เวลาน้อยเที่ยวไหนดี?
บ้านนาต้นจั่น เห็นใครๆก็ว่า เที่ยวได้ตลอดปี มันมีอะไรน่าสนใจนะ
โทรติดต่อสอบถามห้องพักกับทางบ้านนาต้นจั่น ก็ได้บ้านพัก โฮมสเตย์ เก๋ไก๋มา 1 หลัง โดยที่ทางแอดมินได้ส่งภาพและเบอร์ติดต่อของคุณป้าเจ้าของบ้านมาให้เรา อ่า!!!

เก็บกระเป๋ากันเลยดีกว่า!!!
เริ่มด้วยเช้าวันเสาร์ อากาศแจ่มใสแวะจิบกาแฟให้ชื่นใจก่อนออกเดินทางกันสักหน่อย
ที่ร้าน S coffee อยู่ตรงข้ามกับ ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย

นับจากจุดนี้ไปจนถึงจุดหมายปลายทางของเรา ก็เป็นระยะทาง 83 กิโลเมตรโดยประมาณ

เบาๆชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ววว ฮ่าๆๆ
ขับมาเรื่อยๆจนถึงตัวเมืองศรีสัชนาลัย ตรงยาวๆไป อย่าเลี้ยวเชียว เพราะเราสองคนเลี้ยวกันมาแล้ว หลงซะสนุกสนาน
ระหว่างที่เราหลงทาง และพลิกแผนที่ไปมา กริ๊งๆๆๆ~ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมกับโชว์เบอร์ที่คุณตาแต่ผมจำไม่ได้
แฟนสาวของผมก็ไม่รอช้า คิดว่าต้องเป็น ป้าลำพร เจ้าของโฮมสเตย์ของเราแน่ๆ
นิกกี้ : สวัสดีค่ะ
ป้าลำพร : หนู ถึงไหนกันแล้วลูก
นิกกี้ : ป้าค่ะ . . . หนูหลงงงง~
ป้าลำพร : อ่าว หนูอยู่ไหนกันล่ะเนี้ย
นิกกี้ : เอ่อออ หนูไม่รู้
ป้าลำพร : นั่นไงที่ป้าเป็นห่วง มาๆๆ หาตรงนี้ให้เจอแล้วมาตามนี้นะ @#$%&*()+
จริงๆแล้วจะมีป้ายบอกทางเราไปเรื่อยๆครับ พูดเลยว่าไปไม่ยาก ถ้าไม่หลงเชื่อ GPS ที่จะพาเราอ้อมโลกไปชมบรรยากาศก่อนเข้าถึงที่พัก (เอ๊!! มันดีหรือไม่ดีกันนะ)

หลังจากเสียงสวรรค์ของคุณป้าลำพรดังขึ้นมา ไม่นานเราก็มาถึงบ้านน้อยอุ่นใจ แหม่ เล่นเอาซะบ่ายเลย
คุณป้าให้การต้อนรับเราอย่างดิบดี เริ่มด้วยผลไม้ตามฤดูกาลที่หวานฉ่ำ นั่งคุยเล่น เล่าถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนแห่งนี้
และเริ่มพูดคุยกันถึงกิจกรรมที่จะทำกันในช่วงเย็นและเช้าวันรุ่งขึ้น
โชคดีที่เรามาเจออากาศในช่วงที่เรียกได้ว่า เมฆเต็มฟ้าแต่ว่าไม่มีฝน อะไรจะลงตัวปานนั้น จึงได้พากันออกไปชั่วจักรยานคันน้อยมาไว้เคียงข้างกายจะได้ไม่ต้องเดินให้เปลืองพลังงานจากกาแฟแก้วน้อยเมื่อเช้านี้
ค่าเช่าจักรยานนั้นจะอยู่ที่ คันล่ะ 30 บาท สะดวกจะนั่งซ้อนกอดกันกุ๊กกิ๊ก ก็จ่ายแค่ 30 บาทเท่านั้น แต่สำหรับขาซิ่งอย่างเรา ตัวใครตัวมันสิครับ

