาเขาต้องเดือดร้อนด้วย
7.การลาออกจากงานหากคิดอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป นี่คือทางออกครับ จงสร้างรายได้นอกการทำงานประจำในตอนที่กำลังทำงานอยู่
8.สุดท้ายอย่าบอกว่า ไม่พร้อม ทำไมได้ ผมไม่สามารถ หรืออะไรต่างๆ ที่คุณจะไม่เอาหรือลองทำมันครับ แต่จงลองทำมันดู มันไม่ได้พาคุณตายหรอกครับ...คุณทำมันแล้วจะได้อะไรดีกลับมา
หลังจากที่จบการจากสมัครงานถึงคราวต้องกลับบ่านแล้วครับ ผมจึงเดินหาพี่วินหน้าห้างและมาส่งผมที่ บขส ใหม่ในตัวเมืองเชียงราย ขึ้นรถกลับบ่านในตอนห้าทุ่มครับ ข้าวเย็นไม่ได้กิน เพราะตังค์หมดเกลี้ยงสำหรับจ่ายค่ารถโดยสารพอแค่นั้นจริงๆ พอมาถึง ท่ารถบขส.ที่บ้านต้องโทรวิงวอนที่บ่นมารับ และกลับถึงบ้านครับ อ้าวตังค์ไม่มีนี่หนา
"นี่คือบทสรุปทั้งหมด"
1.ความเนิบช้าทำลายกฏเกณฑ์ในสังคม ความเรียบง่าย ติดดิน สมถะ การดำเนินชีวิตเช่นคนธรรมดาง่ายๆจริงใจ ทำลายความคาดหวังในสังคมที่ทำงานเพื่อความหรูหราในชีวิต ความหรูหราที่นิยามว่า การใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบทำลายระบบในสังคมที่ว่าให้ตรงต่อเวลา
2.การเดินทางในแต่ล่ะจุดฝึกให้คุณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เจอในแต่ล่ะแห่งจะสอนให้คุณ เมื่อพบปัญหาในชีวิตเรื่องะฉพาะหน้าคุณจะแก้ไขมันได้
3.การดูสารคดี หนังทีวี อ่านหนังสือ ดูวีดีโอ เรื่องเล่าต่างๆไม่เท่ากับมาเจอเองครับ
4.ต่างผู้คนค่างความคิด ต่างจิตต่างมุมมอง บางคนมาดี บางคนมาเพื่อหลอกลวง
5.อย่าท่องเที่ยวแบบเร่งรีบได้ไหม คุณมาแวะคุยกับผู้คนบ่าง ขับรถเร็วๆมันดีครับ แต่การพูดคุยกับพี่น้องในพื้นที่บางทีคุณจะได้แง่คิดแรงบันดาลใจดีๆกลับมา
6.งานประจำมันให้อะไรกลับมามากครับ แต่สาเหตุบางทีน่าจะมาจากการที่ต้องจำเจกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ บางทีการเที่ยว การพบเจออะไรแปลกใหม่จะช่วยแก้ไขสิ่งที่กำลังเจอตอนนี้ บางครั้งคุณอาจได้แรงบันดาลใจที่เอาไปต่อยอดได้อีก
7.จงพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก แต่อย่าเดินตามเขาไป อย่าทำถ้าเห็นไม่สมควร พูดคุยแค่เอาแนวคิดพอครับ
8.บันทึกเรื่องราวที่เดินทาง จะช่วยเหลือคุณในวันที่ท้อแท้สิ้นหวัง ภาพความทรงจำดีๆจะหนุนความรู้สึกแย่ๆ การแก้ไขสิ่งที่เจอในตอนเดินทางจะสอนคุณให้รู้ว่า...จะต้องทำอย่างไร
9.ไม่มีใครช่วยอะไรเรา นอกจากตัวเอง การอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จัก ไม่มีใครที่จะมาช่วยอะไรคุณหรอกครับ
