สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาวพันทิปนี่เป็นกระทู้แรกเลยผิดพลาดประการต้องขออภัยด้วยค่ะ ยาวนิดนึง เรื่องมันมีอยู่ว่าแฟนมีอาการไอมาเรื่อยๆ จนต้องไปหาหมอโดยใช้ประกันสังคม รพ.ป ที่จะกล่าวถึงตอนนี้ รพ.นี้อยู่จังหวัดปทุมธานี ย่านรังสิต มาถึง รพ. ป ประมาณ9โมงได้ เจาะเลือด เอ็กซเรย์ไป โดยเจาะเลือดนี่2รอบแบบคาเข็มไว้ รอบแรกบอกว่าผลไม่ได้ จึงมาเจาะเลือดอีกรอบ กว่าจะเสร็จได้ออกจาก รพ .ป 1 ทุ่มกว่า ผลเอ็กซเรย์ออกมาคือมีก้อนเนื้ออยู่ตรงปอด เป็นก้อนเล็กไม่ใหญ่มาก หมอสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นได้3อย่าง มะเร็งปอด เนื้องอก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และหมอก็ปล่อยกลับบ้านค่ะ โดยนัดอีกทีอาทิตย์ต่อมา
# ถึงวันนัด พบหมอแล้วก็หมอให้นอน รพ. ป โดยบอกว่าต้องผ่าตัดให้นอน รพ. ป ซึ่งเสียคืนละ 1,000 อันนี้เป็นห้องคู่ผ่านไป2วันก็ยังไม่ได้ผ่า สรุปรอไม่ไหวเหมือนมาเสียตังเล่นๆ จึงขอกลับบ้านหมอก็ไม่ได้ว่าอะไรให้กลับบ้านแล้วให้มานอนเพื่อ? โดยนัดมาอีกที 2 อาทิตย์ได้
# พอไปนอนบ้านอาการก็เริ่มหนักขึ้น ไอ เริ่มปวดขาขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอ รพ. ป ก็ให้ยามากิน สรุปไม่ดีขึ้น หมอบอกว่าผ่าตัดไม่ได้แล้วก้อนเนื้อไปทับเส้นประสาทเลยผ่าตัดไม่ได้ ต้องทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงก่อน โดยการฉายแสง ทำเคมีบำบัดบอกว่าวันนี้จะทำเรื่องส่งตัวไป รพ. คลอง 10 พรุ่งนี้ให้ตื่นแต่เช้าไปที่ รพ. เลย
# เช้าวันต่อมาไปถึง รพ. คลอง10 สรุปว่าเขาทำอะไรไม่ได้เพราะต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อน สุดท้ายก็ส่งตัวกลับมายัง รพ. ป แล้วติดต่อไปยัง รพ. ทรวงอก เพื่อทำการจองคิวเจาะชิ้นเนื้อ แล้วกลับบ้าน
# พอมาอยู่บ้านอาการก็หนักขึ้นคราวนี้เดินไม่ได้แล้วไม่มีแรง (สาเหตุที่เดินไม่ได้เพราะหมอบอกว่าก้อนเนื้อไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการชาที่ขาเลือดไม่ไปเลี้ยงทำให้เดินไม่ได้) มีอาการท้องแข็ง เลยเรียกรถ รพ. ป แฟนบอกว่าหมอไม่ได้ตรวจอะไรเลยแล้วบอกว่ามันลุกลามแล้ว พยาบาลก็สวนเยี่ยวให้ก็รู้สึกดีขึ้นแล้วกลับบ้าน หมอบอกว่าถ้าไม่ไหวก็ให้ไป รพ.ทรวงอกเลย
#คราวนี้ก็ไออีก ท้องแข็งไม่ได้ถ่ายมา5วันแล้ว โทรเรียก รพ.ทรวงอก เพราะไม่ไหวแล้ว มาตามคำแนะนำของหมอ พอไปถึงทรวงก็นอนซม อยู่นานหมอทำอะไรไม่ได้ หมอก็ถามแฟนแม่แฟนว่าทำไมถึงมาที่นี่ แฟนก็บอกไปว่าหมอ รพ. ป ให้มา หมอรพ.