มีเพื่อนกัน 7 มีเหตุจำเป็นให้ต้องนั่งรอกันกลางแจ้งโดยที่ฝนตกหนักขึ้นๆ เรื่อยๆ โดยที่เรามีร่มอยู่คันหนึ่งเป็นของรุ่นน้อง ตัวฉันก็สงสัยว่าทำไมเขาไม่ใช้ร่มกันนะ ในเมื่อมีร่มแล้วก็ควรเอามาใช้สิ ฉันจึงถามออกไปซื่อๆว่า "ไม่ใช้ร่มหรอ" ทุกคนก็ให้ความสนใจและเจ้าของร่มก็บอกว่า "ไม่ล่ะครับ พี่ใช้ไหมครับ" ไม่รู้ด้วยสาเหตุใดตอนแรกฉันจึงตอบไปว่า "ไม่" เจ้าของร่มไม่ใช้แล้วฉันใช้มันดูแปลกๆนะ แต่ผ่านไปสักพักฝนตกหนักขึ้นอีก ฉันจึงหยิบร่มคันนั้นมาใช้และบอกให้เพื่อนอีก2-3คนเข้ามาในคันร่ม แต่เพื่อนกลับปฏิเสธกันทุกคนและพูดว่า "ใช้เลยครับ" "เอาเลยๆ" ด้วยความจริงใจ ตอนนั้นฉันก็งงว่าอะไรกันนะที่ทำให้พวกเขากลัวที่จะเข้ามาในร่มคันนี้
ซึ่งในตอนตี 3 นี้ที่ฉันคิดเรื่อยเปื่อยจนถึงเรื่องนี้ ฉันก็ได้คำตอบแล้ว ซึ่งนั่นคือ 'ความคิดแบบระบบโซตัส' แม้พวกเราจะไม่ได้เรียนมอรัฐบาล แต่ระบบนี้ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย การที่ทุกคนรวมถึงฉันเองในตอนแรกที่ไม่กล้าใช้ร่มคันนั้น เพราะเมื่อใช้จะมี"คนที่ได้ใช้" และ"คนที่ต้องเปียก"เป็นความคิดที่ว่าทุกคนต้องเท่าเทียมกันหมด เราไม่ได้ก็ต้องไม่ได้ทุกคน เราได้ก็ต้องได้ทุกคน แต่ตัวฉันในเหตุการณ์ที่ใช้ร่มตัดสินใจออกจากระบบชั่วขณะโดยคิดว่า เรามีร่มคันหนึ่งซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ได้ มันไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะไม่ใช้ เรานำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยก็มีคนที่ได้ใช้ไง ณ ตอนนั้นตัวฉันคิดแค่นั้น โดยที่ไม่เกี่ยงเลยว่าคนที่ได้ร่มจะเป็นฉันหรือไม่
ตอนนี้ฉันคิดว่า ความคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีนะ เราควรได้รับการสอนว่า คนที่ต้องตากฝนจะรู้สึกเสียสละและยินดีกับเพื่อนที่ได้ดี คนที่ได้ร่มก็รู้จักขอบคุณทุกคนและตั้งใจรับน้ำใจทุกคนที่เสียสละโดยการใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความคิดแบบนี้ดีกว่าถูกสอนให้กลัวอย่างไม่มีเหตุผล กลัวคนอื่นจะมองว่าเราเห็นแก่ตัว กลัวคนอื่นจะมองเราไม่ดี มีคนไม่ได้ทุกคนต้องไม่ได้ แบบนี้เป็นไหนๆ
ซึ่งสุดท้าย พอฉันใช้ร่ม คนอื่นๆจึงกล้าที่จะหาอะไรมาบังหัว บางทีพวกเขาก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้นในตอนแรก พอมีคนกล้าออกนอกระบบความคิดเขาจึงรู้สึกว่าได้รับอนุญาตให้ออกได้...
