สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7

รัฐมนตรีต้อง
มาตรา 160(4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ต่อไปศาลรัฐธรรมนูญงานคงจะมีมาก ด้วยการตีความว่าบุคคลใดมีคุณสมบัติตามข้อนี้
โดยความรู้สึกเดิมๆที่ผ่านมา แม้แต่การประเมินผลการทำงานของข้าราชการ เอกชน
คนที่ไม่เคยทำความผิดหรือ ไม่เคยตัดสินว่าทุจริต ไม่มีใครรู้ว่าทำความผิด ก็จะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ได้คะแนนเต็ม
แต่ต่อไปนี้ ต้องบอกให้ได้ว่า ที่เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต มีอะไรบ้าง(เป็นที่ประจักษ์)
ถ้าบอกไม่ได้ แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สุจริต
เพราะคนเรา มีดี และ ไม่ดี แค่ 2 ด้าน

รัฐมนตรีต้อง
มาตรา 160(4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ต่อไปศาลรัฐธรรมนูญงานคงจะมีมาก ด้วยการตีความว่าบุคคลใดมีคุณสมบัติตามข้อนี้
โดยความรู้สึกเดิมๆที่ผ่านมา แม้แต่การประเมินผลการทำงานของข้าราชการ เอกชน
คนที่ไม่เคยทำความผิดหรือ ไม่เคยตัดสินว่าทุจริต ไม่มีใครรู้ว่าทำความผิด ก็จะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ได้คะแนนเต็ม
แต่ต่อไปนี้ ต้องบอกให้ได้ว่า ที่เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต มีอะไรบ้าง(เป็นที่ประจักษ์)
ถ้าบอกไม่ได้ แสดงว่าบุคคลนั้นเป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์ ไม่สุจริต
เพราะคนเรา มีดี และ ไม่ดี แค่ 2 ด้าน
คนเกิดก่อนกาล ถูกใจ, ยิ้มแล้วโลกสดใส ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2693891 ถูกใจ, my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 884166 ถูกใจ, แข้งซ้ายปรมาณู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2988670 ถูกใจ, a curious kitty ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3073813 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2254130 หลงรักรวมถึงอีก 8 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 19
ในฉบับล่าสุดที่มีการปรับปรุงแก้ไข สส.และรัฐมนตรี จะต้องพ้นจากตำแหน่งไป
หากศาลฎีกา (ร่างเดิมเป็นศาลรธน.แก้ใหม่เป็นศาลฎีกา ก็ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะ
ที่ผ่านมาศาลรธน.วินิจฉัยในลักษณะที่สาธารณ เข้าใจได้ยากหรือไม่เห็นด้วยมาก)
หากศาลฎีกามีมติว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สส.และรัฐมนตรี จะต้องพ้นจากตำแหน่ง
ร่างรธน.ในส่วนที่ สส.ต้องพ้นไปเมื่อฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มาตรา ๑๐๑ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ ….(๑๑) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๒๓๕ วรรคสาม
มาตรา ๒๓๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓๖ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง....๑) ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
(วรรคสาม)เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที
ร่างรธน.ในส่วนที่ รมต.ต้องพ้นไปเมื่อฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มาตรา ๑๗๐ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ….(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐
มาตรา ๑๖๐ รัฐมนตรีต้อง….(๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
อย่างร้ายแรง
แต่ผู้ที่ร่างมาตราฐานจริยธรรมนี้คือศาลรธน.และองค์กรอิสสระ อาจมีการร่าง
กำหนดบางอย่างที่เป็นการลิดรอนสิทธิของสส.ได้ อาทิเช่น อาจถือว่า การ
รับคำแนะนำ จากผู้ที่ต้องคดี ถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เพื่อเอาผิด
สส.เพื่อไทย และตัดการติดต่อระหว่างคุณทักษิณกับพรรคเพื่อไทย
ส่วนตัวผมเชื่อว่า จะมีการกำหนดมาตราฐานจริยธรรมข้อนี้ขึ้นมาแน่นอนเพื่อ
ตัดคุณทักษิณออกจากเพื่อไทย
หากศาลฎีกา (ร่างเดิมเป็นศาลรธน.แก้ใหม่เป็นศาลฎีกา ก็ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะ
ที่ผ่านมาศาลรธน.วินิจฉัยในลักษณะที่สาธารณ เข้าใจได้ยากหรือไม่เห็นด้วยมาก)
