เมื่อฉันมีแฟนเป็น"วิศวกรโยธา"

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะค่ะว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริงทั้งหมด จะมีบางส่วนที่เพิ่มความอรรถรสเข้าไป เพื่อความสนุกสนาน  อย่า!!ด่า จขกท เลยนะค่ะ หัวใจ งั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ
ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว สมัยที่เรายังเรียนมัธยมปลาย แน่นอนค่ะทุกคนย่อมมีความฝัน และความฝันของเรา ก็มีทั้งเรื่องเรียนและเรื่องความรักนี่แหละ เนื่องจากเรียนโรงเรียนสหจึงมักจะเห็น รุ่นพี่ เพื่อน ควงคู่กับ กุ๊งกิ๊งกระดิ่งแมว บางทีก็เกิดความอิจฉา และแอบคิดในใจว่า เมื่อไหร่น้าาาเราจะมีแบบนั้นบ้าง ถามว่าเคยมีแฟนไหม เคยค่ะ และมักจะถูกหักหลังตลอด +555 มันก็เป็นรสชาดของชีวิตอย่างหนึ่งอ่าเนอะ ตอนนั้นเราก็อยู่มอ6 อีกแค่2เทอมก็จะต้องออกไปใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็นคนเลือก ถามว่าในตอนนั้นอยากเป็นอะไร "อยากเป็นหมอค่ะ" จริงๆเราเป็นคนเรียนไม่เก่ง หัวช้า แต่เราขยันและมีความมานะค่ะ (อันนี้แม่บอกมา) พอเปิดเทอมเราก็คิดเลยค่ะว่าเราจะไปสอบที่ไหนดีนะ จะเรียนได้ไหม แล้วต้องเรียนเสริมวิชาไหนหรือเปล่า เราก็เริ่มหาข้อมูลในเน็ตทันทีเลยค่ะ ตอนนั้นเล็งแพทย์พระมงกุฏไว้ค่ะ เข้าไปดูข้อมูลว่าต้องทำยังไงบ้าง สอบตัวไหน สอบปฏิบัติอะไร จนในที่สุดเราตัดสินใจขอพ่อกับแม่เรียนพิเศษวิชาชีววิทยาเพิ่มค่ะ และก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่า จุดๆนี้จะทำให้เราได้มีเรื่องราวมาตลอด 8 ปี เราขอใช้นามแฝงของเราและแฟนว่า น้องแห้งกับน้องอ้วนนะค่ะ คงไม่ต้องบอกนะค่ะว่าใครแห้งใครอ้วน ถูกต้องนะคร้าบบบ!! เราแน่นอนค่ะที่ต้องเป็นน้องอ้วน (ถึงแม้น้ำหนักเรากับแฟนจะห่างกันแค่ 2 กก.เท่านั้นเอง เราก็ต้องเป็น อ้วน!!)
วันแรกที่เราไปเรียน เปิดประตูห้องเข้าไป เจอเด็กผู้ชายผมเกรียน นั่งอยู่แถวเกือบหลังสุด ตัวผอมๆสูงๆ หน้าเหลี่ยมๆ เราเห็นแค่ข้างหลังเท่านั้นแหละค่ะ แล้วเราก็เดินไปนั่งประจำเลขที่ของเรา (ซึ่งเรากับเขานั่งฝั่งเดียวกัน เรานั่งโต๊ะที่ 10 และน้องแห้งนั่งโต๊ะ 35 จำได้แม่นเลยค่ะ) พอเรานั่งประจำที่เราก็หยิบสมุด กล่องดินสอ และกระจกออกมาค่ะ อ่ะๆๆรู้นะว่าคิดอะไร ป่าวนะค่ะเราไม่ได้จะเอามาส่องตัวเอง เราเอามาส่องน้องแห้งค่ะ มองผ่านกระจกเป็นอะไรที่ +555 นึกแล้วก็ขำ ตอนนั้นมองไม่เห็นหน้าตรงๆของเขาเท่าไหร่ เพราะเขาก้มหน้าทำอะไรไม่รู้ เรามองเห็นที่เสื้อค่ะเป็นอักษรย่อของโรงเรียนชายล้วน มองที่ดาวบนเสื้อ โอ๊ะ 3 ดาว