ณัฐพงษ์ ขยี้แรง! รัฐบาลภท.คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ลั่นพอได้แล้ว ทำคนไทยไร้ความหวัง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10203872
.

.
ณัฐพงษ์ อภิปรายนโยบายรัฐบาล ชี้รัฐบาลภูมิใจไทยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คุมได้หมด 5 คลัสเตอร์การเมือง ไร้ซึ่งเจตจำนงประชาชน แบ่งตามมุ้งการเมือง เลือกปกป้องพวกพ้อง-ระเบียบเดิมของประเทศ ทำประชาชนไร้หวัง
.
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) มีนาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
.
นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า หลังจากได้ฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาลโดยนายกฯจบ มีความรู้สึกอย่างไร รู้สึกมีความหวังมองเห็นอนาคตของตนเองควบคู่กับอนาคตของประเทศตามที่นายกฯ ได้ฉายให้พวกเราเห็นหรือไม่ ถ้าไม่ เป็นเพราะอะไร
.
การอภิปรายของตน จะเป็นการตั้งข้อสังเกตต่อคำแถลงนโยบาย ทำให้ทุกคนรู้สาเหตุชัดเจนมากขึ้นรัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มาจากคณะปฏิวัติ เพราะรัฐบาลชุดนี้คุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งสภาบนและสภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระที่สามารถจัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างได้อย่างลงตัว
.
เรียกได้ว่า รัฐบาลชุดนี้แบ่งกันบูรณาการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 5 คลัสเตอร์ แต่ไม่ได้เป็นแบบที่นายกฯ ได้แถลงไป เป็น 5 คลัสเตอร์ของกลุ่มอำนาจ ที่เกิดจากการรวมกันตั้งรัฐบาลและแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว
.
คลัสเตอร์แรกคือ มุ้งการเมืองที่อดีตอาจเคยสังกัดอยู่พรรคอื่น แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาย้ายมาสู่เสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฏเด่นชัดว่าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับ 1 ที่ไม่ได้หมายถึงจำนวน สส.มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร
.
แต่เป็นพรรคอันดับ 1 ที่มี สส.ย้ายพรรคแล้วชนะการเลือกตั้งมาอยู่ในสภาฯ มากเป็นอันดับ 1 การจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้วิธีการรวมอำนาจจากมุ้งต่าง ๆ นี้ ทำให้เราเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีจากบ้านสงขลา ชลบุรี และสุพรรณบุรี
.
คลัสเตอร์ที่สองคือ พรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ร่วมรัฐบาลยอมขายวิญญาณตนเองเพราะไม่สามารถต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้ ยกตัวอย่างสมการทางการเมือง หากพรรคการเมืองอันดับ 2 ขู่ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
.
สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้ไม่ต้องมีข้อกังวลใจ จากปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก 290 กว่าเสียง สามารถดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันทีกลายเป็นรัฐบาล 270 กว่าเสียง ก็ยังคงเป็นเสียงข้างมากในสภา เกิดปัญหาการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาล
.
คลัสเตอร์ที่สาม ส่วนสำคัญที่ทำลายล้างอำนาจต่อรองพรรคการเมืองอันดับ 2 คือพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ประมาณ 20 กว่าเสียง เป็นดุลอำนาจสำคัญที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะไปร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับ 2 หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าชักออก ดึงพรรคอื่น ๆ เข้าร่วมรัฐบาลได้ตลอดเวลาเช่นนี้
.
คลัสเตอร์ที่สี่ บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากพวกเขาล้วนเป็นไพ่โจ๊กเกอร์ ที่พรรคภูมิใจไทยจะหยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ใช้คุมเกมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตาม หน้าตาที่เขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามแบบที่พวกตนกำลังโดนอยู่ในคดี 44 ส.ส. ใช้ปกป้องพวกพ้องตนเองก็ได้
.
