อธิบายเพิ่มเติมและขยายความในส่วนที่หนึ่ง
จากที่เขียนไปคนอ่านยังไม่เข้าใจและสับสนต้องขออภัยด้วย ส่วนแรกนี้จะมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งรับ
การรุกและกลยุทธ์ เพื่อให้ทีมชาติไทยนำไปปรับใช้ ย้ำว่า เขียนให้ “ทีมชาติไทย”
ส่วนนี้เป็นกระทู้ที่ผมเขียนครับ
http://pantip.com/topic/35787756
การตั้งรับ
แบบแรกที่ผมได้อธิบายไปอาจจะยังไม่เข้าใจ จะขยายความให้นะครับ
การรับมือน้ำท่วมเป้าหมาย คือ การชะลอน้ำ ถ้าเป็นการเล่นฟุตบอล คือ การชะลอเกมบุกของฝ่ายตรงข้าม
ด่านแรกสร้างทำนบกันน้ำ ฝายชะลอน้ำ
หมายถึง กองหน้าฝ่ายเราต้องกดดันกองหลังฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เปิดเกมบุกง่าย และหาโอกาสฉกฉวยเมื่อฝ่ายตรงข้ามพลาด
ด่านที่สองสร้างแก้มลิงกักเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง เพื่อไม่ให้ตื้นเขินขวางทางเดินของน้ำ
หมายถึง กองกลางฝ่ายเราต้องบีบกองกลางฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ต่อบอลง่าย หรือ ส่งไปถึงกองหน้าของฝ่ายตรงข้าม
และต้องอ่านเกมฝ่ายตรงข้ามว่าจะมาแบบไหน เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยาก
ด่านที่สามสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน เพื่อรับมือกับน้ำ และ กักเก็บไว้ใช้
หมายถึง กองหลังฝ่ายเราต้องสกัดกั้นไม่ให้กองหน้าฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสยิงได้ บีบให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยาก เข้าปะทะต้องไม่ผลีผลาม เข้าต้องเข้าให้ขาด อย่าโลเล
ด่านที่สี่สร้างคลองหลายสาย เพื่อให้น้ำได้มีที่ไป และไม่ท่วมพื้นที่สร้างความเสียหาย
หมายถึง การช่วยตั้งรับทั้งทีมหากโดนกดดันอยู่ฝ่ายเดียว เช่น โดนเพลสซิ่ง สิ่งสำคัญที่สุด อย่าไปเต้นตามเขา ตั้งสติเข้าไว้ ไม่มีทีมไหนสามารถเพลสซิ่งได้ตลอด 90 นาที ต้องสร้างสถานการณ์กดดันเหวี่ยงกลับให้ฝ่ายตรงข้าม หากทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำประตูได้ เมื่อนั้นโอกาสในการบุกก็จะเป็นของทีมเรา
นี้คือการตั้งรับแบบแรก ซึ่งเหมาะกับทีมชาติไทย เพราะว่าทักษะของทีมเรายังด้อยกว่าทีมระดับเอเชีย
ส่วนตั้งรับแบบที่สอง หรือ ตั้งรับแบบไม่ตายตัว ต้องมีความเข้าใจ ทักษะที่สูง และมีทีมเวิร์กที่ดี ซึ่งทีมชาติไทยยังไม่สามารถทำได้ ผมเรียกว่า การตั้งรับแบบยอดยุทธ์ ต้องอาศัยการฝึกที่หนัก ความสามัคคี ถึงจะทำได้
หัวใจของการตั้งรับ คือ การไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งเกมง่ายๆ เมื่อมีโอกาสจึงสวนกลับ
การรุก
ทีมชาติไทยสมควรที่จะใช้การรุกแบบกองโจร โจมตีไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวถ้าหากแข่งกับเอเชีย แต่ถ้าเป็นระดับอาเซียน อาจจะไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้