ทรวงอกโทรไปสอบถามว่าทำไมคุณถึงบอกคนไข้ว่าให้มาที่นี่ หมอก็เรียกแม่แฟนและแม่เราเข้าไปคุยที่เรียกแม่เราไปด้วยเพราะว่าแม่ของแฟนเขาแก่มากแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย หมอคุยดีมากเป็นกันเองให้คำแนะนำที่ดี แม่เราก็บอกไปว่าตั้งแต่รู้ว่ามีชิ้นเนื้อก็ไม่ได้ทำการรักษาอะไรเลยจนอาการหนักเดินไม่ได้อย่างที่เห็น หมอรพ.ทรวงอกโทรไปหา รพ. ป คุณมัวทำอะไรอยู่คนไข้อาการหนักขนาดนี้แล้ว(อันนี้แม่เราเล่ามาอีกที เราไม่รู้ว่าหมอพูดอะไรอีก)แล้ววางสาย หมอพูดทำได้ก็คือสวนทวารให้ แล้วเขาก็พูดว่าต้องทำใจนะ อาการเหมือนจะหนัก ทำการเจาะให้ก่อนไม่ได้ แต่ถ้านอน รพ. รอคิวสักคืนอาจจะมีคิวแทรกของคนที่ไม่มาตามนัด แฟนก็เลยนอนรอไปสรุปก็ไม่ได้เจาะเพราะไม่มีคิว กลับมานอนบ้านเหมือนเดิมแล้วรอ ไปตามนัด รพ.ป เรียก
# พอถึงวันนัดก็ไป แล้วหมอบอกว่าจะทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อให้แต่หมอไม่รับรองว่าจะเดินได้รึป่าว ถ้าผ่าแล้วจะได้เอาชิ้นเนื้อไปตรวจด้วย อีกอาทิตย์นึงทำการผ่าตัด ผ่าตัดเสร็จปวดแผลมากกว่าจะหายได้ก็2อาทิตย์ แต่มาปวดหลังแทน ก็ยังเหมือนเดิมผลการผ่าตัดเป็นศูนย์ ทำให้อาการแย่กว่าเดิมอีกคือปวดหลังนอนท่าไหนก็ปวดทรมานกว่าเดิม วันนี้ก็มาถึงวันที่ได้เจาะชิ้นเนื้อส่งตัวไปที่ รพ.ทรวงอก หมอบอกว่ารอผล 2อาทิตย์ ถ้าผลออกก็จะรู้ว่าเนื้องอกหรือมะเร็ง ถ้าเป็นมะเร็งก็ทำการฉายแสง ทำเคมีบำบัดได้ จนปัจจุบัน ตอนนี้ยังไม่ได้ผลเลย วันที่ 20 ธค. ไม่ต้องรอผลก็รู้ว่าเป็นอะไร เพราะอาการยิ่งทรุดหนักลงเรื่อยๆ จากหายใจได้ปกติ ต้องใส่หน้ากากหายใจ ใส่หน้ากากแล้วก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเหนื่อยง่าย หมอบอกว่าน้ำท่วมปวด และยังมีน้ำในท้องอีก บอกจะเจาะแต่ก็ไม่ได้เจาะ ยิ่งนานวันก็ยิ่งแย่ รพ.ป ไม่ได้ทำการรักษาอะไรต่อได้แต่นอนรอความตายเท่านั้น สรุปว่าเอาชิ้นเนื้อไปตรวจแต่ก็ไม่ได้บอกผล ไปเจาะชิ้นเนื้อก็ไม่ได้รู้ผลเหมือนกัน นี่ก็งงว่าทำไปเพื่ออะไร
ปล. พยาบาลนี่ดูแลได้ไม่ดีเลย หน้าบึ้ง ถามอะไรไม่ตอบ พลิกตัวคนไข้ เช็ดตัวก็แรง มีแค่บางคนเท่านั้นที่ดูใจดี สงสารแฟนมาก แฟนบ่นให้ฟังตลอดและเขาก็หลีกเลี่ยงการเช็ดตัวหลายๆ ครั้ง เพราะเขาเจ็บ เราก็อยากเช็ดให้นะแต่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ไหนจะสายเจาะน้ำเกลือ สายท่อฉี่ กลัวจะทำเค้าเจ็บกว่าพยาบาลอีก จะเช็ดตัวเขาต้องใช้คนถึง 2 คน เพราะครึ่งตัวของเขาลงไปถึงขาไม่มีความรู้สึกแล้ว