หากศาลฎีกามีมติว่าฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง สส.และรัฐมนตรี จะต้องพ้นจากตำแหน่ง
ร่างรธน.ในส่วนที่ สส.ต้องพ้นไปเมื่อฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มาตรา ๑๐๑ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ ….(๑๑) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา ๑๔๔ หรือมาตรา ๒๓๕ วรรคสาม
มาตรา ๒๓๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓๖ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง....๑) ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
(วรรคสาม)เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที
ร่างรธน.ในส่วนที่ รมต.ต้องพ้นไปเมื่อฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้มาตรา ๑๗๐ ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ….(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๖๐
มาตรา ๑๖๐ รัฐมนตรีต้อง….(๕) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม
อย่างร้ายแรง
แต่ผู้ที่ร่างมาตราฐานจริยธรรมนี้คือศาลรธน.และองค์กรอิสสระ อาจมีการร่าง
กำหนดบางอย่างที่เป็นการลิดรอนสิทธิของสส.ได้ อาทิเช่น อาจถือว่า การ
รับคำแนะนำ จากผู้ที่ต้องคดี ถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เพื่อเอาผิด
สส.เพื่อไทย และตัดการติดต่อระหว่างคุณทักษิณกับพรรคเพื่อไทย
ส่วนตัวผมเชื่อว่า จะมีการกำหนดมาตราฐานจริยธรรมข้อนี้ขึ้นมาแน่นอนเพื่อ
ตัดคุณทักษิณออกจากเพื่อไทย
สมาชิกหมายเลข 1167340 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2949339 ถูกใจ, ลุงโก๊ะ หลงรัก, chaivat_ch ถูกใจ, คนเกิดก่อนกาล ถูกใจ, ลุงจืด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2693891 ถูกใจ, ชุนเทียน ถูกใจ, my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2274417 ถูกใจรวมถึงอีก 9 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
สำหรับผมแล้ว กระทู้นี้นับเป็นกระทู้ที่ดีที่สุดอันหนึ่งแห่งปี 2559 เลยทีเดียว
สมาชิกหมายเลข 1167340 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2949339 ถูกใจ, อินทร์แปลง ถูกใจ, my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 884166 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2988670 ถูกใจ, thyrocyte ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3073813 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2254130 หลงรัก, คนเหนือเกรียน ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
เขียนไม่เก่ง แต่ว่า เรื่องต่างๆ นี่ น่าจะมีบางเรื่อง
ที่หลายๆ ท่าน สงสัยเหมือนๆ กันครับ
ทาง โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้หยิบยกประเด็นที่น่าสงสัยมาวิเคราะห์ให้ชมเหมือนกันครับ
iLaw วิเคราะห์ 7 ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ
http://prachatai.com/journal/2016/04/65102
ที่หลายๆ ท่าน สงสัยเหมือนๆ กันครับ
ทาง โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้หยิบยกประเด็นที่น่าสงสัยมาวิเคราะห์ให้ชมเหมือนกันครับ
iLaw วิเคราะห์ 7 ประเด็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ
http://prachatai.com/journal/2016/04/65102
สมาชิกหมายเลข 1167340 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2949339 ถูกใจ, ลุงโก๊ะ หลงรัก, ยิ้มแล้วโลกสดใส ถูกใจ, xpower ถูกใจ, my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 884166 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2988670 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2254130 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 2685481 ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
มีคำถาม-ข้อสงสัยเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 2559 ในบางมาตราครับ (The Mario)