10.เป้าหมายเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่สิ่งที่เป็นกำลังเจอสำคัญกว่า เหมือนการเดินทางคุณจะถึงที่หมายยังไง ขึ้นรถ นั่งพี่วิน เดินเท้า อาศัยรถที่ผ่านไปมาหรือรถตัวเอง รวมๆคือจุดที่คุณอยู่คุณต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งหละครับ นั่งนึกถึงเป่าหมายให้ตายมันก็ไม่ลอยมาหรอก
11.อย่าปล่อยให้ชีวิตทำตามระบบแหกมันบ้าง
12.แววตาที่ไร้ชีวัตและเป้าหมาย มันไม่ได้มาจากการทำงานหรอกครับ แต่มันคือตัวเองที่ปล่อยให้คนอื่นมาควบคุมชีวิต บางครั้งคุณต้องควบคุมชีวิตตัวเองบ้าง
13.คนเรามักเอาการทำงานประจำเป็นแพะรับปาบ เพื่อที่จะระบายความอึดอัดในใจ นี่หากมันอึดอัดนัก นี่คือทางออกครับ ลาออกเหอะครับ แล้วจะรู้เองว่าใครมันคือต้นตอของเรื่องทั้งหมด
14.จุดสูงสุดในชีวิตของทุกคนก็คือการเข้าใจในตัวเอง
15.อย่าปล่อยให้ความกลัวมาควบคุมชีวิต หาอะไรที่ชีวิตนี้ไม่เคยเจอไม่ลองทำแล้วลองมันบ้าง
16.การกระทำที่โง่ๆ ไร้ประโยชน์ ที่ใครๆบอกว่า คุณไร้ความสามารถ แสดงว่าคุณได้พังทลายขอบเขตที่กั้นบางๆของคุณแล้วและมันจะส่งคุณให้ไปเจอสิ่งที่ใช่ คุณในแบบที่จะเป็นครับ
17.ภาพที่ถ่ายในแต่ล่ะรูปบอกอะไรดีๆกับชีวิตได้มาก ข้อความที่บันทึกลงไป เรื่องราวดีๆที่แบ่งปัน ทุกอย่างหากคุณแชร์มันบางครั้งอาจช่วยคนที่กำลังเจอเรื่องราวร้ายๆ ให้พบแสงสว่างในชีวิตครับ
18.คุณไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาต่างๆในชีวิตในระดับเดียวกับตัวตนคุณเมื่อวันวาน คุณต้องเก่ง แข็งแรงขึ้นในวันนี้ เป็นคุณอีกคนไม่ใช่คุณคนที่เศร้ากับปัญหา
19.งานที่ไม่รัก งานที่ไม่ชอบ แต่ฝืนทำเพื่อต้องการเงินเดือน เปลี่ยนงานเถอะครับ บางครั้งการทำธุรกิจอาจไม่ใช่ทางที่ค้นหาก็ได้
20.รูปแบบชีวิตหรือ ไลฟ์สไตล์ คือสิ่งที่เริ่มต้นของทุกๆสิ่ง ไม่ว่าการงาน การเงิน เป้าหมายชีวิต การพัฒนาตัวเอง😱
21.สาเหตุที่คนส่วนมากต้องมาเจอกับทางตันของชีวิตเขา ต้องมาวนเวียนกับรูปแบบชีวิตเดิมซ้ำๆสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ เพราะเขาไม่รู้ว่า...รูปแบบชีวิตแบบไหนที่เขาต้องการครับ อันนี้มาจากตัวผมเองครับ
จบครับเรื่องที่แชร์อาจยาวหน่อย หวังว่าคงจะเปิดแง่คิดอะไรดีๆได้บ้างน่ะครับ แต่ประเด็นที่อยากทิ้งท้ายครับ
"ลองออกแบบไลฟ์สไตล์ที่ใช่ สร้างสรรค์ชีวิตของคุณในรูปแบบที่ต้องการ แล้วชีวิตทุกๆวันจะมีความสุขครับ"
ที่มาครับ
https://facebook.com/xisaraaphaph/
การเดินทางคือชีวิต เพราะชีวิตจำเป็นต้องออกเดินทาง ? นี่คือเรื่องราวของผมที่อยากมาเล่าครับ?