ปั่นวนไปเลยครับ วนไปรอบหมู่บ้าน ชาวบ้านน่ารัก ใจดี ทักทายกันตลอดสองข้างทาง
และแล้วเราก็ได้เห็นวัดแห่งหนึ่ง ที่เคยได้ยินมาว่ามีของดีซ่อนอยู่ ลองเข้าไปดูซะหน่อยสิ ปั่นๆๆ
ผ่าม!!! ต้นตะเคียนยักษ์ที่เหล่านักวิเคราะห์ตัวเลขเพิ่งจะแห่กันขึ้นมาส่องๆมองๆนี่เอง
ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี้ย

หลังจากปั่นๆกันจนขาอ่อนแรง ก็วนกลับเข้าบ้านพักของพวกเรา (คุณป้ามากระซิบว่า จักรยานคืนตอนเช้าก็ได้จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าอีก แฮ่!!)
คุณป้าก็เอ่ยป้าถามขึ้นมา หนูๆ เย็นนี้อยากกินอะไรกันล่ะ เราก็นั่งคิดไปมองหน้ากันไป
วิน : เอาที่ป้าถนัดและทำกินกันเป็นปกติเลยครับ
ป้าลำพร : อ่อได้เลย กินกันได้หมดทุกอย่างใช่ไหม
วิน : เอ่อ ผมกินได้หมดครับ แต่นิกกี้เขา . . . ไม่ถนัดกินป้า ไม่ชอบผักต้ม ผักขมๆร้องหยี๋ครับ
ป้าลำพร : . . . . อ่าๆ งั้นลองทำกินกันดู
จากนั้นก็เป็นเวลาแสนสนุกที่พวกเราได้ไปวุ่นวายกันอยู่ในครัว หยิบนู้นจับนี้ แต่ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาคุณป้าสักอย่าง ฮ่าๆๆๆ

และแล้ว ถ้าถึงเวลามื้อเย็นที่ท้องไส้เรียกร้องหามาตั้งแต่หลงทางอยู่กลางทุ่ง

กินอิ่มท้อง เริ่มขยับตัวลำบาก ก็ได้เวลาเข้าห้องนอนสิครับ จะรออะไรล่ะ บรรยากาศห้องแบบบ้านไม้ไทย ตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ชาวบ้าน ก็เป็นการพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกที่ดีไปอีกแบบ ไม่มีสัญญาณ Wifi สัญญาณโทรศัพท์ที่มีน้อยนิด
ทีวีที่เปิดเท่าไรก็ไม่ติด ความบันเทิงเดียวที่มี ก็เห็นจะเป็นการนอนจ้องหน้าคุยกัน มันก็ดีนะ ทำให้เราได้ละสายตาจากโทรศัพท์ แล้วกลับมานั่งคุยกันมากขึ้น ฝันดีนะครับ
เช้าวันต่อมา เวลา 3.30น.

ป้าลำพร : หนู!! ตื่นกันได้แล้วลูก เตรียมตัวขึ้นไปดูจุดชมวิวกันเร็ว ป้าเตรียมโอวันติน กับน้ำไว้ให้แล้ว
วิน : คร๊าบบบบ (น้ำเสียงงัวเงียแล้วหันไปข้างๆ) ที่รัก ตื่นๆ ตื่น!!! ตี 3 ครึ่งแล้ว
นิกกี้ : ฮื่ออออ~
แล้วก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันกัน จัแก็บของใส่กระเป๋ารอคุณพี่ที่จะขับรถโฟว์วิลพาพวกเราไปที่ตีนเขา
เพื่อเดินทางต่ออีกเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรโดยประมาณ
ป้าลำพร : เอาหนู ใส่กางเกงขายาวไปสิ ยุงมันเยอะนะ (บอกกับนิกกี้)
นิกกี้ : ตัวเอง มีกางเกงขายาวเหลือมั๊ยอ่า
วิน : ไม่มีอ่ะ บอกแล้วไงว่าให้เอามาด้วย
นิกกี้ : ไม่เป็นไรค่ะป้า ทายากันยุงก็สบายแล้ว
ณ เวลา 4.20 น.
นิกกี้ : เอาเวลานอนเค้าคืนมา!!!!
ใช่แล้วครับ รถที่เราจองไว้ยังมาไม่ถึงเลย คุณหญิงของผมเริ่มหัวเสียเพราะถูกแย่งเวลานอนมานั่งตบยุง
ณ เวลา 4.30 น.

