สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาวพันทิป วันนี้เรามีเรื่องสั้นให้อ่านอีกแล้วค่ะ จากครั้งที่แล้วที่นำเรื่องสั้นลง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://m.pantip.com/topic/36000734? ทำให้เราได้รู้ตัวเิงว่ายังมีจุดบกพร่องและจุดอ่อนในการเขียนเรื่องสั้นอยู่มาก เรื่องนี้ก็เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องที้ขียนขึ้นมาพร้อมๆกับเรื่องที่แล้ว ซึ่งใช้เวลาเขียนและเรียบเรียงเพียง 6 ชม. อ่านแล้วคงคิดว่าเราทำลวกๆ แต่เราก็ตั้งใจทำที่สุดแล้ว อย่างไรก็ตาม รบกวนเพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยกันติเตียนอีกนะคะ จะนำทุกคำติไปแก้ไขและพัฒนาตนเอง เพื่อเขียนเรื่องหน้าออกมาได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
สื่อพิศวง
ตอน... โชคดีบนความโชคร้าย
ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงดำ และกระเป๋าสะพายข้าง เดินอย่างเฉื่อยชาอยู่บนทางเท้าที่ปกคลุมด้วยเมฆครึ้มแต่กลับร้อนอบอ้าว สภาพอากาศตอนนี้เหมือนสถานการณ์ชีวิตของเขาไม่มีผิด จิตใจร้อนระอุเพราะชีวิตการทำงานที่มืดมนเมื่อถูก... ‘ไล่ออก’ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ลำพังแค่เงินเดือนพนักงานระดับมาตรฐานก็แทบจะไม่พอยาไส้อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อถูกปลดเพราะบริษัทกำลังขาดแคลนคุณทรัพย์ในการจ้างคนงานด้วยแล้ว อะไรๆ ก็ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ เหตุผลการถูกปลดของเขาไม่เข้าท่าเอาเสียเลย กะอีแค่เขาลองร่วมหุ้นกับเพื่อนแล้วขายของในอินเทอร์เน็ตเป็นงานเสริม ก็ถึงกับถูกปลดยกแก๊ง คงดีอยู่หรอกหากงานเสริมที่ว่านั่นไปรอด อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ว่างงาน แต่ชายหนุ่มเพิ่งจะมารู้เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ว่ากิจการนั่นก็พังไม่เป็นท่าเหมือนกัน
ภูวดลนึกรันทดกับชีวิตของตัวเอง ทั้งที่เขาพยายามขยันขันแข็งทำงาน หาลู่ทางรวยของตัวเองให้มากที่สุดแล้ว แต่อะไรๆกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แบบนี้มันเรียกว่าโชคร้ายชัดๆ ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของเขาก็ไม่เคยโชคดีหรือราบลื่นอะไรเลย จริงๆความโชคร้ายของเขาเริ่มมาจากว่า... พ่อของเขาเป็นหัวหน้าวิศวกร ทำให้มีรายได้ดี เลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ก็ตกตึกตายระหว่างการทำงานเสียก่อน ชีวิตสุขสบายวัยประถมของเขาจบลงเพียงเท่านั้น หลังจากขาดพ่อ ก็ต้องช่วยแม่ทำงานตัวเป็นเกลียว เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและผ่อนค่าบ้าน ค่ารถ ที่พ่อซื้อทิ้งไว้ ทั้งภูวดลและแม่ทำงานกันอย่างหนัก เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี สุดท้ายบ้านและรถก็ถูกยึดไป เขาจึงต้องไปอาศัยห้องเช่าราคาถูกๆ จบมัธยม... โชคดีขึ้นมาหน่อยเมื่อสอบวิศวะฯติด เรียนจนจบจนได้รับปริญญาอยู่แล้ว แม่ก็มาจากไปเสียก่อน แต่ยังดีที่เพื่อนสาวที่คบหาดูใจอยู่ยังอยู่เคียงข้าง หลังจากนั้นเขาก็ไปสมัครงาน แต่อะไรดูเหมือนไม่เป็นใจนักเมื่อเขาไม่ได้งานสักที่ สุดท้ายจึงจำใจทำงานให้กับบริษัทขายประกัน เป็นพนักงานกินเงินเดือนไป แต่ระหว่างนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อ พยายามสมัครงานเรื่อยๆ แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นใจ สุดท้ายแฟนสาวทนความลำบากไม่ไหว จึงหนีไปหาผู้ชายที่ดีกว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชายหนุ่มเจ็บใจเป็นอย่างมาก พยายามทำงานให้หนัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าพนักงานอย่างเขาก็มีดี ผ่อนรถมือสองได้กว่าครึ่งทาง แต่ก็ถูกยึดและถูกดำเนินคดีเมื่อรถคันนั้นกลายเป็นรถที่ขโมยมา หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็แย่ถึงขีดสุด เมื่อถูกไล่ออกจากงาน
ภูวดลเดินอยู่บนทางม้าลาย ชีวิตรันทด โชคร้าย ที่ตอกย้ำเขาตั้งแต่เด็กทำให้เขาตัดสินใจอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มหยุดเดิน รอให้ไฟสัญญาณหมดลง ปรารถนาความโชคดีไม่เคยได้ ดูซิ... ว่าถ้าปรารถนาความโชคร้ายจะได้มาไหม?
