เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมกับแฟน เราคบกันมาสัก (คบกันได้เพราะเจอกันสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่ง) มีทะเลาะกันบ้าง จนมาระยะเวลา 3 เดือน เธอตั้งท้อง (ผมป้องกันแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าหลุดได้ไง อาจจะเป็นเพราะว่า เขากินยาคุมฉุกเฉินบ่อยเกินไป ตอนผมไม่ได้ใส่) เราทั้งคู่ ทั้งผมและเธอ ยังเรียนอยู่ เราต่างยังไม่พร้อม แต่ผมก็ไม่เคยบอกให้เอาเด็กออก จนมาถึงวันที่ พ่อแม่เขารู้ รับรู้ แล้วเขาให้ผมต้องไปขอเขาแต่งงาน แล้วเอาเขาไปอยู่ด้วย แต่เขาจะไม่เอาลูกเขา ผมบอกไปน่ะครับว่า ผมไม่มีตัง พ่อแม่ผมก็ไม่มีตัง (บ้านผมจนจริงๆครับ) ยังไงๆ เขาก็จะให้ผมแต่งให้ได้ ผมก็เลยขอเขาเป็นว่า ผมจะเอาลูกเขามาอยู่ด้วย แต่เรื่องแต่งผมคงยังไม่มีตัง ถ้าผมมีตังแล้ว ผมสัญญาว่าจะแต่งลูกเขา แม่เขาก็ยังไม่ยอม ยังไงๆก็จะให้แต่ง จน เขาบอกกับแม่เขาว่า ไม่ต้องแต่งก็ได้ ยังไงก็รักกันดีอยู่ เรื่องนั้นจึงผ่านมาด้วยดี
เขามาอยู่บ้านผมครับ เราทั้งคู่ก็รู้สึกดีด้วยกันมาตลอด อยู่กันก็มีทะเลาะกันบ้าง จนวันนึง วันปีใหม่ที่ผ่านมา ผมขอเขาออกไปกินเหล้ากับพี่น้องผม ซึ่งบ้านพี่น้องผมห่างกันไม่ไกลมากนัก (ประมาณ 500 เมตร) ผมถามเขาแล้ว ว่าเขาจะไปกับผมไหม แต่คำถามของผมอาจจะดูห้วนๆ เหมือนไม่ค่อยอยากให้ไป แต่ผมเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้วครับ แล้วน้องผมก็มาตามผมหลายรอบแล้ว ผมก็เลยเกิดอารมเสีย จึงตะคอกไปว่า ตกลงจะไปไหม เขาก็พูดประมาณที่ว่า ทำไมไม่ชวนดีๆ ไม่อยากให้ไปก็บอก ผมจึงตัดสินในไปเอง โดยไม่ได้เอาเขาไปด้วย แต่พอผมไป ยังไม่ทันถึงบ้านพี่น้องผม ผมก็กลับมา พอเข้ามาให้ห้อง ผมก็ถามเขา ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แล้วก็มีคำด่าบ้าง (ประมาณที่ว่า ตกลงจะไปไหม) อยู่ด้วยกันหลายๆครั้ง เขาก็ยังบอกคำเดิมว่า ไม่อยากให้ไปก็บอก จนผมว่าเขาอยู่สักพักใหญ่ๆ ผมเห็นเขาเล่นโทรศัพอยู่ ผมจึงก้มไปดู ปรากฏว่า เขาเปิดกล้องอยู่กับพี่ที่เขารู้จัก แล้วผมเดือดมาก คือผมเกลียดมากคนที่ เอาเรื่องทะเลาะของเราสองคน ไปเล่าให้คนอื่นฟัง วันนั้น ผมจึงไม่ได้กินเหล้า และพาเขาไปที่บ้านเขา ผมจะเอาเขาไปส่ง ผมนั่งคุยกับเขาและแม่เขา พูดต่อหน้าเขาและแม่เขา ว่าผมรับไม่ได้เรื่องนี้ ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ผมจะเลิก ผมจะไม่เอาแล้ว ผมจะเอาแค่ลูก ถ้าวันใดวันหนึ่ง เขาคิดว่า เขาไม่อยากได้ลูกแล้ว ผมจะขอลูกไว้ จนวันนั้น เขาสัญญากับผมว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก (คือถ้าเวลาทะเลาะกันจะไม่เอาไปพูดอีก) จนวันนั้น พอผมอารมดี ผมก็ยอมรับและเข้าใจ เชื่อใจในคำพูดของเขา เราก็ผ่านมาได้ด้วยดี (ก่อนหน้านี้เขาเคยเอาเรื่องที่เราทะเลาะกันไปพูดเล่าให้คนอื่นฟังหลายครั้งครับ และโดยส่วนมาก ถ้าเขาไม่แคปหน้าจอเอาแต่ส่วนที่ผมว่าเขาไป ก็พูดในสิ่งที่ถูกเสมือ เรื่องจริงครับ ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง)
จนเมื่อวันที่ 30 เมษาที่ผ่านมา เขากลับบ้านเขาครับ กลับไปหาแม่เขาอะไรประมาณนี้ แล้วผมทักไปหาเขาว่า ให้เขายืมตังแม่เขามาได้ไหม 1000 บาท (ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยยืมเงินแม่เขาเลย) ผมจะเอาไปแก้บน (ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยบนให้เรียนจบครับ ยังไม่ได้แก้) เขาก็ถามผมว่า ถามจริงๆ จะเอาเงินไปทำอะไร ประมาณนี้ ผมก็เลยรู้สึกเดือด ว่า ไม่มีเงินให้ผม ผมไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ค่อยซีเรียสน่ะ แต่ผมซีเรียสที่ว่า ทำไมต้องถามผม ผมบอกว่าเอาไปแก้บนก็คือแก้บน ทำไมต้องถาม แล้วในตอนนั้นแฟนผมโทรมา ผมก็ไม่รับ มันประจวบกับที่ว่าเขาค้างแล้วเขาไม่ได้บอกผมก่อนด้วยแหล่ะ เลยทำให้ผมหงุดหงิด เราก็ทะเลาะกันอย่างนี้ เขาโทรมาผมก็ไม่รับ จะนอนอย่างเดียว จนสักพักเขาก็เงียบไป แล้วผมเปิดเข้าเฟสเขา เขาไปคุยกับพี่ที่ผมรู้จักคนนึง (ซึ่งผมรู้สักพี่คนนี้ก่อนเขา และพาเขาไปรู้จัก) เขาบอกว่า
เขาควรจะถอยดีไหม แล้วเขาก็แคปแชททั้งหมดที่ผมคุยกับเขาไปให้พี่คนนั้นดู แล้วพี่คนนั้นก็บอกว่า "ถอยเถอะ" แค่เรื่องตังแท้ๆ แล้วพี่เขาก็บอกให้ลองไปถามแม่ว่า จะกลับไปอยู่บ้านได้ไหม ถ้ากลับได้ก็กลับ แล้วแฟนผมก็ถามแม่ แม่เขาก็บอกว่า "ถอยได้ แต่ยังถอยตอนนี้ไม่ได้ ต้องมีคนเซ็นเป็นพ่อเด็กก่อน ไหนจะค่าคลอดลูก ไหนจะค่าฝากท้องลูก) พอผมเห็นคำๆนี้ น้ำตาผมไหลเลย ผมรู้สึกว่า เหมือนผมไม่มีตัวตน เหมือนผมแค่เป็นคนๆนึง ที่อยากได้ลายเซ็น ว่าเราเป็นพ่อของเด็กน่ะ ไม่ได้รักเราเลย แล้วสักพัก เขาก็ลบแชทเขาไปครับ เพราะเขาคงคิดได้ว่าผมมีรหัสเฟสเขา จากตอนนั้น ผมก็ทะเลาะกับเขาหนักมาก (แต่ผมไม่ได้ด่าเสียๆ หายๆเลย) จนเหมือนเราจะเลิกกัน เขาก็ไม่ได้กลับบ้านประมาณ 2-3 วัน จนวันนึง เขาให้แม่เขามาคุยกับผมที่บ้าน ผมก็นั่งคุยกับแม่เขา แล้วก็มีแม่ผม พ่อผม แล้วก็พี่ๆเขา (พี่ๆเขาอยู่ข้างนอกบ้านประมาณ 10 กว่าคนได้) ก็คุยกันไปกันมา ผมก็บอกว่า ถ้าเขาอยากจะถอย เขาไม่สบายใจที่จะเห็นหน้าผม เขาลำบากใจอะไรๆในหลายๆเรื่องของผม ให้เขาถอยไปเถอะครับ แล้ววันใดที่เขาสบายใจขึ้น ถ้าเขาจะกลับมาที่บ้านผม ผมรับเสมอ แต่แม่เขาก็ไม่เข้าใจ แม่เขาก็บอกว่า ผมจะไม่เอาลูกเขาแล้ว จนในที่สุด เขาก็เก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่บ้านเขา