และแล้วรถโฟว์วิลก็มารับเรา ระหว่างทางไป จากใจกลางหมู่บ้าน เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
เส้นทางค่อนข้างลำบาก แต่สาย Enduro น่าจะยิ้มกัน
เมื่อถึงจุดที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปต่อได้ คุณพี่ไกด์และพลขับของเรา (คนเดียวกัน) ก็นำพวกเราเดินต่อไปยังจุดชมวิว
ระหว่างทางมีเพื่อนๆจากบ้านอื่นๆแห่กันขึ้นไปข้างบนจุดชมวิวกับพวกเรา ไม่น้อยกว่า 30 คน เยอะใช้ได้เลยนะครับเนี้ย
นิกกี้ : ตัวเอง ทำไมคนอื่นใส่ขายาวมาหมดเลยล่ะ
วิน : ก็มาเดินป่าขึ้นเขากันอ่ะตัวเอง ใครเขาใส่ขาสั้นกันล่ะจ๊ะ
เดินต่อไปๆ ระยะทางเกือบๆกิโล บนเขานี่ มันเหนื่อย!! เอาเรื่องเลยนะครับ
แต่ความเหนื่อยล้าก็จางหายไป เมื่อเราเห็นแผ่นป้ายนี้

หู้วววว!!! ดูนั่นสิ มีมุมแบบนี้ มัน สวย จริงๆเลย

ไม่ไหวแล้ววว
ปลูกป่าหนังสติ๊กกัน
ไฮไลท์ของงานนี้ก็คือ การนั่งจิบกาแฟในกระบอกไม้ไผ ที่พี่ไกด์ได้เป็นคน ตัด ต้ม ชง เสิร์ฟให้กับพวกเรา
แล้วก็ชมวิวสวยๆไปเพลินๆ แบบนี้

ให้กำลังใจพี่ไกด์หน่อยย


โดนแอบถ่ายแล้วไง
สำหรับบางบ้านที่มีการนัดแนะกันเรื่องอาหารเช้า อาจจะได้เอาอาหารขึ้นมา แบบนี้

แต่สำหรับบ้านที่จะกลับลงไปทานมื้อเช้ากันที่บ้าน ก็แล้วแต่จะตกลงกับทางเจ้าของบ้านนะครับ
กลับๆๆ ไปกินข้าวกัน

เมื่อลงมาถึงที่พักแล้ว ก็ได้เวลาออกตะลุยหาร้านกาแฟเจ้าเด็ด กับข้าวเปิ๊บเจ้าดัง

ผมขอถ่ายรูปกับป้าลำพรและเซเลปคนดัง คุณป้าเสงี่ยมสักหน่อย

ที่เด็ดของบ้านนาต้นจั่นก็เจ้านี่แหละครับ ข้าวเปิ๊บบบบ!!!

และอาหารอื่นๆอีกมากมาย
เมื่อท้องอิ่มก็เดินย่อย ดูผ้าหมักโคลนของขึ้นชื่อของที่นี่กันสักหน่อย แหม่ มันนิ่มน่าใส่เสียจริงๆ แต่เกรงว่ากระเป๋าสตางค์ของผมมันจะแบนเกินไป ฮ่าๆ เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับคุณป้า