รถบรรทุกของคันหนึ่งกำลังวิ่งมา เพราะถนนที่โล่งเป็นพิเศษจึงทำให้คนขับคึกคะนอง ขับด้วยความเร็วสูง รถแล่นมาจนใกล้ทางม้าลายเส้นหนึ่ง แต่ก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหันเมื่อเห็นสิ่งหนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้า ผู้ชายคนหนึ่ง คิดจะทำอะไรกัน ฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ คนขับพยายามเหยียบเบรกอย่างสุดความสามารถแต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะ...
ชายหนุ่มยืนรอความตายอยู่ตรงนั้น เอาสิ โชคร้ายมาทั้งชีวิตแล้ว จะไม่ขอโชคร้ายอีกต่อไป เสียงล้อรถบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าด แสงไฟหน้ารถส่องสว่างวาบจนต้องหลับตาปี๋ ภูวดลรู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะหลุดลอยและหายไปก็ตอนนั้น...
ภูวดลตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวเป็นพิเศษ ไม่เจ็บปวด ไม่รู้สึกร้อนทุกข์ รู้สึกสบายทั้งกายและใจ ความรู้สึกแบบนี้มันดีจริงๆ ชายหนุ่มยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สถานที่ที่ปกคลุมด้วยหมอกควัน และขาวโพลนไปรอบด้าน ดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนเป็นจุดสิ้นสุด หรือมีจุดสิ้นสุดหรือไม่ มันคืออะไร เขาตายแล้วหรือยัง หรือแค่ฝันไป แล้วที่นี่ที่ไหน สวรรค์ นรก โลกมนุษย์ ทว่าขณะที่กำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้น ก็มีแสงสีเหลืองนวลสว่างวาบขึ้นมา สว่างมากและค่อยหรี่ลงจนอยู่ในระดับที่มองเห็นได้ ภูวดลนึกสงสัยว่ามันคืออะไร จึงเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเป็นแสงสีเหลืองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบเมตร ส่องทะลุลงมาจากเพดานขาวโพลนนั้น ชายหนุ่มถอยร่นเมื่อแสงนั้นมีเสียงทักทายว่า “สวัสดี...ภูวดล”
เหมือนแสงจะรับรู้ความเป็นไป มันจึงบอกต่อว่า “ไม่ต้องกลัว เราไม่ทำอะไรเจ้าหรอก...” ภูวดลลังเล แต่ก็ตัดสินใจถามไปว่ารู้จักเขาได้อย่างไร ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงยิ้ม ก่อนได้รับคำตอบสั้นๆว่า “เรารู้จักทุกคน”
ชายหนุ่มโล่งใจ รู้สึกได้ว่าแสงนี่คงไม่ทำอะไรเขาแน่นอน จึงพ่นคำถามไปเสียยาว “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมมาที่นี่ได้ยังไง ที่นี่ที่ไหน สวรรค์? นรก? แล้วผมตายหรือยัง?”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงยิ้มอีกแล้ว “จำเหตุการณ์สุดท้ายได้ใช่ไหม... เจ้ายืนรอความตายอยู่กลางถนน เจ้าพยายามฆ่าตัวตาย” เขาจำได้ทุกอย่าง แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะฆ่าตัวตายหรอก แค่อยากทดสอบว่าชีวิตของเขาจะโชคร้ายได้อีกไหม แต่ถ้าเกิดตอนนั้นตายไปจริงๆ เขาก็ไม่กลัวหรอก
“แสดงว่าผมตายแล้ว?”
“จะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก” ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงอมยิ้มอีกแล้ว “แต่จริงๆเจ้ายังไม่ตายหรอก แค่จิตเจ้าหลุดลอยมาที่นี่เท่านั้น เจ้าถามเราว่าที่นี่ที่ไหน? ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์ นรก หรือภพภูมิใดหรอก แต่มันคือห้วงภวังค์ของเจ้า ห้วงภวังค์นี้จะเป็นที่พักจิต ก่อนตัดสินใจได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ เจ้าจะตายแล้วไปสวรรค์ นรก หรือกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง”
คำอธิบายช่วยคลายข้อสงสัยภายแรก แต่มันก็ทำให้ภูวดลสับสนมากขึ้นไปอีก เมื่อถูกแสงถามว่าจะจะตัดสินใจอย่างไร “ผมไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากมีชีวิตอีกครั้ง แต่ชีวิตรันทดแบบนั้นผมไม่ต้องการมันแล้ว ผมอยากได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ ผมอยากรวย ผมอยากสุขสบาย มีเงินใช้ไปทั้งชาติ ใช้ยังไงก็ไม่หมด ขอแค่มีเงิน ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”
แสงฟังความปรารถนาของชายหนุ่มอายุ 35 จนจบ ก็นึกอยากส่ายหน้า คำขอของเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากทุกคนที่เคยขอมาเลย “เจ้าต้องการแบบนั้นจริงหรือ ขอเพียงแค่มีเงิน อะไรก็ไม่ต้องการอีกแล้ว”
“แน่นอนสิ” ภูวดลตอบอย่างไม่ลังเล “ก็เงินซื้อทุกอย่างได้นี่นา ถ้าผมมีเงินบ้านกับรถก็ไม่ถูกยึด ถ้าผมมีเงินแม่ก็ไม่ต้องตาย ถ้าผมมีเงินแฟนก็ไม่ทิ้งผมไปมีคนใหม่ ถ้าผมมีเงิน ผมก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย ขอแค่ผมมีเงิน ใครๆก็อยากมีเงินเยอะๆทั้งนั้น”
ภูวดลรู้สึกเหมือนหูฝาดเมื่อแสงบอกว่า “หากนั่นเป็นความต้องการของเจ้า เราก็สามารถให้ได้”
“อะไรนะ? คุณทำได้จริงๆหรอ?” ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เราทำได้ทุกอย่าง” แสงตอบ “เราเป็นเจ้าหน้าที่ทางเลือก มีสิทธิ์ทุกอย่างในห้วงภวังค์ของทุกคน แค่มีคนขอ เราก็บันดาลให้ได้ แต่เราแค่อยากเตือนเจ้าไว้เสียหน่อย จากประสบการณ์ของดวงจิตทุกดวงที่เรารับหน้าที่ดูแลนั้น ดวงจิตที่ขอพรเช่นนี้ ไม่มีใครมีความสุขได้จริงๆสักคนหรอก ถึงแม้เงินจะซื้อได้ทุกอย่างในความคิดของเจ้า แต่ทุกอย่างย่อมมีวาระของมัน เจ้าควรคิดให้ดี”
ชายหนุ่มไม่สนใจ เพราะกำลังจินตนาการว่าหากเขามีเงินมากมายขนาดนั้นมันคงจะดีมากๆ เขาจะซื้อทุกอย่าง จะทำทุกอย่าง อะไรที่อยากได้อยากทำ เขาจะใช้เงินซื้อมาทั้งหมด
“แต่เรามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร” ชายหนุ่มถามห้วนๆ ไม่ได้ใส่ ใน กีบ ค้ำ พูด นั้น
“เราบอกไม่ได้ แต่เอาไว้ถึงเวลา เจ้าก็จะรู้เอง แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้หรอก” ประโยคนี้สะกิดใจชายหนุ่มเป็นพิเศษ แต่เขาก็ไม่ใส่ใจอะไรมาก ขอแค่รวยเท่านั้น ก็ไม่สนอะไรแล้ว
แสงเหลืองนวลสว่างวาบอาบร่างชายหนุ่ม รู้สึกดีเป็นพิเศษ อีกนิดเท่านั้น...