เขาท้องได้ 7 เดือนครับ พอผมลองคุยกับแม่ กับพี่สาว ซึ่งแน่นอน แม่แทบทุกคน ย่อมเข้าข้างลูก แม่ผมก็เช่นกัน แต่ตอนที่ผมถามพี่สาว ผมถามว่า "ชีวิตผมมันแย่ หรือว่าผมทำตัวเองให้แย่เอง" พี่สาวบอกกลับมาว่า เราต้องรู้ตัวเองดี ว่าเราทำอะไรไป พี่สาวผมเห็น วันๆ ผมก็เล่นแต่เกมส์ เหมือนไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจให้กับแฟนผมเลย ดูเหมือนสีหน้าแฟนผมไม่ค่อยอิ่มเอิบ ใช่ครับ วันๆส่วนมากที่ผมอยู่บ้าน นอกจากไปทำงาน ผมก็เล่นเกมส์อยู่ที่บ้าน ไม่ค่อยได้คุยกับแฟนผม อาจจะมีบางช่วงที่ผมรู้สึกตัว ผมก็จะไม่เล่นเกมส์ อยู่กับเขา พาเขาไปเที่ยว แต่ถ้าสมมุติ มี 100 วัน ผมจะทำแบบนั้นไม่ถึง 40 วัน ผมรู้สึกได้ครับ ว่าผมเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลย เหมือนพอคิดได้ มันก็คงสายเกินไป ผมเคยที่จะไปง้อเขาน่ะครับ แต่ผมเห็นเขา มีความสุขดี เขาจะได้เรียนต่อ เขาจะได้รถจากพ่อของเขา เขาดูดีใจมากๆ (ผมเปิดดูในแชทเขาครับ) ผมก็เลยคิดว่า เขาคงได้เจอในสิ่งที่ดีกว่าเราแล้ว ถ้าเขามีความสุข ก็ดีแล้ว ถ้าผมเอาเขากลับมา ผมอาจจะดีไม่ได้ตลอด หรือคิดได้ตลอดก็ได้ เขาอาจจะต้องกลับมาทนสภาวะเดิมๆก็ได้ ผมรักเขาและลูกมากน่ะครับ ผมเองก็ไม่อยากให้วันใดวันนึง ผมเดินเจอกัน แล้วผมต้องถามเขาว่า ลูกเป็นไงบ้าง อะไรประมาณนี้
ผมจึงอยากถามครับ ถามว่า ถ้าพวกพี่ๆ น้องๆ เป็นแบบผมแล้ว จะทำยังไงดีครับ ผมควรจะไปง้อเขาไหม หรือควรจะปล่อยเขาไป
ปล.ด่าได้ครับ ว่าได้ เพราะผมต้องการคำตอบที่จริงใจ ไม่ใช่คำตอบที่เสแสร้งจากใคร ขอบคุณครับ
รักเขาและลูก ไม่อยากให้เขาจากไป แต่เจออย่างนี้จะทำยังไง ช่วยทีครับ
เขามาอยู่บ้านผมครับ เราทั้งคู่ก็รู้สึกดีด้วยกันมาตลอด อยู่กันก็มีทะเลาะกันบ้าง จนวันนึง วันปีใหม่ที่ผ่านมา ผมขอเขาออกไปกินเหล้ากับพี่น้องผม ซึ่งบ้านพี่น้องผมห่างกันไม่ไกลมากนัก (ประมาณ 500 เมตร) ผมถามเขาแล้ว ว่าเขาจะไปกับผมไหม แต่คำถามของผมอาจจะดูห้วนๆ เหมือนไม่ค่อยอยากให้ไป แต่ผมเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้วครับ แล้วน้องผมก็มาตามผมหลายรอบแล้ว ผมก็เลยเกิดอารมเสีย จึงตะคอกไปว่า ตกลงจะไปไหม เขาก็พูดประมาณที่ว่า ทำไมไม่ชวนดีๆ ไม่อยากให้ไปก็บอก ผมจึงตัดสินในไปเอง โดยไม่ได้เอาเขาไปด้วย แต่พอผมไป ยังไม่ทันถึงบ้านพี่น้องผม ผมก็กลับมา พอเข้ามาให้ห้อง ผมก็ถามเขา ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แล้วก็มีคำด่าบ้าง (ประมาณที่ว่า ตกลงจะไปไหม) อยู่ด้วยกันหลายๆครั้ง เขาก็ยังบอกคำเดิมว่า ไม่อยากให้ไปก็บอก จนผมว่าเขาอยู่สักพักใหญ่ๆ ผมเห็นเขาเล่นโทรศัพอยู่ ผมจึงก้มไปดู ปรากฏว่า เขาเปิดกล้องอยู่กับพี่ที่เขารู้จัก แล้วผมเดือดมาก คือผมเกลียดมากคนที่ เอาเรื่องทะเลาะของเราสองคน ไปเล่าให้คนอื่นฟัง วันนั้น ผมจึงไม่ได้กินเหล้า และพาเขาไปที่บ้านเขา ผมจะเอาเขาไปส่ง ผมนั่งคุยกับเขาและแม่เขา พูดต่อหน้าเขาและแม่เขา ว่าผมรับไม่ได้เรื่องนี้ ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ผมจะเลิก ผมจะไม่เอาแล้ว ผมจะเอาแค่ลูก ถ้าวันใดวันหนึ่ง เขาคิดว่า เขาไม่อยากได้ลูกแล้ว ผมจะขอลูกไว้ จนวันนั้น เขาสัญญากับผมว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก (คือถ้าเวลาทะเลาะกันจะไม่เอาไปพูดอีก) จนวันนั้น พอผมอารมดี ผมก็ยอมรับและเข้าใจ เชื่อใจในคำพูดของเขา เราก็ผ่านมาได้ด้วยดี (ก่อนหน้านี้เขาเคยเอาเรื่องที่เราทะเลาะกันไปพูดเล่าให้คนอื่นฟังหลายครั้งครับ และโดยส่วนมาก ถ้าเขาไม่แคปหน้าจอเอาแต่ส่วนที่ผมว่าเขาไป ก็พูดในสิ่งที่ถูกเสมือ เรื่องจริงครับ ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง)
จนเมื่อวันที่ 30 เมษาที่ผ่านมา เขากลับบ้านเขาครับ กลับไปหาแม่เขาอะไรประมาณนี้ แล้วผมทักไปหาเขาว่า ให้เขายืมตังแม่เขามาได้ไหม 1000 บาท (ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยยืมเงินแม่เขาเลย) ผมจะเอาไปแก้บน (ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยบนให้เรียนจบครับ ยังไม่ได้แก้) เขาก็ถามผมว่า ถามจริงๆ จะเอาเงินไปทำอะไร ประมาณนี้ ผมก็เลยรู้สึกเดือด ว่า ไม่มีเงินให้ผม ผมไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ค่อยซีเรียสน่ะ แต่ผมซีเรียสที่ว่า ทำไมต้องถามผม ผมบอกว่าเอาไปแก้บนก็คือแก้บน ทำไมต้องถาม แล้วในตอนนั้นแฟนผมโทรมา ผมก็ไม่รับ มันประจวบกับที่ว่าเขาค้างแล้วเขาไม่ได้บอกผมก่อนด้วยแหล่ะ เลยทำให้ผมหงุดหงิด เราก็ทะเลาะกันอย่างนี้ เขาโทรมาผมก็ไม่รับ จะนอนอย่างเดียว จนสักพักเขาก็เงียบไป แล้วผมเปิดเข้าเฟสเขา เขาไปคุยกับพี่ที่ผมรู้จักคนนึง (ซึ่งผมรู้สักพี่คนนี้ก่อนเขา และพาเขาไปรู้จัก) เขาบอกว่า