สิ่งสำคัญในการรุกแบบกองโจร คือ เห็นช่องเมื่อมีโอกาส ต่อบอลให้ได้ไม่เกิน 3-4 ครั้ง จากแดนเราถึงแดนเขา จะเป็นการต่อบอล หรือ การเปิดลูกโด่งก็ได้ เพราะด้วยทักษะ และรูปร่างยังสู้ในระดับเอเชียไม่ได้ ถ้าหากเข้าปะทะมีแต่จะเสียเปรียบ ต้องทำไว อย่าอยู่กับที่ เคลื่อนไหวต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีช่องว่าง เพื่อให้ทีมมีโอกาสในทำประตู หรือ มีพื้นที่ในการเปิด จ่าย ยิง และส่ง ต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ สิ่งสำคัญในการรุกแบบกองโจร คือ อดทน ข่มใจ รอเมื่อฝ่ายตรงข้ามพลาด หรือ ประมาท แล้วจึงโจมตี นี้คือ การรุกแบบกองโจร
หัวใจของการรุก คือ การโจมตีไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ และไม่ให้พลิกสถานการณ์ได้
ต่อไปจะอธิบายโดยใช้หลักของในหลวง “
เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้การเล่นฟุตบอล
เข้าใจ
ในการเล่นฟุตบอลสิ่งสำคัญ คือ โค๊ช และ นักเตะ กำลังทำหน้าที่อะไรอยู่ เข้าใจหน้าที่ตนเองดีพอหรือยัง
เข้าถึง
โค๊ชและนักเตะต้องหาจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง ถ้าเป็นโค๊ชควรที่จะศึกษานักเตะทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายเรา
เพื่อให้นักเตะสามารถชนะทีมฝ่ายตรงข้าม การวางแผนต้องมีรูปแบบที่ไม่ตายตัว ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ และไม่ประมาท
หากเป็นนักเตะสิ่งที่ควรจะชนะคือตนเอง ไม่ใช่ นักเตะฝ่ายตรงข้าม จุดเด่นจุดด้อยคืออะไร ถ้าเป็นจุดเด่นต้องดึงออกมาให้ถึงขีดสุด หากเป็นจุดด้อยควรหาวิธีชดเชยข้อบกพร่องของตนเอง ไม่ให้นักเตะฝ่ายตรงข้ามเล่นงานง่ายๆ
พัฒนา
เมื่อทั้งโค๊ชและนักเตะสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ จึงสามารถพัฒนาตนเอง เรียนรู้ ยอมรับ และนำมาปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่มีใครชนะตลอดไป และแพ้ตลอดไป ควรทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าหยุดกับที่ และร่วมแรงร่วมใจในการเล่นเพื่อทีม ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ตาม
ต่อไปก็เป็นกลยุทธ์ที่ผมได้ศึกษามาลองไปปรับใช้ดู
การวางแผนจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น
แผนชั้นเลว การส่งทหารตีเมือง
แผนชั้นกลาง การประลองปัญญา
แผนชั้นสูง การสร้างสภาวะ(สถานการณ์)
หากเทียบกับการเล่นฟุตบอลจะเป็นดังต่อไปนี้
แผนชั้นเลว การส่งทหารตีเมือง
ถ้าหากเป็นการเล่นฟุตบอล คือ การใช้นักเตะเข้าปะทะเพื่อทำประตูฝ่ายตรงข้าม
แผนชั้นกลาง การประลองปัญญา
การแก้ทางฝ่ายตรงข้าม ชิงไหวชิงพริบ ไม่ให้คู่ต่อสู้เล่นได้ง่าย
แผนชั้นสูง การสร้างสภาวะ(สถานการณ์)
หากสถานการณ์เป็นฝ่ายเสียเปรียบ สิ่งที่ทำได้คือ การรอให้ฝ่ายตรงข้ามพลาดเอง แล้วจึงโจมตีกลับ หากเป็นฝ่ายได้เปรียบ สิ่งที่ทำคือ การบุกไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำเกมได้ และขึงเกมไม่ให้คู่ต่อสู้พลิกสถานการณ์ได้ และต้องดูปัจจัยทั้งภายในและภายนอกด้วย เช่น กองเชียร์ สนาม อากาศ เป็นต้น
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาอยู่ที่ใครจะสามารถนำไปปรับใช้ได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่สติปัญญาของคนๆนั้นด้วย
ส่วนเรื่องคำถามก็ยังเหมือนเดิม
เป็นโค๊ชเพื่ออะไร?