ภูวดลตื่นขึ้นมาท่ามกลางเหล่าคนมากมายที่มุงดูเขา คนมากหน้าหลายตาที่ไม่รู้จัก ชายหนุ่มสปริงตัวลุกขึ้น รู้สึกเจ็บก้นและมึนหัวนิดหน่อย “ฟื้นแล้ว! โอ้โห... นึกว่าจะขับรถชนคนตายซะแล้ว” เสียงจากชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู ที่แท้ก็ชายขับรถขนของคนนั้นนั่นเอง ชายขับรถขนของพยุงภูวดลให้ลุกขึ้น คู่กรณีสองคนเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง ตกลงว่าไม่เอาเรื่อง จึงปล่อยผ่านไป
ชายหนุ่มวัย 35 เดินออกมาจากที่เกิดเหตุ รู้สึกสับสนมึนงง จำได้ว่าเขาหยุดอยู่กลางทางม้าลาย แล้วรถก็พุ่งเข้ามา เกิดแสงสว่างวาบขึ้น รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในห้องขาวโพลน และได้พูดคุยกับ... ‘แสง’ แสงบอกว่าจะทำให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริง แล้วทำไมเขาถึงตื่นมาในสภาพเดิม หลอกกันชัดๆ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังโมโหเพราะรู้สึกว่าถูกหลอกอยู่นั้น ก็มีเสียงข้อความเข้า เขาเปิดโทรศัพท์ดูก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีถึง 1000 ล้านบาท อะไรกันนี่... ชายหนุ่มตบหน้าตัวเองเรียกสติ รู้สึกเจ็บแปลบตรงใบหน้า จึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป รวยแล้ว ภูวดล รวยแล้ว
“ไอ้ดล! แกรวยแล้ว!! ขอบคุณสวรรค์...” ชายหนุ่มตะโกนร้องออกมาบนทางเท้าอีกฟาก หลายสายตามองไปที่เขา แต่ไม่สนหรอกในเมื่อรวยแล้ว มีเงินแล้ว แค่มีเงินก็พอแล้ว...
ชีวิตของภูวดลเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือ จากชีวิตพนักงานขายประกันที่ตกอับ กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านในชั่วเวลาที่หลับไป เขาไม่เคยรู้สึกโชคดีอะไรมาก่อนขนาดนี้ นี่สินะ... “โชคดีบนความโชคร้าย”
(มีต่อค่ะ)
เรื่องสั้น... "สื่อพิศวง" ตอน 'โชคดีบนความโชคร้าย' โดย... ปริย์ณัฐฐา
สื่อพิศวง
ตอน... โชคดีบนความโชคร้าย
ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตขาว กางเกงดำ และกระเป๋าสะพายข้าง เดินอย่างเฉื่อยชาอยู่บนทางเท้าที่ปกคลุมด้วยเมฆครึ้มแต่กลับร้อนอบอ้าว สภาพอากาศตอนนี้เหมือนสถานการณ์ชีวิตของเขาไม่มีผิด จิตใจร้อนระอุเพราะชีวิตการทำงานที่มืดมนเมื่อถูก... ‘ไล่ออก’ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ลำพังแค่เงินเดือนพนักงานระดับมาตรฐานก็แทบจะไม่พอยาไส้อยู่แล้ว ยิ่งเมื่อถูกปลดเพราะบริษัทกำลังขาดแคลนคุณทรัพย์ในการจ้างคนงานด้วยแล้ว อะไรๆ ก็ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ เหตุผลการถูกปลดของเขาไม่เข้าท่าเอาเสียเลย กะอีแค่เขาลองร่วมหุ้นกับเพื่อนแล้วขายของในอินเทอร์เน็ตเป็นงานเสริม ก็ถึงกับถูกปลดยกแก๊ง คงดีอยู่หรอกหากงานเสริมที่ว่านั่นไปรอด อย่างน้อยเขาก็จะได้ไม่ว่างงาน แต่ชายหนุ่มเพิ่งจะมารู้เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เอง ว่ากิจการนั่นก็พังไม่เป็นท่าเหมือนกัน