เขาควรจะถอยดีไหม แล้วเขาก็แคปแชททั้งหมดที่ผมคุยกับเขาไปให้พี่คนนั้นดู แล้วพี่คนนั้นก็บอกว่า "ถอยเถอะ" แค่เรื่องตังแท้ๆ แล้วพี่เขาก็บอกให้ลองไปถามแม่ว่า จะกลับไปอยู่บ้านได้ไหม ถ้ากลับได้ก็กลับ แล้วแฟนผมก็ถามแม่ แม่เขาก็บอกว่า "ถอยได้ แต่ยังถอยตอนนี้ไม่ได้ ต้องมีคนเซ็นเป็นพ่อเด็กก่อน ไหนจะค่าคลอดลูก ไหนจะค่าฝากท้องลูก) พอผมเห็นคำๆนี้ น้ำตาผมไหลเลย ผมรู้สึกว่า เหมือนผมไม่มีตัวตน เหมือนผมแค่เป็นคนๆนึง ที่อยากได้ลายเซ็น ว่าเราเป็นพ่อของเด็กน่ะ ไม่ได้รักเราเลย แล้วสักพัก เขาก็ลบแชทเขาไปครับ เพราะเขาคงคิดได้ว่าผมมีรหัสเฟสเขา จากตอนนั้น ผมก็ทะเลาะกับเขาหนักมาก (แต่ผมไม่ได้ด่าเสียๆ หายๆเลย) จนเหมือนเราจะเลิกกัน เขาก็ไม่ได้กลับบ้านประมาณ 2-3 วัน จนวันนึง เขาให้แม่เขามาคุยกับผมที่บ้าน ผมก็นั่งคุยกับแม่เขา แล้วก็มีแม่ผม พ่อผม แล้วก็พี่ๆเขา (พี่ๆเขาอยู่ข้างนอกบ้านประมาณ 10 กว่าคนได้) ก็คุยกันไปกันมา ผมก็บอกว่า ถ้าเขาอยากจะถอย เขาไม่สบายใจที่จะเห็นหน้าผม เขาลำบากใจอะไรๆในหลายๆเรื่องของผม ให้เขาถอยไปเถอะครับ แล้ววันใดที่เขาสบายใจขึ้น ถ้าเขาจะกลับมาที่บ้านผม ผมรับเสมอ แต่แม่เขาก็ไม่เข้าใจ แม่เขาก็บอกว่า ผมจะไม่เอาลูกเขาแล้ว จนในที่สุด เขาก็เก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่บ้านเขา
เขาท้องได้ 7 เดือนครับ พอผมลองคุยกับแม่ กับพี่สาว ซึ่งแน่นอน แม่แทบทุกคน ย่อมเข้าข้างลูก แม่ผมก็เช่นกัน แต่ตอนที่ผมถามพี่สาว ผมถามว่า "ชีวิตผมมันแย่ หรือว่าผมทำตัวเองให้แย่เอง" พี่สาวบอกกลับมาว่า เราต้องรู้ตัวเองดี ว่าเราทำอะไรไป พี่สาวผมเห็น วันๆ ผมก็เล่นแต่เกมส์ เหมือนไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจให้กับแฟนผมเลย ดูเหมือนสีหน้าแฟนผมไม่ค่อยอิ่มเอิบ ใช่ครับ วันๆส่วนมากที่ผมอยู่บ้าน นอกจากไปทำงาน ผมก็เล่นเกมส์อยู่ที่บ้าน ไม่ค่อยได้คุยกับแฟนผม อาจจะมีบางช่วงที่ผมรู้สึกตัว ผมก็จะไม่เล่นเกมส์ อยู่กับเขา พาเขาไปเที่ยว แต่ถ้าสมมุติ มี 100 วัน ผมจะทำแบบนั้นไม่ถึง 40 วัน ผมรู้สึกได้ครับ ว่าผมเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลย เหมือนพอคิดได้ มันก็คงสายเกินไป ผมเคยที่จะไปง้อเขาน่ะครับ แต่ผมเห็นเขา มีความสุขดี เขาจะได้เรียนต่อ เขาจะได้รถจากพ่อของเขา เขาดูดีใจมากๆ (ผมเปิดดูในแชทเขาครับ) ผมก็เลยคิดว่า เขาคงได้เจอในสิ่งที่ดีกว่าเราแล้ว ถ้าเขามีความสุข ก็ดีแล้ว ถ้าผมเอาเขากลับมา ผมอาจจะดีไม่ได้ตลอด หรือคิดได้ตลอดก็ได้ เขาอาจจะต้องกลับมาทนสภาวะเดิมๆก็ได้ ผมรักเขาและลูกมากน่ะครับ ผมเองก็ไม่อยากให้วันใดวันนึง ผมเดินเจอกัน แล้วผมต้องถามเขาว่า ลูกเป็นไงบ้าง อะไรประมาณนี้
ผมจึงอยากถามครับ ถามว่า ถ้าพวกพี่ๆ น้องๆ เป็นแบบผมแล้ว จะทำยังไงดีครับ ผมควรจะไปง้อเขาไหม หรือควรจะปล่อยเขาไป
ปล.ด่าได้ครับ ว่าได้ เพราะผมต้องการคำตอบที่จริงใจ ไม่ใช่คำตอบที่เสแสร้งจากใคร ขอบคุณครับ