บันทึกของวัยรุ่น

สวัสดีคนในพันทิปทุกท่าน
        นี่อาจไม่ใช่กระทู้แรกของเราในพันทิป
    เราเขียนกระทู้นี้มากึ่งๆบทความละกัน เราเป็นแค่เด็กมัธยมปลายคนหนึ่งที่มีได้ลองพูดคุยกับคนอายุไล่เลี่ยกันและชีวิตไม่ได้โลดโผนมากถึงแม้จะอยากโลดโผนจนเกือบม่องเท่งมาแล้วก็ตาม เราเขียนกระทู้นี้มาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของวัยรุ่นในสังคมแบบเราให้ทุกคนได้อ่าน แน่นอนกระทู้นี้จะทยอยรวบรวมเรื่องราวจากคนอื่นๆฝังแนวคิดมาให้ได้ลองเสพกัน นี่เป็นแค่ความคิดส่วนหนึ่ง ย้ำว่าไม่ใช่ของคนทั้งประเทศ
    
นี่อยู่ในช่วงปิดเทอม ที่จริงเวลานี้ทุกคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ หมกมุ่นอยู่กับการใช้ชีวิตโทรมๆอยู่ในติวเตอร์ทั้งบ่าย หรือแม้กระทั่งนอนสไลด์หน้าจอโทรศัพท์อยู่บ้าน ให้เวลาหมดไปวันๆ
    
นั่นคือเรา รวมไอ้ข้อข้างบนเมื่อกี้ทั้งหมด นี่คือชีวิตแบบเบสิคของเด็กวัยรุ่นไทยอายุต่ำกว่าเลขสองส่วนใหญ่จะทำกัน นั่นเป็นมุมทั่วไปที่ผู้ใหญ่และคนนอกจะมอง แต่ไม่ นั่นไม่ใช่ทั้งหมด แน่นอนคนทั้งโลกย่อมไม่เหมือนกัน ทุกคนมีมุมที่ไม่มีใครเคยเห็น ทั้งเป็นลูกที่ดีและเป็นเด็กเกเรในเวลาเดียวกัน
    
เราโตมาในสังคมที่ค่อนข้างปิด ที่บ้านเลี้ยงดูเรามาอย่างดี เรามีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตา และที่สำคัญเป็นลูกคนเดียว เราจึงเป็นความหวังของทุกคนในบ้าน ทุกคนนี่คือทั้งห่วงทั้งหวงเหมือนไข่ในหิน พ่อแม่ไปรับทุกเย็น ไม่เคยกลับบ้านเอง ไม่เคยสัมผัสคำว่ารถประจำทาง เราเพิ่งจะมารู้เส้นทางและเคยนั่งรถเองตอนม.ปลายเนี่ยแหละ ถามว่าดีไหม ดีนะ สบาย แต่โคตรอึดอัด และโคตรเป็นไก่อ่อนในสายตาเพื่อนๆ เพราะในขณะที่เขาไปนู่นไปนี่กันหลังเลิกเรียน เรามีหน้าที่ไปนั่งบนไม้หินอ่อน รอเวลาให้ที่บ้านมารับ ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเขาหรอก มีหน้าที่เป็นลูกที่ดีก็ตามน้ำไป

ประถม
    
เราได้เรียนในโรงเรียนดีๆ เป็นโรงเรียนสองภาษา ไม่ถึงกับนานาชาตินะ แต่เรียนเป็นภาษาอังกฤษทุกวิชา ที่นั้นมีครูฝรั่งมากกว่าครูไทย แน่นอนอิทธิพลตะวันตกค่อนข้างจะมีผลกับความคิดของเด็กๆมากซักหน่อย เราไม่ได้ยอว่าที่นี้ดีเลิศเลอกว่าโรงเรียนไทยนะ แต่เอาเป็นว่าหนับหนุนให้เอาลูกไปเรียนละกัน เพราะการเรียนการสอนที่นี่จะแบบว่า เน้นของจริง เน้นปฏิบัติ เน้นกิจกรรม ผลลัพธ์คือ นักเรียนแฮปปี้และมีความรู้ ไอ้ที่เราประทับใจที่สุดก็คือ จำได้ว่าวิชาศิลปะ ทีชเชอร์ของเราเอาตุ๊กตาหมีมาวางไว้กลางห้องแล้วบอกเด็กๆว่า “ยูจะทำยังไงก็ได้ให้ผลงานที่ยูสร้างมาออกมาดูออกว่าเป็นหมีนี่”พร้อมกับขนลังกระดาษใหญ่ๆมา ในลังก็พวกอุปกรณ์วาดรูป สีน้ำ สีเทียน สีไม้ ชอล์ก กระดาษชิดชู่ ดินน้ำมัน และกระดาษสี พร้อมทั้งให้เด็กๆสร้างสรรค์ผลงานโดยวิธีการใดก็ได้ แต่ให้ออกมาแล้วเป็นตุ๊กตาหมีตัวนั้น
    
นี่คือการสอนแบบฝรั่ง สอนให้ทุกคนมีข้อแตกต่างของตัวเองแต่สามารถลงตัวได้กับผู้อื่น ถ้าเป็นครูไทยโรงเรียนมัธยม(ปัจจุบัน)ของเรา ก็จะแค่สั่งการบ้านให้ไปวาดรูปหมีตัวนั้นมา ใครวาดสวยก็ได้เต็มไป ใครวาดแย่ก็ได้คะแนนลดลงมา สร้างความแตกต่างให้ฝังลึกในรอยร้าวของเด็กๆว่า เฮ้ย.. นี่เราวาดรูปแย่หรอเนี่ย ช่างแมร่งละกันส่งๆไปเอาคะแนน
    
เด็กส่วนใหญ่เลือกที่จะตัดไฟแต่ต้นลมรวมถึงตัดความฝันของตัวเองด้วยคำว่าช่างแมร่งเยอะมากนะ เพราะเด็กไทยไม่ได้ถูกฝึกสอนมาให้ยอมรับแรงกดดันและยอมรับข้อแตกต่างได้ เอาเป็นว่ายังมีอีกเยอะ เราผู้เขียนจะค่อยๆสะท้อนให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นละกัน
    
เราไม่ได้มีอคติกับสังคมไทย เพราะเราก็เป็นแค่เด็กไทยตัวเล็กๆคนหนึ่งที่อยากจะเปิดอีกมุมของทัศนคติให้ผู้ใหญ่ได้รู้บ้าง อย่าเพิ่งตัดสินเรา เราจะพยายามรวบรวมข้อมูลที่ได้พูดคุยกับคนรุ่นเดียวกันมาให้ได้อ่าน เดี๋ยวมาต่อ ถ้ามีคนอ่าน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่