ยกตัวอย่าง กรณี กกต.รับรองผลการเลือกตั้งจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งที่ยังมีข้อครหาอยู่เต็มประดา นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ไม่ตรงกับวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ประชาชนยังมีข้อครูหากับหน่วยเลือกตั้งอื่น ๆ ยังไม่ได้ตรวจสอบก็มีการรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว รวมถึงคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ขณะนี้อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ ไพ่ใบนี้สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลซึ่งพรรคอื่น
.
คลัสเตอร์ที่ห้า บรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาลภูมิใจไทย คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่น ๆ ว่า มาเถอะอยู่ข้างนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือเป็นคนที่ถือตั๋วใบที่สอง ให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การบริหารโดย 5 คลัสเตอร์ ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้เมื่อเริ่มต้นจากดีลของกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัวการจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไม่เห็นเจตจำนงหรือวาระที่จะผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หลังฟังนายกฯ แถลงนโยบาย 23 ข้อจบ ตนจึงไม่รู้สึกว่ากำลังจะมีอนาคตร่วมกับอนาคตของประเทศ
.
ช่วงต้นนายกฯวางหลักการที่ท่องเหมือนคาถา 3 ข้อ ข้อแรก จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อสองคือ การยึดมั่นในระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อสาม ยึดมั่นในหลักนิติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค
.
ไม่ว่าพรรคใด รวมถึงพรรคประชาชนหากได้เป็นรัฐบาลก็ต้องยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินคือ รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีiกูล จะพาประเทศไปในทิศทางใด
.
ตนฟังคำแถลงนโยบายของนายกฯ จบ 1 ชั่วโมงกว่ายังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน ยังไม่เห็นพันธกิจ หรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้ตกลงแล้วอะไรคือ วาระของประเทศที่แต่ละพรรคตกลงร่วมกันในการตั้งรัฐบาล
.
ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแสดงออกทางการเมือง ตนเองไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบาย จึงขอสอบถามพรรคร่วมรัฐบาลว่า เจตจำนงทางการเมืองความเป็นนักประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน ทำไมถึงไม่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้
.
ตนคิดว่าปัญหาใหญ่สุดในประเทศอาจไม่ใช่วิกฤตภายนอก แต่คือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมเร้าเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้ารัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราพอจะมีหลักยึดได้บ้าง
.
สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจและน้ำมัน วิกฤตสังคม เครือข่ายทุนเทาสแกมเมอร์ วิกฤตความมั่นคง เช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม เช่นปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน ทุกวิกฤตเกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้น แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องเสมอมา คือไม่เลือกปกป้องประชาชนก่อน แต่เลือกปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน
.
นาย
ณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน จากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมีดุลอำนาจลงตัว มีดุลอำนาจทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เชื่อมั่นหรือไม่ว่ารัฐบาลที่มีอยู่จะใช้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริงไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนในขณะนี้ วิกฤติฝุ่น PM 2.5
.
ขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่าเป็นทุกปี ประชาชนนับล้านได้รับผลกระทบ รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดโดยเร็ว ไม่ใช่ใช้ไพ่โจ๊กเกอร์ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาล
.
ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่นายกฯ มีในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด เชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ อยู่ที่ความแน่วแน่และความกล้าหาญทางการเมือง เป็นสิ่งที่ตนเองและประชาชนกำลังมองหาจากตัวนายกฯ และคณะรัฐมนตรีทุกคน
.
สิ่งที่พวกเราต้องการคือ รัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ถูกกลายเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ได้ต้องการทำสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นคือ สถานการณ์ที่กลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป
.
สำหรับการอภิปรายของพรรคประชาชน 2 วันต่อจากนี้ จะเป็นเวทีที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหาอาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบาย แต่คือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกจะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน
.
“
พอได้แล้วกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วกับการเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
.