เป็นนักเตะเพื่ออะไร?
หากต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองต้องตอบคำถามนี้กับตนเองให้ได้ก่อน มิเช่นนั้นจะอยู่ที่เหมือนเดิม หากโค๊ชและนักเตะทีมชาติไทยต้องการก้าวข้าม ลองตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน หากตอบคำถามนี้ได้เมื่อไร ก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้
ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนครับ ส่วนที่สองจะมาภายหลัง
ความเห็นส่วนตัวหลังจากได้ดูบอล ไทย-อินโด วันนี้
สิ่งที่เห็นเกมวันนี้อย่างแรก คือ ความกลัว อาจจะเพราะกรรมการด้วย ผู้เล่นอิเหนา สนาม กองเชียร์ ก็มีส่วน แต่ส่วนที่สำคัญคือ ความประมาท พระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน เคยตรัสไว้ว่า “จงอยู่ในความไม่ประมาทเถิด”
นี้คือสิ่งที่ผมเห็นนะครับ
สิ่งที่ผมบอกได้ว่าทีมชาติไทยขาดสิ่งหนึ่ง คือ
แรงผลักดัน
ทีมชาติอินโดนีเซียต้องการจะเป็นแชมป์ จึงมีความมุ่งมั่น ที่จะเอาชนะ เป็นแรงผลักดันให้กับพวกเขา
ทีมชาติไทยต้องการได้แชมป์นี้เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ เพื่อถวายให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 มิใช่เหรอครับ ทำไมถึงเล่นต่ำกว่ามาตรฐานแบบนี้ ผมไม่เห็นความมุ่งมั่น ในสายตาของพวกคุณเลย ความกระหายในชัยชนะไม่มีเลยเหรอครับ
ผมชอบสายตาของนักเตะคนหนึ่ง คือ ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ผมต้องการให้พวกคุณมีสายตาแบบนั้น ความมุ่งมั่น ความกระหายในชัยชนะ นักเตะคนนี้มีสิ่งที่ผมต้องการ ผมอยากนักเตะทีมชาติไทยมีสายตาแบบนี้
ถ้าเป็นโค๊ชซิโก้ผมคงจะบอกให้เขาเข้าไปหาที่สงบๆ หรือเป็นห้องๆหนึ่งก็ได้ แล้วทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา ว่าตัวเองมีอะไรที่ควรจะแก้ไข อะไรที่ดีอยู่แล้วจะทำยังไงให้มันดียิ่งขึ้น นี้คือสิ่งที่ผมต้องบอกครับ
ถ้าเป็นนักเตะทีมชาติไทย ก็คงเหมือนกับโค๊ชซิโก้ คือ การทบทวนตนเอง หาแรงผลักดัน แล้วจุดมันขึ้นมาซะ
ส่วนเรื่องความผิดผลาดในเกมนี้พวกเขาก็ได้รับบทเรียนแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรมากอีก จำได้ว่ามีนักเตะคนหนี่งในทีมชาติไทย เคยพูดประโยคนี้ออกมา “เราเรียนรู้จากความผิดพลาด” จงไปแก้ไขและทำให้ดีขึ้นซะ
ผมเป็นแค่ผู้ชี้ทางให้เท่านั้น อยู่ที่พวกคุณแล้วว่าจะคำแนะนำของผมไปปฏิบัติหรือไม่?
