(เวลาอ่านเรื่องของเราขอให้เปิดลิงค์เพลงยูทูปกล่องดนตรีที่มีไว้ให้ในจะเพิ่มอรรถรสในการอ่าน จะได้อารมณ์ ตามที่เราเล่ามากเลย)
ทำไมถึงอยากเขียนถึงแม่ แต่เราไม่ติดกระแสวันแม่นะคะ
เรารักแม่ทุกวันทำทุกวันเป็นวันแม่
แต่ เรา ไปเจอสิ่งหนึ่งเมื่อวานที่ทำให้เรารู้สึกความรักแม่มากไปกว่านั้นอีก
สิ่งที่ว่านั้นคือกล่องดนตรีมีหมีแต่งงานกัน และเกล็ดระยิบระยับนั่นเอง ตามภาพ
เราไปยืนเล่นและมองอยู่นานสองนานโดยไม่คิดอะไร แต่แล้ว เราก็อดหมุนเล่นไม่ได้
(มันเป็นตัวเทสเตอร์ไว้สำหรับให้ลองเล่น)
ด้วยความที่เรามีความชอบ มาตลอด แต่ไม่คิดจะซื้อเพราะมองว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร สิ้นเปลืองเงิน
แต่เราก็ชอบทุกครั้งที่พบเจอและเหมือนเป็นความฝั่งใจว่าอยากได้มาครอบครอง แต่ไม่คิดจะซื้อ
และวันนี้ก็อีกนะ ที่เราอยากได้ แต่มองราคา แล้ว 229 บาท
เราก็ยังมองว่าไม่คิดจะซื้ออีกเช่นกัน เรารู้สึกว่ามันแพง
แม้เราจะเดินทางมาถึงจุดที่เรามีเงินมากมายพอจะซื้อมันไม่ใช่เหมือนสมัยวัยเด็กอีกต่อไปแล้วทีไม่มีเงินซื้อ
(ตังค์กินข้าวยังแทบไม่มี)
แต่เรายังมองเรื่องความจำเป็นว่าควรจะซื้อมั้ย มีประโยชน์อะไร
แต่เมื่อหมุนฟังเพลงในกล่องดนตรี เป็นครั้ง ที่ 3 ความร่าเริงที่เรามีกลับหดหู่ลง
ความทรงจำวัยเด็กเราย้อนกลับมาเข้ามาสมอง เรายืนตัวแข็งเหมือนหลุดเข้าไปในห้วงเวลาที่โดเรม่อนพาเราย้อนกลับมา
ประมาณเกือบ 40 ปี ย้อนหลังไป
เราเป็นเด็กน้อยที่ครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก ทุกครั้งที่เค้าทะเลาะกัน เมื่อจบสงคราม
แล้วเราและน้องนั่งหลังพิงตู้โชว์ที่มุมเดิม และ นั่งมองแม่ที่นั่งบนโซฟา
หลังจากที่แม่ผ่านการทะเลาะกับพ่อมาหมาดๆ
แล้วแม่ก็ถือกล่องดนตรีคล้ายๆ ในภาพ เปิดหมุนแล้วนั่งฟังอยู่อย่างงั้น นั่งนิ่งๆ น้ำตาไหลริน เหมือนหนังดราม่าก็ไม่ปาน
นั่งอยู่อย่างงั้นแม้เราจะเรียกแม่พูดคุยด้วยประโยคใดๆ ก็ตามแม่ไม่ตอบเราเลย
เราและน้อง มองหน้ากัน น้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะว่าเรา
เครียดที่ครอบครัวเราเป็นแบบนี้ แต่เราสงสารแม่มากจับใจ
นับวินาทีนั้นเราหดหู่อย่างถึงที่สุด ตัวเราเบามากเหมือนไร้ตัวตน
ถ้าคนมองเราเป็นภาพยนต์เรื่องหนึ่ง ฉากนี้คงได้ร้องไห้ทั้งโรงแน่
ผู้หญิง 3 คน ต่างวัย นั่งร้องไห้ กันตามความรู้สึกที่ตัวเองมีและเป็น
เด็กสองคนร้องไห้กอดกัน ที่เห็นแม่นั่งนิ่งที่สุดเท่าที่ชีวิตเราเคยเห็นได้ น้ำตาไหล และฟังกล่องดนตรี ที่บรรเลงเพลงเศร้าปนเหงา
เราไม่รู้ว่า แม่เราคิดอะไรตอนนั้น มันยากที่เราเข้าใจ และถ้าถามแม่ว่าวันนั้นแม่คิดอะไรอยู่ แม่เราจะจำวันนั้นได้มั้ยก็ไม่รู้