เดือด! เท้ง ซัดเพื่อไทย ขายวิญญาณ จุลพันธ์โวยลั่นรับไม่ได้ สุดท้ายต้องเปลี่ยนคำใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5670978
.
“พท.” เดือด ประท้วง “เท้ง” ถอนคำพูดขายวิญญาณ ร่วมรัฐบาล ภท. ชี้ใส่ร้ายชัดเจน ก่อน “โสภณ” สงบศึก วินิจฉัยให้เปลี่ยนคำพูด
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยมีนาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ระหว่างที่ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายโดยตอนหนึ่งได้ อ้างถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประกาศรับรองให้ นาย
ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่มีปัญหาเรื่องผลการนับคะแนนไม่ตรงกับวันเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์
.
ทำให้ นาย
อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทยลุกประท้วงว่าไม่เป็นตามข้อบังคับเนื่องจากอยู่นอกเหนือจากคำแถลงนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ดีนาย
โสภณวินิจฉัยให้นาย
ณัฐพงษ์ อภิปรายต่อจนจบ
.
และหลังจากนั้น นาย
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงและขอให้ถอนคำพูด หลังจากที่นาย
ณัฐพงษ์ พูดพาดพิงมายังพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะใช้คำว่าพรรคอันสอง แต่หมายความถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่าขายวิญญาณ ถือว่าเป็นคำที่สร้างความเสียหาย ขอให้ถอนคำพูด เพราะกระบวนการการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกลไกการเมืองในระบบอบรัฐสภา เมื่อพรรคอันดับหนึ่งเชิญ พรรคอันดับสาม คือ พรรคเพื่อไทยเข้าร่วม จึงได้หารือถึงการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกัน
.
“
พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ผมเข้าใจท่าน แต่การอภิปราย ลีลามาก ใช้คำพูดไม่ถูก เกิดความเสีหาย ดังนั้นเพื่อใหการประชุมเดินหน้า ขอให้ถอนคำพูด” นายจุลพันธ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรก นาย
ณัฐพงษ์ ไม่ยอมถอนแต่ขอให้ประธานสภาฯวินิจฉัย โดยนาย
โสภณ วินิจฉัยว่า คำว่าขายวิญญาณประชาธิปไตยเป็นการกล่าวหา การกล่าวหา เหมือนใส่ร้าย ซึ่งไม่เหมาะจะกล่าวร้าย ตนขอให้เปลี่ยนคำพูด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
.
ทว่าจากนั้น ส.ส.พรรคประชาชน ได้แก่ นาย
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกประท้วงคำวินิจฉัย เนื่องจากมองว่า เป็นการใช้บรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง และหากในการประชุมมีการกล่าวหาเล็กน้อย ต้องให้ถอนทุกคน อย่างไรก็ดีคำที่อภิปรายหากไม่เห็นด้วย ขอให้ใช้สิทธิชี้แจง
.
ทำให้นาย
จุลพันธ์ลุกประท้วงอีกครั้งพร้อมยกข้อบังคับการประชุมข้อ ข้อ 69 วรรคสอง ว่า ตามข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ใส่ร้าย และพวกท่านยอมรับแล้วว่าใส่ร้ายพวกตน ถือว่าผิดข้อบังคับ จึงขอให้ถอน
.
จากนั้นนาย
ณัฐพงษ์ ลุกเปลี่ยนคำพูดตามคำวินิจฉัยของประธานสภาฯ ว่า ขอเปลี่ยนว่าละทิ้งจุดยืนเดิม
.
ทำให้นาย
จุลพันธ์ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วอภิปรายว่า “
หากจะใช้วิธีตอดเล็ก ตอดน้อย ศักดิ์ศรี คุณภาพของพรรคท่านเดินตามนั้น ผมยอม”
JJNY : ณัฐพงษ์ ขยี้แรง!│เดือด! เท้ง ซัดพท.ขายวิญญาณ│สว.นันทนาเดือด! ไม่เห็นหัว ปชช.│‘บางจาก’ยัน ไม่ได้จ่ายเงินให้อิหร่าน
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10203872
.