นุ่นนิ่มน่าสัมผัสมากครับ แต่ถ้าซื้อสักผืนคงต้องไม่มีค่าน้ำมันกลับบ้านแน่ๆ

คราวหน้านะครับ

เราสองคนหลงรักที่นี้จริงๆ
รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ
ค่าที่พัก 1-3 คน หัวละ 600 บาท รวมอาหารเย็น และอาหารเช้า
ค่าที่พัก 4 คนขึ้นไป หัวละ 500 บาท รวมอาหารเย็น และอาหารเช้า
ค่ารถและไกด์ไปยังจุดชมวิว 450 บาท ต่อคัน 6 คน
ค่าเช้าจักรยาน 30 บาท ต่อคัน
หาจังหวะช่วงเวลาดีๆ ที่นี่ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้เห็น
สำหรับทริปนี้เรามีเวลาน้อยมากจริงๆ เสียดายมากได้เที่ยวน้อย
เชื่อว่าครั้งต่อไปจะหาเวลาสัก 3 วันตะลุยให้ทั่วถึงกว่านี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมกระทู้แรกของผมและนิกกี้
ติดๆขัดๆ ข้ามๆบ้างครั้งต่อๆไปจะทำให้ดีกว่านี้นะครับ
[CR] รีวิว ทริปเร่งด่วน บ้านนาต้นจั่น
บ้านนาต้นจั่น เห็นใครๆก็ว่า เที่ยวได้ตลอดปี มันมีอะไรน่าสนใจนะ
โทรติดต่อสอบถามห้องพักกับทางบ้านนาต้นจั่น ก็ได้บ้านพัก โฮมสเตย์ เก๋ไก๋มา 1 หลัง โดยที่ทางแอดมินได้ส่งภาพและเบอร์ติดต่อของคุณป้าเจ้าของบ้านมาให้เรา อ่า!!!
เก็บกระเป๋ากันเลยดีกว่า!!!
เริ่มด้วยเช้าวันเสาร์ อากาศแจ่มใสแวะจิบกาแฟให้ชื่นใจก่อนออกเดินทางกันสักหน่อย
ที่ร้าน S coffee อยู่ตรงข้ามกับ ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย
นับจากจุดนี้ไปจนถึงจุดหมายปลายทางของเรา ก็เป็นระยะทาง 83 กิโลเมตรโดยประมาณ
เบาๆชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ววว ฮ่าๆๆ
ขับมาเรื่อยๆจนถึงตัวเมืองศรีสัชนาลัย ตรงยาวๆไป อย่าเลี้ยวเชียว เพราะเราสองคนเลี้ยวกันมาแล้ว หลงซะสนุกสนาน
ระหว่างที่เราหลงทาง และพลิกแผนที่ไปมา กริ๊งๆๆๆ~ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมกับโชว์เบอร์ที่คุณตาแต่ผมจำไม่ได้
แฟนสาวของผมก็ไม่รอช้า คิดว่าต้องเป็น ป้าลำพร เจ้าของโฮมสเตย์ของเราแน่ๆ
นิกกี้ : สวัสดีค่ะ
ป้าลำพร : หนู ถึงไหนกันแล้วลูก
นิกกี้ : ป้าค่ะ . . . หนูหลงงงง~
ป้าลำพร : อ่าว หนูอยู่ไหนกันล่ะเนี้ย
นิกกี้ : เอ่อออ หนูไม่รู้
ป้าลำพร : นั่นไงที่ป้าเป็นห่วง มาๆๆ หาตรงนี้ให้เจอแล้วมาตามนี้นะ @#$%&*()+
จริงๆแล้วจะมีป้ายบอกทางเราไปเรื่อยๆครับ พูดเลยว่าไปไม่ยาก ถ้าไม่หลงเชื่อ GPS ที่จะพาเราอ้อมโลกไปชมบรรยากาศก่อนเข้าถึงที่พัก (เอ๊!! มันดีหรือไม่ดีกันนะ)
หลังจากเสียงสวรรค์ของคุณป้าลำพรดังขึ้นมา ไม่นานเราก็มาถึงบ้านน้อยอุ่นใจ แหม่ เล่นเอาซะบ่ายเลย
คุณป้าให้การต้อนรับเราอย่างดิบดี เริ่มด้วยผลไม้ตามฤดูกาลที่หวานฉ่ำ นั่งคุยเล่น เล่าถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนแห่งนี้
และเริ่มพูดคุยกันถึงกิจกรรมที่จะทำกันในช่วงเย็นและเช้าวันรุ่งขึ้น