กระทู้คำถามนี้มิได้มีจุดประสงค์เพื่อชี้นำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงหรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงแต่มีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับบางมาตราในการบังคับปฏิบัติจริงของคณะทำงานตามรัฐธรรมนูญ 2559 เท่านั้น ยังคงเคารพในสิทธิ์และเสียงของผู้มีสิทธิ์ของผู้มีสิทธิ์ทุกฝ่ายและพร้อมที่จะยอมรับผลของประชามติของประชาชนทั้งประเทศหลังจากผ่านการทำประชามติแล้ว ทั้งหมดนี้คือเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในการนำรัฐธรรมนูญมาบังคับใช้ให้สมดังเจตนาปฏิรูปประเทศไทยเพื่อประชาธิปไตยอันยั่งยืน
จาก คหสต กลุ่มบุคคลที่จะลงมติ รับ-ไม่รับ มีหลายประเภทเช่น
1.ไม่รับเพราะเกลียด คสช หัวชนฝา
2. ไม่รับเพราะศึกษาแล้วมันมีอะไรที่ซ่อนดาบ ซ่อนปม เพื่อต่อท่ออำนาจ
3. ลังเลว่าจะไม่รับ ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองแต่ยังเข็ดหลาบกับ รธน. ปี50 และได้รับฟังคำวิจารณ์จากโลกโซเชียลว่าสมควรไม่รับ
4. ลังเลว่าจะรับ เพราะอยากเลือกตั้งแล้ว ดีไม่ดีไม่รู้ขอไปตายเอาดาบหน้า ทำยังไงก็ได้ให้ คสช ไปเร็วๆ และเชื่อจากโลกโซเชียลให้โหวต yes ทหารจะได้กลับกรมกอง
5. รับเพราะศึกษามาแล้วว่ามันซ่อนดาบซ่อนปมเลยคิดจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะคิดว่าตัวเองได้เปรียบ แม้วเสร็จแน่ๆ จะได้เลิกๆเล่นการเมืองไปซะ เหมือนลูกไก่ในกำมือ
6. รับเพราะคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อปราบนักการเมืองโกง
7. รับเพราะเชียร์ คสช. ไม่ลืมหูลืมตา
8. รับ-ไม่รับ เพราะเหตุผลอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวมา
ณ เวลานี้เราต้องยอมรับความจริงว่าฝ่ายรับเปรียบเสมือนเจ้าบ้าน ส่วนฝ่ายไม่รับเปรียบเสมือนผู้มาเยือน ด้วยข้อกฏหมายและข้อบังคับอะไรหลายๆอย่างในปัจจุบันทำให้ฝ่ายที่ไม่รับร่างไม่สามารถแสดงออกในสิ่งที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ แต่ยังไงก็ตามในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ในการออกเสียงประชามติ รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดังนี้
มีความสงสัยในบางมาตราครับ เช่น มาตรา 107 ในส่วนของวุฒิสภา
เป็นที่ชัดเจนใน รธน. ฉบับนี้ว่าสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกกันเองทั้งหมดของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม เราจะมีมาตรฐานอะไรมารองรับว่ากลุ่มบุคคลเหล่านั้นไม่เอนเอียงเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งหรือจงเกลียดจงชังพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งและคอยขัดขวางการทำงานของรัฐบาลดังเช่นกรณีกลุ่ม 40สว. ในอดีตซึ่งมี สว.สรรหาเป็นส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม แม้จะมีบางมาตราเช่น มาตรา ๑๑๓ สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใดๆ แต่ในทางปฏิบัติจริงจะมีการเกิดข้อครหา 2 มาตรฐานแบบที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่
ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคน ตามมาตรตรา 269 ดังนี้
จะเห็นได้ว่า สว. ทั้งหมดในวาระเริ่มต้น 250 คน ถูกแต่งตั้งมาจาก คสช. ทั้งหมด เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการส่งกลุ่ม สว.เหล่านี้มาเพื่อต่อท่ออำนาจให้กับกลุ่มคณะใดคณะหนึ่ง หรือมาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติเพื่อประชาชนไทยจริงๆ ทุกอย่างยังเป็นปริศนาเพราะอำนาจ สว. มีมากมายเพียงพอที่จะล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนไทยได้ทุกเมื่อ โดยใช้อำนาจของคณะทำงานศาลรัฐธรรมนูญที่ตัวเองเป็นฝ่ายแต่งตั้งขึ้นมาจัดการกับรัฐบาลได้ทุกเมื่อ
จากมาตรา 82 เราจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการตัดสินความใดให้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่เกิดกรณีตามข้อครหา 2 มาตรฐาน ในอดีตเช่นฟากการเมืองหนึ่งผิดเสมอแม้แต่ทำกับข้าวออกทีวีก็ยังผิด แต่อีกฟากการเมืองหนึ่งไม่ผิดอะไรเลย พ้นจากข้อหาไปน้ำขุ่นๆด้วยเช่นกรณีการยื่นเอกสารช้าของ กกต. ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกยกฟ้อง เป็นต้น