.
ณัฐพงษ์ อภิปรายนโยบายรัฐบาล ชี้รัฐบาลภูมิใจไทยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด คุมได้หมด 5 คลัสเตอร์การเมือง ไร้ซึ่งเจตจำนงประชาชน แบ่งตามมุ้งการเมือง เลือกปกป้องพวกพ้อง-ระเบียบเดิมของประเทศ ทำประชาชนไร้หวัง
.
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 9 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณาวาระเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายว่า หลังจากได้ฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาลโดยนายกฯจบ มีความรู้สึกอย่างไร รู้สึกมีความหวังมองเห็นอนาคตของตนเองควบคู่กับอนาคตของประเทศตามที่นายกฯ ได้ฉายให้พวกเราเห็นหรือไม่ ถ้าไม่ เป็นเพราะอะไร
.
การอภิปรายของตน จะเป็นการตั้งข้อสังเกตต่อคำแถลงนโยบาย ทำให้ทุกคนรู้สาเหตุชัดเจนมากขึ้นรัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มาจากคณะปฏิวัติ เพราะรัฐบาลชุดนี้คุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งสภาบนและสภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระที่สามารถจัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างได้อย่างลงตัว
.
เรียกได้ว่า รัฐบาลชุดนี้แบ่งกันบูรณาการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 5 คลัสเตอร์ แต่ไม่ได้เป็นแบบที่นายกฯ ได้แถลงไป เป็น 5 คลัสเตอร์ของกลุ่มอำนาจ ที่เกิดจากการรวมกันตั้งรัฐบาลและแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว
.
คลัสเตอร์แรกคือ มุ้งการเมืองที่อดีตอาจเคยสังกัดอยู่พรรคอื่น แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาย้ายมาสู่เสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฏเด่นชัดว่าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคอันดับ 1 ที่ไม่ได้หมายถึงจำนวน สส.มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร
.
แต่เป็นพรรคอันดับ 1 ที่มี สส.ย้ายพรรคแล้วชนะการเลือกตั้งมาอยู่ในสภาฯ มากเป็นอันดับ 1 การจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้วิธีการรวมอำนาจจากมุ้งต่าง ๆ นี้ ทำให้เราเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีจากบ้านสงขลา ชลบุรี และสุพรรณบุรี
.
คลัสเตอร์ที่สองคือ พรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ร่วมรัฐบาลยอมขายวิญญาณตนเองเพราะไม่สามารถต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยได้ ยกตัวอย่างสมการทางการเมือง หากพรรคการเมืองอันดับ 2 ขู่ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล
.
สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้ไม่ต้องมีข้อกังวลใจ จากปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก 290 กว่าเสียง สามารถดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันทีกลายเป็นรัฐบาล 270 กว่าเสียง ก็ยังคงเป็นเสียงข้างมากในสภา เกิดปัญหาการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาล
.
คลัสเตอร์ที่สาม ส่วนสำคัญที่ทำลายล้างอำนาจต่อรองพรรคการเมืองอันดับ 2 คือพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ ประมาณ 20 กว่าเสียง เป็นดุลอำนาจสำคัญที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะไปร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับ 2 หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าชักออก ดึงพรรคอื่น ๆ เข้าร่วมรัฐบาลได้ตลอดเวลาเช่นนี้
.
คลัสเตอร์ที่สี่ บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากพวกเขาล้วนเป็นไพ่โจ๊กเกอร์ ที่พรรคภูมิใจไทยจะหยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ใช้คุมเกมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตาม หน้าตาที่เขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามแบบที่พวกตนกำลังโดนอยู่ในคดี 44 ส.ส. ใช้ปกป้องพวกพ้องตนเองก็ได้
.