ขยายความจากกระทู้ที่แล้ว ในส่วนแรก
จากที่เขียนไปคนอ่านยังไม่เข้าใจและสับสนต้องขออภัยด้วย ส่วนแรกนี้จะมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตั้งรับ
การรุกและกลยุทธ์ เพื่อให้ทีมชาติไทยนำไปปรับใช้ ย้ำว่า เขียนให้ “ทีมชาติไทย”
ส่วนนี้เป็นกระทู้ที่ผมเขียนครับ
http://pantip.com/topic/35787756
การตั้งรับ
แบบแรกที่ผมได้อธิบายไปอาจจะยังไม่เข้าใจ จะขยายความให้นะครับ
การรับมือน้ำท่วมเป้าหมาย คือ การชะลอน้ำ ถ้าเป็นการเล่นฟุตบอล คือ การชะลอเกมบุกของฝ่ายตรงข้าม
ด่านแรกสร้างทำนบกันน้ำ ฝายชะลอน้ำ
หมายถึง กองหน้าฝ่ายเราต้องกดดันกองหลังฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เปิดเกมบุกง่าย และหาโอกาสฉกฉวยเมื่อฝ่ายตรงข้ามพลาด
ด่านที่สองสร้างแก้มลิงกักเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง เพื่อไม่ให้ตื้นเขินขวางทางเดินของน้ำ
หมายถึง กองกลางฝ่ายเราต้องบีบกองกลางฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ต่อบอลง่าย หรือ ส่งไปถึงกองหน้าของฝ่ายตรงข้าม
และต้องอ่านเกมฝ่ายตรงข้ามว่าจะมาแบบไหน เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยาก
ด่านที่สามสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน เพื่อรับมือกับน้ำ และ กักเก็บไว้ใช้
หมายถึง กองหลังฝ่ายเราต้องสกัดกั้นไม่ให้กองหน้าฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสยิงได้ บีบให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยาก เข้าปะทะต้องไม่ผลีผลาม เข้าต้องเข้าให้ขาด อย่าโลเล
ด่านที่สี่สร้างคลองหลายสาย เพื่อให้น้ำได้มีที่ไป และไม่ท่วมพื้นที่สร้างความเสียหาย
หมายถึง การช่วยตั้งรับทั้งทีมหากโดนกดดันอยู่ฝ่ายเดียว เช่น โดนเพลสซิ่ง สิ่งสำคัญที่สุด อย่าไปเต้นตามเขา ตั้งสติเข้าไว้ ไม่มีทีมไหนสามารถเพลสซิ่งได้ตลอด 90 นาที ต้องสร้างสถานการณ์กดดันเหวี่ยงกลับให้ฝ่ายตรงข้าม หากทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำประตูได้ เมื่อนั้นโอกาสในการบุกก็จะเป็นของทีมเรา
นี้คือการตั้งรับแบบแรก ซึ่งเหมาะกับทีมชาติไทย เพราะว่าทักษะของทีมเรายังด้อยกว่าทีมระดับเอเชีย
ส่วนตั้งรับแบบที่สอง หรือ ตั้งรับแบบไม่ตายตัว ต้องมีความเข้าใจ ทักษะที่สูง และมีทีมเวิร์กที่ดี ซึ่งทีมชาติไทยยังไม่สามารถทำได้ ผมเรียกว่า การตั้งรับแบบยอดยุทธ์ ต้องอาศัยการฝึกที่หนัก ความสามัคคี ถึงจะทำได้
หัวใจของการตั้งรับ คือ การไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งเกมง่ายๆ เมื่อมีโอกาสจึงสวนกลับ
การรุก
ทีมชาติไทยสมควรที่จะใช้การรุกแบบกองโจร โจมตีไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวถ้าหากแข่งกับเอเชีย แต่ถ้าเป็นระดับอาเซียน อาจจะไม่ต้องใช้วิธีนี้ก็ได้
