ไทยเราไม่มีเทคโนโลจีใดๆที่จะเอาชนะ"ผักตบชวา"ได้หรอ?!

แต่ละปีต้องสิ้นงบประมาณในการจัดเก็บแต่ละปีมากมาย ปีแล้วปีเล่าที่ต้องมาต่อสู้ปัญหาวนเวียนในท้องน้ำคูคลองไม่รู้จบสิ้น เรามีนักวิชาการมีสถาบันที่เกี่ยวข้องที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ แล้วทำไม?ปัญหาวัชพืชแค่นี้ทำไม?ไม่มีใครหรือสถาบันไหนคิดหาวิธีกำจัดให้หมดสิ้น ยี่ถ้าไม่ได้หน่วยงานของทหารมาช่วยผมว่าที่เหนือเขือนเจ้าพระยาไม่มีทางที่จะแก้ได้เร็วขนาดนี้(ชมทหารหน่อย)
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
เพิ่งมีการทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยุโรปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง     ปัญหาผักตบชวาที่ท่วมเม่น้ำลำคลองไม่ใช่เกิดแต่ในเฉพาะประเทศไทยแต่จากสารคดีที่เผยแพร่นั่นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ในทะเลสาบวิคตอเรียซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก    และใหญ่เป็นอันดับ 1  ของทวีปอัฟริกา

https://en.wikipedia.org/wiki/Water_hyacinth_in_Lake_Victoria

ผลกระทบของการแพร่ระบาดของผักตบชวาไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการการสัญจรทางน้ำเท่านั้น    แต่ก่อให้เกิดวิกฤตปัญหาสำคัญอื่นๆ อีก  ได้แก่    การเข้าไปติดอยู่ในเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าถึงกับทำให้ turbine หยุดการทำงานและทำให้เกิดไฟฟ้าดับที่ได้เกิดขึ้นแล้วในแซมเบีย    การแผ่ของต้นผักตบชวาที่หนาแน่นจนทำให้แสงแดดผ่านไปถึงพื้นน้ำไม่ได้ทำให้น้ำขาดอ๊ออซิเจนเกิดน้ำเน่าเสีย   และต่อเนื่องไปทำให้สัตว์น้ำต่างๆ มีชีวิตไม่ได้   และแม้แต่การวางไขของปลาก็ไปติดอยู่กอผักตบจนไม่สามารถเติบโตและตายไปในที่สุด      เป็นแหล่งการวางไขของยุงและแมลงต่างๆ  เท่ากับเป็นการแพร่กระจายโรคร้ายมากยิ่งขึ้น

ทะเลสามวิคตอเรียซึ่งเป็นทะเลสาบสำคัญที่สุดนี้กินอยู่ในพื้นที่ 3 ประเทศ  คือ ทันซาเนีย  อูกันดา  และ เคนยา     ประวัติการเกิดของผักตบชวาในทวีปอัฟริกาก็เช่นเดียวกับไทย    นั่นคือจากการที่มีคนนำจากทวีปอเมริกาใต้เข้าไปปลูกและหลุดเข้าไปเติบโตในแม่น้ำลำคลองในราวปี 1980  (เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีผักตบชวาที่นั่น)    หลังจากนั้นก็เกิดการแพร่พันธุ์เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับในไทย     ผักตบชวาที่เติบโตในแม่น้ำ Kagera  ไหลไปตามกระแสแม่น้ำที่ออกสู่ทะเลสาบวิคตอเรีย

คำถามที่คุณ zodiac สงสัยว่า   ผักตบชวาสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารสัตว์ได้หรือไม่นั้น    ในทาง "ทฤษฏี"  แล้ว   สามารถนำไปผสมในอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ได้    หรือ  แม้แต่เป็นส่วนผสมทำปุ๋ย   และ  นำมาใช้เป็นเครื่องจักสาน  