ยกตัวอย่าง กรณี กกต.รับรองผลการเลือกตั้งจังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งที่ยังมีข้อครหาอยู่เต็มประดา นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ไม่ตรงกับวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ประชาชนยังมีข้อครูหากับหน่วยเลือกตั้งอื่น ๆ ยังไม่ได้ตรวจสอบก็มีการรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว รวมถึงคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ขณะนี้อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ ไพ่ใบนี้สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลซึ่งพรรคอื่น
.
คลัสเตอร์ที่ห้า บรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองทุกคนที่อยู่ในค่ายรัฐบาลภูมิใจไทย คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่น ๆ ว่า มาเถอะอยู่ข้างนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือเป็นคนที่ถือตั๋วใบที่สอง ให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การบริหารโดย 5 คลัสเตอร์ ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้เมื่อเริ่มต้นจากดีลของกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัวการจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ไม่เห็นเจตจำนงหรือวาระที่จะผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หลังฟังนายกฯ แถลงนโยบาย 23 ข้อจบ ตนจึงไม่รู้สึกว่ากำลังจะมีอนาคตร่วมกับอนาคตของประเทศ
.
ช่วงต้นนายกฯวางหลักการที่ท่องเหมือนคาถา 3 ข้อ ข้อแรก จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อสองคือ การยึดมั่นในระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อสาม ยึดมั่นในหลักนิติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค
.
ไม่ว่าพรรคใด รวมถึงพรรคประชาชนหากได้เป็นรัฐบาลก็ต้องยึดถือเป็นหลักปฏิบัติ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินคือ รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีiกูล จะพาประเทศไปในทิศทางใด
.
ตนฟังคำแถลงนโยบายของนายกฯ จบ 1 ชั่วโมงกว่ายังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจน ยังไม่เห็นพันธกิจ หรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้ตกลงแล้วอะไรคือ วาระของประเทศที่แต่ละพรรคตกลงร่วมกันในการตั้งรัฐบาล
.
ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การแสดงออกทางการเมือง ตนเองไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบาย จึงขอสอบถามพรรคร่วมรัฐบาลว่า เจตจำนงทางการเมืองความเป็นนักประชาธิปไตยอยู่ตรงไหน ทำไมถึงไม่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้
.
ตนคิดว่าปัญหาใหญ่สุดในประเทศอาจไม่ใช่วิกฤตภายนอก แต่คือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมเร้าเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้ารัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราพอจะมีหลักยึดได้บ้าง
.
สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจและน้ำมัน วิกฤตสังคม เครือข่ายทุนเทาสแกมเมอร์ วิกฤตความมั่นคง เช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม เช่นปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน ทุกวิกฤตเกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้น แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องเสมอมา คือไม่เลือกปกป้องประชาชนก่อน แต่เลือกปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน
.
นายณัฐพงษ์ ยกตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน จากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมีดุลอำนาจลงตัว มีดุลอำนาจทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เชื่อมั่นหรือไม่ว่ารัฐบาลที่มีอยู่จะใช้โรงกลั่นน้ำมันในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริงไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนในขณะนี้ วิกฤติฝุ่น PM 2.5
.
ขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่าเป็นทุกปี ประชาชนนับล้านได้รับผลกระทบ รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดโดยเร็ว ไม่ใช่ใช้ไพ่โจ๊กเกอร์ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาล
.
ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่นายกฯ มีในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด เชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ อยู่ที่ความแน่วแน่และความกล้าหาญทางการเมือง เป็นสิ่งที่ตนเองและประชาชนกำลังมองหาจากตัวนายกฯ และคณะรัฐมนตรีทุกคน
.
สิ่งที่พวกเราต้องการคือ รัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ถูกกลายเป็นสิ่งที่ผิด ไม่ได้ต้องการทำสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นคือ สถานการณ์ที่กลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป
.
สำหรับการอภิปรายของพรรคประชาชน 2 วันต่อจากนี้ จะเป็นเวทีที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหาอาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบาย แต่คือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกจะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน
.
