JJNY : “เท้ง”ผิดหวัง ปิดสภาฯ หนี│“รักชนก”ซัดปธ.สภาฯ│เท้งลั่นรู้หน้าตา รบ.ตั้งแต่ 8 ก.พ.│หมอเปรมลั่นเปิดถังน้ำมันชาวบ้าน

“เท้ง” ผิดหวัง ประธานปิดสภาฯ หนีถกแก้วิกฤตพลังงาน “โรม” ซัดไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ
.

.
“เท้ง ณัฐพงษ์” ผิดหวัง ประธานปิดสภาฯ หนีการยื่นเสนอญัตติด่วน ถกปัญหาวิกฤตพลังงาน ด้าน “โรม” ซัดไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ ขณะที่ “วีระยุทธ” ชวนจับตา ศบก. หาคนผิดทำน้ำมันขาดแคลน ได้หรือไม่
.
วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีที่พรรคประชาชนเตรียมจะยื่นเสนอญัตติด่วน ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เพื่อเสนอแนะทางออกแก้ปัญหาราคาน้ำมัน แต่น่าเสียดายที่ประธานสภาฯ ปิดประชุมทันทีหลังลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการหารือเรื่องนี้ ทั้งที่ประธานสภาฯ ได้รับปากแล้ว มองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
.
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า วันนี้นอกจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน อย่างเรื่องน้ำมัน ก็สามารถใช้เวลาในสภาให้เกิดประโยชน์ได้ และมองว่าไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องปิดสภาหนี พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลต้องการหนีการตรวจสอบหรือไม่ เพราะวิกฤตพลังงานในตอนนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน
.
ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า รู้สึกแปลกใจที่มีการปิดสภาฯ หนี ทั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายพรรคพร้อมที่จะนำเรื่องการแก้วิกฤตพลังงาน มาหารือและนำเสนอต่อรัฐบาล เป็นการแสดงที่สะท้อนว่าไม่อยู่เคียงข้างประชาชน ทุกวันนี้มีประชาชนจำนวนมาก ชาวนา เกษตรกร ชาวประมง ที่ยังได้รับความเดือดร้อนอยู่ น่าผิดหวังกับการทำงานวันแรก ของการมีนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาชุดนี้
.
นายวีระยุทธ ระบุว่า ส่วนการปลดล็อกให้มีรถขนส่งน้ำมันวิ่งในพื้นที่ได้ ซึ่งเมื่อวานนี้มีการสั่งการเร่งด่วนจากกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว ก็ขอให้มีการรับลูกต่อโดยผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ให้เกิดการขนส่ง กระจายน้ำมันได้ทั่วถึง ส่วนวันนี้ที่ต้องติดตาม คือการที่ ศบก. จะจับผิดเรียกผู้ประกอบการน้ำมัน ทั้งโรงกลั่น จ็อบเบอร์ ผู้ค้าส่ง จนถึงตัวแทนร้านค้าปั๊มน้ำมัน เพื่อหาให้ได้ว่าใครก่อปัญหาทำให้น้ำมันไม่ถึงมือประชาชน น้ำมันหมดปั๊มอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่สามารถเอาผิดใครได้ เชื่อว่าจะทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ในภาวะที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกปั่นป่วน ปัจจัยภายนอกรุมเร้า ปัจจัยภายในเราไม่ช่วยกันทำให้แข็งแรง ประชาชนไม่เชื่อมั่น เป็นสิ่งน่ากังวล
.
นายวีระยุทธ บอกว่า ตอนนี้ผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เริ่มส่งผลกระทบต่อ พี่น้องชาวประมง เพราะน้ำมันแพงขึ้น ชาวประมงออกไปจับปลาได้น้อยลง ส่งผลกระทบมาถึงประชาชน ขณะเดียวกันช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ทั้งอ้อย ข้าว ซึ่งต้องใช้น้ำมันในรถเกี่ยว หากความช่วยเหลือไปไม่ตรงจุด ก็เป็นเรื่องน่ากังวล ดังนั้น อยากขอไปที่รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาไปให้ตรงจุดที่เป็นต้นทางของโลจิสติกส์ ที่จะสะเทือนไปถึงปลายทาง พร้อมให้รัฐบาลเปิดข้อมูลกลางว่าที่ไหนเหลือน้ำมันเท่าไหร่ เพื่อให้ประชาชนทุกจังหวัด ได้รับทราบข้อมูล จะได้ไม่ต้องไปรอคิวเติมน้ำมัน
.
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน บอกว่า ตนเองได้สอบถามนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ แล้วก่อนหน้านี้ ว่าทำไมจึงต้องรีบปิดสภาฯ พร้อมมองว่า เป็นการไม่รักษาสัจจะ พูดแล้วไม่ทำ และประธานได้พูดมาประโยคหนึ่งว่า บรรยากาศวันนี้ไม่ดี ตนจึงไม่แน่ใจว่า ในเมื่อได้นายกรัฐมนตรีกันแล้ว การที่จะอดทนกันสักหน่อย ให้ ผู้แทนซึ่งมาจากหลายจังหวัด ได้สะท้อนปัญหาพลังงาน ก็จะเป็นประโยชน์มาก
.

