ยาวนะคะ ขอโทษด้วยถ้าเวิ่นเว้อ
แม่เราเป็นคนโมโหง่ายและร้ายมาก เวลามีเรื่องอะไรไม่ถูกใจก็จะสีหน้าเปลี่ยนทันที และมักจะแสดงอาการไม่พอใจอย่างออกนอกหน้า และจะโกรธนานและพาลไปถึงคนอื่นด้วย อาการมีให้เห็นเกือบจะทุกๆวัน (น้าเคยบอกว่าแม่ป่วย แต่เราก็ฟังหูทวนลม ไม่กล้าคิดแบบนั้น คิดว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีมากกว่า จนมาหลังๆนี้ก็มีแอบคิดเหมือนกันนะ ว่าอาจเป็นโรคทางจิตเวช เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย)
เนื่องจากที่บ้านเราค้าขาย วันๆต้องเจอลูกค้าจำนวนมาก บางคนง่ายบางคนยาก และแม่เราก็มักจะทะเลาะกับลูกค้าเป็นเรื่องปกติ (ครั้งนึงเราเคยเตือนแม่ว่าแม่พูดจาไม่ดีกับลูกค้า เพราะลูกค้าแค่ถามคำถามเฉยๆ ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ก็เหมือนแม่เราจะฟังเรากลายๆ ก็คือในใจยอมรับแหละ แต่ตัวเองก็ยังใช้เหตุผลซึ่งไม่มีเหตุผลเถียงว่า เค้าถูกที่ทำแบบนั้นกับลูกค้า) ในขณะที่คนอื่นๆในบ้านจะมีความอดทนในเรื่องนี้สูงกว่า
ซึ่งก็ไม่ได้กับแค่คนนอกแต่กับทุกๆคนในครอบครัวด้วย รวมไปถึงพ่อของเราเอง เนื่องด้วยพ่อเราเป็นคนซื่อ (แต่แม่เราเป็นคนหัวไวกว่า และค่อนข้างฉลาดเวลาใครจะมาเอาเปรียบ) หลายๆครั้งอาจจะคิดไม่ทันคนอื่น เลยเผลอไผลทำอะไรลงไป หรือตัดสินใจในสิ่งที่แม่เราคิดว่าไม่ถูกต้อง
และภาพที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ก็คือการที่แม่เราต่อว่าพ่อเราอย่างรุนแรง และเสียงดัง ทั้งต่อหน้าทุกๆคนในบ้าน และก็ต่อหน้าคนนอกด้วย แทบจะทุกครั้งที่พ่อเราเถียงจนสุดท้ายต้องเงียบไปเอง เพราะยังไงก็เถียงไม่ชนะแม่แน่ๆ (โชคดีอย่างนึงที่พ่อเราไม่ได้เป็นคนใช้กำลัง ไม่ตบตี บางครั้งเราอ่านข่าวสามีทำร้ายภรรยา ก็คิดว่าแม่เรานี่ยังโชคดีที่พ่อไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ แต่เลือกที่จะหยุดและเดินหนี)
เรื่องล่าสุดที่เกิดขึ้น ก็คือแม่ว่าพ่อว่าเป็นคนไม่รู้จักคิดต่างๆนานา พูดในเรื่องที่ไม่สมควรพูด (เล่าแบบย่อ ที่บ้านจ้างคนมาล้างแอร์ คนล้างทำเสร็จแล้วคิด 700 เพราะก่อนหน้านั้นพ่อบอกเค้าว่าไม่ได้ล้างมา 2 ปีละ แม่เราก็เลยด่าว่าพ่อโง่ที่ไปบอกเค้าแบบนั้น ทั้งๆที่ราคาที่โทรไปเช็คในตอนแรกคือ 600 และสุดท้ายแม่ต้องโทรไปเคลียร์กับเจ้าของร้าน เพื่อที่จะได้คิดราคาปกติ)
แต่เรื่องไม่จบแค่นี้เพราะอย่างที่บอกค่ะ แม่เราก่นด่าพ่อเราไปอีกเป็นครึ่งชั่วโมง ต่อหน้าลูกค้าในร้าน และก็ชักสีหน้าใส่ลูกค้าต่างชาติด้วย จนเค้าถามเราว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร ทำไมต้องโมโหด้วย” คือเรื่องของเรื่อง แม่โมโหพ่อยังไม่พอ แม้แต่คนอื่นก็ถูกพาลไปด้วย (และเราเองก็เช่นกัน) สุดท้ายพ่อเราเลือกที่จะไปสงบสติในห้องนอนแทน และก็ต้องเงียบไปเช่นเคย