“พอได้แล้วกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วกับการเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
.
เดือด! เท้ง ซัดเพื่อไทย ขายวิญญาณ จุลพันธ์โวยลั่นรับไม่ได้ สุดท้ายต้องเปลี่ยนคำใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5670978
.
“พท.” เดือด ประท้วง “เท้ง” ถอนคำพูดขายวิญญาณ ร่วมรัฐบาล ภท. ชี้ใส่ร้ายชัดเจน ก่อน “โสภณ” สงบศึก วินิจฉัยให้เปลี่ยนคำพูด
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ระหว่างที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายโดยตอนหนึ่งได้ อ้างถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประกาศรับรองให้ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่มีปัญหาเรื่องผลการนับคะแนนไม่ตรงกับวันเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์
.
ทำให้ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทยลุกประท้วงว่าไม่เป็นตามข้อบังคับเนื่องจากอยู่นอกเหนือจากคำแถลงนโยบายรัฐบาล อย่างไรก็ดีนายโสภณวินิจฉัยให้นายณัฐพงษ์ อภิปรายต่อจนจบ
.
และหลังจากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงและขอให้ถอนคำพูด หลังจากที่นายณัฐพงษ์ พูดพาดพิงมายังพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะใช้คำว่าพรรคอันสอง แต่หมายความถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่าขายวิญญาณ ถือว่าเป็นคำที่สร้างความเสียหาย ขอให้ถอนคำพูด เพราะกระบวนการการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกลไกการเมืองในระบบอบรัฐสภา เมื่อพรรคอันดับหนึ่งเชิญ พรรคอันดับสาม คือ พรรคเพื่อไทยเข้าร่วม จึงได้หารือถึงการกำหนดนโยบายขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกัน
.
“พรรคเพื่อไทยตอบตกลงเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ผมเข้าใจท่าน แต่การอภิปราย ลีลามาก ใช้คำพูดไม่ถูก เกิดความเสีหาย ดังนั้นเพื่อใหการประชุมเดินหน้า ขอให้ถอนคำพูด” นายจุลพันธ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงแรก นายณัฐพงษ์ ไม่ยอมถอนแต่ขอให้ประธานสภาฯวินิจฉัย โดยนายโสภณ วินิจฉัยว่า คำว่าขายวิญญาณประชาธิปไตยเป็นการกล่าวหา การกล่าวหา เหมือนใส่ร้าย ซึ่งไม่เหมาะจะกล่าวร้าย ตนขอให้เปลี่ยนคำพูด เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
.
ทว่าจากนั้น ส.ส.พรรคประชาชน ได้แก่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกประท้วงคำวินิจฉัย เนื่องจากมองว่า เป็นการใช้บรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง และหากในการประชุมมีการกล่าวหาเล็กน้อย ต้องให้ถอนทุกคน อย่างไรก็ดีคำที่อภิปรายหากไม่เห็นด้วย ขอให้ใช้สิทธิชี้แจง
.
ทำให้นายจุลพันธ์ลุกประท้วงอีกครั้งพร้อมยกข้อบังคับการประชุมข้อ ข้อ 69 วรรคสอง ว่า ตามข้อบังคับกำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ให้ใส่ร้าย และพวกท่านยอมรับแล้วว่าใส่ร้ายพวกตน ถือว่าผิดข้อบังคับ จึงขอให้ถอน
.
จากนั้นนายณัฐพงษ์ ลุกเปลี่ยนคำพูดตามคำวินิจฉัยของประธานสภาฯ ว่า ขอเปลี่ยนว่าละทิ้งจุดยืนเดิม
.
ทำให้นายจุลพันธ์ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วอภิปรายว่า “หากจะใช้วิธีตอดเล็ก ตอดน้อย ศักดิ์ศรี คุณภาพของพรรคท่านเดินตามนั้น ผมยอม”