เวลาที่บริษัทฯ เลือกรับพนักงานเข้ามาทำงานกับบริษัทฯ มีวิธีการเลือกรับอย่างไร ?
คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่ค้างคาใจของผู้สมัครหลายรายที่สมัครงานไปแล้ว สัมภาษณ์ไปแล้ว แต่ไม่เห็นจะได้พิจารณารับเลือกเป็นพนักงานในบริษัทนั้นกับเขาซักที....
ในยุคที่มีคนสมัครงานล้นเกินกว่าจำนวนความต้องการรับพนักงานแบบนี้ บริษัทฯก็เลยมีตัวเลือกที่เยอะนิดนึง แต่ก่อนที่จะตอบคำถามที่ว่ามานี้ อยากให้ลองอ่านบทความข้อคิดของคุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของแลนด์แอนด์เฮาส์ ได้พูดเอาไว้ว่า
ในขณะที่คนอื่น ๆ บอกว่าต้องเร่งยกระดับการศึกษาของชาติ แต่คุณอนันต์ ตั้งคำถามว่า คนที่ประสบความสำเร็จ
จะต้องเรียนเก่งจริงหรือไม่ ?
ประเทศไทยเน้นเรื่องการศึกษามาก จนลืมเรื่องความสำคัญของการฝึก "นิสัย" คนไทยควรจะมีนิสัยอย่างไร จึงจะเจริญก้าวหน้าในชีวิต “เพราะคนที่มีนิสัยดีก็เหมือนมีเครื่องจักรที่ดีในตัวไม่ว่าจะไปทำอะไรมันก็จะดี”
คุณอนันต์ เล่าว่า ตัวเองเกิดมาในครอบครัวยากจน ในบ้านมีคนมากถึง 31 คน ถือเป็นสถานที่สำคัญฝึกนิสัยให้กับเขา จนทำให้มีวันนี้ และไอ้เจ้านิสัยที่ดี มันฝึกไม่ยาก แค่เริ่มจากที่บ้านกับเพียงแค่ 5 ห้อง:
1. ห้องนอน :
ฝึกทำใจให้ว่าง ทำสมาธิ ล้างใจสะอาด นอนได้เต็มที่ และฝึกตื่นให้เป็นเวลา เก็บที่นอน เปิดหน้าต่างให้เคยชิน "ถ้าเราเป็นคนไม่ตื่นตามเวลา ใช้ปุ่ม Snooze เพื่อที่จะตื่นมากด Snooze อีกที เราจะกลายเป็นคนที่ทำงานเสร็จนาทีสุดท้ายเสมอ"
2. ห้องน้ำ :
ฝึกการใช้น้ำอย่างประหยัด เกรงใจคนอื่น รักษาเวลา การฝึกล้างห้องน้ำให้เป็น จะช่วยฝึกให้เราไม่ดูถูกคน เป็นคนไม่เลือกงาน ไม่มีทิฐิ "สมัยเด็ก บ้านผมไม่ได้มีฐานะ แต่มีคนถึง 31 คน น้ำก็ต้องใช้ประหยัด เข้าห้องน้ำนานไม่ได้ เพราะคนอื่นก็ต้องใช้เหมือนกัน" "ผมล้างห้องน้ำมาจนโต ทำให้ทุกงานผม ห้องน้ำต้องสะอาด เสียอย่างเวลาขึ้นเครื่อง บางทีผมต้องเสีย 15 นาทีเช็ดห้องน้ำจนสะอาด" "คนว่าผมสร้างห้างมาให้คนเข้าห้องน้ำ ทั้ง Terminal 21 หรือ Fashion Island ก็ยอมรับครับตอนนี้มีคนมาเข้าห้องน้ำห้างผม วันละเป็นแสน"
3. ห้องแต่งตัว :
ฝึกให้รู้จักตัดใจ เสื้อผ้าไม่ใส่ต้องทิ้ง เสียสละให้คนอื่น ใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างพอดีตัว "ไม่ใช่จะใช้ชีวิตแย่ ๆ แต่เท้ามีแค่สองข้าง จะมีรองเท้ามากมายทำไม อะไรไม่ได้ใส่เกิน 2 เดือน เอาไปบริจาคเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่"
4. ห้องกินข้าว :
ฝึกการทานอาหาร นั่งพร้อมหน้ากัน รู้จักแบ่งปัน ตักข้าวแล้วต้องกินให้หมด ดังนั้นต้องตักให้พอดีตัว และตักให้พ่อแม่หรือคนอื่นก่อน "ไข่พะโล้ 2 ฟอง นั่งกัน 4 คน เราต้องแบ่งกันคนละครึ่งฟอง และตัดให้แม่ก่อน จนติดนิสัยให้คนอื่นก่อน เช่นเวลาเข้าออกลิฟต์"