.
“รักชนก” ซัด ปชน.เตรียมเสนอญัตติด่วนเรื่องวิกฤตน้ำมัน แต่ ประธานสภาฯ ปิดประชุมหนี
.
“ไอซ์ รักชนก” ซัด “โสภณ” ประธานสภาฯ จากภูมิใจไทย ปิดประชุมหนี หลังพรรคประชาชน แจ้งความประสงค์ ต้องการเสนอญัตติด่วน เรื่อง “วิกฤตน้ำมัน” ที่ประชาชนเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า

วันที่ 19 มี.ค. 69 หลังจากที่วันนี้มีการเปิดประชุมสภา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี โดยในเวลา 13.20 น. ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล 293 คะแนน ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 119 คะแนน และ งดออกเสียง 86 คะแนน ทำให้นายอนุทินได้รับคะแนนเห็นชอบ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 จากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานได้ปิดประชุมทันที

ล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก
.
“โหวตนายกเสร็จแล้ว ได้ตำแหน่งแล้ว แต่สภาเพิ่งประชุมมาครึ่งวัน ยังเหลือเวลาทำงานต่อได้อีก พรรคประชาชน แจ้งความประสงค์ ต้องการเสนอญัตติด่วน เรื่อง ‘วิกฤตน้ำมัน’ ที่กำลังส่งผลกระทบทุกชีวิตและทุกอาชีพ ตอนนี้ประชาชนไม่ว่าภูมิภาคไหน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า  ประชาชนรอความชัดเจนจากรัฐบาล ปัญหารอการบรรเทา ประชาชนอยากเห็นสภา ลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่ประธานสภา โสภณ ซารัมย์ สส. จากพรรคภูมิใจไทย ปิดประชุมหนี”
.
.