เรารุ่นเดียวกัน (ก็แน่วินี่มันคลาสเรียนเพื่อสอบเอ็นนะ) เสร็จแล้วเราก็เก็บกระจกลงและมองไปยังหน้าจอโทรทัศน์ เพื่อเตรียมเรียนค่ะ สักพักได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามา เป็น ผู้ชาย 2 คน เรียนโรงเรียนเดียวกันกับน้องแห้งค่ะ คุยเสียงดัง (บอกตรงๆว่ารำคาญ +555) และโทรทัศน์ก็เปิดขึ้น มีอาจารย์ ผู้ชายท่านหนึ่งกำลังสอน เราก็หันมาสนใจเรียนต่อค่ะ ตอนนั้นอาทิตย์หนึ่งเรียน 2 วัน เราก็ยังเฉยๆไม่ได้คิดอะไร จนวันหนึ่งในห้องเรียนเรามีเด็กผู้หญิงมอปลายย้ายจากคลาสวันเสาร์อาทิตย์มาเรียนวันธรรมดากับเรา กลายเป็นว่าตอนนี้ในห้องเรียนมีผู้หญิง 2 คนคือเราและ(ขอใช้นามแฝงว่าน้องนกแล้วกันนะค่ะ) นกเนี้ยเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากๆค่ะ บ้านน่าจะรวยเพราะเรียนโรงเรียนเอกชน (แอบอิจฉานิดๆ) และแล้วน้องแห้งของเราค่ะก็แอบชอบน้องนกอยู่ วันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนแล้วเราเห็นน้องแห้งค่ะ ชวนน้องนกคุยและเดินข้ามถนนไปด้วยกัน เราก็เดินตามหลังแต่ไม่ได้ตามไปค่ะ ตอนนั้นเรารู้สึกแปลกๆในใจ ตอนแรกก็คิดว่าคงเพราะอิจฉาเขาละมั้ง ก็ไม่ได้สนใจค่ะ เดินข้ามถนนไปหาพ่อและกลับบ้าน แต่คืนนั้นมันแปลกๆเหมือนมีอะไรมา กวนใจ คิดๆคิดเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที และสุดท้ายก้ได้คำตอบให้กับตัวเราเองค่ะ นั้นคือ ทำยังไงก็ได้ให้เราได้คุยกับน้องแห้ง จำผู้ชาย2คนที่เข้ามาในห้องได้ไหมค่ะ นั่นแหละค่ะคือทางออกสำหรับเรา ในเมื่อไม่กล้าเข้าหาตรงๆเข้าทางเพื่อนเลยแล้วกัน คนแรกเราตั้งฉายาให้ว่าสับประหลาด และอีกคนชื่อพี่หล่อ(นามแฝงนะค่ะ) เราเริ่มเข้าทางพี่หล่อค่ะ ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย จนในที่สุดเราก็ตัดสินใจละว่าหลังเรียนเสร็จแล้วจะเขียน E-mail ไปให้ทางพี่หล่อ ตอนนั้นคดีพลิกค่ะ พี่หล่อเข้าใจว่าเรากำลังจีบพี่หล่ออยู่ (อันนี้เรามารู้ทีหลังหลังจากได้น้องแห้งมาครอบครองแล้วนะค่ะ) เราก็ไม่ได้พูดว่าอะไร คดีพลิกไม่เท่าไหร่ มันทำให้เราได้คุยกับน้องแห้งมากขึ้นค่ะ วันไหนที่ทั้งห้องเหลือเราแค่ 2 คน เราก็จะมานั่งข้างๆ เก้าอี้เว้นเก้าอี้ค่ะคุยเล่นกันบ้างค่ะ หลังๆยอมรับว่าคุยกันซะมากกว่าจนในที่สุดเราก้เอาเบอร์มือถือเราให้กับน้องแห้งค่ะ แต่ด้วยความใสซื่อของน้องแห้ง น้องแห้งกลับเอาเบอร์เราไปให้พี่หล่อค่ะ ปรากฏว่าพี่หล่อค่ะคือคนที่โทรมา โอ๊ย!1อกอีแป้นจะแตกทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่ได้การละเราต้องทำอะไรสักอย่าง จู่ๆวันหนึ่งน้องแห้งก็โทรมาหาเราค่ะ โทรมาหาเองซึ่งเราก็งงว่า อ้าวโทรมาได้ไง ไหนพี่หล่อบอกว่าน้องแห้งเอาเบอร์มาให้ไงเพราะคิดว่าเรากำลังจีบ วันแรกคุยกันก็เรื่องเปื่อยค่ะ ถามว่าเป็นไงบ้าง เนื่องจากเราและเขาเรียนกันคนละโรงเรียน เราเลยมีเรื่องจิปาถะคุยเยอะแยะ วันไหนไปเรียนเราก็จะคุยกันตอนก่อนเรียน และหลังเรียนเสร็จ วันไหนที่เราไม่ได้ไปเรียน เราก็จะโทรคุยกันค่ะ ยิ่งนานวันเราก็ยิ่งมั่นใจค่ะว่าเราชอบน้องแห้งแน่ๆ แต่ในใจก็กลัว กลัวว่าจะเหมือนกับที่ผ่านๆมา ตอนนั้นเราให้สัญญากับตัวเราเองว่า "เราจะไม่รักผู้ชายคนนี้มากเป็นอันขาด เรากลัวเจ็บ เรากลัวเสียใจ เรากลัวเสียเวลา" แต่โชคชะตาก็เล่นตลกนะค่ะ เพราะก่อนวันที่น้องแห้งจะมาสารภาพกับเราว่าก็ชอบเราเหมือนกัน มันมีประโยคการสนทนาที่แปลกๆ ตอนนั้นเวลาประมาณทุ่มกว่าๆเรากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพืพร้อมกับเปิดโทรทัศนืไปด้วย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
น้องอ้วน : ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะน้องแห้ง
น้องแห้ง : ทำอะไรอยู่หรอ
น้องอ้วน : กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ มีไรป่าว
น้องแห้ง : อ้าว โทรมาต้องมีอะไรด้วยหรอ??
น้องอ้วน : ไม่ใช่ๆ คือโทรมาอ่ามีอะไรจะคุยกับเราหรอ
น้องแห้ง : ไม่มีละ ไม่กวนก็ได้
ตอนนั้นเราก็งง อะไรของตานี่นะ โทรมาก็มางี่เง่าใส่ซะ มันน่าไหมล๊าาา
น้องอ้วน : ไม่ได้กวน ว่ามาเลยๆ คุยได้
น้องแห้ง : ไม่มีอะไรหรอก ก็โทรมาถามเฉยๆ ทำไมเงียบหายไป หรือจะเก็บเงินมนโทรศัพท์ไว้โทรหาผู้ชาย
น้องอ้วน : อ้าว ทำไมพูดงี้อ่า นี่เห็นเราเป็นคนยังไง
น้องแห้ง : ก็ไม่เห็นโทรมาคุยเหมือนเคยก็คิดว่าโทรหาผู้ชายที่ไหนหมดไง
น้องอ้วน : งั้นแค่นี้ละนะ เราจะไปนอนแล้ว
จบ!!จบบทสนทนาแค่นั้นค่ะ เจ็บและจุกไปพร้อมๆกัน กำลังงงว่า เราทำไรผิดว่ะ แค่ไม่โทรไปก็ไม่ได้หมายความว่าเราโทรหาคนอื่นป่าวว่ะ งานบ้านก็มี อ่านหนังสือก็ต้องมา ไหนจะช่วยแม่ปั้นขนม ละครที่กำลังมัน ผิดไรเนี้ยย แต่!เดี๋ยวนะ แล้วแบบนี้หมายความว่าไง เรายังไม่ได้เป็นไรกันไม่ใช่หรอว๊าา งง
วันต่อมา น้องแห้งก็โทรมาหาเราเวลาเย็นเหมือนเดิม
น้องอ้วน : ฮัลโหล ว่าไง (เสียงแบบต้องแอ๊บอ่า กำลังงอน)
น้องแห้ง : ทำไรอยู่หรอ เมื่อวานขอโทษนะที่พูดแรงไป
เราคิดว่าตอนนั้นเรากำลังนั่งยิ้มอยู่แน่ๆ หัวใจมันพองโตเลยแหละ
น้องอ้วน : อ่อ กำลังคิดว่าจะไปสอบพยาบาลที่ มข. ดีไหมอ่า
น้องแห้ง : อ้าว ทำไมจะสอบพยาบาลละ ไม่ได้อยากเป็นหมอแล้วหรอ