โชคดีที่เรามาเจออากาศในช่วงที่เรียกได้ว่า เมฆเต็มฟ้าแต่ว่าไม่มีฝน อะไรจะลงตัวปานนั้น จึงได้พากันออกไปชั่วจักรยานคันน้อยมาไว้เคียงข้างกายจะได้ไม่ต้องเดินให้เปลืองพลังงานจากกาแฟแก้วน้อยเมื่อเช้านี้
ค่าเช่าจักรยานนั้นจะอยู่ที่ คันล่ะ 30 บาท สะดวกจะนั่งซ้อนกอดกันกุ๊กกิ๊ก ก็จ่ายแค่ 30 บาทเท่านั้น แต่สำหรับขาซิ่งอย่างเรา ตัวใครตัวมันสิครับ
ปั่นวนไปเลยครับ วนไปรอบหมู่บ้าน ชาวบ้านน่ารัก ใจดี ทักทายกันตลอดสองข้างทาง
และแล้วเราก็ได้เห็นวัดแห่งหนึ่ง ที่เคยได้ยินมาว่ามีของดีซ่อนอยู่ ลองเข้าไปดูซะหน่อยสิ ปั่นๆๆ
ผ่าม!!! ต้นตะเคียนยักษ์ที่เหล่านักวิเคราะห์ตัวเลขเพิ่งจะแห่กันขึ้นมาส่องๆมองๆนี่เอง
ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี้ย
หลังจากปั่นๆกันจนขาอ่อนแรง ก็วนกลับเข้าบ้านพักของพวกเรา (คุณป้ามากระซิบว่า จักรยานคืนตอนเช้าก็ได้จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าอีก แฮ่!!)
คุณป้าก็เอ่ยป้าถามขึ้นมา หนูๆ เย็นนี้อยากกินอะไรกันล่ะ เราก็นั่งคิดไปมองหน้ากันไป
วิน : เอาที่ป้าถนัดและทำกินกันเป็นปกติเลยครับ
ป้าลำพร : อ่อได้เลย กินกันได้หมดทุกอย่างใช่ไหม
วิน : เอ่อ ผมกินได้หมดครับ แต่นิกกี้เขา . . . ไม่ถนัดกินป้า ไม่ชอบผักต้ม ผักขมๆร้องหยี๋ครับ
ป้าลำพร : . . . . อ่าๆ งั้นลองทำกินกันดู
จากนั้นก็เป็นเวลาแสนสนุกที่พวกเราได้ไปวุ่นวายกันอยู่ในครัว หยิบนู้นจับนี้ แต่ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาคุณป้าสักอย่าง ฮ่าๆๆๆ
และแล้ว ถ้าถึงเวลามื้อเย็นที่ท้องไส้เรียกร้องหามาตั้งแต่หลงทางอยู่กลางทุ่ง
กินอิ่มท้อง เริ่มขยับตัวลำบาก ก็ได้เวลาเข้าห้องนอนสิครับ จะรออะไรล่ะ บรรยากาศห้องแบบบ้านไม้ไทย ตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ชาวบ้าน ก็เป็นการพักผ่อนที่ให้ความรู้สึกที่ดีไปอีกแบบ ไม่มีสัญญาณ Wifi สัญญาณโทรศัพท์ที่มีน้อยนิด
ทีวีที่เปิดเท่าไรก็ไม่ติด ความบันเทิงเดียวที่มี ก็เห็นจะเป็นการนอนจ้องหน้าคุยกัน มันก็ดีนะ ทำให้เราได้ละสายตาจากโทรศัพท์ แล้วกลับมานั่งคุยกันมากขึ้น ฝันดีนะครับ
เช้าวันต่อมา เวลา 3.30น.
ป้าลำพร : หนู!! ตื่นกันได้แล้วลูก เตรียมตัวขึ้นไปดูจุดชมวิวกันเร็ว ป้าเตรียมโอวันติน กับน้ำไว้ให้แล้ว
วิน : คร๊าบบบบ (น้ำเสียงงัวเงียแล้วหันไปข้างๆ) ที่รัก ตื่นๆ ตื่น!!! ตี 3 ครึ่งแล้ว
นิกกี้ : ฮื่ออออ~
แล้วก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันกัน จัแก็บของใส่กระเป๋ารอคุณพี่ที่จะขับรถโฟว์วิลพาพวกเราไปที่ตีนเขา
เพื่อเดินทางต่ออีกเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรโดยประมาณ
ป้าลำพร : เอาหนู ใส่กางเกงขายาวไปสิ ยุงมันเยอะนะ (บอกกับนิกกี้)
นิกกี้ : ตัวเอง มีกางเกงขายาวเหลือมั๊ยอ่า
วิน : ไม่มีอ่ะ บอกแล้วไงว่าให้เอามาด้วย
นิกกี้ : ไม่เป็นไรค่ะป้า ทายากันยุงก็สบายแล้ว
ณ เวลา 4.20 น.
นิกกี้ : เอาเวลานอนเค้าคืนมา!!!!