เรื่องเล็กน้อยในชีวิตสำหรับฉัน มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นถ้าไม่ได้คิดต่อ แต่ถ้าเอามาวิเคราะห์ต่อมันอาจจะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ แม้เรื่องราวจริงๆอาจไม่ได้มีอะไรเลย ไม่ได้เป็นอย่างที่วิเคราะห์เลย แต่การได้คิดทำให้เรามีปัญญา
ส่งเสริมให้ทุกคนเลิกกลัวและให้ความสำคัญกับสิทธิของตนเองและของทุกๆคนค่ะ
หาว่าบ้า หาว่าคิดมาก หาว่าเห็นแก่ตัวได้ แต่อย่าแรงค่ะ
ไม่ค่อยได้อยู่ในพันทิปไม่รู้กฎอะไรมาก แท็กผิดห้องอย่างไรขอโทษค่ะ
ร่มคันน้อยกับระบบโซตัส
ซึ่งในตอนตี 3 นี้ที่ฉันคิดเรื่อยเปื่อยจนถึงเรื่องนี้ ฉันก็ได้คำตอบแล้ว ซึ่งนั่นคือ 'ความคิดแบบระบบโซตัส' แม้พวกเราจะไม่ได้เรียนมอรัฐบาล แต่ระบบนี้ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย การที่ทุกคนรวมถึงฉันเองในตอนแรกที่ไม่กล้าใช้ร่มคันนั้น เพราะเมื่อใช้จะมี"คนที่ได้ใช้" และ"คนที่ต้องเปียก"เป็นความคิดที่ว่าทุกคนต้องเท่าเทียมกันหมด เราไม่ได้ก็ต้องไม่ได้ทุกคน เราได้ก็ต้องได้ทุกคน แต่ตัวฉันในเหตุการณ์ที่ใช้ร่มตัดสินใจออกจากระบบชั่วขณะโดยคิดว่า เรามีร่มคันหนึ่งซึ่งสามารถเป็นประโยชน์ได้ มันไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะไม่ใช้ เรานำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยก็มีคนที่ได้ใช้ไง ณ ตอนนั้นตัวฉันคิดแค่นั้น โดยที่ไม่เกี่ยงเลยว่าคนที่ได้ร่มจะเป็นฉันหรือไม่
ตอนนี้ฉันคิดว่า ความคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่ดีนะ เราควรได้รับการสอนว่า คนที่ต้องตากฝนจะรู้สึกเสียสละและยินดีกับเพื่อนที่ได้ดี คนที่ได้ร่มก็รู้จักขอบคุณทุกคนและตั้งใจรับน้ำใจทุกคนที่เสียสละโดยการใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความคิดแบบนี้ดีกว่าถูกสอนให้กลัวอย่างไม่มีเหตุผล กลัวคนอื่นจะมองว่าเราเห็นแก่ตัว กลัวคนอื่นจะมองเราไม่ดี มีคนไม่ได้ทุกคนต้องไม่ได้ แบบนี้เป็นไหนๆ
ซึ่งสุดท้าย พอฉันใช้ร่ม คนอื่นๆจึงกล้าที่จะหาอะไรมาบังหัว บางทีพวกเขาก็ไม่รู้ตัวว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้นในตอนแรก พอมีคนกล้าออกนอกระบบความคิดเขาจึงรู้สึกว่าได้รับอนุญาตให้ออกได้...
เรื่องเล็กน้อยในชีวิตสำหรับฉัน มันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นถ้าไม่ได้คิดต่อ แต่ถ้าเอามาวิเคราะห์ต่อมันอาจจะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ แม้เรื่องราวจริงๆอาจไม่ได้มีอะไรเลย ไม่ได้เป็นอย่างที่วิเคราะห์เลย แต่การได้คิดทำให้เรามีปัญญา
ส่งเสริมให้ทุกคนเลิกกลัวและให้ความสำคัญกับสิทธิของตนเองและของทุกๆคนค่ะ
หาว่าบ้า หาว่าคิดมาก หาว่าเห็นแก่ตัวได้ แต่อย่าแรงค่ะ
ไม่ค่อยได้อยู่ในพันทิปไม่รู้กฎอะไรมาก แท็กผิดห้องอย่างไรขอโทษค่ะ