ภูวดลนึกรันทดกับชีวิตของตัวเอง ทั้งที่เขาพยายามขยันขันแข็งทำงาน หาลู่ทางรวยของตัวเองให้มากที่สุดแล้ว แต่อะไรๆกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แบบนี้มันเรียกว่าโชคร้ายชัดๆ ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตของเขาก็ไม่เคยโชคดีหรือราบลื่นอะไรเลย จริงๆความโชคร้ายของเขาเริ่มมาจากว่า... พ่อของเขาเป็นหัวหน้าวิศวกร ทำให้มีรายได้ดี เลี้ยงครอบครัวได้สบาย แต่ก็ตกตึกตายระหว่างการทำงานเสียก่อน ชีวิตสุขสบายวัยประถมของเขาจบลงเพียงเท่านั้น หลังจากขาดพ่อ ก็ต้องช่วยแม่ทำงานตัวเป็นเกลียว เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและผ่อนค่าบ้าน ค่ารถ ที่พ่อซื้อทิ้งไว้ ทั้งภูวดลและแม่ทำงานกันอย่างหนัก เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ แต่ก็ยังไม่พออยู่ดี สุดท้ายบ้านและรถก็ถูกยึดไป เขาจึงต้องไปอาศัยห้องเช่าราคาถูกๆ จบมัธยม... โชคดีขึ้นมาหน่อยเมื่อสอบวิศวะฯติด เรียนจนจบจนได้รับปริญญาอยู่แล้ว แม่ก็มาจากไปเสียก่อน แต่ยังดีที่เพื่อนสาวที่คบหาดูใจอยู่ยังอยู่เคียงข้าง หลังจากนั้นเขาก็ไปสมัครงาน แต่อะไรดูเหมือนไม่เป็นใจนักเมื่อเขาไม่ได้งานสักที่ สุดท้ายจึงจำใจทำงานให้กับบริษัทขายประกัน เป็นพนักงานกินเงินเดือนไป แต่ระหว่างนั้นเขาก็ไม่ย่อท้อ พยายามสมัครงานเรื่อยๆ แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นใจ สุดท้ายแฟนสาวทนความลำบากไม่ไหว จึงหนีไปหาผู้ชายที่ดีกว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชายหนุ่มเจ็บใจเป็นอย่างมาก พยายามทำงานให้หนัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าพนักงานอย่างเขาก็มีดี ผ่อนรถมือสองได้กว่าครึ่งทาง แต่ก็ถูกยึดและถูกดำเนินคดีเมื่อรถคันนั้นกลายเป็นรถที่ขโมยมา หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็แย่ถึงขีดสุด เมื่อถูกไล่ออกจากงาน
ภูวดลเดินอยู่บนทางม้าลาย ชีวิตรันทด โชคร้าย ที่ตอกย้ำเขาตั้งแต่เด็กทำให้เขาตัดสินใจอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มหยุดเดิน รอให้ไฟสัญญาณหมดลง ปรารถนาความโชคดีไม่เคยได้ ดูซิ... ว่าถ้าปรารถนาความโชคร้ายจะได้มาไหม?
รถบรรทุกของคันหนึ่งกำลังวิ่งมา เพราะถนนที่โล่งเป็นพิเศษจึงทำให้คนขับคึกคะนอง ขับด้วยความเร็วสูง รถแล่นมาจนใกล้ทางม้าลายเส้นหนึ่ง แต่ก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหันเมื่อเห็นสิ่งหนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้า ผู้ชายคนหนึ่ง คิดจะทำอะไรกัน ฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรือ คนขับพยายามเหยียบเบรกอย่างสุดความสามารถแต่ดูเหมือนว่ามันอาจจะ...
ชายหนุ่มยืนรอความตายอยู่ตรงนั้น เอาสิ โชคร้ายมาทั้งชีวิตแล้ว จะไม่ขอโชคร้ายอีกต่อไป เสียงล้อรถบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าด แสงไฟหน้ารถส่องสว่างวาบจนต้องหลับตาปี๋ ภูวดลรู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะหลุดลอยและหายไปก็ตอนนั้น...
ภูวดลตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวเป็นพิเศษ ไม่เจ็บปวด ไม่รู้สึกร้อนทุกข์ รู้สึกสบายทั้งกายและใจ ความรู้สึกแบบนี้มันดีจริงๆ ชายหนุ่มยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สถานที่ที่ปกคลุมด้วยหมอกควัน และขาวโพลนไปรอบด้าน ดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนเป็นจุดสิ้นสุด หรือมีจุดสิ้นสุดหรือไม่ มันคืออะไร เขาตายแล้วหรือยัง หรือแค่ฝันไป แล้วที่นี่ที่ไหน สวรรค์ นรก โลกมนุษย์ ทว่าขณะที่กำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้น ก็มีแสงสีเหลืองนวลสว่างวาบขึ้นมา สว่างมากและค่อยหรี่ลงจนอยู่ในระดับที่มองเห็นได้ ภูวดลนึกสงสัยว่ามันคืออะไร จึงเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นเป็นแสงสีเหลืองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสิบเมตร ส่องทะลุลงมาจากเพดานขาวโพลนนั้น ชายหนุ่มถอยร่นเมื่อแสงนั้นมีเสียงทักทายว่า “สวัสดี...ภูวดล”
เหมือนแสงจะรับรู้ความเป็นไป มันจึงบอกต่อว่า “ไม่ต้องกลัว เราไม่ทำอะไรเจ้าหรอก...” ภูวดลลังเล แต่ก็ตัดสินใจถามไปว่ารู้จักเขาได้อย่างไร ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงยิ้ม ก่อนได้รับคำตอบสั้นๆว่า “เรารู้จักทุกคน”
ชายหนุ่มโล่งใจ รู้สึกได้ว่าแสงนี่คงไม่ทำอะไรเขาแน่นอน จึงพ่นคำถามไปเสียยาว “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมมาที่นี่ได้ยังไง ที่นี่ที่ไหน สวรรค์? นรก? แล้วผมตายหรือยัง?”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงยิ้มอีกแล้ว “จำเหตุการณ์สุดท้ายได้ใช่ไหม... เจ้ายืนรอความตายอยู่กลางถนน เจ้าพยายามฆ่าตัวตาย” เขาจำได้ทุกอย่าง แต่จริงๆแล้วก็ไม่ได้คิดที่จะฆ่าตัวตายหรอก แค่อยากทดสอบว่าชีวิตของเขาจะโชคร้ายได้อีกไหม แต่ถ้าเกิดตอนนั้นตายไปจริงๆ เขาก็ไม่กลัวหรอก
“แสดงว่าผมตายแล้ว?”
“จะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก” ชายหนุ่มรู้สึกว่าแสงอมยิ้มอีกแล้ว “แต่จริงๆเจ้ายังไม่ตายหรอก แค่จิตเจ้าหลุดลอยมาที่นี่เท่านั้น เจ้าถามเราว่าที่นี่ที่ไหน? ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์ นรก หรือภพภูมิใดหรอก แต่มันคือห้วงภวังค์ของเจ้า ห้วงภวังค์นี้จะเป็นที่พักจิต ก่อนตัดสินใจได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ เจ้าจะตายแล้วไปสวรรค์ นรก หรือกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง”
คำอธิบายช่วยคลายข้อสงสัยภายแรก แต่มันก็ทำให้ภูวดลสับสนมากขึ้นไปอีก เมื่อถูกแสงถามว่าจะจะตัดสินใจอย่างไร “ผมไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากมีชีวิตอีกครั้ง แต่ชีวิตรันทดแบบนั้นผมไม่ต้องการมันแล้ว ผมอยากได้ชีวิตที่ดีกว่านี้ ผมอยากรวย ผมอยากสุขสบาย มีเงินใช้ไปทั้งชาติ ใช้ยังไงก็ไม่หมด ขอแค่มีเงิน ผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”
แสงฟังความปรารถนาของชายหนุ่มอายุ 35 จนจบ ก็นึกอยากส่ายหน้า คำขอของเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากทุกคนที่เคยขอมาเลย “เจ้าต้องการแบบนั้นจริงหรือ ขอเพียงแค่มีเงิน อะไรก็ไม่ต้องการอีกแล้ว”