น้องอ้วน : น้องอ้วนคิดว่าน้องอ้วนทำไม่ได้หรอก หัวน้องอ้วนอ่อนจะตาย ก็แค่ลดระดับความฝันลงมาอีกขั้นเองไม่เห็นเป็นไรเลย อีกอย่างนะแม่บอกว่า ถ้าไปเรียน มข. อ่า อาจจะมีแฟนเป็นวิศวะก็ได้นะ เพราะตึกพยาบาลกับวิศวะอยู่ใกล้ๆกัน
น้องแห้ง : แบบนี้เราก็อกหักอ่าดิ (พูดเสียงค่อยๆ)
น้องอ้วน : ฮะ!! พูดว่าอะไรนะ
น้องแห้ง : อ่อป่าว ถามว่าทำไมถึงอยากเรียนพยาบาลละ
ตอนนั้นใจในเรานี่เต้นแรงมาก เรายังจำความรู้สึกตอนนั้นได้อยู่เลยนะ ทั้งเขินแต่ก็ต้องแอ๊บไว้
น้องอ้วน : ก็ น้องอ้วนชอบช่วยเหลือคนอื่น (หัวเราะ) ดูเป็นนางงานไหมละ เอาจริงๆนะ น้องอ้วนหน่ะอยากเรียนเพราะว่าอยากดูแลพ่อกับแม่เวลาป่วยอ่า
น้องแห้ง : แล้วถ้าไม่ได้ละ
น้องอ้วน : ก็คงเสียใจมั้ง +55 (หัวเราะกลบเกลื่อน)
วันนั้นเราคุยกันนานมากกว่าทุกวัน ก่อนวางสายเราสัญญากับน้องแห้งไว้ว่าพรุ่งนี้จะทำข้าวผัดไปให้กินตอนเรียนพิเศษ เชื่อไหม ตอนนั้นเราไม่เคยถามน้องแห้งเลยนะว่าน้องแห้งอยากเรียนอะไร อยากเรียนที่ไหน มีแต่น้องแห้งที่คอยถามแต่เราถามทุกๆอย่างๆ ถามทุกๆเรื่อง วันรุ่งขึ้นเราก็ไปเรียนพิเศษตอนเย็นตามปกติ พร้อมกับข้าวกล่องที่สัญญาว่าจะทำมาให้น้องแห้งกิน มันน่าอายมากตรงที่ข้าวผัดดันมีเปลือกไข่อยู่ในนั้นด้วย +555 แต่น้องแห้งก็บอกว่าอร่อย ไม่รู้อร่อยจริงหรือเปล่า  เพราะเราขนาดทอดไข่เรายังทอดไหม้เลย ตอนนั้นสกิลในการทำกับข้าวแทบจะติดลบเลยแหละ หลังเลิกเรียนเราก็แยกย้ายกันกลับเพราะวันนี้พ่อเรามานั่งรออยู่ข้างล่างตึก น้องแห้งเลยต้องเดินเลี่ยงไป คืนวันนั้นก่อนนอน เราก็โทรหาน้องแห้ง ไม่รู้คิดอะไรอยู่ จำไม่ได้จริงๆว่าก่อนหน้านั้นเราคุยอะไรกัน จำได้แค่ว่าวันนั้นน้องแห้งสารภาพรักกับเราบนรถเมย์ผ่านทางโทรศัพท์
น้องอ้วน : อือ เขาก็ชอบน้องแห้งเหมือนกัน
น้องแห้ง : แค่ชอบเองหรอ
น้องอ้วน : อ้าว ไม่แค่ชอบก็ได้ แต่รักด้วย
แล้วก็ม้วนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง วันนั้นมีความสุขมากๆ วันรุ่งขึ้นเราก็บอกพ่อกับแม่ว่าเรามีแฟนแล้วนะ เดี๋ยวจะพามารู้จัก เหลืออีกแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้นคลาสก็จะปิดแล้ว และเราก็จะไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว เราเอาไดอารี่ที่เราเขียนถึงน้องแห้งตั้งแต่วันแรกที่เราคุยกันจนวันนี้ที่เราเป็นแฟนกันไปให้น้องแห้งได้อ่าน และขอให้น้องแห้งช่วยเขียนลงไปว่ารู้สึกยังไงกับเรา น้องแห้งก็เขียนมาซะซึ้งนึ่งข้าวเหนียวยังอายเลย เราจะสรุปใจความให้ฟังนะ