ใช่แล้วครับ รถที่เราจองไว้ยังมาไม่ถึงเลย คุณหญิงของผมเริ่มหัวเสียเพราะถูกแย่งเวลานอนมานั่งตบยุง
ณ เวลา 4.30 น.
และแล้วรถโฟว์วิลก็มารับเรา ระหว่างทางไป จากใจกลางหมู่บ้าน เป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร
เส้นทางค่อนข้างลำบาก แต่สาย Enduro น่าจะยิ้มกัน
เมื่อถึงจุดที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปต่อได้ คุณพี่ไกด์และพลขับของเรา (คนเดียวกัน) ก็นำพวกเราเดินต่อไปยังจุดชมวิว
ระหว่างทางมีเพื่อนๆจากบ้านอื่นๆแห่กันขึ้นไปข้างบนจุดชมวิวกับพวกเรา ไม่น้อยกว่า 30 คน เยอะใช้ได้เลยนะครับเนี้ย
นิกกี้ : ตัวเอง ทำไมคนอื่นใส่ขายาวมาหมดเลยล่ะ
วิน : ก็มาเดินป่าขึ้นเขากันอ่ะตัวเอง ใครเขาใส่ขาสั้นกันล่ะจ๊ะ
เดินต่อไปๆ ระยะทางเกือบๆกิโล บนเขานี่ มันเหนื่อย!! เอาเรื่องเลยนะครับ
แต่ความเหนื่อยล้าก็จางหายไป เมื่อเราเห็นแผ่นป้ายนี้
หู้วววว!!! ดูนั่นสิ มีมุมแบบนี้ มัน สวย จริงๆเลย
ไม่ไหวแล้ววว
ปลูกป่าหนังสติ๊กกัน
ไฮไลท์ของงานนี้ก็คือ การนั่งจิบกาแฟในกระบอกไม้ไผ ที่พี่ไกด์ได้เป็นคน ตัด ต้ม ชง เสิร์ฟให้กับพวกเรา
แล้วก็ชมวิวสวยๆไปเพลินๆ แบบนี้
ให้กำลังใจพี่ไกด์หน่อยย
โดนแอบถ่ายแล้วไง
สำหรับบางบ้านที่มีการนัดแนะกันเรื่องอาหารเช้า อาจจะได้เอาอาหารขึ้นมา แบบนี้
แต่สำหรับบ้านที่จะกลับลงไปทานมื้อเช้ากันที่บ้าน ก็แล้วแต่จะตกลงกับทางเจ้าของบ้านนะครับ
กลับๆๆ ไปกินข้าวกัน
เมื่อลงมาถึงที่พักแล้ว ก็ได้เวลาออกตะลุยหาร้านกาแฟเจ้าเด็ด กับข้าวเปิ๊บเจ้าดัง
ผมขอถ่ายรูปกับป้าลำพรและเซเลปคนดัง คุณป้าเสงี่ยมสักหน่อย
ที่เด็ดของบ้านนาต้นจั่นก็เจ้านี่แหละครับ ข้าวเปิ๊บบบบ!!!
และอาหารอื่นๆอีกมากมาย
เมื่อท้องอิ่มก็เดินย่อย ดูผ้าหมักโคลนของขึ้นชื่อของที่นี่กันสักหน่อย แหม่ มันนิ่มน่าใส่เสียจริงๆ แต่เกรงว่ากระเป๋าสตางค์ของผมมันจะแบนเกินไป ฮ่าๆ เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับคุณป้า
นุ่นนิ่มน่าสัมผัสมากครับ แต่ถ้าซื้อสักผืนคงต้องไม่มีค่าน้ำมันกลับบ้านแน่ๆ
คราวหน้านะครับ
เราสองคนหลงรักที่นี้จริงๆ
รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ
ค่าที่พัก 1-3 คน หัวละ 600 บาท รวมอาหารเย็น และอาหารเช้า
ค่าที่พัก 4 คนขึ้นไป หัวละ 500 บาท รวมอาหารเย็น และอาหารเช้า
ค่ารถและไกด์ไปยังจุดชมวิว 450 บาท ต่อคัน 6 คน
ค่าเช้าจักรยาน 30 บาท ต่อคัน
หาจังหวะช่วงเวลาดีๆ ที่นี่ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้เห็น
สำหรับทริปนี้เรามีเวลาน้อยมากจริงๆ เสียดายมากได้เที่ยวน้อย
เชื่อว่าครั้งต่อไปจะหาเวลาสัก 3 วันตะลุยให้ทั่วถึงกว่านี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมกระทู้แรกของผมและนิกกี้
ติดๆขัดๆ ข้ามๆบ้างครั้งต่อๆไปจะทำให้ดีกว่านี้นะครับ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น