เกือบครบ 2 ปีหลังจากที่ลาออกมา เพราะว่าความย่ำแย่ของสภาพจิตใจที่ต้องเบื่อหน่ายกับสภาพเดิมๆของที่ทำงานในทุกวันของชีวิต ซึ่งมาจากตัวผมเองทุกคนเป็นเพื่อนทำงานที่ดีมาก ผมตัดสินใจลาออกเองด้วยสาเหตุเรื่องภายในบ้านที่ต้องกลับมาช่วยงาน เงินเดือนก้อนสุดท้ายของการทำงานก่อนกลับ20000บาท จึงตัดสินใจอยู่กรุงเทพต่อเพื่อที่จะดูวิถีความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพี่น้องชาว กทม.เกือบทั้งเดือน ผลที่ได้คือ...
"ชีวิตที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแต่ขาดสีสันไป ผู้คนเดินกันไปมาราวๆขาดซึ่งชีวิตแต่ล่ะคนเดินไปด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งจุดหมาย เหมือนว่า...ชีวิตของพวกเขาและเธอขาดอะไรสักอย่างในชีวิตไป"
ผมเชื่อครับว่า มีคนอีกมากที่อยู่แล้วมีความสุข แต่มีส่วนมากซึ่งก็ส่วนใหญ่เป็นแบบนี้เท่าที่ผมเจอมาน่ะ บางครั้งเกิดอะไรขึ้นแทบไม่มีใครสนใจ มีเหตุการณ์ครั้งหนึ่งมีรถชนคนตาย แต่หากเป็นแถวต่างจังหวัดจะมีคนลงมาช่วย ที่นี่แปลกใจจริงๆคนก็เดินผ่านไปและผ่านมา ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เรื่องราวเป็นอย่างนี้ก็ประหลาดใจ แต่ช่วยอะไรได้ไม่ได้มากจริงๆครับ ได้มีโอกาสเมื่อครั้งเจอเพื่อนฝูง ส่วนมากก็คือ ผมเมื่อเดือนที่แล้ว คือทำงานประจำ
จนสิ้นเดือนนั้น จึงตัดสินใจกลับบ้านดีกว่าเพราะเงินใกล้หมดแล้ว ได้แง่คิดที่ดีมากๆ ว่า...
"คนส่วนมากที่มาทำงานเพราะทำงานที่ตัวเองไม่ได้รัก เพื่อต้องการเงินเดือน สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือ ขาดเป้าหมายในชีวิตและสังคมที่ผลักดันตัวเขาเองไปข้างหน้า"
เรื่องราวในกรุงเทพที่อยากเล่ามีเท่านี้หละครับผม จ่ายค่าน้ำค่าไฟเงินที่หยิบยืมมา แล้วเตรียมตัวกลับ...ลาก๋อย กทม.
ตัดฉากใน กทม.มาทื่ต่างจังหวัดบ้านผม เมื่อมาถึงบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยเงินเดือนก้อนสุดท้ายของชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เหลือแค่ไม่กี่พัน คือ 1300บาทครับ ม่ะ...เดินทางดีกว่าเอาที่งบถึง 555😢😅
การเดินทางที่สุดแสนจะประหยัด ด้วยพาหนะคือ...สองเท้า ส่วนอุปกรณ์ที่พกพา คือ สมุด ปากกา มือถือถ่ายรูป ส่วนเป้าหมายที่จะไป....นั้นคือ เชียงราย เพราะว่างบถึงแค่ที่นั้นเองคร้าบ!!! 5555+
นี่คือ...เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือขึ้นรถประจำทางที่จังหวัดบ่านผมตอน 4.00น.ตอนเช้า เดินทางแต่ล่ะสถานี กินข่าวที่ข้างทาง พูดคุยกับชาวบ้าน เดินแวะตามร้านต่างๆแต่ของไม่ได้ซื้อ
แกล้งถามครับ...ถามพี่วินที่ บขส. ว่า
"พี่ครับ ที่นี่เขาสมัครงานตำแหน่งผู้ช่วยโรงบาลที่ไหนครับ"
เมื่อพี่แกบอกและก็ส่งผมไปที่โรงพยาบาล
จำได้เหมือนจะเป็นของเอกชนครับ เป็นโรงพยาบาลของคริสเตียนประมาณนี้ที่ผมจำได้ ด้วยความเอ๋อเหรอ ก็ไปร้านเน็ตแถวนั้น พริ้นเอกสารที่เก็บไว้ใน google doc มาส่งที่สมัครงาน และก็เดินทางต่อไปไหนดีหนา...? ไม่เคยมาเลยนี่
คิดอะไรไม่ออก นึกออกแล้ว...เซ็นทรัล เชียงรายก็มีนี่...!!!