5. ห้องทำงาน :
ฝึกจัดลำดับความสำคัญ อย่าให้มีอะไรรกบนโต๊ะทำงาน กระดาษที่กองเต็มโต๊ะ บอกนิสัยไม่ตัดสินใจ หรือไม่มั่นคงทางใจ กลัวไม่มีข้อมูล "เวลาผมเจอใครกระดาษกองเต็มโต๊ะ ผมคิดเลยว่าคนนี้ไม่กล้าตัดสินใจ หรือ Insecure กลัวขาดข้อมูล ทั้งที่มันมีในมือถือหมดแล้ว" "ห้องทำงานผมไม่มีกระดาษบนโต๊ะ ไม่มีโทรศัพท์เพราะใช้มือถือ ไม่มีคอมพ์เพราะใช้แท็บเล็ต ตอนนี้มีห้องไว้โชว์ว่าว่างเปล่า"
5 ห้องนี้จะฝึกให้เรา รักษาความสะอาด มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา สุภาพ และฝึกสมาธิให้ใจสะอาด
"คนเรียนเก่งไม่ใช่คนเก่งเสมอไป แต่คนเก่งมักมีนิสัยสร้างความเจริญก้าวหน้าเรื่องนี้อย่าสอนแต่ในห้องเรียน เริ่มจากที่บ้าน"
คุณอนันต์ ทิ้งท้ายไว้ว่า “ทุกวันนี้โลกวุ่นวายไม่ใช่เพราะคนไม่มีการศึกษา แต่เพราะคนนิสัยไม่ดี และมีการศึกษาเยอะต่างหาก”
ถึงเวลาตอบคำถามแล้วสินะครับว่าเวลาที่บริษัทฯ เลือกรับผู้สมัครจะเลือกกันตรงไหน คำตอบอาจไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมดนะครับ แต่เบื้องต้นคงต้องเลือกคนที่มีนิสัยหรือจริตที่ตรงกับบริษัทฯ ซะก่อน เพราะว่า “นิสัย” หรือ “จริต” ที่ว่าเนี่ย มันเป็นของที่ติดตัวกันมา (บางคนถึงขั้นมาตั้งแต่เกิด) แล้วเอาจริงๆ มันก็ปรับแก้กันได้ยาก
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหมล่ะครับ “บริษัทฯ เลือกรับแต่คนเก่งๆ เข้าไป ยอมแม้กระทั่งซื้อตัวจากที่อื่นมา แต่ด้วยความที่คนเก่งๆ เหล่านั้น ต่างคนต่างเป็นเสือที่มาจากที่ที่แตกต่างกัน ก็เลยเกิดอาการไม่ยอมกัน แล้วมันก็เป็นไปอย่างสุภาษิตที่ว่า เสือ 2 ตัว อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ สุดท้ายเสือแต่ละตัวก็เลยมีอันต้องแตกกระสานซ่านเซ้นกันไป ไม่ใช่เพียงแค่พนักงานที่สูญเสียนะครับ แต่บริษัทฯ ก็สูญเสียไปด้วย”
นี่แหละครับที่เป็นเหตุว่า การที่คนไหนมี “นิสัย” หรือ “จริต” ที่ตรงกับบริษัทฯ คนคนนั้นก็อาจได้เลือกรับเป็นพนักงาน มากกว่าคนที่เก่งกว่าแต่นิสัยไม่ตรงกัน
ผมไม่ได้บอกว่าเลือกที่นิสัยดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะแต่ละบริษัทฯนี่ก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน เลือกอยู่กับที่ที่ตรงกับเราที่สุดกันเถอะ เพราะเราก็จะก้าวหน้าได้สุดๆ เช่นเดียวกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/hrathome/
HR เลือก "คนดี" หรือ "คนเก่ง" จาก HR ข้างบ้าน
คำถามนี้อาจเป็นคำถามที่ค้างคาใจของผู้สมัครหลายรายที่สมัครงานไปแล้ว สัมภาษณ์ไปแล้ว แต่ไม่เห็นจะได้พิจารณารับเลือกเป็นพนักงานในบริษัทนั้นกับเขาซักที....