ในความเห็นของคนเป็นลูกเรายอมรับว่าพ่อเราอาจเป็นคนไม่เก่ง หรือไม่ใช่ผู้นำ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น ทำไมต้องสวดมาเป็นชุดขนาดนี้ พ่อเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งที่ขยันขันแข็งและก็มีความอดทนสูงมาก (เราเองยังอดทนกับแม่เราไม่เท่าเลย เพราะแม่ด่าเรามักเถียงกลับ) ถึงอดทนอยู่มาได้ 20 ปี ในสภาพแบบนี้ ทั้งสองคนอยู่แบบทำธุรกิจร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน เงินกระเป๋าเดียวกัน (และแม่ก็ไม่สามารถทำงานทุกอย่างเองได้หมดทุกเรื่องอยู่ดี)
วันนี้เป็นอีกครั้ง ที่เราสงสารพ่อมาก และไม่เห็นด้วยในการกระทำของแม่ เลยบอกแม่ไปว่า ต่อไปถ้าแก่ตัวลงคงจะไม่มีใครอยากอยู่ด้วย ถ้ายังมีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะเป็นคนที่คิดว่าตัวเองถูกต้องที่สุดเสมอ และมักเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ของเราเท่าเส้นผม (และแน่นอนแม่ก็ด่าเรากลับ บอกว่า “สุดท้ายแม่ก็ไม่ได้อยากให้ลูกๆมาอยู่ด้วยหรอก ที่เราอยู่กับแม่เพราะเงิน” และต่างๆนานาอีกมากมาย แต่ไม่เป็นไร เราชินละ เพราะเราก็รู้อยู่ลึกๆว่าแม่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ตอนนี้สงสารพ่อมากกว่า)
เท่าที่ทราบ ทั้งสองคนเคยพูดเรื่องเลิกกันมาก่อนแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่
มีแอบคิดเองบ้าง ว่าถ้าพ่ออยากเลิกกับแม่ จะสนับสนุนเต็มที่เลย คิดแบบนี้จะผิดบ้างไหมคะ
จะผิดไหมถ้าลูกคนนึงจะสนับสนุนให้พ่อแม่เลิกกัน
แม่เราเป็นคนโมโหง่ายและร้ายมาก เวลามีเรื่องอะไรไม่ถูกใจก็จะสีหน้าเปลี่ยนทันที และมักจะแสดงอาการไม่พอใจอย่างออกนอกหน้า และจะโกรธนานและพาลไปถึงคนอื่นด้วย อาการมีให้เห็นเกือบจะทุกๆวัน (น้าเคยบอกว่าแม่ป่วย แต่เราก็ฟังหูทวนลม ไม่กล้าคิดแบบนั้น คิดว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดีมากกว่า จนมาหลังๆนี้ก็มีแอบคิดเหมือนกันนะ ว่าอาจเป็นโรคทางจิตเวช เพราะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย)
เนื่องจากที่บ้านเราค้าขาย วันๆต้องเจอลูกค้าจำนวนมาก บางคนง่ายบางคนยาก และแม่เราก็มักจะทะเลาะกับลูกค้าเป็นเรื่องปกติ (ครั้งนึงเราเคยเตือนแม่ว่าแม่พูดจาไม่ดีกับลูกค้า เพราะลูกค้าแค่ถามคำถามเฉยๆ ยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ก็เหมือนแม่เราจะฟังเรากลายๆ ก็คือในใจยอมรับแหละ แต่ตัวเองก็ยังใช้เหตุผลซึ่งไม่มีเหตุผลเถียงว่า เค้าถูกที่ทำแบบนั้นกับลูกค้า) ในขณะที่คนอื่นๆในบ้านจะมีความอดทนในเรื่องนี้สูงกว่า
ซึ่งก็ไม่ได้กับแค่คนนอกแต่กับทุกๆคนในครอบครัวด้วย รวมไปถึงพ่อของเราเอง เนื่องด้วยพ่อเราเป็นคนซื่อ (แต่แม่เราเป็นคนหัวไวกว่า และค่อนข้างฉลาดเวลาใครจะมาเอาเปรียบ) หลายๆครั้งอาจจะคิดไม่ทันคนอื่น เลยเผลอไผลทำอะไรลงไป หรือตัดสินใจในสิ่งที่แม่เราคิดว่าไม่ถูกต้อง
