ผมได้ยินเสียงคนกำลังคุยเรื่องของผมอยู่บ่อยๆ อะครับ
คือไม่ได้เป็นตลอดเวลานะครับ(แต่ก่อนหน้านี้เป็น)
มักจะคุยเรื่อง ที่เกี่ยวกับตัวผมทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย เป็นแบบนี้ มา 2-3 ปีแล้วครับ
ตอนนี้ผมอยู่แต่ที่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน เวลาได้ยินเสียงพวกนี้ ก็จะได้ยินน้อยลง
เสียงพวกนี้จะเหมือนเป็นเสียงที่ผมคิดเอาไว้อะครับ
อย่างเช่นตอนที่ผมไปกินหมูกระทะ ตอนที่ผมก้มหน้า คีบหมูเพื่อ ย่างบนเตาถ่าน ผมจะได้ยินเสียงคนพูดถึงผมนินทาผมเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ
แต่พอผมหันไปปุ๊บก็ไม่ได้มีใครนั่งอยู่ตรงนั้น พอกลับมากินต่อ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าตรงนั้นไม่มีคนนั่งอยู่ คราวนี้เสียงมันเลยเปลี่ยนตำแหน่งครับ
เสียงมักจะไปอยู่ในจุดที่ผมรู้สึกพะวง (ผมเป็นคนขี้อาย ไม่เข้าสังคม) คือมันเหมือนพลิกแพลงไปตามความคิดของเราเลยครับ
สมัยก่อนปีแรกๆผมไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงที่ผมหลอนไปเอง ผมจะเข้าใจว่าเสียงนั้นมีอยู่จริง ทำให้ชีวิตผมมีปัญหามากๆ
ผมแยกความจริงไม่ออก แต่ช่วงหลังๆผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่
ผมจะรู้สึกเหงามากๆเหมือนกับ เรากำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่คนที่อยู่ในโลกแห่งความจริงไม่มีทางรู้เลย
อย่างเวลาที่นั่งอยู่บนรถบัสกลับบ้าน ผมจะได้ยินเสียงคนนินทาผมอยู่ด้านหลังตลอดเวลา หลายครั้งผมคิดว่าเสียงพวกนั้นมีอยู่จริง
ผมต้องงัดเอาแนวคิดธรรมมะออกมาใช้อยู่บ่อยๆ เพื่อข่มตัวเองไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่น
แต่พอลุกขึ้นจากที่นั่งปุ๊บ หันกลับไป ก็ไม่ได้มีใครนั่งอยู่ตรงนั้น
ผมเหมือนจะยืนร้องไห้บนรถบัสนั้นเลย
ยิ่งตอนช่วงอกหัก
ตอนนั่งรถบัสกลับบ้านคนเดียว ผมจะรู้สึกเหมือนมีคนกำลังคุยให้กำลังใจผม สงสารผม พูดถึงผมในด้านดีให้ความหวังผม
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีค่า มีตัวตน ผมรู้สึกดีเพราะเสียงเหล่านี้มาตลอด
พอผมรู้ความจริงเข้าว่าเสียงพวกนี้ไม่มีจริง ผมนี้ทรุดเลย ผมโดนตัวเองหลอกมาตลอด ความจริงแล้วไม่มีใครสนใจผม
ความจริงแล้วผมอยู่ตรงนั้นคนเดียว ความจริงแล้วผมถูกลืมไปแล้ว
ตอนนี้ผมเริ่มทำใจกับอาการ อกหักได้บ้างแล้ว ผมร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น พอร้องไห้เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งอ่านหนังสือ ทำงานของตัวเองต่อ
ทำแบบนี้จนเรียนจบครับ
ด่านต่อไปคือเข้ามหาลัย ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอีกหรือเปล่า
ผมใช้ช่วงเวลาปิดเทอม อ่านหนังสือกับทำงานบ้าน
กินกล้วย กินนมถั่วเหลือง ค่อยๆทำใจให้ดีขึ้น
ช่วงหลังๆนี้ก็เริ่มไม่ค่อยได้ยินแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอยู่แต่ในบ้านหรือเปล่า
ผมไม่อยากไปหาจิตแพทย์อะครับ เคยไปหาแล้วหมอจัดยา แบบว่าต้องไปซื้อมากินทุกครั้งที่ยาหมด มันจ่ายไม่ไหว
จากนั้นก็ไม่กล้ารบกวนที่บ้านอีกเลยอะครับ
เลยเปลี่ยนมาออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลง คิดบวก ทำงานบ้าน อย่างเช่นปกติตอนที่ผมพิมพ์ข้อความแบบนี้จะต้องได้ยินใครพูดอะไรบ้าง
แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
ผมควรทำยังไงต่อไปดีครับ ใครมีวิธีแก้แบบบรรเทาได้บ้างไหม แล้วตอนนี้อาการผมเรียกได้ว่าดีขึ้นบ้างไหม