.
เท้ง ลั่นรู้หน้าตารัฐบาลตั้งแต่ 8 ก.พ.แล้ว พ้อไม่รู้อภิปรายวันนี้จะเป็น ‘ครั้งสุดท้าย’ ไหม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5640553
.
เท้ง ลั่นไม่เคยคิดตั้ง รบ.แข่ง เหตุรู้หน้าตารัฐบาลตั้งแต่ 8 ก.พ.แล้ว ยอมรับวิถีทางของ ปชน.เป็นแบบนี้ เลยเป็นฝ่ายค้าน พ้อไม่รู้จะอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ วอนเพื่อนพรรคส้มเชื่อมั่นในตัวเอง ฝาก ‘อนุทิน’ ตรวจสอบคนในของตัวเองให้ดี จะได้กอบกู้ ตรวจสอบคนในของตัวเองให้ดี จะได้กอบกู้ศรัทธาประชาชนได้
.
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 19 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 นายณัฐพงษ์​ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อภิปรายว่า
.
ก่อนอภิปรายการโหวตนายกฯ ขอฝากประธานสภาฯ ไปยังเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าพวกตนมีความเห็นว่าวันนี้เราสามารถใช้เวลา่ในสภาฯให้เกิดประโยชน์มากกว่าการโหวตนายกฯได้ นั่นคือเรื่องการพิจารณาญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำมันในปัจจุบัน ซึ่งการอภิปรายที่ผ่านมาก็สนับสนุนให้พิจารณาญัตตินี้หลังโหวตนายกฯ
.
“สิ่งที่สมาชิกพรรคประชาชนเสนอชื่อผม เป็นนายกฯแข่งนั้น พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด เพราะประชาชนทั่วทั้งประเทศ ต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นในสภาฯวันนี้ แต่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.จนถึงวันก่อนโหวตนายกฯ ผมยืนยันว่าที่ผ่านมาในช่วงเวลที่ผ่านมาเวลาดังกล่าว พรรคประชาชน ไม่เคยมีการดำเนินการ หรือความพยายามใดๆ ในการที่จะไปดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใขไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อยากให้พวกเรายึดถือหลักการนี้ไว้ร่วมกันว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่พวกเราจะต้องทำ ในระบบการเมืองระบบรัฐสภา ที่ไม่ว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งควรจะต้องได้รับสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเวทีที่จะอภิปรายในวันนี้จึงไม่ใช่วิธีที่จะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเวทีที่ตุ่นจะมาแสดงวิสัยทัศน์ยั๊วะ แต่เป็นเวทีที่แสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติของเรา ข้อห่วงใยดังกล่าวจะสามารถแก้ไขได้ ตนเชื่อมั่นว่าต้องประกอบไปด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และมีครม.ที่มีหน้าตาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาประเทศ
.
เริ่มตั้งแต่ระยะใกล้ตัวที่สุด ในเรื่องความชอบธรรมของรัฐบาล โดยเฉพาะเหตุผลปกติในเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการ ในกระทรวงมหาดไทย ที่ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ถ้าวันนี้ตนตั้งคำถามไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ท่านอาจจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งไม่ได้เกี่ยวกับท่านโดยตรง เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(​กกต.) หรือแม้แต่การวินิจฉัยว่า บาร์โคด บนบัตรเลือกตั้งถูกหรือผิดก็เป็นอำนาจของศาลรัฐรรมนูญก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อ มีอีกวิธีที่พรรคภูมิใจไทยจสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วนคือการกำกับดูแลคนในของท่านเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนผูกพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนคิดว่าสิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ในการจัดการคนของตัวเอง พอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นในบางส่วน ถ้าท่านดำเนินการแบบนี้
.
ประการต่อไป คือเรื่องวิกฤติที่แวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน เรามีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงเศรษฐกิจคุณภาพชีวิต และสุดท้ายคือเรื่องธรรมาภิบาลของภาครัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปากท้องของประชาชน สิ่งที่พวกตนเชื่อจริงๆ คือเรื่องการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ที่บอกว่ารัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ตนหมายถึง คือเข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปเพื่อที่จะทำธุรกิจการเมือง หรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทน มีบุคคลสำคัญที่จะอาจมีส่วนพัวพันกับธุรกิจพลังงานและเกี่ยวข้องกับปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นหรือไม่ และมีบุคคลในรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจรับเหมางานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วนหรือไม่ ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ แล้วกำลังทำลายความหวังของประชาชน
.
วันนี้สิ่งที่พวกผมพร้อมที่จะน้อมรับคือยอมรับเรื่องผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา อยากจะฝากประธานสภาไปยังว่าที่รัฐบาล ไปยังว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป อยากให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเต็มที่มากที่สุด
.
สำหรับพวกผมเอง ผมทราบว่าวิถีทางการทำงานการเมืองของพวกเราอาจจะแตกต่างกัน ท่านอาจจะคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ มันต้องทำแบบนี้แหละ ไม่เช่นนั้นคงเข้าสู่อำนาจไม่ได้ พวกผมก็เป็นแบบนี้แหละ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่ แต่ผมเชื่อว่าวิถีการในการทำงานการเมืองของพวกเราที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า
.
และผมก็เชื่อเช่นเดียวกันว่าเพื่อนสมาชิกจากอีกฟากฝั่งหนึ่งก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน ว่าพวกเราไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศได้ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปยังสมาชิกของพรรคประชาชนและประชาชน ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ขออย่างเดียว ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่อง ตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นผมเชื่อว่าประเทศเราจะเปลี่ยนได้ สำหรับพวกผมในวันนี้ก็คงจะขอเดินหน้าทำหน้าที่ของพวกเราอย่างเต็มที่ต่อไป” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ตนอยากจะฝากฝังไปยังเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชน จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกท่านทำอยู่ ตนเชื่อว่าสิ่งที่ทุกท่านทำมีความหมาย ปัจจุบันวันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะโดนสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ตนก็คงเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ เคียงข้างกับทุกท่านต่อไป จนกว่าอำนาจจะส่งต่อประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่