หากจำผิดต้องขออภัยเพราะ...จำได้แค่นี้จริงๆ เมื่อมาเดินเอ๋อเหรอ เข้าห้างไปเจอร้านที่ขายไอโฟนสิครับ สาเหตุ คือ ี่มีป้ายสมัครงานนี่ อีกอย่างก็อยากรู้ด้วยว่าคนแถวนี้เขาคิดเขาเป็นแบบไหนเหมือนที่ กทม.ที่ผมเคยทำงานไหม ? นี่คือเหตุการณ์บางส่วนครับ
ผมถามว่า
"สมัครงานตำแหน่งพนักงานขายของครับ"
จากนั้นยื่นเอกสารและรอสัมภาษณ์งาน จนถึงคราวต้องเจอกับพี่ที่รับสมัครตำแหน่งพนักงานขายของที่นี่ ครับ
พี่เค้าถามผมว่า
"พอดีน้องมาสมัครพอดีเลย ตอนนี้คนที่จะมาสมัครตำแหน่งนี้พอดี ดูเอกสารแล้วพี่คิดว่าน้องน่าจะพอทำได้ เรียนรู้ก่อนไหม ส่วนเงินเดือนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที "
ผมตอบไปว่า
"ผมไม่พร้อมครับ งานขายผมคงคิดว่าผมเอง คงจะทำไม่ได้"
พี่เค้าตอบกลับว่า
"พี่อยากให้น้องสมัครจริงๆ ตอนแรกพี่ออกงานจากที่เดิมมาพี่ก็ทำไม่ได้ พี่ก็ไดนใครว่าแต่พี่เองก็เรียนรู้เอา การทำงานเป็นการฝึกฝน น้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เป็น การบอกว่า ทำไม่ได้มันทำให้น้องเองไปไม่ถึงไหน ถึงน้องไม่ผ่านโปรน้องจะได้ประสบการณ์ดีๆต่อยอดในอนาคตได้น่ะค่ะ "
อึ้งสิครับทีนี้...ไม่เหมือนที่เดินทำงานใน กทม.เลย ทุกสายตาทุกคู่มองมาที่ตอนผมมาสมัครงาน ราวกับว่าผมจะมาขอส่วนแบ่งและอีกหน่อย...ไอ้เด็กคนนี้ล่ะที่จะทำให้กรูออก เป็นแน่แท้
คุณที่อ่านอาจเจอเหตุการณ์ทืต่างออกไปครับ แต่ผมจะบอกว่า
"ผมเจอมาแบบนี้เท่านั้นเอง"
กลับมาตอนที่สัมภาษณ์งานต่อ นี่คือคำตอบของผมครับว่า
"ผมไม่พร้อมครับ ผมคิดว่าคงจะทำให้ไม่ได้ ผมเองคงจะไม่คู่ควรกับงานนี้ เพราะมันไม่ตรงกับสาขาที่ผมเรียนมา "
สุดท้ายบทสรุปคือ ผมไม่ได้งานอะไรที่นี่ เพราะว่าผมเองที่มาสมัครก็เพื่อเปิดแง่คิดอะไรใหม่ๆ ส่วนการได้งานเป็นของแถม แต่ก็ได้อะไรกลับจากการสมัครงานที่นี่คือ
1.อย่าคิดแต่เรื่องเงินเดือนและวุฒิการศึกษา จงทำงานเพื่อการเรียนรู้
2.จะผ่านงานหรือไม่ ตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องลาออก แต่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ ประสบการณ์สามารถต่อยอดในอนาคตได้อยู่แล้ว
3.คนจ้างงานเขาจ่ายเงินให้คุณ คุณแค่ลาออกแต่เขาเสียหายมากกว่าคุณลองมาทำธุรกิจสิครับหากไม่เชื่อ คุณกำลังท้อ กำลังประสาทกิน แล้วนายจ้างคุณล่ะครับดูเหมือนสบายแต่ในใจน่ะ ประสาทมากกว่าคุณอีกน่ะครับ
4.เงินเดือนใช่มันน้อย หลังจากเลิกงานไปหาเพิ่มไหมอ่ะ เวลาคือต้นทุนครับไม่ใช่ตัวเงิน
