มีปัญหาที่โรงเรียนควรทำอย่างไรดีครับ

สวัสดีครับ คือ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาอยากให้ทุกๆคนใน Pantip ช่วยเหลือหน่อยนะครับ คือตอนนี้ผมไม่รู้จะปรึกษาใครดีไม่รู้จะหาทางไหนอะไรยังไงดี ผมเครียดมากจนผมอยากอยู่คนเดียวไม่อยากออกไปเจอใครอีกเลย ผมรู้สึกว่ามันหว่าเว้ ผมรู้สึกแบบผมไม่เหลือใครที่จะช่วยเหลือผมได้อีกแล้ว ผมจนปัญญาแล้วจริงๆครับ ผมไม่ได้จะเรียกร้องความสนใจอะไร แต่ผมเครียดมากจริงๆครับ ผมว่ามีแค่ช่องทางเดียวที่จะให้คำปรึกษาผมได้ ผมจึงมาขอคำปรึกษาช่วยเหลือในเว็บไซต์นี้ ผมเครียดมากจริงๆ จนผมคิดว่า ผมไม่อยากตื่นขึ้นมารับรู้อะไรอีกแล้ว ผมเบื่อแล้ว มันพอแล้ว มันไม่ไหวแล้ว มันจบแล้ว มันไม่เหลืออะไรที่จะให้เรามีความสุขได้อีกแล้วหรอ? ผมเบื่อมากมันเครียดมาก มันหมดจนหนทางมันมืดไปทุกด้าน เหมือนตัวของผมนั่งอยู่เพียงลำพัง ไม่เหลือใครที่จะมาปลอบมาช่วยเหลือมาคอยดูแล มันจบแล้วจริงๆงั้นหรอ? เพราะสิ่งนี้ผมอยากจะเล่าเรื่องราวปัญหาพวกนี้ให้ทุกคนได้ฟังได้อ่านกันครับ ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่ผมเล่าไป มันอาจจะงี่เง่า มันอาจจะไร้สาระ มันอาจจะเด็กๆในสายตาคนอื่นก็ตาม แต่ผมทนไม่ไหวจริงๆแล้ว เพราะนี่มันเกิดขึ้นกับตัวผมจริงๆและผมไม่เคยคิดอยากให้มันเกิดเลยด้วยซ้ำ ผมไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลย ก่อนผมเริ่มเรื่องถ้าหากเจ้าตัวได้มาอ่าน ผมก็ขอบอกว่าพอ!!!ให้มันจบสักทีผมเหนื่อยแล้วมันไม่ไหวแล้วมันทนต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าอยากให้ผมออกผมก็จะออก!!! งั้นผมขอเริ่มเรื่องเลยนะครับ มันอาจจะยาวไปหน่อยก็ตาม ผมอยากจะให้ทุกคนช่วยอ่านให้จบนะครับ ภายในเรื่องอาจจะมีคำหยาบคายบ้างนะครับ แต่ผมขอร้องล่ะครับ ได้โปรดช่วยอ่านให้จบนะครับ และผมจะเล่าตั้งแต่ช่วงแรกๆจนถึงปัจจุบัน ณ ตอนนี้เลยนะครับ “หลังจากที่ผมจบ ม.3 ผมได้ตัดสินใจเข้าโรงเรียนแห่งนี้ เพราะมีอาจารย์เชิญชวนให้มาเรียนต่อที่นี้ ( ผมขอไม่บอกชื่อ ร.ร. นะครับ ) ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ผมคิดที่จะอยากได้ภาษาอย่างเดียว แล้วอาจารย์ก็แนะนำผมว่า โรงเรียนนี้การเรียนการสอนที่ดี ถ้าหากเรียน EP จะได้ภาษามากขึ้นมีครูฝรั่งมาสอน แบบเจ้าของภาษาโดยตรง ผมก็เชื่อจนผมบอกอาจารย์ว่าผมจะลองเข้าเรียนที่นี้ดู แล้วอาจารย์ก็ยื่นใบสมัครให้ผม หลังจากเรียนจบ ม.3 ก็ผ่านมาได้ด้วยดี พอถึงเวลาเปิดเทอมโรงเรียนใหม่ ผมได้อยู่ห้อง EP คนในห้องมีทั้งหมด 21 คน ช.4 คน ญ.17 คน ( ผมลืมบอกว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนสายอาชีพ ) หลังจากเปิดมาปีแรก ก็ผ่านมาด้วยดีเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงเกือบจะกลางๆเทอม ห้องเรียนของผมจาก 21 คน ก็มีคนนึงลาออกเป็น ผช. โดยไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า เขาไม่บอกอะไรเลย และเขาก็ลาออกไป จนเหลือเพียงแค่ 20 คนในห้อง และเมื่อถึงช่วงกีฬาสีปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้นเรื่อยๆ ภายในกลุ่มก็มีปัญหาทะเลาะกันแตกแยกกันชั่วคราวและก็กลับมาคืนดีกันแต่ช่วงปีเทอมแรกก็ไม่มีอะไรมาก หลังจากเปิดเทอม 2 ปีแรก ปัญหาเล็กๆก็ทยอยเกิดขึ้นเรื่อยๆมีด่ากันบ้าง แยกตัวออกห่างบ้าง นินทาลับหลังบ้าง ทุกอย่างพวกนี้ผมไม่เคยเจอมาก่อน เพราะตอนที่ผมอยู่ ม.3 โรงเรียนเก่าห้องเรียนผมไม่มีอะไรแบบเลย เป็นห้องที่สามัคคีกันไม่ด่าว่ากัน มันมีบ้างทะเลาะกันแต่ก็ไม่ถึงด่ากันแรงๆ แต่ที่นี้มันทำให้ผมรู้อะไรเยอะขึ้นว่าสังคมของการเรียนสายนี้มันแตกต่างกันมาก ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าทำไมมันเกิดขึ้นแบบนี้ หลังจากจบเทอม 2 ผมตัดสินใจที่จะออก เพราะผมทนไม่ไหวแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษาได้บอกว่าไม่ต้องออกก็คอยแนะนำนู้นนี้นั้นจนทำให้ผมใจอ่อนลงมานิดนึง หลังจากนั้นสอบเสร็จก็มันอาจจะจบปัญหาทุกอย่างผมคิดว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดแล้ว หลังจากนั้นช่วงปิดเทอมผมตัดสินใจจะไปสมัครโรงเรียนใหม่ แต่ก็มีเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเก่าตอน ม.3 ที่มาเรียนห้องเดียวกันก็บอกว่า อย่าย้ายเลยอยู่กับเรา ตอนแรกผมคิดว่าผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่อยู่ต่อ แต่ก็มีคนที่ผมไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงดีว่าเขาดีกับเราจริงๆหรือเพียงแค่หวังผลประโยชน์จากเราอยากจะแกล้งเรารึเปล่า ผมก็ไม่รู้ใจเขาว่าเขาคิดไงกับเรา ผมก็ดันโง่ไปหลงเชื่อเขาแล้วก็ตัดสินใจใหม่ว่าจะอยู่ต่อ เอาแล้วไงล่ะหลังจากที่ผมตัดสินใจโง่ๆไปก็ ถึงเวลาเปิดเทอมปีที่ 2 ผมก็คิดว่าเรื่องของเทอมที่แล้วมันคงจบลงไปหมดทุกอย่างแล้วที่เคยเกิดขึ้นกันมา ( เรื่องของเทอมที่แล้วมันเป็นปัญหาของพวกเขาที่ก่อขึ้นมาแล้วก็ดันให้ปัญหาพวกนั้นมาเชื่อมโยงกับผมโดยที่ผมไม่รู้ตัวว่าผมทำผิดอะไร ช่วงพวกเขาแตกแยกกับต่างฝ่ายต่างมาปรึกษาผม ผมก็ให้คำปรึกษาดีๆไป มันอาจจะเป็นสาเหตุที่ผมดันไปเป็นที่ปรึกษาเขาเลยทำให้ผมต้องเชื่อมโยงกับปัญหาที่ผมไม่ต้องการให้มันเกิด และอีกเรื่องนึงผมจำได้ว่าหลังจากที่ผมซื้อรถคันใหม่ผมก็ไม่ได้เก็บเป็นความลับอะไรก็บอกแค่เพื่อนเก่าของผมแค่นั้นกับอีก 