ในยุคที่มีคนสมัครงานล้นเกินกว่าจำนวนความต้องการรับพนักงานแบบนี้ บริษัทฯก็เลยมีตัวเลือกที่เยอะนิดนึง แต่ก่อนที่จะตอบคำถามที่ว่ามานี้ อยากให้ลองอ่านบทความข้อคิดของคุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของแลนด์แอนด์เฮาส์ ได้พูดเอาไว้ว่า
ในขณะที่คนอื่น ๆ บอกว่าต้องเร่งยกระดับการศึกษาของชาติ แต่คุณอนันต์ ตั้งคำถามว่า คนที่ประสบความสำเร็จ
จะต้องเรียนเก่งจริงหรือไม่ ?
ประเทศไทยเน้นเรื่องการศึกษามาก จนลืมเรื่องความสำคัญของการฝึก "นิสัย" คนไทยควรจะมีนิสัยอย่างไร จึงจะเจริญก้าวหน้าในชีวิต “เพราะคนที่มีนิสัยดีก็เหมือนมีเครื่องจักรที่ดีในตัวไม่ว่าจะไปทำอะไรมันก็จะดี”
คุณอนันต์ เล่าว่า ตัวเองเกิดมาในครอบครัวยากจน ในบ้านมีคนมากถึง 31 คน ถือเป็นสถานที่สำคัญฝึกนิสัยให้กับเขา จนทำให้มีวันนี้ และไอ้เจ้านิสัยที่ดี มันฝึกไม่ยาก แค่เริ่มจากที่บ้านกับเพียงแค่ 5 ห้อง:
1. ห้องนอน :
ฝึกทำใจให้ว่าง ทำสมาธิ ล้างใจสะอาด นอนได้เต็มที่ และฝึกตื่นให้เป็นเวลา เก็บที่นอน เปิดหน้าต่างให้เคยชิน "ถ้าเราเป็นคนไม่ตื่นตามเวลา ใช้ปุ่ม Snooze เพื่อที่จะตื่นมากด Snooze อีกที เราจะกลายเป็นคนที่ทำงานเสร็จนาทีสุดท้ายเสมอ"
2. ห้องน้ำ :
ฝึกการใช้น้ำอย่างประหยัด เกรงใจคนอื่น รักษาเวลา การฝึกล้างห้องน้ำให้เป็น จะช่วยฝึกให้เราไม่ดูถูกคน เป็นคนไม่เลือกงาน ไม่มีทิฐิ "สมัยเด็ก บ้านผมไม่ได้มีฐานะ แต่มีคนถึง 31 คน น้ำก็ต้องใช้ประหยัด เข้าห้องน้ำนานไม่ได้ เพราะคนอื่นก็ต้องใช้เหมือนกัน" "ผมล้างห้องน้ำมาจนโต ทำให้ทุกงานผม ห้องน้ำต้องสะอาด เสียอย่างเวลาขึ้นเครื่อง บางทีผมต้องเสีย 15 นาทีเช็ดห้องน้ำจนสะอาด" "คนว่าผมสร้างห้างมาให้คนเข้าห้องน้ำ ทั้ง Terminal 21 หรือ Fashion Island ก็ยอมรับครับตอนนี้มีคนมาเข้าห้องน้ำห้างผม วันละเป็นแสน"
3. ห้องแต่งตัว :
ฝึกให้รู้จักตัดใจ เสื้อผ้าไม่ใส่ต้องทิ้ง เสียสละให้คนอื่น ใช้สิ่งของต่าง ๆ อย่างพอดีตัว "ไม่ใช่จะใช้ชีวิตแย่ ๆ แต่เท้ามีแค่สองข้าง จะมีรองเท้ามากมายทำไม อะไรไม่ได้ใส่เกิน 2 เดือน เอาไปบริจาคเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่"
4. ห้องกินข้าว :
ฝึกการทานอาหาร นั่งพร้อมหน้ากัน รู้จักแบ่งปัน ตักข้าวแล้วต้องกินให้หมด ดังนั้นต้องตักให้พอดีตัว และตักให้พ่อแม่หรือคนอื่นก่อน "ไข่พะโล้ 2 ฟอง นั่งกัน 4 คน เราต้องแบ่งกันคนละครึ่งฟอง และตัดให้แม่ก่อน จนติดนิสัยให้คนอื่นก่อน เช่นเวลาเข้าออกลิฟต์"