# วันที่19 ธค. เราได้ข้อมูลมาว่า รพ.จุฬาภรณ์รักษามะเร็งได้เราจึงรีบไป หลักสี่ทันที เขาบอกว่าต้องพาผู้ป่วยมาด้วย และมีใบประวัติการรักษามา แล้วเราได้บอกเขาว่าจะรักษาได้ไหมหากเป็นระยะสุดท้ายแล้ว เขาบอกว่างั้นก็เอาประวัติการรักษามาก่อนกับญาติแล้วหมอจะประเมินให้ว่ายังไง เราจึงรีบกลับไป รพ.ป ให้แม่แฟนพูดกับพยาบาล พยาบาลก็พูดเหมือนจะเข้าใจเราและมีการพูดว่าเดี๋ยวจะบอกกับหมอให้หมอเขียนประวัติการรักษา ไม่รู้ว่าจะเขียนให้รึป่าวนะ แต่คงจะเขียนให้หรอก เดี๋ยวเอาไปให้หมอที่นู้นดูเดี๋ยวก็รู้ และก็เรียกประกันสังคมให้มาคุยว่า ถ้าจะขอประวัติการรักษาก็ต้องเป็นการปฏิเสธการรักษาหลังจากเซ็นไป รพ. ป จะไม่รับผิดชอบใดๆ ญาติจะเซ็นไหม แม่แฟนเราก็เงียบ พยาบาลจึงบอกไม่เป็นไรเดี๋ยวเก็บไปคิดก่อนเนอะ แล้วก็ออกไป
สรุป ก็อยู่ที่เดิมค่ะเพราะแม่เขาไม่ที่จะเสี่ยงและไม่มีเงิน
เวลาเรามองหน้าแฟนทีไรก็น้ำตาไหลทุกทีไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว เราช่วยเท่าที่ช่วยได้สงสารเขามาก เขาทรมาน กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับเราก็คิดว่าถ้าเขาได้รับการรักษาตั้งแต่ทีแรกที่รู้จะเป็นแบบนี้ไหม เขาจะอยู่ได้นานกว่านี้ไหม อย่างน้อยพอมีหวัง เขาก็บอกจะสู้ให้ถึงที่สุด ต่อให้มีโอกาสแค่ 5% เขาก็จะสู้
ปล.1 ถ้ามีเงินก็คงเอาไปรักษา รพ. เอกชนที่อื่น โดยไม่ต้องรอ รพ. ที่ขึ้นกับประกันสังคม คงได้รับรักษาที่เร็วกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับเงิน
ตอนนี้เขาเสียชีวิตแล้ว นับตั้งแต่พบว่าเจอก้อนเนื้อจนถึงวันที่เสียชีวิตเป็นเวลา 2 เดือน
เมื่อแฟนฉันเป็นมะเร็ง
# ถึงวันนัด พบหมอแล้วก็หมอให้นอน รพ. ป โดยบอกว่าต้องผ่าตัดให้นอน รพ. ป ซึ่งเสียคืนละ 1,000 อันนี้เป็นห้องคู่ผ่านไป2วันก็ยังไม่ได้ผ่า สรุปรอไม่ไหวเหมือนมาเสียตังเล่นๆ จึงขอกลับบ้านหมอก็ไม่ได้ว่าอะไรให้กลับบ้านแล้วให้มานอนเพื่อ? โดยนัดมาอีกที 2 อาทิตย์ได้
# พอไปนอนบ้านอาการก็เริ่มหนักขึ้น ไอ เริ่มปวดขาขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอ รพ. ป ก็ให้ยามากิน สรุปไม่ดีขึ้น หมอบอกว่าผ่าตัดไม่ได้แล้วก้อนเนื้อไปทับเส้นประสาทเลยผ่าตัดไม่ได้ ต้องทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงก่อน โดยการฉายแสง ทำเคมีบำบัดบอกว่าวันนี้จะทำเรื่องส่งตัวไป รพ. คลอง 10 พรุ่งนี้ให้ตื่นแต่เช้าไปที่ รพ. เลย
# เช้าวันต่อมาไปถึง รพ. คลอง10 สรุปว่าเขาทำอะไรไม่ได้เพราะต้องเจาะชิ้นเนื้อก่อน สุดท้ายก็ส่งตัวกลับมายัง รพ. ป แล้วติดต่อไปยัง รพ. ทรวงอก เพื่อทำการจองคิวเจาะชิ้นเนื้อ แล้วกลับบ้าน
# พอมาอยู่บ้านอาการก็หนักขึ้นคราวนี้เดินไม่ได้แล้วไม่มีแรง (สาเหตุที่เดินไม่ได้เพราะหมอบอกว่าก้อนเนื้อไปกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการชาที่ขาเลือดไม่ไปเลี้ยงทำให้เดินไม่ได้) มีอาการท้องแข็ง เลยเรียกรถ รพ. ป แฟนบอกว่าหมอไม่ได้ตรวจอะไรเลยแล้วบอกว่ามันลุกลามแล้ว พยาบาลก็สวนเยี่ยวให้ก็รู้สึกดีขึ้นแล้วกลับบ้าน หมอบอกว่าถ้าไม่ไหวก็ให้ไป รพ.ทรวงอกเลย
#คราวนี้ก็ไออีก ท้องแข็งไม่ได้ถ่ายมา5วันแล้ว โทรเรียก รพ.ทรวงอก เพราะไม่ไหวแล้ว มาตามคำแนะนำของหมอ พอไปถึงทรวงก็นอนซม อยู่นานหมอทำอะไรไม่ได้ หมอก็ถามแฟนแม่แฟนว่าทำไมถึงมาที่นี่ แฟนก็บอกไปว่าหมอ รพ. ป ให้มา หมอรพ.ทรวงอกโทรไปสอบถามว่าทำไมคุณถึงบอกคนไข้ว่าให้มาที่นี่ หมอก็เรียกแม่แฟนและแม่เราเข้าไปคุยที่เรียกแม่เราไปด้วยเพราะว่าแม่ของแฟนเขาแก่มากแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย หมอคุยดีมากเป็นกันเองให้คำแนะนำที่ดี แม่เราก็บอกไปว่าตั้งแต่รู้ว่ามีชิ้นเนื้อก็ไม่ได้ทำการรักษาอะไรเลยจนอาการหนักเดินไม่ได้อย่างที่เห็น หมอรพ.ทรวงอกโทรไปหา รพ. ป คุณมัวทำอะไรอยู่คนไข้อาการหนักขนาดนี้แล้ว(อันนี้แม่เราเล่ามาอีกที เราไม่รู้ว่าหมอพูดอะไรอีก)แล้ววางสาย หมอพูดทำได้ก็คือสวนทวารให้ แล้วเขาก็พูดว่าต้องทำใจนะ อาการเหมือนจะหนัก ทำการเจาะให้ก่อนไม่ได้ แต่ถ้านอน รพ. รอคิวสักคืนอาจจะมีคิวแทรกของคนที่ไม่มาตามนัด แฟนก็เลยนอนรอไปสรุปก็ไม่ได้เจาะเพราะไม่มีคิว กลับมานอนบ้านเหมือนเดิมแล้วรอ ไปตามนัด รพ.ป เรียก
# พอถึงวันนัดก็ไป แล้วหมอบอกว่าจะทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อให้แต่หมอไม่รับรองว่าจะเดินได้รึป่าว ถ้าผ่าแล้วจะได้เอาชิ้นเนื้อไปตรวจด้วย อีกอาทิตย์นึงทำการผ่าตัด ผ่าตัดเสร็จปวดแผลมากกว่าจะหายได้ก็2อาทิตย์ แต่มาปวดหลังแทน ก็ยังเหมือนเดิมผลการผ่าตัดเป็นศูนย์ ทำให้อาการแย่กว่าเดิมอีกคือปวดหลังนอนท่าไหนก็ปวดทรมานกว่าเดิม วันนี้ก็มาถึงวันที่ได้เจาะชิ้นเนื้อส่งตัวไปที่ รพ.ทรวงอก หมอบอกว่ารอผล 2อาทิตย์ ถ้าผลออกก็จะรู้ว่าเนื้องอกหรือมะเร็ง ถ้าเป็นมะเร็งก็ทำการฉายแสง ทำเคมีบำบัดได้ จนปัจจุบัน ตอนนี้ยังไม่ได้ผลเลย วันที่ 20 ธค. ไม่ต้องรอผลก็รู้ว่าเป็นอะไร เพราะอาการยิ่งทรุดหนักลงเรื่อยๆ จากหายใจได้ปกติ ต้องใส่หน้ากากหายใจ ใส่หน้ากากแล้วก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเหนื่อยง่าย หมอบอกว่าน้ำท่วมปวด และยังมีน้ำในท้องอีก บอกจะเจาะแต่ก็ไม่ได้เจาะ ยิ่งนานวันก็ยิ่งแย่ รพ.