2-3 คน แล้วคนก็มีคนนึงเดือดร้อนขึ้นมาว่าทำไมต้องปิดบังว่าตัวเองซื้อรถแล้วทำไมไม่ยอมบอกเพื่อนให้รู้ แต่เขาไม่ได้มาคุยกับผมส่วนตัวหรอกนะ เขาคุยกับอีกคนแล้วอีกคนก็มาเล่าให้ผมฟัง ผมก็อธิบายไปว่าก็ไม่ได้เก็บเป็นความลับแล้วทำไมผมต้องบอกคนทุกคนให้รู้หมดล่ะ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม? คือผมจำเป็นต้องบอกหรอ คือปกติผมเป็นคนซื้อของอะไรมาผมก็ไม่ได้บอกคนอื่นไปทั่วหมด เพราะผมเป็นคนที่คิดว่าถ้าบอกอะไรอย่างนั้นว่า เห้ยๆเราซื้อนี้มาใหม่ล่ะ ดูสิโครตแพงเลยนะ หรือแบบเราซื้ออันนี้มาแล้วนะ สำหรับผมมันดูเหมือนอวดของใหม่ ถ้าผมทำอย่างนั้นผมก็โดนด่าอีกว่า ขี้อวดรวยหรออะไรประมาณนี้ เรื่องนี้ผมคิดว่ามันไม่ใช่ปัญหาไรมันดูไร้สาระมากผมก็เฉยคิดว่าไม่มีไร แต่อีกคนเขาไม่เฉยเขาจะคอยโกรธโมโหผมและก็คอยด่าผม ไม่รู้สิเหมือนผมทำอะไรก็ผิดไปหมด เล่าเรื่องต่อนะครับ ) เมื่อผมไปถึงโรงเรียนตอนนั้นจำได้ว่าเวลา 7:25 น. ผมเดินไปโดยคิดในใจว่าต้องทำตัวให้ร่าเริงให้ยิ้มตลอดเวลาให้มีความสุข รอบๆตัวจะได้แจ่มใสสดชื่น แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ผมเดินไปที่จุดที่ทุกคนนั่งรอเข้าแถวทุกเช้า ผมก็เดินตรงไปชวนคุยนู้นนี้นั้นแต่เขาทำท่าทางเมินใส่ผม แบบผมคุยคนเดียวหรอ ผมก็เลยสินใจงั้นไม่พูดก็ได้ ผมก็นั่งเล่นโทรศัพท์จนถึงเวลา 7:40 น. เข้าแถวหลังเข้าแถวเสร็จผมก็เดินตามพวกนั้นไป พวกนั้นจะไปทานข้าวที่โรงอาหาร ผมเลยบอกไปว่างั้นเราขอไปนั่งรอในห้องนะ แล้วไงต่อล่ะเหมือนผมพูดคนเดียวเลยไม่มีใครฟังในกลุ่มนั้นก็คุยหัวเราะกัน กินข้าวไรดี ผมจึงเดินไปที่ห้องคนเดียวก็นั่งเล่นโทรศัพท์ฟังเพลงรอครูมาสอน ตอนนั้นผมยังไม่คิดไรที แบบเอ่อเขาอาจจะอยากคุยกับเพื่อนของเขาอยู่มั้งแบบปิดเทอมมานานไรงี้ ก็วันแรกก็จบลงไปแบบครึ่งๆกลางๆแบบอาจจะดีมั้ง พอช่วง 6 โมงเย็นแม่ของเพื่อนเก่าผมโทรมาบอกว่า ( ผมแทนชื่อเพื่อนเก่าผมว่า S นะครับ ) S ประสบอุบัติเหตุอยู่โรงพยายาม คือตอนนั้นผมเฟลมากและแบบหนักใจมาก ผมเอาแต่เครียดว่าแล้วผมจะอยู่กับใครเพราะ เพื่อนคนนี้ผมอยู่กับเขามาด้วยกันตลอด พอวันนั้นผ่านไป วันที่ 2 แมร่งผมไปถึงเหมือนมาทำไรว่ะ คือแบบเห้ยเหมือนอยู่ตัวคนเดียวอ่ะ พวกนั้นดูแบบสะใจที่เราไม่มีเพื่อนคุยด้วยไรด้วย พวกนั้นยิ่งไม่พูดกับผมมากขึ้นพอผมเดินไปกับพวกนั้น พวกนั้นแบบเดินหนีผม ผมไม่รู้สาเหตุเลยว่าเปิดเทอมมามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเป็นแบบนี้ คือปิดเทอมผมไปทำอะไรให้พวกเขาหรอถึงเป็นแบบนี้ ผมก็อยู่แต่ผมตอนปิดเทอมไม่ได้ไปยุ่งสุงสิงกับใครเลย