หากเราไปไล่ดูตามมาตราต่างๆที่เกี่ยวข้องอยู่กับมาตรา 82 มันมีโอกาสเป็นไปได้เช่นกันที่จะเกิดกรณี 2 มาตรฐานที่พร้อมจะตัดสินความผู้ดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองได้ทุกเมื่อเช่น มาตรา ๑๐๑ (๗) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๔ หรือมาตรา ๑๘๕
จากมาตรา ๑๐๑ (๗) มันมีมาตรา ๑๘๕ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
จากทั้ง 3 ข้อในมาตรา 185 นี้ หากเกิดกรณี 2 มาตรฐานขึ้นมาในการตัดสินความของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็สามารถกระทำการได้โดยง่ายเช่นในอดีตที่ผ่านมา เพราะสามารถตีความออกไปได้กว้างและออกได้ทุกทางว่าผิดจริงหรือไม่ผิด ฉะนั้นแล้วเราจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดกรณีนี้ขึ้น
ในกรณีเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ตามมาตรา ๕ น ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แลประธานองค์กรอิสระเพื่อวินิจฉัย
การวินิจฉัยของที่ประชุมร่วมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด จากการสังเกตคณะในที่ประชุมตามมาตรานี้จะเกิดข้อครหาในด้านการลงมติเด็ดขาดของที่ประชุมหรือไม่ มีการเล่นพรรคเล่นพวกโดยไม่ยึดติดในเหตุและผลในที่ประชุมหรือไม่
จากมาตรา ๘๐ ในกรณีที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาได้ให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแทน
ในกรณีเข้ามาทำหน้าที่ประธานสภาของประธานวุฒิสภา จะเป็นการก้าวล่วงฝ่ายบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ และทำไมไม่ให้รองประธานสภาทำหน้าที่แทน
มาตรา ๒๗๒ กรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘
จากมาตรา ๘๓ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนห้าร้อยคน ดังนี้
จากจำนวน ส.ส. ระบบแบ่งเขตที่ลดลงเหลือ 350 คน และระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 150 คน และจากกติกาการคัดเลือก ส.ส. ที่กำหนดขึ้นมาใหม่จะเป็นการกระจายจำนวน ส.ส. ไปให้กับพรรคการมืองที่ 3,4,5 หรือไม่ และหากเกิดกรณีที่พรรคการเมืองที่ 2 จับมือกันกับพรรคการเมืองที่ 3,4,5,> เพื่อโดดเดี่ยวพรรคการเมืองที่ 1 ไปเป็นฝ่ายเสนอชื่อนายกฯพรรคเดียวก็สามารถทำได้ และในกรณีที่เสียงทั้ง 2 ฟากมีจำนวนเท่ากันหรือใกล้เคียง จะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการนำเสนอชื่อนายกฯคนนอกตามมาตรา ๒๗๒ หรือไม่
เราจะแน่ใจอย่างไรว่าจะไม่เกิดกรณีรัฐประหารซ้ำอีกครั้ง
ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยมี รัฐธรรมนูญ ให้สิทธิแก่ประชาชนในการต่อต้านรัฐประหารดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 69 ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้” แต่เราไม่ปรากฏบทบัญญัติใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากในวันข้างหน้าเกิดกรณีม็อบล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง และกลไกเอาผิดตามรัฐธรรมนูญต่างๆของศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ไม่สามารถเอาผิดรัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ได้ การรัฐประหารจะเป็นดาบสุดท้ายในการตัดสินความโดยใช้ข้ออ้างเพื่อลดความแตกแยกของสังคมไทยอีกหรือไม่
จากข้อสงสัยที่มีมาทั้งหมดในกระทู้นี้ยังคงยืนยันว่ามิได้มีเจตนาชี้นำเรื่องรับร่าง-ไม่รับร่างแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงข้อสงสัยในการปฏิบัติจริงในอนาคตในกรณีที่รัฐธรรมนูญผ่านการประชามติ ว่ามันจะมีกรณีดังที่ผมสงสัยเกิดขึ้นหรือไม่ และไม่มีเจตนาที่จะขัดขวางการทำงานของคณะทำงานแต่อย่างใด ยังคงให้โอกาส เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญที่ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนไทยให้มากที่สุด ให้สมกับวันเวลาและงบประมาณที่เสียไปให้เราได้การปฏิรูปประเทศไทยเพื่อประชาธิปไตยที่ยั่งยืนจริงๆ
อ่านรัฐธรรมนูญฉบับเต็มเพิ่มเติมได้ตามลิ้งค์ที่แนบ http://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=429&filename=index%E2%80%9C
The Mario 7 เมษายน 2559 (22.25 น.)