“แน่นอนสิ” ภูวดลตอบอย่างไม่ลังเล “ก็เงินซื้อทุกอย่างได้นี่นา ถ้าผมมีเงินบ้านกับรถก็ไม่ถูกยึด ถ้าผมมีเงินแม่ก็ไม่ต้องตาย ถ้าผมมีเงินแฟนก็ไม่ทิ้งผมไปมีคนใหม่ ถ้าผมมีเงิน ผมก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย ขอแค่ผมมีเงิน ใครๆก็อยากมีเงินเยอะๆทั้งนั้น”
ภูวดลรู้สึกเหมือนหูฝาดเมื่อแสงบอกว่า “หากนั่นเป็นความต้องการของเจ้า เราก็สามารถให้ได้”
“อะไรนะ? คุณทำได้จริงๆหรอ?” ชายหนุ่มไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เราทำได้ทุกอย่าง” แสงตอบ “เราเป็นเจ้าหน้าที่ทางเลือก มีสิทธิ์ทุกอย่างในห้วงภวังค์ของทุกคน แค่มีคนขอ เราก็บันดาลให้ได้ แต่เราแค่อยากเตือนเจ้าไว้เสียหน่อย จากประสบการณ์ของดวงจิตทุกดวงที่เรารับหน้าที่ดูแลนั้น ดวงจิตที่ขอพรเช่นนี้ ไม่มีใครมีความสุขได้จริงๆสักคนหรอก ถึงแม้เงินจะซื้อได้ทุกอย่างในความคิดของเจ้า แต่ทุกอย่างย่อมมีวาระของมัน เจ้าควรคิดให้ดี”
ชายหนุ่มไม่สนใจ เพราะกำลังจินตนาการว่าหากเขามีเงินมากมายขนาดนั้นมันคงจะดีมากๆ เขาจะซื้อทุกอย่าง จะทำทุกอย่าง อะไรที่อยากได้อยากทำ เขาจะใช้เงินซื้อมาทั้งหมด
“แต่เรามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร” ชายหนุ่มถามห้วนๆ ไม่ได้ใส่ ใน กีบ ค้ำ พูด นั้น
“เราบอกไม่ได้ แต่เอาไว้ถึงเวลา เจ้าก็จะรู้เอง แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้หรอก” ประโยคนี้สะกิดใจชายหนุ่มเป็นพิเศษ แต่เขาก็ไม่ใส่ใจอะไรมาก ขอแค่รวยเท่านั้น ก็ไม่สนอะไรแล้ว
แสงเหลืองนวลสว่างวาบอาบร่างชายหนุ่ม รู้สึกดีเป็นพิเศษ อีกนิดเท่านั้น...
ภูวดลตื่นขึ้นมาท่ามกลางเหล่าคนมากมายที่มุงดูเขา คนมากหน้าหลายตาที่ไม่รู้จัก ชายหนุ่มสปริงตัวลุกขึ้น รู้สึกเจ็บก้นและมึนหัวนิดหน่อย “ฟื้นแล้ว! โอ้โห... นึกว่าจะขับรถชนคนตายซะแล้ว” เสียงจากชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู ที่แท้ก็ชายขับรถขนของคนนั้นนั่นเอง ชายขับรถขนของพยุงภูวดลให้ลุกขึ้น คู่กรณีสองคนเจรจากันอยู่ครู่หนึ่ง ตกลงว่าไม่เอาเรื่อง จึงปล่อยผ่านไป
ชายหนุ่มวัย 35 เดินออกมาจากที่เกิดเหตุ รู้สึกสับสนมึนงง จำได้ว่าเขาหยุดอยู่กลางทางม้าลาย แล้วรถก็พุ่งเข้ามา เกิดแสงสว่างวาบขึ้น รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในห้องขาวโพลน และได้พูดคุยกับ... ‘แสง’ แสงบอกว่าจะทำให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริง แล้วทำไมเขาถึงตื่นมาในสภาพเดิม หลอกกันชัดๆ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังโมโหเพราะรู้สึกว่าถูกหลอกอยู่นั้น ก็มีเสียงข้อความเข้า เขาเปิดโทรศัพท์ดูก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีถึง 1000 ล้านบาท อะไรกันนี่... ชายหนุ่มตบหน้าตัวเองเรียกสติ รู้สึกเจ็บแปลบตรงใบหน้า จึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป รวยแล้ว ภูวดล รวยแล้ว
“ไอ้ดล! แกรวยแล้ว!! ขอบคุณสวรรค์...” ชายหนุ่มตะโกนร้องออกมาบนทางเท้าอีกฟาก หลายสายตามองไปที่เขา แต่ไม่สนหรอกในเมื่อรวยแล้ว มีเงินแล้ว แค่มีเงินก็พอแล้ว...
ชีวิตของภูวดลเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือ จากชีวิตพนักงานขายประกันที่ตกอับ กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านในชั่วเวลาที่หลับไป เขาไม่เคยรู้สึกโชคดีอะไรมาก่อนขนาดนี้ นี่สินะ... “โชคดีบนความโชคร้าย”
(มีต่อค่ะ)