"น้องอ้วนถามใช่ไหมว่าทำไม น้องแห้งถึงชอบน้องอ้วน เพราะน้องอ้วนเป็นคนนิสัยดี ตอนแรกน้องแห้งยังคิดว่าน้องอ้วนชอบพี่หล่อด้วยซ้ำ เพราะเห็นเขียนเมลล์ให้ แต่พอวันที่น้องอ้วนเขียนเบอร์มาให้ น้องแห้งก็แอบเมมเอาไว้ก่อนเอาไปให้พี่หล่อ ทั้งพี่หล่อและสับประหลาดคิดว่าน้องอ้วนจะจีบพี่หล่อ แต่ไม่คิดเลยว่าน้องอ้วนก็คิดเหมือนกับน้องแห้ง ส่วนเรื่องน้องนกวันนั้นที่เห็นน้องแห้งข้ามถนนไปส่งน้องนก จริงๆไม่มีอะไรเลย น้องนกเขาคงมีแฟนอยู่และแหละ" พอๆ เอาแค่นี้พอนะ สรุป ก็สมหวังในตอนสุดท้าย พระเอกกับนางเอกก้ได้คู่กัน +555
ทั้งเราและน้องแห้งคุยกันว่าเรียนมหาลัยเราจะไปเรียนที่เดียวกันดีไหม เพราะน้องแห้งกลัวว่าจะมีคนมาจีบเรา เราเลยไปลงสมัครสอบที่ มข. ด้วยกัน สรุปไม่มีใครติด +555 มารู้ทีหลังว่าน้องแห้งสอบติดของมหาลัยที่กรุงเทพแถวฝั่งธนฯไปแล้ว ส่วนเราก็ติดที่ภาคเหนือ ห่างกัน 7 ร้อยโล ช่วงนี้ก็ค่อนข้างเฮิร์ต มีแต่คนพูดว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิดนะ ถามว่าเรากลัวไหม กลัวซิ กลัวมากแต่อีกใจเราก็คิดว่าเราจะทำเพื่ออนาคตของตัวเราเอง หลังจากนั้นเราก็พาน้องแห้งมาเที่ยวที่บ้านของเรา พามารู้จักกับยาย และแม่ ส่วนพ่อเราไปทำงาน พาไปดูว่าบ้านเราทำขนมขายนะ เราเป็นลูกแม่ค้า โตมากับขนมเธอรับเราได้ไหม ปรากฏว่าพ่อเรารู้ว่าน้องแห้งมาเที่ยวบ้าน โทรมาหาแม่เราแล้วบอกแม่ว่า "อย่าเพิ่งให้น้องแห้งกลับนะ เด๋วจะเอาปืนออกมาให้ดูก่อน" อ่าๆๆอย่าเพิ่งคิดว่าบ้านเราเป็นมาเฟีย บ้านเราอ่าอารมณ์ดีทั้งบ้าน แม่เราก็เดินออกมาบอกน้องแห้งตามที่พ่อเราบอกหน้าน้องแห้งนี่ซีดเลย +555 แล้วแม่เราก็เฉลยว่าปืนที่พ่อเราพูดหน่ะ คือปืนฉีดน้ำ ปิดเทอมแรกมาถึง แน่นอนการเจอกันของเรากับน้องแห้งย่อมน้อยลง เนื่องจากน้องแห้งบ้านอยู่อีกอำเภอหนึ่ง และเราอยู่อีกอำเภอ ระยะห่างประมาณ 90 โล ใช่แล้วน้องแห้งอยู่หอ เนื่องจากบ้านห่างจากโรงเรียนมาก พอปิดเทอมน้องแห้งก็จะมาเล่นที่บ้านเราบ่อยๆ มาช่วยทำขนม เอาจริงๆนะตอนนั้นก็คบกันมาได้ 3 เดือนแล้วแต่เรายังไม่เคยถามเลยว่า น้องแห้งเลือกเรียนคณะอะไร ส่วนเราอ่าหรอ เราเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ในสาขาที่เราชอบมว๊ากกก จนวันสงกรานต์มาถึง เราก็อยากเล่นสงกรานต์กับน้องแห้งชวนกันไปเล่นรอบเมือง รถมอไซด์ค่อนข้างเยอะ ทำให้เราโดนเฉี่ยวล้มและมีแผลที่เข่าซ้าย(ทุกวันนี้แผลเป็นนั้นยังอยู่อยู่เลยนะ)สิ่งที่น้องแห้งทำคือข้ามถนนไปซื้อน้ำเปล่ามาล้างแผลให้เรา และเดินไปส่งเราขึ้นรถเมย์กลับบ้าน นี่แหละเราเลยผิดสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองในตอนแรกว่า "เราจะไม่รักผู้ชายคนนี้มาก" แต่เราทำไม่ได้ เรารักเขามากกว่าเดิม..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่