สัปดาห์แรกที่เปิดเทอมผมแบบโครตเครียดเลยว่ะไม่มีกระจิตกระใจจะเรียน แล้วเมื่อถึงสัปดาห์ที่ 2 ของการเปิดเทอม วันศุกร์ผมไม่สบายผมเลยหยุดเรียน เป็นไงล่ะครับ ที่โรงเรียนด่าผมกระย่ำว่าเอาแต่ขาดเรียน มันไม่รู้ว่าไปเล่าอะไรให้ครูฟังด้วยรึเปล่าทำให้ครูแบบมองผมในสายตาที่ไม่ชอบผมยังไงไม่รู้อ่ะครับ คือผมหยุดแค่วันเดียวเรื่องมันเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมจึงตัดสินใจเอาว่ะอยู่คนเดียวคนได้ ไม่เห็นเป็นไรเลยมีคนมากมายก็อยู่คนเดียว มันอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ ผมจึงพยายามฝึกอยู่คนเดียวแล้วหลังจากนั้นเพื่อนในห้องคนนึงที่โดนคนอื่นแบบคล้ายๆผมล่ะมั้งโดนแบบใส่ร้ายบ้างโดนรังเกียจบ้าง เขาก็มาขออยู่กับผม ผมก็ OK ก็ไหนไม่มีเพื่อนทั้งคู่นิเนาะก็อยู่ด้วยกันก็ได้ หลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์เพื่อนเก่าผมก็หายดีและก็มาโรงเรียนจากนั้น เราก็อยู่ด้วยกัน 3 คนมาโดยตลอด แต่ก็ไม่พ้นปัญหาต่างๆที่ตามมา เมื่อเรา 3 คนมีความสุขขึ้นมา ก็มีบางคนเริ่มทำให้เราถูกมองไม่ดีเรื่อยๆ และเมื่อใกล้ถึงวันไหว้ครู วันนั้นผมมาสาย ครูเค้าก็ประกาศให้เลือกเอาหัวหน้าห้องกับรองเป็นคนถือพาน คือวันนั้น M ( ผมขอแทนคนนี้ว่า M ) M มาบอกว่าไปถือพานกับเราหน่อย M คือหัวหน้าห้องอยู่กลุ่มเดียวกับพวกนั้นที่ไม่คุยกับผม ผมก็บอกแล้วเค้าให้เอาหัวหน้ากับรองไม่ใช่หรอ?  M บอกว่าใช้ไงแต่นายไปเป็นกับเรานะ เราก็จนปัญญาทำไงได้ล่ะก็ดันไปเพราะมันพูดดีกับเรามาก หลังจากลงชื่อไรเสร็จ ( ในใจผมไม่อยากเป็นเพราะปีแรกผมเป็นแล้ว แล้วเคยมีคนบอกว่าพยายามให้คนอื่นเป็นบ้างไม่นั้นก็เห็นแก่ตัวกันหมด ) M เป็นไงหรอ กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะสิ วันนั้นผมไปถามอะไรซะอย่างจำไม่ได้ M ไม่ตอบผม และเดินหนีไปกับพวกนั้นเลย ผมก็แบบเอ้าทำไมเป็นงี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหรอ? ผมเลยตัดสินใจว่า ถ้าจะให้ถือพานด้วยกันไม่ได้หรอก ถ้าเป็นแบบนี้ ผมเลยไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาว่า ตอนแรกเค้าประกาศว่าให้ใครถือพานหรอครับ อาจารย์ก็บอกว่า ก็ให้หัวหน้าห้องกับรองเป็น ผมก็แบบเอ้าผมไม่ได้เป็นรองทำไมถึงให้ผมเป็น ( คือช่วงเปิดเทอมนี้ผมต้องหาทางกลับบ้านเอง ปกติก็นั่งรถสองแถวกลับ แล้ววันที่ซ้อมก็กลับเกือบ 6 โมงแล้วรถก็ใกล้จะหมดช่วงนั้น ผมจะหาทางกลับยังไง ถึงผมมีรถแล้วคือช่วงนั้นผมยังขับไม่ถนัดครับ  ) ผมเลยบอกอาจารย์ไปว่า ผมขอไม่ถือนะครับ อาจารย์ก็บอกว่าได้ๆไม่มีปัญหาเพราะก็ต้องให้รองเป็น แต่หลังจากนั้น คำว่า ไม่มีปัญหา