สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
เพิ่งมีการทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ในยุโรปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง ปัญหาผักตบชวาที่ท่วมเม่น้ำลำคลองไม่ใช่เกิดแต่ในเฉพาะประเทศไทยแต่จากสารคดีที่เผยแพร่นั่นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่ในทะเลสาบวิคตอเรียซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับ 1 ของทวีปอัฟริกา
https://en.wikipedia.org/wiki/Water_hyacinth_in_Lake_Victoria
ผลกระทบของการแพร่ระบาดของผักตบชวาไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการการสัญจรทางน้ำเท่านั้น แต่ก่อให้เกิดวิกฤตปัญหาสำคัญอื่นๆ อีก ได้แก่ การเข้าไปติดอยู่ในเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าถึงกับทำให้ turbine หยุดการทำงานและทำให้เกิดไฟฟ้าดับที่ได้เกิดขึ้นแล้วในแซมเบีย การแผ่ของต้นผักตบชวาที่หนาแน่นจนทำให้แสงแดดผ่านไปถึงพื้นน้ำไม่ได้ทำให้น้ำขาดอ๊ออซิเจนเกิดน้ำเน่าเสีย และต่อเนื่องไปทำให้สัตว์น้ำต่างๆ มีชีวิตไม่ได้ และแม้แต่การวางไขของปลาก็ไปติดอยู่กอผักตบจนไม่สามารถเติบโตและตายไปในที่สุด เป็นแหล่งการวางไขของยุงและแมลงต่างๆ เท่ากับเป็นการแพร่กระจายโรคร้ายมากยิ่งขึ้น
ทะเลสามวิคตอเรียซึ่งเป็นทะเลสาบสำคัญที่สุดนี้กินอยู่ในพื้นที่ 3 ประเทศ คือ ทันซาเนีย อูกันดา และ เคนยา ประวัติการเกิดของผักตบชวาในทวีปอัฟริกาก็เช่นเดียวกับไทย นั่นคือจากการที่มีคนนำจากทวีปอเมริกาใต้เข้าไปปลูกและหลุดเข้าไปเติบโตในแม่น้ำลำคลองในราวปี 1980 (เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีผักตบชวาที่นั่น) หลังจากนั้นก็เกิดการแพร่พันธุ์เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับในไทย ผักตบชวาที่เติบโตในแม่น้ำ Kagera ไหลไปตามกระแสแม่น้ำที่ออกสู่ทะเลสาบวิคตอเรีย
คำถามที่คุณ zodiac สงสัยว่า ผักตบชวาสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารสัตว์ได้หรือไม่นั้น ในทาง "ทฤษฏี" แล้ว สามารถนำไปผสมในอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ได้ หรือ แม้แต่เป็นส่วนผสมทำปุ๋ย และ นำมาใช้เป็นเครื่องจักสาน
แต่ ที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้น้ันเพราะผักตบชวาเป็นพืชที่สะสมสารพิษชนิดต่างๆ ที่ปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานเหมืองแร่ซึ่งปล่อยธาตุหนักๆ จากน้ำที่ปล่อยมาจากการทำเกษตรซึ่งมีปุ๋ยเคมีหรือแม้แต่ยาฆ่าแมลง และ ท้ายที่สุดคือน้ำเสียจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
ฉะนั้นผักตบชวาจึงเป็นพืขที่เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ จนไม่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีก
หลายประเทศที่ประสบปัญหาผักตบชวาได้ลงมือกระทำการหลายวิธีมาแล้ว เช่น แซมเบียใช้เครื่องมือเครื่องจักรของทหารมากวาดผักตบชวาขึ้นไป หรือ ซิมบับเวและ อูกานดา ถึงกับใช้สารเคมีฉีดทำลายคือ Herbizid 2,4-D ซึ่งเป็นสารเคมีที่ยุโรปไม่อนุญาตให้ใช้ไปนานแล้ว