5. ห้องทำงาน :
ฝึกจัดลำดับความสำคัญ อย่าให้มีอะไรรกบนโต๊ะทำงาน กระดาษที่กองเต็มโต๊ะ บอกนิสัยไม่ตัดสินใจ หรือไม่มั่นคงทางใจ กลัวไม่มีข้อมูล "เวลาผมเจอใครกระดาษกองเต็มโต๊ะ ผมคิดเลยว่าคนนี้ไม่กล้าตัดสินใจ หรือ Insecure กลัวขาดข้อมูล ทั้งที่มันมีในมือถือหมดแล้ว" "ห้องทำงานผมไม่มีกระดาษบนโต๊ะ ไม่มีโทรศัพท์เพราะใช้มือถือ ไม่มีคอมพ์เพราะใช้แท็บเล็ต ตอนนี้มีห้องไว้โชว์ว่าว่างเปล่า"
5 ห้องนี้จะฝึกให้เรา รักษาความสะอาด มีระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา สุภาพ และฝึกสมาธิให้ใจสะอาด
"คนเรียนเก่งไม่ใช่คนเก่งเสมอไป แต่คนเก่งมักมีนิสัยสร้างความเจริญก้าวหน้าเรื่องนี้อย่าสอนแต่ในห้องเรียน เริ่มจากที่บ้าน"
คุณอนันต์ ทิ้งท้ายไว้ว่า “ทุกวันนี้โลกวุ่นวายไม่ใช่เพราะคนไม่มีการศึกษา แต่เพราะคนนิสัยไม่ดี และมีการศึกษาเยอะต่างหาก”
ถึงเวลาตอบคำถามแล้วสินะครับว่าเวลาที่บริษัทฯ เลือกรับผู้สมัครจะเลือกกันตรงไหน คำตอบอาจไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมดนะครับ แต่เบื้องต้นคงต้องเลือกคนที่มีนิสัยหรือจริตที่ตรงกับบริษัทฯ ซะก่อน เพราะว่า “นิสัย” หรือ “จริต” ที่ว่าเนี่ย มันเป็นของที่ติดตัวกันมา (บางคนถึงขั้นมาตั้งแต่เกิด) แล้วเอาจริงๆ มันก็ปรับแก้กันได้ยาก
เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหมล่ะครับ “บริษัทฯ เลือกรับแต่คนเก่งๆ เข้าไป ยอมแม้กระทั่งซื้อตัวจากที่อื่นมา แต่ด้วยความที่คนเก่งๆ เหล่านั้น ต่างคนต่างเป็นเสือที่มาจากที่ที่แตกต่างกัน ก็เลยเกิดอาการไม่ยอมกัน แล้วมันก็เป็นไปอย่างสุภาษิตที่ว่า เสือ 2 ตัว อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ สุดท้ายเสือแต่ละตัวก็เลยมีอันต้องแตกกระสานซ่านเซ้นกันไป ไม่ใช่เพียงแค่พนักงานที่สูญเสียนะครับ แต่บริษัทฯ ก็สูญเสียไปด้วย”
นี่แหละครับที่เป็นเหตุว่า การที่คนไหนมี “นิสัย” หรือ “จริต” ที่ตรงกับบริษัทฯ คนคนนั้นก็อาจได้เลือกรับเป็นพนักงาน มากกว่าคนที่เก่งกว่าแต่นิสัยไม่ตรงกัน
ผมไม่ได้บอกว่าเลือกที่นิสัยดีหรือไม่ดีนะครับ เพราะแต่ละบริษัทฯนี่ก็มีนิสัยไม่เหมือนกัน เลือกอยู่กับที่ที่ตรงกับเราที่สุดกันเถอะ เพราะเราก็จะก้าวหน้าได้สุดๆ เช่นเดียวกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้