มันก็ได้กลับตาลปัตรทันที ช่วงบ่ายพวกนั้นเรียกผมไปคุยด้วย มีคนเริ่มขึ้นมาว่า ( ผมแทนคนนี้ว่า B ) B บอกว่า เห้ยทำไมทำงี้ ไม่อยากถือทำไมไม่มาบอกพวกเราห่ะ ไปบอกครูทำไม ไปฟ้องครูทำไม แล้วพวกนั้นก็มายืนล้อมแล้ว B ก็พูดเสียงดันขึ้นเรื่อง บริเวณนั้นคนมีจำนวนเยอะมาก ผมก็ได้แต่เงียบไม่อยากโต้ตอบอะไร ผมก็เลยตอบไปสั้นๆว่าไม่อยากถือ M ก็พูดขึ้นมาว่า ถือแค่นี้ถือให้ไม่ได้หรอ ( ผมดูเหมือนเห็นแก่ตัวเลยเนาะ ทั้งๆ ที่ยังมีคนอื่นสามารถถือได้แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรเลย ผมทำอะไรหลายอย่างแล้ว ไม่ว่าจะไปถ่ายเอกสารมาแจกให้ตอนคาบเรียน นู้นนี้นั้น บางคนไม่เคยทำอะไรเลย ใช่ผมมันคงเห็นแก่ตัวมากสินะ ) หลังจากนั้น B ก็บอกว่าไอเรื่องอื่นก็เหมือนมีไรก็พูดมาเลยมา ไหนๆก็เคลียแล้วขอเคลียให้จบๆตรงนี้เลย ผมก็บอกไปว่าเรื่องอะไรอีก แล้วก็มีคนเสริมขึ้นมาว่า ( คนนี้แทนชื่อ C ) C บอกว่าแน่ใจหรอว่าไม่มี ( คนนี้คือคนที่เดือดร้อนเรื่องผมซื้อรถใหม่ ) ผมก็บอกว่าไม่มีไง B ก็บอกว่าแล้วไอสาเหตุที่ไม่คุยกับพวกเราล่ะคืออะไร ผมก็บอกว่าไปว่า ก็คุยแล้วแต่เมินใส่มีใครเค้าจะคุยอยู่เรื่อยๆหรอ? B บอกว่าใครเมินก็ไม่มีใครเมินนิ ตัวเองทำเองรึเปล่า ( คือผมคิดว่าอะไรว่ะ คือแบบไม่เมินหรอเวลาคุยก็เงียบไม่ตอบเนี่ยนะ ) แล้ว มีคนในกลุ่มนั้นก็บอกมาว่า ( คนนี้แทน N ) N บอกว่ามีไรก็พูดเลย เราอยากให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้ว C ก็แทรกมาว่า หึ! กุอ่ะคนนึงที่จะไม่เหมือนเดิม แล้ว B ก็บอกว่า เออว่ะ เสียความรู้สึกแล้ว ( บริเวณนั้นก็เริ่มมีคนมองมากขึ้นเรื่อยๆละคนอื่นในห้องที่ไม่รู้เรื่องก็มามองดู ) ผมก็ได้แต่เงียบไม่รู้จะตอบไงดีเพราะผมไม่เคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน คือเพื่อนเก่าผม S ก็บอกว่า OK มั้ยอย่าเครียด ( แล้วพวกนั้นก็ดึงเพื่อนผมไปคุยเล่น โดยให้ผมโดนรุมล้อม ) ผมก็บอกว่าก็ให้มันจบเถอะ พอเราไม่อยากมีปัญหา B ก็มันยังไม่เคลียแล้วจะจบได้ เราก็ไม่ได้อยากมีปัญหานะเว้ย ( คือตอนนั้นผมยอมรับจริงๆว่าผมทำอะไรไม่ถูกเลยคือแบบมันอึดอัดมากครับ ) แล้วก็คนในกลุ่มนั้นอีกคนก็พูดขึ้นมาอีก ( ขอแทนคนนี้ว่า T ในกลุ่มนี้มีทั้งหมด 6 คน ) T บอกว่าแค่นายพูดขอโทษก็จบแล้วนะ แค่คำๆเดียวเท่านั้นอ่ะ ( ผมก็สับสนว่าขอโทษอะไรอ่ะ ผมไปทำอะไรผิดมาหรอ ) ผมเลยบอก อืม งั้นเราขอโทษล่ะกันถ้าทำอะไรไม่ดีลงไป B บอกว่าไปขอโทษกับคนที่ควรจะขอโทษเถอะ ( ผมก็เอ้าไรอีกนิ ก็ขอโทษไปแล้วนิ จะเอาอะไรอีก ) "มีต่ออีกนะครับเดี๋ยวผมลงในคอมเม้นนะครับ"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่