แต่    ที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้น้ันเพราะผักตบชวาเป็นพืชที่สะสมสารพิษชนิดต่างๆ ที่ปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม   โรงงานเหมืองแร่ซึ่งปล่อยธาตุหนักๆ     จากน้ำที่ปล่อยมาจากการทำเกษตรซึ่งมีปุ๋ยเคมีหรือแม้แต่ยาฆ่าแมลง    และ  ท้ายที่สุดคือน้ำเสียจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย

ฉะนั้นผักตบชวาจึงเป็นพืขที่เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ  จนไม่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีก

หลายประเทศที่ประสบปัญหาผักตบชวาได้ลงมือกระทำการหลายวิธีมาแล้ว   เช่น  แซมเบียใช้เครื่องมือเครื่องจักรของทหารมากวาดผักตบชวาขึ้นไป    หรือ ซิมบับเวและ อูกานดา  ถึงกับใช้สารเคมีฉีดทำลายคือ  Herbizid 2,4-D    ซึ่งเป็นสารเคมีที่ยุโรปไม่อนุญาตให้ใช้ไปนานแล้ว
ถึงขนาดที่ว่ามีบริษัทตะวันตกไปขายเครื่องจักรกวาดผักตบชวาให้กับอูกานดาเพื่อเอามาต่อสู้กับการกวาดล้างผักตบชวา   เนื่องจากอุกานดาเป็นประเทศยากจนที่ไม่มีเงินซื้อเครื่องจักรแน่ๆ    แต่ก็อุตส่าห์ไปยืมเงินจากธนาคารโลกมา    

แต่ผักตบชวาก็กลับคืนมาทุกครั้งเสมอไป    เนื่องจากเมล็ดของผักตบชวาสามารถมีอายุยืนยาวแพร่พันธู์ได้นานถึง 30  ปี

ท้ายที่สุดในช่วงปี 1990 นี่เองที่มีการค้นพบกันว่า   ผักตบชวาจะสามารถเอาชนะได้ด้วยวิธีการควบคุมทางชีวะวิทยาเท่านั้น    นั่นคือการนำเอาตัวด้วง  "snout beetles" ที่มีหงอนดูดน้ำหรืออาหารอยู่ที่ปาก  (ผมไม่ทราบว่าด้วงไทยเรียกชื่อว่าอะไร  แต่ถ้ารัฐบาลไทยสนใจให้ติดต่อไปถามทางการของอูกานดาได้) มาเพาะพันธุ์แล้วนำไปปล่อยในกอผักตบชวา    เจ้าด้วงชนิดนี้ก็จะเจาะลำต้นผักตบชวาเพื่อดูดน้ำเป็นอาหารจนทำให้ผักตบชวาขาดน้ำเลี้ยงค่อยๆ เหี่ยวเฉาตายและจมน้ำไปในที่สุด

ในปี 1997   มีการเพาะด้วงไปปล่อยนับล้านๆ ตัว   ผลลัพธ์ที่ปรากฏนั้นปรากฏกลับกลายเป็นว่า   ผักตบชวาตายหมดจนไม่เหลือเป็นอาหารให้ตัวด้วง    กลายเป็นด้วงต้องตายลงเนื่องจากขาดอาหารไปเสียอีก    

ในเมื่อเมล็ดผักตบชวามีอายุยืนยาวเป็นทศวรรษ   ฉะนั้นในระยะต่อมาผักตบชวาก็กลับมาอีก    ทำให้ต้องมีการเพาะพันธ์ุด้วงกันใหม่จำนวนมากและกลายเป็นแหล่งอาชีพในการเพาะด้วงให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง

ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา   ปัญหาผักตบชวาในทะเลสาบวิคตอเรียไม่ถึงกับหมดเกลี้ยงไป   แต่อยู่ในสภาพที่ควบคุมได้  

แจ้งข่าวไว้เผื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ของไทย

เข้ามา edit เพิ่มภาพให้

ตัวด้วงประเภทนี้  Curculio glandium

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่