เพราะปัจจุบันแม่เรา เป็นโรคประสาท มานานมากแล้ว
นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ ที่ทำให้แม่เราเป็นโรคประสาทที่เกิดมาจาก พ่อเราที่ไม่สามารถทำให้ครอบครัววเราอบอุ่นก็ได้
ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นกล่องดนตรีที่ไหนก็ตาม
ทำให้เราหยุดนิ่งมองมันด้วยความฝัน ความทรงจำ และความเจ็บปวด น้ำตาเราจะไหลทุกครั้งที่มีโอกาส
จนมาวันนี้เรากลับมาเจออีกครั้ง เจอด้วยความรู้สึกที่เหมือนยังสดใหม่ แม้วันเวลาจะผ่านมา เกือบ 40 ปีแล้ว
เรายืนหมุนเพลงตั้งใจฟังอย่างช้าๆ จนน้ำตาเราจะไหลอาบสองแก้ม เราหายใจลึกๆ และอดกลั้นไว้เท่าที่เราจะทำได้ แล้ว นำไปวางไว้ที่เดิม
มองด้วยความรู้สึกชอกช้ำๆ เบาๆ แล้วเดินจากไป
เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีความทรงจำที่สุดแสนปวดร้าว ฝั่งใจติดตัวไว้อยู่ที่ว่า มากน้อยเท่าไหร่ และอยู่กับมันได้ดีแค่นั้นไหนเท่านั้นเอง
เราจำเป็นมั้ยนะที่ต้องเติบโตมาเสียผู้เสียคน เพราะมีครอบครัวที่ไม่อบอุ่น ก็ไม่จำเป็นจริงมั้ย
สุขสันต์วันแม่นะคะ ล่วงหน้าจ้า
Stayra M i ko
ใครมีเรื่องราว ดีๆ หรือ อดีตฝั่งใจอยากระบายหรืออยากแบ่งปันกันมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ขอทุกคนที่มีแม่หรือไม่มี จงมีความสุขที่สุขเท่าที่คุณจะมีได้จ้า
เคยมีความทรงจำอะไรบางอย่างที่ฝั่งใจกับแม่จนปัจจุบันมั้ย เรามีเราเล่าให้ฟัง
ทำไมถึงอยากเขียนถึงแม่ แต่เราไม่ติดกระแสวันแม่นะคะ
เรารักแม่ทุกวันทำทุกวันเป็นวันแม่
แต่ เรา ไปเจอสิ่งหนึ่งเมื่อวานที่ทำให้เรารู้สึกความรักแม่มากไปกว่านั้นอีก
สิ่งที่ว่านั้นคือกล่องดนตรีมีหมีแต่งงานกัน และเกล็ดระยิบระยับนั่นเอง ตามภาพ
เราไปยืนเล่นและมองอยู่นานสองนานโดยไม่คิดอะไร แต่แล้ว เราก็อดหมุนเล่นไม่ได้
(มันเป็นตัวเทสเตอร์ไว้สำหรับให้ลองเล่น)
ด้วยความที่เรามีความชอบ มาตลอด แต่ไม่คิดจะซื้อเพราะมองว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร สิ้นเปลืองเงิน
แต่เราก็ชอบทุกครั้งที่พบเจอและเหมือนเป็นความฝั่งใจว่าอยากได้มาครอบครอง แต่ไม่คิดจะซื้อ
และวันนี้ก็อีกนะ ที่เราอยากได้ แต่มองราคา แล้ว 229 บาท
เราก็ยังมองว่าไม่คิดจะซื้ออีกเช่นกัน เรารู้สึกว่ามันแพง
แม้เราจะเดินทางมาถึงจุดที่เรามีเงินมากมายพอจะซื้อมันไม่ใช่เหมือนสมัยวัยเด็กอีกต่อไปแล้วทีไม่มีเงินซื้อ
(ตังค์กินข้าวยังแทบไม่มี)
แต่เรายังมองเรื่องความจำเป็นว่าควรจะซื้อมั้ย มีประโยชน์อะไร
แต่เมื่อหมุนฟังเพลงในกล่องดนตรี เป็นครั้ง ที่ 3 ความร่าเริงที่เรามีกลับหดหู่ลง
ความทรงจำวัยเด็กเราย้อนกลับมาเข้ามาสมอง เรายืนตัวแข็งเหมือนหลุดเข้าไปในห้วงเวลาที่โดเรม่อนพาเราย้อนกลับมา