สิ่งสำคัญในการรุกแบบกองโจร คือ เห็นช่องเมื่อมีโอกาส ต่อบอลให้ได้ไม่เกิน 3-4 ครั้ง จากแดนเราถึงแดนเขา จะเป็นการต่อบอล หรือ การเปิดลูกโด่งก็ได้ เพราะด้วยทักษะ และรูปร่างยังสู้ในระดับเอเชียไม่ได้ ถ้าหากเข้าปะทะมีแต่จะเสียเปรียบ ต้องทำไว อย่าอยู่กับที่ เคลื่อนไหวต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามมีช่องว่าง เพื่อให้ทีมมีโอกาสในทำประตู หรือ มีพื้นที่ในการเปิด จ่าย ยิง และส่ง ต้องรู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ สิ่งสำคัญในการรุกแบบกองโจร คือ อดทน ข่มใจ รอเมื่อฝ่ายตรงข้ามพลาด หรือ ประมาท แล้วจึงโจมตี นี้คือ การรุกแบบกองโจร
หัวใจของการรุก คือ การโจมตีไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ และไม่ให้พลิกสถานการณ์ได้
ต่อไปจะอธิบายโดยใช้หลักของในหลวง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาใช้การเล่นฟุตบอล
เข้าใจ
ในการเล่นฟุตบอลสิ่งสำคัญ คือ โค๊ช และ นักเตะ กำลังทำหน้าที่อะไรอยู่ เข้าใจหน้าที่ตนเองดีพอหรือยัง
เข้าถึง
โค๊ชและนักเตะต้องหาจุดอ่อนจุดแข็งของตนเอง ถ้าเป็นโค๊ชควรที่จะศึกษานักเตะทั้งฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายเรา
เพื่อให้นักเตะสามารถชนะทีมฝ่ายตรงข้าม การวางแผนต้องมีรูปแบบที่ไม่ตายตัว ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ และไม่ประมาท
หากเป็นนักเตะสิ่งที่ควรจะชนะคือตนเอง ไม่ใช่ นักเตะฝ่ายตรงข้าม จุดเด่นจุดด้อยคืออะไร ถ้าเป็นจุดเด่นต้องดึงออกมาให้ถึงขีดสุด หากเป็นจุดด้อยควรหาวิธีชดเชยข้อบกพร่องของตนเอง ไม่ให้นักเตะฝ่ายตรงข้ามเล่นงานง่ายๆ
พัฒนา
เมื่อทั้งโค๊ชและนักเตะสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ จึงสามารถพัฒนาตนเอง เรียนรู้ ยอมรับ และนำมาปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่มีใครชนะตลอดไป และแพ้ตลอดไป ควรทำให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าหยุดกับที่ และร่วมแรงร่วมใจในการเล่นเพื่อทีม ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็ตาม
ต่อไปก็เป็นกลยุทธ์ที่ผมได้ศึกษามาลองไปปรับใช้ดู
การวางแผนจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้น
แผนชั้นเลว การส่งทหารตีเมือง
แผนชั้นกลาง การประลองปัญญา
แผนชั้นสูง การสร้างสภาวะ(สถานการณ์)
หากเทียบกับการเล่นฟุตบอลจะเป็นดังต่อไปนี้
แผนชั้นเลว การส่งทหารตีเมือง
ถ้าหากเป็นการเล่นฟุตบอล คือ การใช้นักเตะเข้าปะทะเพื่อทำประตูฝ่ายตรงข้าม
แผนชั้นกลาง การประลองปัญญา
การแก้ทางฝ่ายตรงข้าม ชิงไหวชิงพริบ ไม่ให้คู่ต่อสู้เล่นได้ง่าย
แผนชั้นสูง การสร้างสภาวะ(สถานการณ์)
หากสถานการณ์เป็นฝ่ายเสียเปรียบ สิ่งที่ทำได้คือ การรอให้ฝ่ายตรงข้ามพลาดเอง แล้วจึงโจมตีกลับ หากเป็นฝ่ายได้เปรียบ สิ่งที่ทำคือ การบุกไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทำเกมได้ และขึงเกมไม่ให้คู่ต่อสู้พลิกสถานการณ์ได้ และต้องดูปัจจัยทั้งภายในและภายนอกด้วย เช่น กองเชียร์ สนาม อากาศ เป็นต้น
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาอยู่ที่ใครจะสามารถนำไปปรับใช้ได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่สติปัญญาของคนๆนั้นด้วย
ส่วนเรื่องคำถามก็ยังเหมือนเดิม
เป็นโค๊ชเพื่ออะไร?