ป ไม่ได้ทำการรักษาอะไรต่อได้แต่นอนรอความตายเท่านั้น สรุปว่าเอาชิ้นเนื้อไปตรวจแต่ก็ไม่ได้บอกผล ไปเจาะชิ้นเนื้อก็ไม่ได้รู้ผลเหมือนกัน นี่ก็งงว่าทำไปเพื่ออะไร
ปล. พยาบาลนี่ดูแลได้ไม่ดีเลย หน้าบึ้ง ถามอะไรไม่ตอบ พลิกตัวคนไข้ เช็ดตัวก็แรง มีแค่บางคนเท่านั้นที่ดูใจดี สงสารแฟนมาก แฟนบ่นให้ฟังตลอดและเขาก็หลีกเลี่ยงการเช็ดตัวหลายๆ ครั้ง เพราะเขาเจ็บ เราก็อยากเช็ดให้นะแต่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ไหนจะสายเจาะน้ำเกลือ สายท่อฉี่ กลัวจะทำเค้าเจ็บกว่าพยาบาลอีก จะเช็ดตัวเขาต้องใช้คนถึง 2 คน เพราะครึ่งตัวของเขาลงไปถึงขาไม่มีความรู้สึกแล้ว
# วันที่19 ธค. เราได้ข้อมูลมาว่า รพ.จุฬาภรณ์รักษามะเร็งได้เราจึงรีบไป หลักสี่ทันที เขาบอกว่าต้องพาผู้ป่วยมาด้วย และมีใบประวัติการรักษามา แล้วเราได้บอกเขาว่าจะรักษาได้ไหมหากเป็นระยะสุดท้ายแล้ว เขาบอกว่างั้นก็เอาประวัติการรักษามาก่อนกับญาติแล้วหมอจะประเมินให้ว่ายังไง เราจึงรีบกลับไป รพ.ป ให้แม่แฟนพูดกับพยาบาล พยาบาลก็พูดเหมือนจะเข้าใจเราและมีการพูดว่าเดี๋ยวจะบอกกับหมอให้หมอเขียนประวัติการรักษา ไม่รู้ว่าจะเขียนให้รึป่าวนะ แต่คงจะเขียนให้หรอก เดี๋ยวเอาไปให้หมอที่นู้นดูเดี๋ยวก็รู้ และก็เรียกประกันสังคมให้มาคุยว่า ถ้าจะขอประวัติการรักษาก็ต้องเป็นการปฏิเสธการรักษาหลังจากเซ็นไป รพ. ป จะไม่รับผิดชอบใดๆ ญาติจะเซ็นไหม แม่แฟนเราก็เงียบ พยาบาลจึงบอกไม่เป็นไรเดี๋ยวเก็บไปคิดก่อนเนอะ แล้วก็ออกไป
สรุป ก็อยู่ที่เดิมค่ะเพราะแม่เขาไม่ที่จะเสี่ยงและไม่มีเงิน
เวลาเรามองหน้าแฟนทีไรก็น้ำตาไหลทุกทีไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว เราช่วยเท่าที่ช่วยได้สงสารเขามาก เขาทรมาน กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับเราก็คิดว่าถ้าเขาได้รับการรักษาตั้งแต่ทีแรกที่รู้จะเป็นแบบนี้ไหม เขาจะอยู่ได้นานกว่านี้ไหม อย่างน้อยพอมีหวัง เขาก็บอกจะสู้ให้ถึงที่สุด ต่อให้มีโอกาสแค่ 5% เขาก็จะสู้
ปล.1 ถ้ามีเงินก็คงเอาไปรักษา รพ. เอกชนที่อื่น โดยไม่ต้องรอ รพ. ที่ขึ้นกับประกันสังคม คงได้รับรักษาที่เร็วกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับเงิน
ตอนนี้เขาเสียชีวิตแล้ว นับตั้งแต่พบว่าเจอก้อนเนื้อจนถึงวันที่เสียชีวิตเป็นเวลา 2 เดือน