ประมาณเกือบ 40 ปี ย้อนหลังไป
เราเป็นเด็กน้อยที่ครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยมาก ทุกครั้งที่เค้าทะเลาะกัน เมื่อจบสงคราม
แล้วเราและน้องนั่งหลังพิงตู้โชว์ที่มุมเดิม และ นั่งมองแม่ที่นั่งบนโซฟา
หลังจากที่แม่ผ่านการทะเลาะกับพ่อมาหมาดๆ
แล้วแม่ก็ถือกล่องดนตรีคล้ายๆ ในภาพ เปิดหมุนแล้วนั่งฟังอยู่อย่างงั้น นั่งนิ่งๆ น้ำตาไหลริน เหมือนหนังดราม่าก็ไม่ปาน
นั่งอยู่อย่างงั้นแม้เราจะเรียกแม่พูดคุยด้วยประโยคใดๆ ก็ตามแม่ไม่ตอบเราเลย
เราและน้อง มองหน้ากัน น้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะว่าเรา
เครียดที่ครอบครัวเราเป็นแบบนี้ แต่เราสงสารแม่มากจับใจ
นับวินาทีนั้นเราหดหู่อย่างถึงที่สุด ตัวเราเบามากเหมือนไร้ตัวตน
ถ้าคนมองเราเป็นภาพยนต์เรื่องหนึ่ง ฉากนี้คงได้ร้องไห้ทั้งโรงแน่
ผู้หญิง 3 คน ต่างวัย นั่งร้องไห้ กันตามความรู้สึกที่ตัวเองมีและเป็น
เด็กสองคนร้องไห้กอดกัน ที่เห็นแม่นั่งนิ่งที่สุดเท่าที่ชีวิตเราเคยเห็นได้ น้ำตาไหล และฟังกล่องดนตรี ที่บรรเลงเพลงเศร้าปนเหงา
เราไม่รู้ว่า แม่เราคิดอะไรตอนนั้น มันยากที่เราเข้าใจ และถ้าถามแม่ว่าวันนั้นแม่คิดอะไรอยู่ แม่เราจะจำวันนั้นได้มั้ยก็ไม่รู้
เพราะปัจจุบันแม่เรา เป็นโรคประสาท มานานมากแล้ว
นี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งก็ได้ ที่ทำให้แม่เราเป็นโรคประสาทที่เกิดมาจาก พ่อเราที่ไม่สามารถทำให้ครอบครัววเราอบอุ่นก็ได้
ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นกล่องดนตรีที่ไหนก็ตาม
ทำให้เราหยุดนิ่งมองมันด้วยความฝัน ความทรงจำ และความเจ็บปวด น้ำตาเราจะไหลทุกครั้งที่มีโอกาส
จนมาวันนี้เรากลับมาเจออีกครั้ง เจอด้วยความรู้สึกที่เหมือนยังสดใหม่ แม้วันเวลาจะผ่านมา เกือบ 40 ปีแล้ว
เรายืนหมุนเพลงตั้งใจฟังอย่างช้าๆ จนน้ำตาเราจะไหลอาบสองแก้ม เราหายใจลึกๆ และอดกลั้นไว้เท่าที่เราจะทำได้ แล้ว นำไปวางไว้ที่เดิม
มองด้วยความรู้สึกชอกช้ำๆ เบาๆ แล้วเดินจากไป
เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีความทรงจำที่สุดแสนปวดร้าว ฝั่งใจติดตัวไว้อยู่ที่ว่า มากน้อยเท่าไหร่ และอยู่กับมันได้ดีแค่นั้นไหนเท่านั้นเอง
เราจำเป็นมั้ยนะที่ต้องเติบโตมาเสียผู้เสียคน เพราะมีครอบครัวที่ไม่อบอุ่น ก็ไม่จำเป็นจริงมั้ย
สุขสันต์วันแม่นะคะ ล่วงหน้าจ้า
Stayra M i ko
ใครมีเรื่องราว ดีๆ หรือ อดีตฝั่งใจอยากระบายหรืออยากแบ่งปันกันมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ขอทุกคนที่มีแม่หรือไม่มี จงมีความสุขที่สุขเท่าที่คุณจะมีได้จ้า