เป็นนักเตะเพื่ออะไร?
หากต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองต้องตอบคำถามนี้กับตนเองให้ได้ก่อน มิเช่นนั้นจะอยู่ที่เหมือนเดิม หากโค๊ชและนักเตะทีมชาติไทยต้องการก้าวข้าม ลองตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน หากตอบคำถามนี้ได้เมื่อไร ก็สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ได้
ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนครับ ส่วนที่สองจะมาภายหลัง
ความเห็นส่วนตัวหลังจากได้ดูบอล ไทย-อินโด วันนี้
สิ่งที่เห็นเกมวันนี้อย่างแรก คือ ความกลัว อาจจะเพราะกรรมการด้วย ผู้เล่นอิเหนา สนาม กองเชียร์ ก็มีส่วน แต่ส่วนที่สำคัญคือ ความประมาท พระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพาน เคยตรัสไว้ว่า “จงอยู่ในความไม่ประมาทเถิด”
นี้คือสิ่งที่ผมเห็นนะครับ
สิ่งที่ผมบอกได้ว่าทีมชาติไทยขาดสิ่งหนึ่ง คือ แรงผลักดัน
ทีมชาติอินโดนีเซียต้องการจะเป็นแชมป์ จึงมีความมุ่งมั่น ที่จะเอาชนะ เป็นแรงผลักดันให้กับพวกเขา
ทีมชาติไทยต้องการได้แชมป์นี้เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ เพื่อถวายให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 มิใช่เหรอครับ ทำไมถึงเล่นต่ำกว่ามาตรฐานแบบนี้ ผมไม่เห็นความมุ่งมั่น ในสายตาของพวกคุณเลย ความกระหายในชัยชนะไม่มีเลยเหรอครับ
ผมชอบสายตาของนักเตะคนหนึ่ง คือ ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ผมต้องการให้พวกคุณมีสายตาแบบนั้น ความมุ่งมั่น ความกระหายในชัยชนะ นักเตะคนนี้มีสิ่งที่ผมต้องการ ผมอยากนักเตะทีมชาติไทยมีสายตาแบบนี้
ถ้าเป็นโค๊ชซิโก้ผมคงจะบอกให้เขาเข้าไปหาที่สงบๆ หรือเป็นห้องๆหนึ่งก็ได้ แล้วทบทวนในสิ่งที่ผ่านมา ว่าตัวเองมีอะไรที่ควรจะแก้ไข อะไรที่ดีอยู่แล้วจะทำยังไงให้มันดียิ่งขึ้น นี้คือสิ่งที่ผมต้องบอกครับ
ถ้าเป็นนักเตะทีมชาติไทย ก็คงเหมือนกับโค๊ชซิโก้ คือ การทบทวนตนเอง หาแรงผลักดัน แล้วจุดมันขึ้นมาซะ
ส่วนเรื่องความผิดผลาดในเกมนี้พวกเขาก็ได้รับบทเรียนแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรมากอีก จำได้ว่ามีนักเตะคนหนี่งในทีมชาติไทย เคยพูดประโยคนี้ออกมา “เราเรียนรู้จากความผิดพลาด” จงไปแก้ไขและทำให้ดีขึ้นซะ
ผมเป็นแค่ผู้ชี้ทางให้เท่านั้น อยู่ที่พวกคุณแล้วว่าจะคำแนะนำของผมไปปฏิบัติหรือไม่?