และภาพที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ก็คือการที่แม่เราต่อว่าพ่อเราอย่างรุนแรง และเสียงดัง ทั้งต่อหน้าทุกๆคนในบ้าน และก็ต่อหน้าคนนอกด้วย แทบจะทุกครั้งที่พ่อเราเถียงจนสุดท้ายต้องเงียบไปเอง เพราะยังไงก็เถียงไม่ชนะแม่แน่ๆ (โชคดีอย่างนึงที่พ่อเราไม่ได้เป็นคนใช้กำลัง ไม่ตบตี บางครั้งเราอ่านข่าวสามีทำร้ายภรรยา ก็คิดว่าแม่เรานี่ยังโชคดีที่พ่อไม่ใช้ความรุนแรงใดๆ แต่เลือกที่จะหยุดและเดินหนี)
เรื่องล่าสุดที่เกิดขึ้น ก็คือแม่ว่าพ่อว่าเป็นคนไม่รู้จักคิดต่างๆนานา พูดในเรื่องที่ไม่สมควรพูด (เล่าแบบย่อ ที่บ้านจ้างคนมาล้างแอร์ คนล้างทำเสร็จแล้วคิด 700 เพราะก่อนหน้านั้นพ่อบอกเค้าว่าไม่ได้ล้างมา 2 ปีละ แม่เราก็เลยด่าว่าพ่อโง่ที่ไปบอกเค้าแบบนั้น ทั้งๆที่ราคาที่โทรไปเช็คในตอนแรกคือ 600 และสุดท้ายแม่ต้องโทรไปเคลียร์กับเจ้าของร้าน เพื่อที่จะได้คิดราคาปกติ)
แต่เรื่องไม่จบแค่นี้เพราะอย่างที่บอกค่ะ แม่เราก่นด่าพ่อเราไปอีกเป็นครึ่งชั่วโมง ต่อหน้าลูกค้าในร้าน และก็ชักสีหน้าใส่ลูกค้าต่างชาติด้วย จนเค้าถามเราว่า “ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไร ทำไมต้องโมโหด้วย” คือเรื่องของเรื่อง แม่โมโหพ่อยังไม่พอ แม้แต่คนอื่นก็ถูกพาลไปด้วย (และเราเองก็เช่นกัน) สุดท้ายพ่อเราเลือกที่จะไปสงบสติในห้องนอนแทน และก็ต้องเงียบไปเช่นเคย
ในความเห็นของคนเป็นลูกเรายอมรับว่าพ่อเราอาจเป็นคนไม่เก่ง หรือไม่ใช่ผู้นำ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรขนาดนั้น ทำไมต้องสวดมาเป็นชุดขนาดนี้ พ่อเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งที่ขยันขันแข็งและก็มีความอดทนสูงมาก (เราเองยังอดทนกับแม่เราไม่เท่าเลย เพราะแม่ด่าเรามักเถียงกลับ) ถึงอดทนอยู่มาได้ 20 ปี ในสภาพแบบนี้ ทั้งสองคนอยู่แบบทำธุรกิจร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน เงินกระเป๋าเดียวกัน (และแม่ก็ไม่สามารถทำงานทุกอย่างเองได้หมดทุกเรื่องอยู่ดี)
วันนี้เป็นอีกครั้ง ที่เราสงสารพ่อมาก และไม่เห็นด้วยในการกระทำของแม่ เลยบอกแม่ไปว่า ต่อไปถ้าแก่ตัวลงคงจะไม่มีใครอยากอยู่ด้วย ถ้ายังมีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะเป็นคนที่คิดว่าตัวเองถูกต้องที่สุดเสมอ และมักเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา ของเราเท่าเส้นผม (และแน่นอนแม่ก็ด่าเรากลับ บอกว่า “สุดท้ายแม่ก็ไม่ได้อยากให้ลูกๆมาอยู่ด้วยหรอก ที่เราอยู่กับแม่เพราะเงิน” และต่างๆนานาอีกมากมาย แต่ไม่เป็นไร เราชินละ เพราะเราก็รู้อยู่ลึกๆว่าแม่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ตอนนี้สงสารพ่อมากกว่า)
เท่าที่ทราบ ทั้งสองคนเคยพูดเรื่องเลิกกันมาก่อนแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่
มีแอบคิดเองบ้าง ว่าถ้าพ่ออยากเลิกกับแม่ จะสนับสนุนเต็มที่เลย คิดแบบนี้จะผิดบ้างไหมคะ