หรือว่ายังอยู่ในจุดอันตราย
ผมได้ยินเสียงคนกำลังคุยเรื่องของผมอยู่บ่อยๆ
คือไม่ได้เป็นตลอดเวลานะครับ(แต่ก่อนหน้านี้เป็น)
มักจะคุยเรื่อง ที่เกี่ยวกับตัวผมทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย เป็นแบบนี้ มา 2-3 ปีแล้วครับ
ตอนนี้ผมอยู่แต่ที่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน เวลาได้ยินเสียงพวกนี้ ก็จะได้ยินน้อยลง
เสียงพวกนี้จะเหมือนเป็นเสียงที่ผมคิดเอาไว้อะครับ
อย่างเช่นตอนที่ผมไปกินหมูกระทะ ตอนที่ผมก้มหน้า คีบหมูเพื่อ ย่างบนเตาถ่าน ผมจะได้ยินเสียงคนพูดถึงผมนินทาผมเป็นเรื่องเป็นราวเลยครับ
แต่พอผมหันไปปุ๊บก็ไม่ได้มีใครนั่งอยู่ตรงนั้น พอกลับมากินต่อ ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าตรงนั้นไม่มีคนนั่งอยู่ คราวนี้เสียงมันเลยเปลี่ยนตำแหน่งครับ
เสียงมักจะไปอยู่ในจุดที่ผมรู้สึกพะวง (ผมเป็นคนขี้อาย ไม่เข้าสังคม) คือมันเหมือนพลิกแพลงไปตามความคิดของเราเลยครับ
สมัยก่อนปีแรกๆผมไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงที่ผมหลอนไปเอง ผมจะเข้าใจว่าเสียงนั้นมีอยู่จริง ทำให้ชีวิตผมมีปัญหามากๆ
ผมแยกความจริงไม่ออก แต่ช่วงหลังๆผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่
ผมจะรู้สึกเหงามากๆเหมือนกับ เรากำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่คนที่อยู่ในโลกแห่งความจริงไม่มีทางรู้เลย
อย่างเวลาที่นั่งอยู่บนรถบัสกลับบ้าน ผมจะได้ยินเสียงคนนินทาผมอยู่ด้านหลังตลอดเวลา หลายครั้งผมคิดว่าเสียงพวกนั้นมีอยู่จริง
ผมต้องงัดเอาแนวคิดธรรมมะออกมาใช้อยู่บ่อยๆ เพื่อข่มตัวเองไม่ให้ไปทำร้ายคนอื่น
แต่พอลุกขึ้นจากที่นั่งปุ๊บ หันกลับไป ก็ไม่ได้มีใครนั่งอยู่ตรงนั้น
ผมเหมือนจะยืนร้องไห้บนรถบัสนั้นเลย
ยิ่งตอนช่วงอกหัก
ตอนนั่งรถบัสกลับบ้านคนเดียว ผมจะรู้สึกเหมือนมีคนกำลังคุยให้กำลังใจผม สงสารผม พูดถึงผมในด้านดีให้ความหวังผม
ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีค่า มีตัวตน ผมรู้สึกดีเพราะเสียงเหล่านี้มาตลอด
พอผมรู้ความจริงเข้าว่าเสียงพวกนี้ไม่มีจริง ผมนี้ทรุดเลย ผมโดนตัวเองหลอกมาตลอด ความจริงแล้วไม่มีใครสนใจผม
ความจริงแล้วผมอยู่ตรงนั้นคนเดียว ความจริงแล้วผมถูกลืมไปแล้ว
ตอนนี้ผมเริ่มทำใจกับอาการ อกหักได้บ้างแล้ว ผมร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น พอร้องไห้เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งอ่านหนังสือ ทำงานของตัวเองต่อ
ทำแบบนี้จนเรียนจบครับ
ด่านต่อไปคือเข้ามหาลัย ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอีกหรือเปล่า
ผมใช้ช่วงเวลาปิดเทอม อ่านหนังสือกับทำงานบ้าน
กินกล้วย กินนมถั่วเหลือง ค่อยๆทำใจให้ดีขึ้น
ช่วงหลังๆนี้ก็เริ่มไม่ค่อยได้ยินแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอยู่แต่ในบ้านหรือเปล่า
ผมไม่อยากไปหาจิตแพทย์อะครับ เคยไปหาแล้วหมอจัดยา แบบว่าต้องไปซื้อมากินทุกครั้งที่ยาหมด มันจ่ายไม่ไหว
จากนั้นก็ไม่กล้ารบกวนที่บ้านอีกเลยอะครับ
เลยเปลี่ยนมาออกกำลังกาย ดูหนังฟังเพลง คิดบวก ทำงานบ้าน อย่างเช่นปกติตอนที่ผมพิมพ์ข้อความแบบนี้จะต้องได้ยินใครพูดอะไรบ้าง
แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
ผมควรทำยังไงต่อไปดีครับ ใครมีวิธีแก้แบบบรรเทาได้บ้างไหม แล้วตอนนี้อาการผมเรียกได้ว่าดีขึ้นบ้างไหม
หรือว่ายังอยู่ในจุดอันตราย