ถึงขนาดที่ว่ามีบริษัทตะวันตกไปขายเครื่องจักรกวาดผักตบชวาให้กับอูกานดาเพื่อเอามาต่อสู้กับการกวาดล้างผักตบชวา เนื่องจากอุกานดาเป็นประเทศยากจนที่ไม่มีเงินซื้อเครื่องจักรแน่ๆ แต่ก็อุตส่าห์ไปยืมเงินจากธนาคารโลกมา
แต่ผักตบชวาก็กลับคืนมาทุกครั้งเสมอไป เนื่องจากเมล็ดของผักตบชวาสามารถมีอายุยืนยาวแพร่พันธู์ได้นานถึง 30 ปี
ท้ายที่สุดในช่วงปี 1990 นี่เองที่มีการค้นพบกันว่า ผักตบชวาจะสามารถเอาชนะได้ด้วยวิธีการควบคุมทางชีวะวิทยาเท่านั้น นั่นคือการนำเอาตัวด้วง "snout beetles" ที่มีหงอนดูดน้ำหรืออาหารอยู่ที่ปาก (ผมไม่ทราบว่าด้วงไทยเรียกชื่อว่าอะไร แต่ถ้ารัฐบาลไทยสนใจให้ติดต่อไปถามทางการของอูกานดาได้) มาเพาะพันธุ์แล้วนำไปปล่อยในกอผักตบชวา เจ้าด้วงชนิดนี้ก็จะเจาะลำต้นผักตบชวาเพื่อดูดน้ำเป็นอาหารจนทำให้ผักตบชวาขาดน้ำเลี้ยงค่อยๆ เหี่ยวเฉาตายและจมน้ำไปในที่สุด
ในปี 1997 มีการเพาะด้วงไปปล่อยนับล้านๆ ตัว ผลลัพธ์ที่ปรากฏนั้นปรากฏกลับกลายเป็นว่า ผักตบชวาตายหมดจนไม่เหลือเป็นอาหารให้ตัวด้วง กลายเป็นด้วงต้องตายลงเนื่องจากขาดอาหารไปเสียอีก
ในเมื่อเมล็ดผักตบชวามีอายุยืนยาวเป็นทศวรรษ ฉะนั้นในระยะต่อมาผักตบชวาก็กลับมาอีก ทำให้ต้องมีการเพาะพันธ์ุด้วงกันใหม่จำนวนมากและกลายเป็นแหล่งอาชีพในการเพาะด้วงให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ปัญหาผักตบชวาในทะเลสาบวิคตอเรียไม่ถึงกับหมดเกลี้ยงไป แต่อยู่ในสภาพที่ควบคุมได้
แจ้งข่าวไว้เผื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ของไทย
เข้ามา edit เพิ่มภาพให้
ตัวด้วงประเภทนี้ Curculio glandium
https://en.wikipedia.org/wiki/Water_hyacinth_in_Lake_Victoria
ผลกระทบของการแพร่ระบาดของผักตบชวาไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการการสัญจรทางน้ำเท่านั้น แต่ก่อให้เกิดวิกฤตปัญหาสำคัญอื่นๆ อีก ได้แก่ การเข้าไปติดอยู่ในเขื่อนที่ผลิตไฟฟ้าถึงกับทำให้ turbine หยุดการทำงานและทำให้เกิดไฟฟ้าดับที่ได้เกิดขึ้นแล้วในแซมเบีย การแผ่ของต้นผักตบชวาที่หนาแน่นจนทำให้แสงแดดผ่านไปถึงพื้นน้ำไม่ได้ทำให้น้ำขาดอ๊ออซิเจนเกิดน้ำเน่าเสีย และต่อเนื่องไปทำให้สัตว์น้ำต่างๆ มีชีวิตไม่ได้ และแม้แต่การวางไขของปลาก็ไปติดอยู่กอผักตบจนไม่สามารถเติบโตและตายไปในที่สุด เป็นแหล่งการวางไขของยุงและแมลงต่างๆ เท่ากับเป็นการแพร่กระจายโรคร้ายมากยิ่งขึ้น
ทะเลสามวิคตอเรียซึ่งเป็นทะเลสาบสำคัญที่สุดนี้กินอยู่ในพื้นที่ 3 ประเทศ คือ ทันซาเนีย อูกันดา และ เคนยา ประวัติการเกิดของผักตบชวาในทวีปอัฟริกาก็เช่นเดียวกับไทย นั่นคือจากการที่มีคนนำจากทวีปอเมริกาใต้เข้าไปปลูกและหลุดเข้าไปเติบโตในแม่น้ำลำคลองในราวปี 1980 (เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีผักตบชวาที่นั่น) หลังจากนั้นก็เกิดการแพร่พันธุ์เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับในไทย ผักตบชวาที่เติบโตในแม่น้ำ Kagera ไหลไปตามกระแสแม่น้ำที่ออกสู่ทะเลสาบวิคตอเรีย
