ทยอยโป๊ะปิดบ้านทาวเฮาส์ และที่ดินหนึ่งแปลงหมดเสียที ที่ใช้เวลาผ่อนถึง 21 ปี ตั้งแต่ปี 2538 ทันการในการรักษาจิตใจแม่

กระทู้สนทนา
ผมเพิ่งทยอยโป๊ะผ่อนหนด ต้นเดือนนี้เอง  จากที่เคยคิดว่าต่อไปจะเก็บเงินสดให้ได้สักล้าน ก่อนเกษียณที่เหลือเวลา 3 ปีกว่า ก็ต้องพับไป เพราะต้องรักษาจิตใจแม่ก่อน ผมเคยบอกแม่ตอนที่ท่านเกิดเส้นเลือดฝอยแตกเล็กน้อยในสมองแล้วเป็นอัมพฤตเมื่อประมาณ 3 ปี ที่แล้วว่า

    "แม่ไม่ต้องลำบากใจ และไม่ต้องคิดหรือกังวลมาก ลูกจะไม่ให้แม่ต้องลำบากชัดสนหรืออดครับ"

    ก็ได้นำแม่ไปอยู่ศูนพักฟื่นผู้ป่วยและชราอยู่เป็นเวลา 1 เดือน ตอนนั้นค่าใช่จ่ายประมาณ 16,000 ต่อเดือน แล้วพี่ชายก็รับไปดูแลที่บ้านเพราะที่บ้านผมเช้ามาก็ไม่มีใครอยู่บ้านแล้วเพราะไปทำงานและเรียนกันหมด โดยผมเป็นหลักในการส่งเงินดูแลแม่

     ผ่านมาเป็นปกติเวลา 2 ปี แต่หลังๆ เป็นเรื่องธรรมดาของลิ้นกับฟัน เมื่อใกล้ชิดกันย่อมกระทบกัน แต่ผมก็วางใจเฉยไว้เพราะทำอะไรไม่ได้  แม่เป็นคนที่มีสติดีความจำดี ไม่หลงลืมหรือป้ำๆ เผลอ ๆ แม้อายุ 90 ปีแล้วก็ตาม เพราะได้ผ่านการฝึกสติและสมาธิมาบ้าง ร่วมทั้งจากการแนะนำของผม ท่านจึงใช้วิธี ไม่พูดไม่ตอบโต้ เมื่อถึงจุดหนึ่งของท่าน  และเมื่อผมได้โอกาสถามท่านว่า ท่านจะไปอยู่ศูนย์ฟักฟื่นผู้ป่วยและชรา ที่เคยอยู่ใหม?. ท่านบอกว่าท่านอยากไป (ท่าทางท่านอยากไปมาก)

      นั้นแหละทำให้ผมรีบทยอยโป๊ะบ้านและที่ดินส่วนสุดท้ายโดยเร็ว เพื่อรักษาจิตใจท่านก่อนที่แม่ท่านจะจากโลกนี้ไป เพราะท่านต้องการไปอยู่ศูนย์พักฟื่นผู้ป่วยและคนชราเอกชน ซึ่งแต่ก่อนใจท่านก็อยากไปแต่พยายามตัดใจข่มใจ ว่าไม่ไปดีกว่า เพราะค่าใช้จ่ายสูงมากกลัวลูกส่งไม่ไหว แต่ช่วงหลังๆ ท่านต้องการไป จากที่ผมผ่อนบ้าน+ที่ดินนั้นเดือนละ 4,000 บาท  ผมจึงรีปโป๊ะให้เร็วขึ้นจนจบ.

      แต่ผมต้องจ่ายศูนย์พักฟื่นขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 22,000 บาท  ผมก็เต็มใจจ่ายแม้ผมจะไม่มีเงินเก็บหลังเกษียณก็ตาม ด้วยแม่นั้นได้สละให้กับผมมากแล้วตอนผมหนีพ่อมาเรียนระดับปริญญาตรี และตั้งที่ท่านรู้ว่าเมื่อเรียนจบมาแล้วก็ไม่มีงานทำ เพียงแต่กลัวว่าลูกอาจจะบ้าได้แบบพี่ชายคนโตได้ถ้าไม่ให้เรียนต่อในช่วงนั้น.

       และที่ผ่านมานั้นผมได้ ใช้ปัญญาทางโลกและทางธรรม ตามที่แม่ให้โอกาสผมนั้นแหละ ตอบแทนท่านมาเป็นลำดับ ประคับประกองตามฐานะรายได้ที่มี และสุดท้ายผมต้องรักษาจิตใจแม่ ให้ดีและผ่องใส เพราะท่านยังต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอยู่ ก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไป.

       ซึ่งกับพ่อผมก็ทำให้ท่านภูมิใจในตัวผมอย่างมาก จากที่ท่านเคยเกียดผมอย่างมากไล่ออกจากบ้านแล้วเอาหนังสือผมเขวี่ยงทิ้งออกจากบ้านตามหลัง เมื่อผมชนะท่านได้ เพราะผมสู้จนเรียนจบปริญาตรีภายใน 3 ปี สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ทั้งที่แทบหาโอกาสไม่ได้เลย ท่านจึงภูมิใจในตัวผมจนออกหน้าออกตาเสียที่เดียว จนวันท่านจะเสียไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ได้พูดสังเสียกับแม่ว่า มีแต่ผมกับพี่สาวอีกคนเท่านั้นที่ไปอยู่ได้ ที่จะช่วยไม่ให้แม่ลำบากได้  

      ซึ่งที่จริงแล้วผมได้ไม่ลำบากหรือบากบั่นจนเครียดในการตอบแทนคุณท่านทั้งสองเลย เพราะไม่เคยคิดตะหนี่ในเงินที่จ่ายไปแล้วเพราะได้จ่ายไปตามความเหมาะสมและกำลังของตนที่พึงจ่ายได้ และได้กระทำไปตามปัญญาที่มี ตรงพอดีพอเหมาะในโอกาสที่จะเกิดขึ้นไปตามลำดับ นั้นเอง.

       การแสวงหาความรู้และสร้างปัญญา นั้นแหละเป็นตันทุนที่ผมได้เก็บและสะสมมาตามลำดับอย่างยิ่ง  ผมมองทรัพย์สินเงินทองไม่มีค่าตั้งแต่เด็กๆ และไม่ได้หวังร่ำรวย   แต่ด้วยต้นทุนความรู้และปัญญาที่พอสมบูรณ์ระดับหนึ่ง นั้นแหละทำให้ผมไม่เคยอับจนอย่างสิ้นเชิง  และไม่จนนั้นเอง

       สามารถผลักดันประกองคนที่รักและศรัทธาในตัวผม ถึงฝั่งแห่งความไม่ลำบากได้  ตั้งแต่แฟนจนเป็นภรรยาและจะเกษียณเมื่อใดก็ได้หลังจากนี้ โดยเขาจะไม่จนอีกเลย  และลูก ที่อาจจะมีรายได้มากกว่าพ่อเป็นเท่าตัว  และลูกที่เรียกว่าเด็กโง่ อาจจะไม่จบ ป.6 จนจบป 6. ได้ จนเขาเก่งในวิชาการที่เขาถนัด
  
       ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ด้วยเพียงเพราะผม มั่นคงและเด็ดเดี๋ยว ในการแสวงหาความรู้และปัญญา เป็นตันทุน โดยมองเงินทองทรัพย์สินที่กองตรงหน้าไม่มีค่าเมื่อยังเป็นเด็ก  นั้นเอง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่