5.อย่าตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่ตัวเองเคยเจอมา เพราะว่าทุกวันมีเรื่องใหม่ๆผ่านมาเสมอ เหมือนที่ผมคิดว่า จะลองดูว่าคนที่นี่คิดเหมือนชาวกรุงเทพที่ผมเจอมาไหมแต่ต้องมาเจอแบบนี้ก็หงายหลังสิครับ
6.พี่ที่เขารับคุณเข้ามาเพราะเขาเชื่อใจในตัวคุณ หากคุณสร้างปัญหาเขาต้องเดือดร้อนด้วย
7.การลาออกจากงานหากคิดอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป นี่คือทางออกครับ จงสร้างรายได้นอกการทำงานประจำในตอนที่กำลังทำงานอยู่
8.สุดท้ายอย่าบอกว่า ไม่พร้อม ทำไมได้ ผมไม่สามารถ หรืออะไรต่างๆ ที่คุณจะไม่เอาหรือลองทำมันครับ แต่จงลองทำมันดู มันไม่ได้พาคุณตายหรอกครับ...คุณทำมันแล้วจะได้อะไรดีกลับมา
หลังจากที่จบการจากสมัครงานถึงคราวต้องกลับบ่านแล้วครับ ผมจึงเดินหาพี่วินหน้าห้างและมาส่งผมที่ บขส ใหม่ในตัวเมืองเชียงราย ขึ้นรถกลับบ่านในตอนห้าทุ่มครับ ข้าวเย็นไม่ได้กิน เพราะตังค์หมดเกลี้ยงสำหรับจ่ายค่ารถโดยสารพอแค่นั้นจริงๆ พอมาถึง ท่ารถบขส.ที่บ้านต้องโทรวิงวอนที่บ่นมารับ และกลับถึงบ้านครับ อ้าวตังค์ไม่มีนี่หนา
"นี่คือบทสรุปทั้งหมด"
1.ความเนิบช้าทำลายกฏเกณฑ์ในสังคม ความเรียบง่าย ติดดิน สมถะ การดำเนินชีวิตเช่นคนธรรมดาง่ายๆจริงใจ ทำลายความคาดหวังในสังคมที่ทำงานเพื่อความหรูหราในชีวิต ความหรูหราที่นิยามว่า การใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบทำลายระบบในสังคมที่ว่าให้ตรงต่อเวลา
2.การเดินทางในแต่ล่ะจุดฝึกให้คุณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เจอในแต่ล่ะแห่งจะสอนให้คุณ เมื่อพบปัญหาในชีวิตเรื่องะฉพาะหน้าคุณจะแก้ไขมันได้
3.การดูสารคดี หนังทีวี อ่านหนังสือ ดูวีดีโอ เรื่องเล่าต่างๆไม่เท่ากับมาเจอเองครับ
4.ต่างผู้คนค่างความคิด ต่างจิตต่างมุมมอง บางคนมาดี บางคนมาเพื่อหลอกลวง
5.อย่าท่องเที่ยวแบบเร่งรีบได้ไหม คุณมาแวะคุยกับผู้คนบ่าง ขับรถเร็วๆมันดีครับ แต่การพูดคุยกับพี่น้องในพื้นที่บางทีคุณจะได้แง่คิดแรงบันดาลใจดีๆกลับมา
6.งานประจำมันให้อะไรกลับมามากครับ แต่สาเหตุบางทีน่าจะมาจากการที่ต้องจำเจกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ บางทีการเที่ยว การพบเจออะไรแปลกใหม่จะช่วยแก้ไขสิ่งที่กำลังเจอตอนนี้ บางครั้งคุณอาจได้แรงบันดาลใจที่เอาไปต่อยอดได้อีก
7.จงพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก แต่อย่าเดินตามเขาไป อย่าทำถ้าเห็นไม่สมควร พูดคุยแค่เอาแนวคิดพอครับ
8.บันทึกเรื่องราวที่เดินทาง จะช่วยเหลือคุณในวันที่ท้อแท้สิ้นหวัง ภาพความทรงจำดีๆจะหนุนความรู้สึกแย่ๆ การแก้ไขสิ่งที่เจอในตอนเดินทางจะสอนคุณให้รู้ว่า...จะต้องทำอย่างไร