คำถามที่คุณ zodiac สงสัยว่า ผักตบชวาสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารสัตว์ได้หรือไม่นั้น ในทาง "ทฤษฏี" แล้ว สามารถนำไปผสมในอาหารเลี้ยงปศุสัตว์ได้ หรือ แม้แต่เป็นส่วนผสมทำปุ๋ย และ นำมาใช้เป็นเครื่องจักสาน
แต่ ที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้น้ันเพราะผักตบชวาเป็นพืชที่สะสมสารพิษชนิดต่างๆ ที่ปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานเหมืองแร่ซึ่งปล่อยธาตุหนักๆ จากน้ำที่ปล่อยมาจากการทำเกษตรซึ่งมีปุ๋ยเคมีหรือแม้แต่ยาฆ่าแมลง และ ท้ายที่สุดคือน้ำเสียจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย
ฉะนั้นผักตบชวาจึงเป็นพืขที่เต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ จนไม่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีก
หลายประเทศที่ประสบปัญหาผักตบชวาได้ลงมือกระทำการหลายวิธีมาแล้ว เช่น แซมเบียใช้เครื่องมือเครื่องจักรของทหารมากวาดผักตบชวาขึ้นไป หรือ ซิมบับเวและ อูกานดา ถึงกับใช้สารเคมีฉีดทำลายคือ Herbizid 2,4-D ซึ่งเป็นสารเคมีที่ยุโรปไม่อนุญาตให้ใช้ไปนานแล้ว
ถึงขนาดที่ว่ามีบริษัทตะวันตกไปขายเครื่องจักรกวาดผักตบชวาให้กับอูกานดาเพื่อเอามาต่อสู้กับการกวาดล้างผักตบชวา เนื่องจากอุกานดาเป็นประเทศยากจนที่ไม่มีเงินซื้อเครื่องจักรแน่ๆ แต่ก็อุตส่าห์ไปยืมเงินจากธนาคารโลกมา
แต่ผักตบชวาก็กลับคืนมาทุกครั้งเสมอไป เนื่องจากเมล็ดของผักตบชวาสามารถมีอายุยืนยาวแพร่พันธู์ได้นานถึง 30 ปี
ท้ายที่สุดในช่วงปี 1990 นี่เองที่มีการค้นพบกันว่า ผักตบชวาจะสามารถเอาชนะได้ด้วยวิธีการควบคุมทางชีวะวิทยาเท่านั้น นั่นคือการนำเอาตัวด้วง "snout beetles" ที่มีหงอนดูดน้ำหรืออาหารอยู่ที่ปาก (ผมไม่ทราบว่าด้วงไทยเรียกชื่อว่าอะไร แต่ถ้ารัฐบาลไทยสนใจให้ติดต่อไปถามทางการของอูกานดาได้) มาเพาะพันธุ์แล้วนำไปปล่อยในกอผักตบชวา เจ้าด้วงชนิดนี้ก็จะเจาะลำต้นผักตบชวาเพื่อดูดน้ำเป็นอาหารจนทำให้ผักตบชวาขาดน้ำเลี้ยงค่อยๆ เหี่ยวเฉาตายและจมน้ำไปในที่สุด
ในปี 1997 มีการเพาะด้วงไปปล่อยนับล้านๆ ตัว ผลลัพธ์ที่ปรากฏนั้นปรากฏกลับกลายเป็นว่า ผักตบชวาตายหมดจนไม่เหลือเป็นอาหารให้ตัวด้วง กลายเป็นด้วงต้องตายลงเนื่องจากขาดอาหารไปเสียอีก
ในเมื่อเมล็ดผักตบชวามีอายุยืนยาวเป็นทศวรรษ ฉะนั้นในระยะต่อมาผักตบชวาก็กลับมาอีก ทำให้ต้องมีการเพาะพันธ์ุด้วงกันใหม่จำนวนมากและกลายเป็นแหล่งอาชีพในการเพาะด้วงให้ชาวบ้านอีกทางหนึ่ง
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ปัญหาผักตบชวาในทะเลสาบวิคตอเรียไม่ถึงกับหมดเกลี้ยงไป แต่อยู่ในสภาพที่ควบคุมได้
แจ้งข่าวไว้เผื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ของไทย
เข้ามา edit เพิ่มภาพให้
ตัวด้วงประเภทนี้ Curculio glandium
แสดงความคิดเห็น
ไทยเราไม่มีเทคโนโลจีใดๆที่จะเอาชนะ"ผักตบชวา"ได้หรอ?!