ครั้งแรกกับการวิ่งมินิมาราธอน10กิโลเมตร

พอดีเมื่อ 2 เดือนที่แล้วมีเพื่อนมาชวนวิ่งในงานวิ่งเปลี่ยนชีวิตของ สสส. เราเองก็ตอบตกลงไป ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่า
ผมอ้วนมากหนักประมาณ123 กิโลกรัม. ซึ่งตอนแรกเราก็ได้ถามอาจารย์ว่า2เดือน ผมสามารถซ้อมวิ่ง10 กิโลได้ไหม ได้รับ
คำตอบว่ายาก แต่ก็ลองดูได้ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป เราก็ฮึด เอาวะเป็นไงเป็นกัน พอถึงเวลาจะซ้อมก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงไปมา
อ้างโน่นนี่นั่น จนวันแข่งใกล้เข้ามาเราก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยซ้อมก็ได้ไม่เป็นไรหรอก(ผมมีการว่ายน้ำ+ตีแบตอยู่เป็นประจำ)
พอมาเหลือเวลาอีก2 อาทิตย์ก่อนแข่งงานเข้าสิครับ อาทิตย์แรกเป็นไวรัสลงกระเพาะไม่ได้เล่นกี่ฬาไปอาทิตย์นึงเต็มๆ
อาทิตย์สุดท้ายก่อนแข่ง วันจันทร์ อังคาร ป่วยหลอดลมอักเสบ พุทธค่อยยังชั่ว พฤหัสเลยไปตีแบด ศุกร์ เสาร์ งานยุ่งมาก
แล้วผีซ้ำด้ามพลอยวันเสาร์ก่อนวิ่ง1 วัน มีการถ่ายท้องอีก ตอนแรกชั่งใจว่าจะไปไปวิ่งดีกว่ากลัวเป็นหนัก แต่พอมาตอน
เช้าวันอาทิตย์ อาการดีขึ้นก็เลยไป แต่คิดในใจว่าถ้าไม่ไหวก็ค่อยออกจากการแข่งขัน สรุปซ้อมน้อยมาก หรือเรียกง่ายๆ
ว่าไม่ได้ซ้อมวิ่งเลย. มาดูผลของการกระทำกัน

ตอนเช้าวันอาทิตย์ มาถึงหน้างานก็ไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย ระหว่างนั่งเพลินๆ ได้ยินเสียงปล่อยตัวไปแล้ว เห้ยๆๆ
ตูยังไม่เสร็จเลย พอเจอเพื่อนเลยไปจุดปล่อยผลปรากฎว่าเขาปล่อยตัวไปแล้ว7 นาทีกว่าๆ เราก็เริ่มวิ่ง ด้วยความไม่เคย
ซ้อมตอนแรกเรานี่จ้ำอ้าวเลยแซงคนไปหลายคนมากๆ (ยัง ยัง ยังไม่รู้ชะตากรรมของยิ้มอีก) พอได้สัก500 เมตร ก็ฮิพฮอพ
เลยครับ ก็เลยเปลี่ยนเป็นเดินเร็วแทน สลับกับการวิ่ง เราก็คิดในใจว่าหมูๆว่ะ ยังไงตูต้องถึงแน่ๆ แต่ลำพองใจได้ไม่นาน
พอมาถึงกิโลที่3 งานเข้าสิครับด้วยการไม่ได้ซ้อมมาเริ่มมีอาการออกมาที่แรกคือ เจ็บโคนขาหนีบ คล้ายๆไข่ดัน แต่พอทน
ได้ ก็วิ่งสลับเดิน

แล้วผลของกรรมก็ออกมาอีกในกิโลที่5 เริ่มเจ็บเข่า อาจจะเพราะว่าอ้วนด้วย ตอนถึง5 กิโล เราใช้เวลาไปประมาณ50 นาที
คิดว่าอีกครึ่งนึงก็แค่อีก50 นาที เอาวะสู้ๆๆๆๆ พอมาถึงกิโลที่ 6-7 เริ่มเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายครับ ตอนนี้เริ่มวิ่งไม่ได้แล้ว แต่เดิน
เร็วแล้วไม่หยุดเพราะว่าถ้าหยุดแล้วจะขี้เกียจ5555 ก็เดินมาถึงกิโลที่8 ทีนี้ฝ่าเท้าขวาน่าจะพองครับ น่าจะเกิดจากถุงเท้าแน่ๆ
ตอนนี้สภาพร่างกายเหลือแค่50-50 แต่ใจเกินร้อยแน่ๆ พอมาถึงกิโลที่9 อยู่ดีๆๆก็ซ็อตไปดื้อๆ เดินเร็วไม่ได้ หน้ามืดเพราะดัน
ไปก้มหน้าเดินพยายามเร่งยังไงก็ไม่ขึ้น จนคนข้างหลังเริ่มแซงไปเกือบหมด จนมาเหลือระยะอีก 500 เมตร ก็มีเสียงสวรรค์มา
จากด้านหลังว่าเราไปด้วนกันพี่ ก็เลยหันมาถามว่าผมเป็นคนสุดท้ายแล้วใช่ไหม จนท. ตอบว่าใช่แต่ไม่ต้องรีบทัน2 ชั่วโมงแน่ๆ
เราเลยฮึดวิ่งแซงคนรองบ๊วยไป แต่ดันไปเข้าผิดช่องเลยต้องย้อนกลับมาอีกผลสรุปเข้าเส้นชัย 1ชั่วโมง 59 นาทีกว่าๆ ซึ่งนับว่า
เป็นเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต(ก็แน่ละสิ ยิ้มเพิ่งวิ่งครั้งแรกหนิ) ขอบอกว่าน้ำตาจะไหลภูมิใจเหรอ เปล่าเหนื่อย เจ็บ55555 ไม่ใช่มัน
ต้องภูมิใจสิ

สรุป..... ไว้ครั้งหน้าขอแก้ตัวใหม่เอาแบบซ้อมดีกว่านี้ แล้วเวลาต้องดีกว่านี้แน่ๆ หวังว่านะครับ5555



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่