9.ไม่มีใครช่วยอะไรเรา นอกจากตัวเอง การอยู่ท่ามกลางคนที่ไม่รู้จัก ไม่มีใครที่จะมาช่วยอะไรคุณหรอกครับ
10.เป้าหมายเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่สิ่งที่เป็นกำลังเจอสำคัญกว่า เหมือนการเดินทางคุณจะถึงที่หมายยังไง ขึ้นรถ นั่งพี่วิน เดินเท้า อาศัยรถที่ผ่านไปมาหรือรถตัวเอง รวมๆคือจุดที่คุณอยู่คุณต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งหละครับ นั่งนึกถึงเป่าหมายให้ตายมันก็ไม่ลอยมาหรอก
11.อย่าปล่อยให้ชีวิตทำตามระบบแหกมันบ้าง
12.แววตาที่ไร้ชีวัตและเป้าหมาย มันไม่ได้มาจากการทำงานหรอกครับ แต่มันคือตัวเองที่ปล่อยให้คนอื่นมาควบคุมชีวิต บางครั้งคุณต้องควบคุมชีวิตตัวเองบ้าง
13.คนเรามักเอาการทำงานประจำเป็นแพะรับปาบ เพื่อที่จะระบายความอึดอัดในใจ นี่หากมันอึดอัดนัก นี่คือทางออกครับ ลาออกเหอะครับ แล้วจะรู้เองว่าใครมันคือต้นตอของเรื่องทั้งหมด
14.จุดสูงสุดในชีวิตของทุกคนก็คือการเข้าใจในตัวเอง
15.อย่าปล่อยให้ความกลัวมาควบคุมชีวิต หาอะไรที่ชีวิตนี้ไม่เคยเจอไม่ลองทำแล้วลองมันบ้าง
16.การกระทำที่โง่ๆ ไร้ประโยชน์ ที่ใครๆบอกว่า คุณไร้ความสามารถ แสดงว่าคุณได้พังทลายขอบเขตที่กั้นบางๆของคุณแล้วและมันจะส่งคุณให้ไปเจอสิ่งที่ใช่ คุณในแบบที่จะเป็นครับ
17.ภาพที่ถ่ายในแต่ล่ะรูปบอกอะไรดีๆกับชีวิตได้มาก ข้อความที่บันทึกลงไป เรื่องราวดีๆที่แบ่งปัน ทุกอย่างหากคุณแชร์มันบางครั้งอาจช่วยคนที่กำลังเจอเรื่องราวร้ายๆ ให้พบแสงสว่างในชีวิตครับ
18.คุณไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาต่างๆในชีวิตในระดับเดียวกับตัวตนคุณเมื่อวันวาน คุณต้องเก่ง แข็งแรงขึ้นในวันนี้ เป็นคุณอีกคนไม่ใช่คุณคนที่เศร้ากับปัญหา
19.งานที่ไม่รัก งานที่ไม่ชอบ แต่ฝืนทำเพื่อต้องการเงินเดือน เปลี่ยนงานเถอะครับ บางครั้งการทำธุรกิจอาจไม่ใช่ทางที่ค้นหาก็ได้
20.รูปแบบชีวิตหรือ ไลฟ์สไตล์ คือสิ่งที่เริ่มต้นของทุกๆสิ่ง ไม่ว่าการงาน การเงิน เป้าหมายชีวิต การพัฒนาตัวเอง😱
21.สาเหตุที่คนส่วนมากต้องมาเจอกับทางตันของชีวิตเขา ต้องมาวนเวียนกับรูปแบบชีวิตเดิมซ้ำๆสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่ เพราะเขาไม่รู้ว่า...รูปแบบชีวิตแบบไหนที่เขาต้องการครับ อันนี้มาจากตัวผมเองครับ
จบครับเรื่องที่แชร์อาจยาวหน่อย หวังว่าคงจะเปิดแง่คิดอะไรดีๆได้บ้างน่ะครับ แต่ประเด็นที่อยากทิ้งท้ายครับ
"ลองออกแบบไลฟ์สไตล์ที่ใช่ สร้างสรรค์ชีวิตของคุณในรูปแบบที่ต้องการ แล้วชีวิตทุกๆวันจะมีความสุขครับ"
ที่มาครับ
https://facebook.com/xisaraaphaph/